พบเพิ่มวงจรปิดมัดแก๊ง ยังปากแข็งอ้างไม่รู้ศพ ‘เพธา’เครียดทรุดคาคุก เจอแล้ว1.2ล.-เงินเหยื่อ
จับครบยกแก๊งฆ่าหั่นศพนักธุรกิจเยอรมันสยองพัทยา หนุ่มปากีฯ สัญชาติไทยจนมุมเมืองกาญจน์หลังเผ่นกบดานโรงแรมกลางเมือง เจ้าของเห็นรูปพรรณตรงคนร้ายเลยสะกิดตำรวจบุกจับ ขณะที่ ‘โอลาฟ’ หัวโจกใหญ่ยังให้การภาคเสธ รับว่าขนตู้แช่ไปจริง แต่ไม่รู้ว่ามีศพ พยานฝรั่งโผล่พบตร.แสดงความบริสุทธิ์ใจ รับโอนเงินผู้ตายเข้าบัญชีกว่าล้าน ยืนยันไม่รู้เห็นอะไรด้วย หนุ่มร้านฮาร์ดแวร์ก็ให้ข้อมูลตำรวจ ทีมเหี้ยมซื้อเลื่อยไฟฟ้าราคาแพงไปแยกชิ้นศพ ‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยมั่นใจในหลักฐานเอาผิดยกแก๊ง สั่งกวาดล้างกลุ่มนอกกฎหมายทั้งเมืองพัทยา
เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ พล.ต.ต.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา เปิดเผยความคืบหน้าว่า วานนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งร่างนายฮานส์ ปีเตอร์ ราลเตอร์ มาค อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวเยอรมัน เหยื่อฆ่าหั่นศพที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี มาตรวจชันสูตรพลิกศพยังสถาบันนิติเวชวิทยา โดยขั้นตอนมาตรฐานของทางนิติเวชผ่าพิสูจน์โดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและมี การเก็บวัตถุพยาน เก็บดีเอ็นเอ เก็บสิ่ง ส่งตรวจเพื่อหาสารพิษหรือยา จากเนื้อเยื่อ, อาหารในกระเพาะ, ปัสสาวะ ซึ่งในรายนี้ ขั้นตอนอาจจะต้องใช้เวลาในการดูชิ้นเนื้อ ในกล้องจุลทรรศน์ คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน ส่วนการตรวจหาสารพิษและดีเอ็นเอ เบื้องต้นใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์
พล.ต.ต.สุพิไชยกล่าวว่า ชิ้นส่วนร่างกายที่ส่งมาตรวจชันสูตรมีทั้งหมด 11 ชิ้น สอดคล้องกับที่พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลมาระบุได้ว่าศพถูกแช่แข็งไว้ไม่เปลี่ยนสภาพ หน้าตายังสามารถจำได้อยู่ พนักงานสอบสวนได้เก็บลายพิมพ์นิ้วมือไปตรวจเปรียบเทียบตัวบุคคลแล้ว สามารถยืนยันว่าเป็นนายฮานส์ ทั้งนี้ยังต้องรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเรื่องสารเสพติดต่างๆ ซึ่งต้องนำมาประกอบการให้ความเห็นสาเหตุการตาย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรอยหั่นจะสอดคล้องกับอุปกรณ์ที่เจอซึ่งเป็นเลื่อยไฟฟ้าที่พบในที่เกิดเหตุหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิไชยกล่าวว่า ขอบของบาดแผลที่หั่น รวมถึงกระดูก และเนื้อเยื่อต่างๆ เรียบ ถ้าหากเป็นเลื่อยไม่แน่ใจเรื่องวัตถุพยาน แต่เลื่อยบางชนิดสามารถทำให้เกิดได้ ทั้งนี้ชิ้นส่วนร่างกายพบว่าถูกหั่นแยกเป็นชิ้นส่วน หลังจากผ่านการแช่จนแข็งแล้วนำมาหั่น ซึ่งมีความเป็นไปได้สอดคล้องกับการที่ไม่พบรอยเลือดในที่เกิดเหตุ หากเทียบเคียงกับคดีเก่าฆ่าชาวสเปนในลักษณะพฤติการณ์ในการนำศพไปแช่แข็ง มองว่าวัตถุประสงค์เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือเพื่อทำให้เกิดหลักฐานหรือวัตถุพยานน้อยที่สุด
“จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลที่เกิดก่อนการเสียชีวิต เป็นบาดแผลฟกช้ำเล็กน้อยตามใบหน้า แขน ขา เหตุตายที่เกิดจากบาดแผลยังไม่เจอ ฉะนั้นยังต้องรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ บาดแผลที่ปรากฏที่เป็นบาดแผลก่อนตายมีรอยฟกช้ำถลอก ไม่สามารถทำให้ถึงตายได้ และนายฮานส์ เสียชีวิตก่อนนำศพไปแช่ เพราะแผลการตัดเป็นบาดแผลที่เกิดหลังตาย ทั้งนี้ยังไม่เจอเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนเพียงพอที่จะบอกจึงยังต้องรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิด เผยว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นางเพธา คริสต์ กรุนด์กรีฟ ชาวเยอรมัน นายหน้าที่ดินทำหน้าที่เป็นนกต่อ นายโอลาฟ ธอร์สเทน บริงก์มันน์ หัวหน้าแก๊งที่ถูก เจ้าหน้าที่ตามจับภายในคลับเอาต์ลอว์ย่านประเวศ กรุงเทพฯ และนำตัวมาสอบสวนตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา และน.ส.นิโคล เฟรเวล อายุ 52 ปี เจ้าของบ้านเช่าที่ซ่อนตู้แช่บรรจุศพนายฮานส์ ทั้งหมดถูกแยกขังภายในห้องคุมขังสภ.หนองปรือ
โดยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นางเพธาเกิดความเครียดมากจนมีอาการแน่นหน้าอก ต้องประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเข้ามาปฐม พยาบาลเบื้องต้นจนอาการดีขึ้น รวมถึงทำแผลให้น.ส.นิโคลที่กรีดแขนตัวเองขณะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว ส่วนนายโอลาฟไม่ยอมนอน มีอาการกระวนกระวาย พูดบ่นคนเดียวตลอดทั้งคืน ก่อนมาสงบในช่วงเช้ามืด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อรวบรวมหลักฐานส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา พร้อมเร่งตามล่าตัวนายซาฮ์รูค คารีม อุดดิน อายุ 27 ปี เชื้อชาติปากีสถาน สัญชาติไทย ผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ขณะที่ที่ปรึกษาการแปลภาษา และเป็นล่ามของตำรวจ ที่ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ต้องหา นานกว่า 2 ชั่วโมง เปิดเผยว่า หลังจากมีการพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยนายโอลาฟมีท่าทีค่อนข้างเครียด และกังวลใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด และไม่ได้ให้ปากคำในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม เพราะมีการเรียกร้องให้มีทนายความเข้าสอบปากคำด้วย แต่บอกว่านายซาฮ์รูคเป็นผู้มาเช่าบ้าน และยอมรับว่าเป็นผู้ขนตู้เย็นมาจริง แต่ไม่ทราบว่าภายในตู้เย็นมีศพ
ต่อมาเวลา 12.00 น. ตำรวจ ตม.ชลบุรี เบิกตัวนายโอลาฟจากห้องควบคุมตัวมาสอบปากคำเพื่อเพิกถอนวีซ่า ระหว่างที่มีการควบคุมตัวออกจากห้องขัง ผู้ต้องหาพยายามยกมือปิดบังใบหน้า และพูดจาโวยวายเป็นบางช่วง
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภาค 2 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รรท. ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 2 ชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ตม.จ.ชลบุรี ตร.ทท. ร่วมประชุมสรุปคดีฆ่าหั่นศพนักธุรกิจชาวเยอรมัน และประชุมกวาดล้างกลุ่มแก๊งมาเฟียต่างชาติที่มาอาศัยในพื้นที่โดยรอบเมืองพัทยา ที่ห้องประชุมชั้นที่ 3 สภ.เมืองพัทยา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เผยหลังเสร็จการประชุมว่า ขอชื่นชมในการทำงานของ บช.ภาค 2, บก.ภ.จว.ชลบุรี, ตม.ชลบุรี โดยใช้เวลารสืบสวนวันกว่าๆ ก็พบศพของนายฮานส์ ส่วน ผู้ต้องหาที่ศาลอนุมัติหมายจับ 3 ราย จับกุมได้แล้ว 2 ราย คือ นางเพธา และนายโอลาฟ เหลืออีก 1 น่าจะได้ตัวในเร็วนี้ อีกบางส่วนคือเจ้าของบ้านที่เช่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ส่วนพยานหลักฐานมีเพียงพอที่จะทำให้ศาลลงโทษทั้งลายพิมพ์นิ้วมือ ทั้งดีเอ็นเอ ลายพิมพ์ฝ่ามือ ร่องรอยพยานหลักฐานที่บ้านที่เกิดเหตุ รวมทั้งก้นบุหรี่ สิ่งที่ต้องทำต่อคือการไล่ความเชื่อมโยงว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องไหม
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมไปแล้วกับเจ้าของบ้านเรื่องการเคลื่อนย้ายซ่อนเร้นศพ ส่วนกลุ่มคนร้ายวันนี้ยังไม่ให้การ ถึงแม้จะให้การไม่ให้การ เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจเพราะมีพยานหลักฐานต่างๆ ล่าสุดตำรวจประสานงานประจำสถานทูตเยอรมันประจำประเทศ ไทย แจ้งว่าทางสถานทูตชื่นชมการทำงานที่สามารถรักษาชีวิตภรรยากับลูกเขาได้ปลอดภัย แต่สิ่งหนึ่งที่ทางประเทศเยอรมนีมีข้อมูลของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เราจะนำข้อมูลจากเขามาทำงานในประเทศไทย โดยการประสานข้อมูลกันในการทำงาน โดยจะเร่งทำข้อมูลให้เสร็จในสัปดาห์หน้าแล้วเราจะทำการตรวจค้นกัน
“วันนี้ได้ตัวหัวหน้ากระบวนการหลักคือกลุ่มแก๊งเอาต์ลอว์ ซึ่งนายโอลาฟก็เป็นตัวการหลักอยู่แล้ว เมื่อหลายปีที่แล้วกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด วันนี้ได้สั่งการร่วมกับ ผบช. ภาค 2 ในการเอกซเรย์ทั้งหมดในพื้นที่หนองปรือและพัทยา กลุ่มขบวนการพวกนี้เป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่มาอาศัยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อย่างพัทยาก็พักฝั่งหนองปรือ แต่มาเที่ยวฝั่งพัทยา ทำตัวเป็นมาเฟียเป็นผู้มีอิทธิพล ชาวต่างชาติคนใดที่มาทำธุรกิจต้องผ่านคนเหล่านี้ต่อไปนี้จะไม่มีแล้ว สั่งการให้สำรวจแล้วจะค้นร่วมกัน อยากฝากถึงประชาชนแจ้งเบาะแสมาที่ผม ผบช.ภาค 2 หรือทาง รรท. ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ถ้าเราพบจะถอดวีซ่า พร้อมผลักดันออกนอกประเทศและทำแบล็กลิสต์ บุคคลเหล่านี้จะไม่ให้อยู่ประเทศไทยอีกแล้ว เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดแต่ละครั้งสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศไทยเรา” รองผบ.ตร.กล่าว

คดีฆ่าหั่น – ตร.นำนายโอลาฟ ธรอสเทน มาเฟียฆ่าหั่นนายฮานส์ ปีเตอร์ ราลเตอร์ นักธุรกิจเยอรมันมาที่สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี หลังตามจับได้ที่คลับในกทม. และได้ตัวนายซาฮ์รูค ลูกครึ่งไทย-ปากีฯ ผู้ต้องหาคนสุดท้ายที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อ 12 ก.ค.
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รับแจ้งจากเจ้าของโรงแรมแห่งหนึ่งว่า มีชาวต่างชาติเข้ามาพักที่โรงแรมมีใบหน้าคล้ายกับผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีฆ่าหั่นศพจาก จ.ชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ. ภัทรชัย กอสนาน รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบนายซาฮ์รูคผู้ต้องหาพักอยู่จึงแสดงหมายจับและคุมตัวไปสอบปากคำที่ศปก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี
พล.ต.ต.ไพโรจน์ เผยผลสอบปากคำผู้ต้องหาว่า นายซาฮ์รูคให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่านายฮานส์ พร้อมร้องขอพบทนายและให้ทางตำรวจติดต่อญาติ เจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรีส่งล่ามช่วยสื่อสารสอบถามข้อมูล ก่อนส่งมอบพนังกานสอบสวนสภ.เมืองกาญจนบุรี ประสานตำรวจสภ.หนองปรือ มารับตัวกลับไปสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ชลบุรี นำชาว ต่างชาติ (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ที่ปรากฏหลักฐานรับโอนเข้าบัญชี ไปเบิกเงินจำนวน 1,200,000 บาท ที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา หลังเดินทางเข้ามาแสดงตัว โดยให้การไม่รู้เห็นเกี่ยวกับการฆ่านักธุรกิจชาวเยอรมัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กันไว้เป็นพยาน พร้อมสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดี
ต่อมา 16.30 น. ตำรวจได้หลักฐานสำคัญเป็นภาพวงจรปิด บริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายในซอยเขาน้อย ม.10 ต.หนองปรือ ห่างจากบ้านที่พบศพผู้ตายประมาณ 1.80 ก.ม. โดยกล้องวงจรปิด เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 4 ก.ค. จับภาพนางเพธาขับรถยนต์เชฟโรเลต แคปติว่า สีดำ ทะเบียน 2 กญ 3634 กรุงเทพมหานคร โดยไม่ติดทะเบียนหน้ารถ ขับมาจอด แล้วเดินลงจากรถมาเปิดประตูหลังด้านหลังคนขับ โดยลักษณะการแต่งกาย เป็นชุดเดียวกันกับในวันที่ไปนัดพบกับผู้ตายที่ร้านกาแฟ-เบเกอรี่ ย่านถนนซอยทุ่งกลม ตาลหมั่น
จากนั้นนายโอลาฟขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็น แม็ก สีแดง 1 กฮ 7620 ชลบุรี ลักษณะสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะ เข้ามาหน้าร้านอาหาร ที่แฟนสาวชาวไทยทำงานอยู่ ก่อนเดินหิ้วรองเท้าผ้าใบไปไว้ในท้ายรถนางเพธา ก่อนจะเดินย้อนกลับมาที่ร้านอาหาร ประมาณไม่ถึง 1 นาทีรีบเดินมาขึ้นรถที่นางเพธาจอดคอยอยู่ ก่อนที่ทั้งคู่จะขับรถออกไปด้วยกัน
ถือเป็นหลักฐานสำคัญว่าทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ในวันที่ 4 ก.ค. เวลา 10.05 น. ถัดมาอีก 2 ช.ม. นางเพธาออกไปพบนายฮานส์ผู้ตาย โดยทำทีจะขอติดต่อซื้อสนามมวย ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ที่ผู้ตายเป็นเจ้าของ โดยที่ทั้งคู่มีการพูดคุยกันรวมถึง 1 ชั่วโมง ก่อนจะพากันออกจากร้าน และนั่นคือภาพสุดท้ายของนายฮานส์ก่อนจะหายตัวไป และพบว่าถูกฆาตกรรมหั่นศพดังกล่าว
วันเดียวกัน พนักงานร้านอุปกรณ์เครื่องมือช่าง ย่านพัทยาเหนือ เข้ามาพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบสวนให้ปากคำประกอบหลักฐานในคดีนี้ หลังสืบทราบว่า นายโอลาฟและนายซาฮ์รูคไปซื้อเลื่อยไฟฟ้า 1 ตัว ในราคา 1 หมื่นกว่าบาท ที่เลือกเลื่อยตัวดังกล่าว เพราะเสียงมอเตอร์จะทำงานเงียบมาก ในช่วงวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา