ขนนมส่งมาเลย์ ตร.ตามจับได้3

จับแล้ว 3 คนร้ายยิงถล่มรถเทรลเลอร์ส่งนม โชเฟอร์หญิงดับคารถเหตุเกิดท้องที่ สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ที่แท้เป็นคนขับรถด้วยกันคอยชี้เป้า แบ่งหน้าที่กันทำ เร่งล่าอีก 2 มือปืนลั่นไก เผยชนวนขัดแย้งธุรกิจส่งนมไปมาเลเซีย โดย เป้าหมายที่แท้จริงคือสามีที่เป็นคนขับเบอร์หนึ่ง แต่ขณะเกิดเหตุเปลี่ยนให้ภรรยามาขับ จนสุดท้ายรับเคราะห์ถูกยิงเสียชีวิตแทน

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กองกำกับการสืบสวนภูธรนครศรีธรรมราช และชุดสืบสวน สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ได้ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในการสืบสวนติดตามคนร้ายคดียิงถล่มรถเทรล เลอร์หัวลากคอนเทนเนอร์ห้องเย็นส่งนมไปยังประเทศมาเลเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในอำเภอนาบอน อำเภอทุ่งสง และใกล้เคียง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผลปรากฏว่าสามารถจับกุมทีมก่อเหตุไว้แล้ว 3 ราย

รายงานข่าวระบุว่า รายแรกคือผู้ชี้เป้าที่ขับขี่รถเทรลเลอร์ สามารถคุมตัวไว้ได้พร้อมรถคันที่ใช้เป็นพาหนะขนส่งสินค้าในขณะกระทำความผิด และอีก 2 รายคือผู้ขับขี่รถกระบะบรรทุกมือปืน และอีกรายคือผู้ที่นั่งโดยสารตอนหน้า โดยทั้ง 3 รายนี้ปรากฏอยู่ในผู้ที่เจ้าหน้าที่สืบสวนพบพยานหลักฐาน หลังจากที่เข้าค้นบ้านแล้วได้คุมตัวมายัง สภ.นาบอน ปรากฏว่า 1 ใน 3 ให้การรับสารภาพแล้วขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามยึดรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ

ขณะที่การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จนขณะนี้ทราบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการก่อเหตุสังหารมีด้วยกัน 5 ราย ถูกคุมตัวแล้ว 3 ราย อีก 2 รายคือมือปืนที่นั่งในกระบะตอนหลังที่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งทั้งคู่อยู่ในชั้นมือปืนรับจ้าง เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวและน่าจะเป็นผู้รับงานจากผู้ว่าจ้าง

ส่วนเป้าหมายในการก่อเหตุนั้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วคือ นายสุสวัสดิ์ พหลยุทธ อายุ 41 ปี ชาวตำบลบ้านใหม่ชัยมงคล อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ขับขี่มือ 1 ส่วนผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ลลิลญา โกศัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายสุสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่มือ 2 ที่บังเอิญเปลี่ยนมือขับแล้วให้นายสุสวัสดิ์ พักผ่อน ในห้องพักหลังเก๋ง ทำให้รับเคราะห์เสียชีวิตแทนสามี ส่วนสาเหตุนั้นทราบว่าเกิดจากความขัดแย้งในธุรกิจขนส่งนม และตลาดนมไปยังประเทศมาเลเซีย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 2 มือปืนเพื่อขยายไปยังผู้ว่าจ้างแล้ว

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา โดย พ.ต.อ. ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.นาบอน จ.นครศรี ธรรมราช พร้อมพนักงานสอบสวน แพทย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุยิงกันตายที่บริเวณถนนสาย 41 ขาล่องใต้ หมู่ 7 ต.นาบอน อ.นาบอน ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกเทรลเลอร์ 22 ล้อ ยี่ห้อวอลโว่ ลากพ่วงห้องเย็น ของบริษัทขนส่งรายหนึ่ง ทะเบียน 71-3232 พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ริมถนน

ตรวจสอบที่กระจกประตูรถด้านขวาพบรอยกระสุนปืนมากถึง 17 รู ส่วนที่เบาะคนขับพบศพ น.ส.ลลิลญา โกศัย อายุ 50 ปี ชาว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สภาพนั่งเสียชีวิต มีบาดแผลถูกยิงเข้าเต็มที่อกด้านขวา เลือดโชก เจ้าหน้าที่จึงรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจอย่างละเอียด โดยในที่เกิดเหตุมีนายสุสวัสดิ์ พหลยุทธ อายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านใหม่ชัยมงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เป็นผู้ขับขี่มือ 1 และเป็นสามีของผู้ตายอยู่ในท่าทางตกใจ

นายสุสวัสดิ์ระบุว่า ตนเองหลับอยู่ในตอนพักผู้ขับขี่ด้านหลังของเก๋ง โดยภรรยาคือ น.ส.ลลิลญาเป็นผู้ขับขี่มือ 2 และไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุตรงจุดไหน แต่ปลุกตนตื่นและอยู่ในสภาพสะลึมสะลืออ่อนแรง ตนจึงช่วยบังคับรถพาไปจอดข้างทาง เมื่อดูอีกครั้งพบว่าภรรยาสิ้นใจตายแล้วจึงแจ้งเพื่อนที่ขับต่อท้ายกันมาหลายคันก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ

ขณะเพื่อนของผู้ตายและนายสุสวัสดิ์ ระบุว่า เมื่อวานนี้ (3 ก.ค.66) ได้นำรถไปรับ นมสดพาสเจอไรซ์จากโรงงานผลิตของบริษัท ซีพีเมจิ ที่ จ.สระบุรี โดยขบวนรถเทรลเลอร์ในเที่ยวเดียวกันถึง 6 คัน ขับตามหลังกันมาตามถนนมุ่งหน้าไปส่งที่ประเทศมาเลเซีย โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนกันขับของสามีภรรยาของแต่ละคันที่มาด้วยกัน ช่วงเกิดเหตุใกล้ตี 4 ก็มาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสาเหตุยังไม่มีใครทราบ

ด้าน พ.ต.อ.ชัยภัทร ศรีเรือง ผกก.สภ.นาบอน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและตำรวจงานป้องกันปราบปราม ตระเวนตรวจสอบบนถนนห่างจากจุดพบรถอย่างละเอียด เบื้องต้นน่าเชื่อว่าจุดเกิดเหตุห่างจากจุดพบรถไม่น้อยกว่า 3-4 ก.ม.เพื่อค้นหาปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ และเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นอาวุธสงคราม และคนยิงน่าจะเป็นมือปืนอาชีพ เพราะการกระจายของกลุ่มกระสุน เข้าเป้าด้านผู้ขับขี่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวนเชิงลึกเพื่อกำหนดประเด็นการสืบสวนว่ามาจากเรื่องใดกันแน่ แต่ได้ตั้งไว้ 2-3 ประเด็น ทั้งมูลเหตุจากธุรกิจการขนส่ง เรื่องส่วนตัว หรือประเด็นอื่น ซึ่งต้องใช้เวลาการไขคดี เนื่องจากผู้เสียหายเป็นคนต่างพื้นที่ รวมทั้งบริษัทขนส่งดังกล่าวก็อยู่ที่อื่น ส่วน ผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และจะได้ส่งชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป

ทั้งนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุเพิ่มเติมระบุว่า เมื่อเวลาประมาณตี 3 ได้ยินเสียงปืนดังบนถนนเอเชีย 41 หลายนัดแต่ไม่ทราบทิศทาง ดังกึกก้องติดต่อกันกว่า 10 นัด หลังจากนั้นห่างไปจากจุดเสียงปืนประมาณ 3 ก.ม. ก็ทราบว่าคนถูกยิงเป็นโชเฟอร์รถเทรลเลอร์เสียชีวิต โดยเพียงแค่ได้ยินเสียงปืนเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไรไล่ยิงกัน ขณะตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อหาปลอกกระสุนปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแล้ว ส่วนรถของคนร้าย น่าจะเป็นรถยนต์กระบะ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่ารถยนต์กระบะขับผ่าน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบหัวกระสุนภายในรถเทรลเลอร์ ตกอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นหัวกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม. ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถระบุได้ รวมทั้งคนร้ายมุ่งเป้าไปที่ น.ส.ลลิลญา ผู้ตาย หรือมุ่งป้าไปที่นายสุสวัสดิ์ กันแน่ โดยจะสอบปากคำนายสุสวัสดิ์เพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย เพื่อคลี่คลายคดีต่อไปด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสืบสวนพบภาพจากกล้องวงจรปิด บนถนนเอเชีย 41 พื้นที่ อ.นาบอน ได้บันทึกภาพรถยนต์กระบะต้องสงสัยคันหนึ่ง ขณะจอดรออยู่ริมถนนดังกล่าวในช่วงเวลา 03.09 น.ของวันเอาไว้ได้ โดย จุดที่รถยนต์กระบะจอดอยู่ห่างจากจุดที่ เกิดเหตุประมาณ 2-3 กิโลเมตร ก่อนรถต้องสงสัยคันดังกล่าวได้ขับตามไปจนเกิดเหตุขึ้น โดยมีชาวบ้านซึ่งเป็นพยานยืนยันจุดเกิดเหตุว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดซ้อน

ขณะที่หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ระบุว่า จากการสอบข้อมูลจากเทรลเลอร์อีก 5 คันที่ร่วมขบวนกันมา พบว่าแต่ละคันนั้นมีช่วงห่างกันเป็นสิบกิโลเมตร จึงไม่ได้ความมากนัก อย่างไรก็ตามได้สั่งเก็บภาพจากกล้องหน้ารถของทุกคัน จนนำมาสู่การติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน