เปิดโรดแม็ป2สมรภูมิ โหวต19กค.-แก้ม.272 ‘อ้วน’ห่วงวืดตั้งรัฐบาล สว.ตั้งเงื่อนไขดันป้อม ต้องมีสส.หนุนถึง250 อานนท์นัด‘คาร์ม็อบ’
‘พิธา’ แถลงเอง หากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางเพื่อไทยเป็นแกนนำ ปลุกประชาชนช่วยกล่อม ส.ว.หนุนผ่าน 2 สมรภูมิ โหวตนายกฯ รอบ 2 แก้มาตรา 272 ‘ชัยธวัช’ ยันเสนอชื่อหัวหน้าพรรค ให้รัฐสภาลงมติ 19 ก.ค. ‘หมอ ชลน่าน’ ขอบคุณพิธา เปิดโอกาส พท. นำตั้งรัฐบาล ‘ภูมิธรรม’ห่วงก้าวไกล เสนอชื่อพิธาอีกรอบ ถ้าแพ้หมดโอกาสตั้งรัฐบาล หลังมีข่าวขั้วตรงข้ามจ่อเสนอแคนดิเดตลงแข่ง รอที่ประชุม 8 พรรคสรุป 18 ก.ค. จะเอายังไง ‘อดิศร’ ชี้ขอเสียงส.ว.โหวตหนุน ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร เสรีรวมไทย ไม่เกี่ยงพลิกขั้ว รับได้ ดึง ‘ป้อม’ ร่วม แต่ไม่เอา ‘ตู่’ แนะก้าวไกลอาจต้องเสียสละเป็นฝ่ายค้าน
พิธาขอบคุณ324เสียงหนุน
วันที่ 15 ก.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านโซเชี่ยลมีเดีย ระบุขอบคุณสมาชิกรัฐสภา 324 เสียง โดย เฉพาะส.ว. 13 คน ที่โหวตเห็นชอบให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ทราบดีว่า ส.ว.หลายคนเผชิญแรงกดดันมากมายที่รุนแรงหนักหนาจากการตัดสินใจครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุดขอบคุณ ทุกแรงใจ แรงสนับสนุนจากประชาชน ทุกคน แต่ต้องขออภัยที่เรายังทำไม่สำเร็จ
ในฐานะพรรคที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนคือจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ วันนี้เราพยายามทำทุกวิถีทางตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อให้เสียงประชาชนได้รับการตอบสนอง เจตนารมณ์ของประชาชน ได้รับการเคารพ คือการต่อสู้ร่วมกันไม่ใช่แค่ของพรรคก้าวไกล และ 14 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคก้าวไกล ไม่ใช่แค่การต่อสู้ของ 8 พรรค ตัวแทน 27 ล้านเสียง แต่คือการต่อสู้ของคนไทยทั้งประเทศเพื่อยืนยันว่าเสียงประชาชนต้องเป็นเสียงที่กำหนดอนาคตประเทศนี้ ขอให้เราเดินด้วยกันต่อไป ตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้

เปิดทาง – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เผยแพร่คลิปวิดีโอแนวทางต่อสู้ทางการเมือง ประกาศหากตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พร้อมเปิดทางให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรคแทน เมื่อวันที่ 15 ก.ค.
ขอสู้อีก2สมรภูมิ
แต่เวลาของเราเหลือไม่มาก ทราบดีว่าประเทศไทยเดินต่อไปโดยไม่มีรัฐบาลของประชาชนแบบนี้ได้อีกไม่นาน ภายใต้เวลาอันจำกัดนี้ เราเหลือโอกาสอีกไม่กี่ครั้ง ที่ต้องสู้ร่วมกันใน 2 สมรภูมิ เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามมติมหาชนได้สำเร็จ สมรภูมิที่หนึ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 วันข้างหน้าคือการโหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค. สมรภูมิที่สอง ก็คือการยื่นเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ ถาวรตลอดกาล ทั้งสองสมรภูมิจะไม่มีวันชนะได้หากเราไม่สามารถเปลี่ยนใจ ส.ว.ให้อยู่ข้างประชาชน
“จึงขอให้ประชาชนทุกคนร่วมทำภารกิจกับผมในสองสมรภูมินี้ โดยการส่งสารถึง ส.ว.ทุกวิถีทาง ทุกวิธีการที่ท่านนึกออก ย้ำขอเป็นวิธีการสร้างสรรค์ ช่วยกันเชิญชวนให้ส.ว.โหวตนายกฯ ตามมติประชาชน หรือโหวตยกเลิกมาตรา 272 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน” นายพิธากล่าว
ไม่ชนะ-เปิดทางให้เพื่อไทย
หากพวกเราทำเต็มที่ใน 2 สมรภูมินี้แล้วเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้จริงๆ ตนพร้อมเปิดโอกาสให้ประเทศไทย โดยเปิดทางให้พรรคอันดับสองคือพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลของพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ภายใต้เอ็มโอยูที่ทำร่วมกันไว้ และผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลทุกคนพร้อมสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย
“แต่กว่าจะถึงวันนั้นเราไม่ยอมแพ้แน่นอน และขอทุกคนมาร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้จนถึงที่สุด ผมคนเดียวหรือพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวไม่อาจเปลี่ยนใจ ส.ว. และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนได้จริง จึงต้องขอแรงพลังจากทุกท่านร่วมทำภารกิจเพื่อให้เราสามารถจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนให้สำเร็จ อนาคตของพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือของพวกท่านทุกคนแล้ว มาช่วยกันส่งสารเพื่อเปลี่ยนใจ ส.ว.ด้วยกัน” นายพิธากล่าว
โหวตรอบ 2 ก้าวไกลชงชื่อ‘พิธา’ซ้ำ
เวลา 11.50 น. ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค เผยว่า วันนี้มีการประชุม ส.ส.ผ่านระบบออนไลน์ เป็นการหารือในหลายเรื่องที่ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทย และแนวทางในการผลักดันเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ แคนดิเดตนายกฯ รวมถึงพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน
เมื่อถามถึงผลการหารือร่วมกับพรรค เพื่อไทย เมื่อ 14 ก.ค. นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคก้าวไกลยืนยันจะเสนอชื่อนายพิธา อีกครั้งหนึ่งในการประชุมสภา 19 ก.ค.นี้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะนำไปหารือกัน จริงๆ มีการพูดคุยกันในหลายเรื่อง ทั้งกระแสข่าว ที่ว่าจะมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ แข่งจากเสียงข้างน้อย และหาวิธีป้องกันกรณี ส.ว.บางคนพยายามเสนอให้ตีความ ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาว่าการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะทำซ้ำได้หรือไม่ ซึ่งเราเห็นตรงกันว่าไม่สามารถตีความข้อบังคับแบบนั้นได้ เพราะข้อบังคับนั้นมีไว้ใช้สำหรับญัตติทั่วไปแต่การเลือกนายกฯ เป็นกรณีเฉพาะ ซึ่งกำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ หากไม่สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ซ้ำได้ก็อาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคต เหตุผลที่จะตีความแบบนั้นคงไม่ถูก และมีการหารือกันหลายเรื่องถึงวิธีการที่จะทำให้ได้เสียงสนับสนุนมากขึ้นในการประชุมสภาครั้งต่อไป
ยันพท.ไม่ขัดแก้ 272 ปิดสวิตช์สว.
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแข่งกับนายพิธา ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ นายชัยธวัชกล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกัน เป็นภารกิจของ 8 พรรค โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยที่จะจับมือกันให้แน่นเพื่อไม่ให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย อย่างไรก็ตาม มีการตกลง กันว่าจะมีการนัดประชุมพรรคร่วม 8 พรรค เช้าวันอังคารที่ 18 ก.ค. ซึ่งตอนนี้กำลังประสานงานกัน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ด้วยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดข้อง เพราะเราเคยผลักดันเรื่องนี้กันมาหลายครั้งในสภา เมื่อถามว่ากระบวนการจะทันภายใน 1 เดือนหรือไม่ เพราะมีการมองว่าอาจใช้เวลาถึง 4 เดือน นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ขนาดนั้น เป็นข้อเสนอทางเลือก คู่ขนานกันไปกับกระบวนการเลือกนายกฯ เพราะไม่รู้ว่าต้องเลือกนายกฯ อีกกี่ครั้ง หาก ส.ว.ไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์ งดออกเสียง หรือไม่เข้าร่วมประชุมจะนำมาสู่ทางตันทางการเมือง จึงเสนอทางออกปิดสวิตช์ ส.ว.ไปเลย เพื่อคืนอำนาจเลือกนายกฯ ให้ประชาชน เพราะจะไม่นำมาสู่ทางตัน ทำคู่ขนานกันได้หากสามารถนัดประชุมสภาได้เร็ว ซึ่งเป็นอำนาจของประธานสภาผ่านวาระ 1 แล้วรีบดำเนินการ ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ก็เสร็จ
กรีดสว.ไม่ควรอ้างสถาบัน
เมื่อถามว่าที่ประชุมเจรจามีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีถือครองหุ้นไอทีวีของนายพิธาในสัปดาห์หน้าจะกระทบการโหวตนายกฯ หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ได้คุยเรื่องดังกล่าว เราเข้าใจดีอยู่แล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เช่นเดียวกับกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และไม่ว่าใครก็ตามที่มีข้อกล่าวหาก็ต้องถือหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยถึงที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีนางทัศนา ยุวานนท์ ส.ว.อ้างงดออกเสียงให้นายพิธา เพราะ ไม่อยากส่งคนมีตำหนิไปถึงกระบวนการลงพระปรมาภิไธย นายชัยธวัชกล่าวว่า มีความพยายามเชื่อมโยงที่ไม่เหมาะสม การกระทำใดๆ ในทางการเมืองมีผู้รับผิดชอบ หรือมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยว ในอดีตที่ผ่านมามีผู้มีตำหนิ หรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วถูกตรวจสอบภายหลังว่าไม่เหมาะสม บกพร่อง ทุจริต คอร์รัปชั่น หรือขาดคุณสมบัติ ซึ่งเป็นเรื่องกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ไม่ควรไปผูกโยงเรื่องดังกล่าวเพราะไม่เหมาะสมที่จะพูด
ปัดสัญญาณ 8 พรรคแตกแถว
เมื่อถามถึงกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุพร้อมร่วมงานกับทุกพรรค ขอแค่ไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ถือเป็นสัญญาณการแตกแถวของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปตีความขนาดนั้น คิดว่าใน 8 พรรคคงต้องพูดคุยกันเรื่อยๆ ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ อาจมีข้อเสนอใหม่ๆ เข้ามาเพื่อให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลได้จริง ทุกข้อเสนอและทุกความคิดเห็น สามารถนำมาถกเถียงแลกเปลี่ยนกันได้
เปิดโรดแม็ปสู้ 2 สมรภูมิ
พรรคก้าวไกลยังโพสต์เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ถึง “โรดแม็ปก้าวไกล แคมเปญใน 2 สมรภูมิเพื่อตั้งรัฐบาลของประชาชน” ระบุ หลังการโหวตนายกฯ 13 ก.ค. นายพิธาได้รับคะแนน 324 เสียง ยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลตามความคาดหวังของประชาชน พรรคถือว่าภารกิจนี้ยังไม่จบ เราจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ โดยจะขับเคลื่อน 2 สมรภูมิ 1.การโหวตนายกฯ 19 ก.ค. 2.ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจโหวตนายกฯของ ส.ว.ถาวรตลอดไป ในสมรภูมิแรกจำเป็นต้องได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มไม่น้อยกว่า 65 เสียง ขณะที่สมรภูมิที่ 2 ต้องการเสียง ส.ว. 84 เสียง เพื่อแก้รัฐธรรมนูญได้สำเร็จ
แม้ทั้งสองหนทางจะเป็นไปได้ยาก แต่เชื่อว่าหากประชาชนทุกคนร่วมกันปฏิบัติภารกิจ “ชวน ส.ว.ยืนข้างประชาชน” การเปลี่ยนใจ ส.ว.ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ การเปลี่ยนใจ ส.ว.มี 2 รูปแบบ คือ 1.การชวนให้ ส.ว.มาโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมากของสภา ผู้แทนฯ แน่นอน ส.ว.จำนวนมากไม่สบายใจที่จะโหวตให้พรรคก้าวไกล ฉะนั้นมีอีกทางเลือกที่ยังรักษาหลักการที่ว่า ส.ว.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งไม่ควรมีสิทธิ์โหวตนายกฯ คือ 2.การเชิญชวนให้ ส.ว.โหวตยกเลิกมาตรา 272 ปิดสวิตช์ตัวเอง ช่วงไม่กี่วันมานี้มี ส.ว.ไม่น้อย เช่น นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ที่ระบุงดออกเสียงเพราะต้องการยึดหลักการ ส.ว.ไม่มีสิทธิ์โหวตนายกฯ และก่อนหน้านี้ก็มี ส.ว.ที่เคยโหวตเห็นด้วยกับการยกเลิกมาตรา 272 มากถึง 63 คน
ย้ำแพ้-ดันพท.นั่งนายกฯ
การต่อสู้ทั้ง 2 สมรภูมินี้ เราต้องการความร่วมมือร่วมใจจากพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อให้พิธาเป็นนายกฯ หรือให้ก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล แต่คือการต่อสู้เพื่อยืนยันว่าการเลือกตั้งต้องมีความหมาย เสียงของประชาชนต้องเป็นเสียงที่กำหนดอนาคตของประเทศ
หากเราพ่ายแพ้ทั้งสองสมรภูมินี้ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พรรคก้าวไกลยินดีเปิดโอกาสให้พรรคพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคร่วม 8 พรรค โดยผู้แทนฯพรรคก้าวไกลทุกคนจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทยภายใต้เงื่อนไขตามเอ็มโอยูเดิม แต่กว่าจะถึงวันนั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ต้องขอแรงพลังจากทุกคนร่วมทำภารกิจ ช่วยกันส่งสารเพื่อเปลี่ยนใจ ส.ว.
ชลน่านขอบคุณพิธาเปิดทางพท.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายพิธาระบุ ถ้าโหวตนายกฯ รอบสองไม่ผ่านยินดีเปิดโอกาสให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เบื้องต้นได้มีการพูดกันหรือยังว่า ในการพูดคุยเมื่อ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พูดประเด็นนี้ เป็นเพียงแนวทาง การที่นายพิธาประกาศก็เป็นประเด็นของนายพิธาเอง การหารือเราคุยกันระดับหนึ่ง และวางแนวทางไว้จะหารือกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 18 ก.ค. ในส่วนพรรคเพื่อไทยกับก้าวไกลคงจะพูดคุยในรายละเอียดก่อน 18 ก.ค.อีกครั้ง
เมื่อถามว่าไม่ได้รู้มาก่อนใช่หรือไม่ว่านายพิธาพูดเปิดโอกาสให้เพื่อไทย นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นสมมติฐานว่าถ้าไม่ผ่านก็เป็นแนวทาง ต้องฝากขอบคุณนายพิธาถ้าจะเปิดโอกาสอย่างนั้นกรณีถ้ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นจริงๆ แต่เรายังไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลแต่ยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ด้วย อาจไม่ได้เสียงสนับสนุนจากส.ว.จะทำอย่างไร นพ.ชลน่านกล่าวว่า ก็คงไปดูใน รายละเอียด เพราะว่าเงื่อนไขที่พูดมาจะเป็นส.ว.ทั้งหมดหรือไม่ หรือจะเป็นส.ว.บางคน ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง
โหวต 19 กค.รอผลประชุม 8 พรรค
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายพิธาระบุหากพรรคก้าวไกลไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลพร้อมเปิดโอกาสพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมว่า ตนก็เพิ่งเห็นคลิปวิดีโอดังกล่าว น่าจะเห็นการหารือกันของ 2 พรรคเมื่อ 14 ก.ค. ซึ่งตนไม่ทราบว่ามีการหารือเรื่องอะไรบ้าง ส่วนการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 วันที่ 19 ก.ค.นั้น พรรคเพื่อไทยจะประชุมหารือกันวันที่ 17 ก.ค. ก็จะมีมติจากทางพรรคออกมา แต่ต้องฟังเหตุผลของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย แต่โดยหลักการเราสนับสนุนนายพิธาและพรรคก้าวไกลอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปจากการโหวตรอบที่แล้ว ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ ฝ่ายเราจัดตั้งรัฐบาลได้
เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า 8 พรรคร่วมก็ต้องร่วมกัน ต้องเป็นมติของ 8 พรรคร่วม
พท.ชี้อุปสรรคโหตพิธารอบ 2
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายพิธาระบุหากโหวตนายกฯรอบสองไม่ผ่าน จะเปิดทางให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาล ว่า ที่พูดมีประเด็นมาตรา 272 การพูดคุยในการประชุมเพื่อไทยกับก้าวไกลเมื่อ 14 ก.ค. สรุปเหมือนว่าเราจะเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกันทั้งหมดนั้ยอาจคลาดเคลื่อน 2 พรรคยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน มาตรา 272 พรรคเพื่อไทยยังมองทำได้เพียงแค่สัญญลักษณ์การต่อสู้ แต่ขณะนี้ความจำเป็นก่อนอื่นคือต้องหาทางออกจะตั้งรัฐบาลให้ได้อย่างไร จะหานายกฯ คนไหนไปเสนอเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากรัฐสภา
จริงๆ เรายืนยันข้อตกลงร่วม 8 พรรค ผลักดันให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตย และคิดว่าจะสู้ให้นายพิธาอย่างสุดความสามารถ แต่ผลเลือกนายกฯ 13 ก.ค.เป็นรูปธรรมชัดเจนที่ต้องเอากลับมาคิดว่ายังจะเป็นอย่างไรต่อไป ปัญหาสำคัญคือได้ยินว่าจะมีการเสนอรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งในวันที่ 19 ก.ค. ยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่มีการพูดมาจากฝั่ง ส.ว. ฝ่ายรัฐบาลเดิมถึงข้อถกเถียงเรื่องการเสนอชื่อนายพิธา เป็นญัตติหรือไม่ใช่ญัตติ ถ้าเป็นญัตติก็แสดงว่านายพิธาต้องตกไป เสนอชื่อเป็นนายกฯไม่ได้ เชื่อว่าประเด็นนี้จะเป็นที่ถกเถียงอย่างมากในการประชุมรัฐสภา 19 ก.ค. ทางออกสองทางคือประธานรัฐสภาอาจวินิจฉัย หรืออาจมีสมาชิกเสนอเป็นญัตติให้โหวต ก็เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะไม่พอ เมื่อนายพิธาไม่ได้ก็เป็นอีกโจทย์ที่เราต้องคิดว่า 19 ก.ค.จะเสนออย่างไร
ผวาแพ้โหวตถ้าป้อมลงแข่ง
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ถ้าเป็นนายพิธา คนเดียวไม่มีปัญหาอะไรก็จะให้นายพิธาทดลองว่าถ้าอีกรอบเสียงไม่แตกต่างไปจากเดิม น้อยหรือมากกว่าเดิมไม่มากก็ชัดเจนไปไม่ได้ ก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง คงไม่มีการเสนอไปเรื่อยถึงปีหน้า รอส.ว.หมดวาระ เพราะประเทศต้องการได้รัฐบาลโดยเร็ว
“อีกเรื่องคือถ้ายังเสนอนายพิธา แล้วฝ่ายเสียงข้างน้อยเสนอแข่งอาจเป็น พล.อ. ประวิตร หรือใครก็ตาม อย่าลืมว่ากลุ่ม 188 เสียง รวมเสียงส.ว. 250 คน ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นไปได้ เป็นนายกฯได้ ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้นจะคุ้มค่าหรือไม่กับโอกาสเพียงน้อยนิดที่เราจะได้จัดตั้งรัฐบาลแก้ไขปัญหาตามนโยบาย พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ภายใน 1 ปี ไม่เกิน 2 ปีเราทำได้ มากกว่าการสนอแก้มาตรา 272 ตอนนี้ที่ไม่สามารถหวังผลได้” นายภูมิธรรมกล่าว และว่าก้าวไกลต้องดูคุ้มกับการเสี่ยงที่จะสูญเสียโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นี่คือกรอบที่คุยกันซึ่งเพื่อไทยเสนอแบบนี้ ซึ่งพรรคก้าวไกลยังบอกว่าอยากได้เวลาในการเสนอชื่อเป็นนายกฯอีกครั้ง และยังอยากทำเรื่องแก้มาตรา 272 ควบคู่ไป เราเห็นว่าต้องคิดให้ดี แต่ก็เคารพในความเห็น และให้กลับไปทบทวนกันในพรรคแล้วนำไปหารือเช้า 18 ก.ค.
18 ก.ค. ให้ 8 พรรคชี้ชาด
“สิ่งที่นายพิธาพูดออกมาก็ดูดีและต้องขอบคุณที่จะทดลองอีกครั้งแล้วเสนอให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ แต่ปัญหาสำคัญที่ต้องคุยให้จบก่อนคือต้องไปเผชิญวิกฤต การณ์จะแก้ไขอย่างไร ถ้าไม่สรุปให้ชัดเจนและไม่คุยให้ชัดก่อนก็จะได้สิ่งที่เราพูดแล้วรู้สึกดี แต่โอกาสและการแก้ปัญหาจะไม่มี ซึ่งน่าเป็นห่วงที่สุด” นายภูมิธรรมกล่าว และว่า ยังยืนยันว่ายังอยากจับมือเป็นพันธมิตรกับ 8 พรรคเพื่อทำเจตนารมณ์ประชาชน แก้ปัญหาให้ประชาชนให้ได้ แต่ต้องอยู่กับความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นและทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
คิดว่านายพิธาคงมีเจตนาที่ดีที่จะให้กำลังใจกับประชาชนว่ากำลังต่อสู้อยู่ ตนไม่ได้ขัดข้องตรงนี้ ก็ชื่นชม แต่ในเกมการต่อสู้เพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายประชาชนได้รับชัยชนะ เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแก้ปัญหาได้ เรายังเห็นต่างกันอยู่ ก็ต้องคุยกัน ยังไม่มีข้อสรูป ทั้งสองพรรคถ้าคุยภายในกันได้ เราเปิดสายคุยกันได้ตลอดเวลา แต่ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากที่เป็นอยู่ก็ไปเสนอในที่ประชุม 8 พรรค 18 ก.ค. เวลา 10.00 น.
ขวางก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน
นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโห วตนายกฯ รอบสองว่า นายพิธาบอกยอมรับมติแต่ไม่ยอมแพ้ แสดงว่ายังสู้ อยากชิงนายกฯ รอบสอง แต่ดูแล้วยากกว่าเดิม การจะได้คะแนนจากส.ว.ยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร ถ้าดูความจริงตอนอภิปรายโหวตนายกฯ รอบแรกที่หงายไพ่เล่นไปแล้ว รู้ว่าใครโหวตอย่างไร ดังนั้น การจะเปลี่ยนใจคนที่แสดงจุดยืนต่อสาธารณชนไปแล้วจากไม่เห็นชอบเป็นเห็นชอบต้องใช้ความพยายามมากเกินปกติ พรรคก้าวไกลต้องมีข้อเท็จจริงใหม่ว่าการโหวตรอบสองมีอะไรให้นายพิธาเป็นนายกฯ ได้ แม้จะรู้เป็นไปได้ยากแต่ขอให้กำลังใจ 8 พรรคร่วมรัฐบาลยังสนับสนุนกันแบบไม่มีเงื่อนไข
นายอดิศรกล่าวว่า ส่วนที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กแนะพรรคก้าวไกลเป็นแกะดำในประชาธิปไตย โดยถอยเป็นฝ่ายค้านนั้น อาจไปกันใหญ่ ที่ผ่านมา 8 พรรคเกาะกันเป็นข้าวต้มมัด พรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกลแกะออกจากกันไม่ได้ แต่หากผลักดันนายพิธาสุดความสามารถแล้วยังฝืนทำต่อไปจะเข็นครกขึ้นภูเขาหรือไม่ คิดกันเอาเอง จะลากจูงกระโตงกระเตงต้องเกรงใจเพื่อนร่วมทาง ใน 312 เสียงไม่มีพรรคใดได้เกิน 250 เสียง ต้องฟังกัน ไม่ใช่หาความชอบธรรมให้ตัวเองดูมีความชอบธรรมมากกว่าคนอื่นแล้วไปด้อยค่าพรรคอื่นใน 312 เสียงก็ไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่าจะให้เวลาพรรคก้าวไกลถึงเมื่อไรพรรคอันดับ 2 จึงขึ้นมาทำหน้าที่เป็นนายกฯ แทน นายอดิศร กล่าวว่า ต้องรู้ความเหมาะสม ระยะเวลา และรู้สั้นรู้ยาว จะเอาแต่ความคิดตัวเองโหวตไปเรื่อยๆ เพื่อนฝูงไม่สนุกด้วย ยิ่งไปเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.คู่ขนานโหวต นายกฯ ให้แก้รัฐธรรมนูญและโหวตนายกฯ ไปเรื่อยๆ ปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ ไปเรื่อยๆ ความ เสียหายประเมินค่าไม่ได้
ห่วงแก้ 272 ราดน้ำมันบนกองไฟ
ที่พรรคก้าวไกลยื่นแก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.คู่ขนานโหวตนายกฯ นั้น เป็นห่วงจะยิ่งราดน้ำมันบนกองไฟที่คุโชนอยู่แล้วให้เพิ่มขึ้น การจะหาเสียงจากส.ว.ต้องใช้หลักกัลยาณมิตร ไม่ใช่เหยียดหยาม คะแนนครั้งที่ 2 อาจน้อยกว่าครั้งแรกก็ได้ ขณะนี้พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็อยากเป็นนายกฯ โดยใช้เสียงส.ว.สนับสนุน แต่ดูแล้วเป็นไปได้ยาก เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะอยู่ได้ถึง 1 อาทิตย์หรือไม่ หรืออยากเลือกตั้งกันใหม่ก็ยิ่งเข้าทางพรรคก้าวไกลแน่นอน ไม่อยากให้ฝั่งเสียงข้างน้อยคิดเรื่องนี้ ถึงมีสิทธิจะทำได้แต่ไม่ควรทำ
สร.ประชุมใหญ่-ปลอบลูกพรรค
เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ พรรคเสรีรวมไทยประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่สอง 2566 เพื่อเลือกตั้ง กก.บห.พรรค 2 ตำแหน่งคือ รองหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค แทนนายวิรัตน์ วรศสิริน ที่ลาออกจากเลขาฯ พรรคไปเป็นรองหัวหน้าพรรค และเสนอให้นายมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 2 ของพรรค ขึ้นเป็นเลขาฯ พรรค ส่วนตำแหน่ง กก.บห.อื่นยังคงเป็นเช่นเดิม
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวเปิดการประชุมและแสดงความเสียใจกับสมาชิกพรรค กก.บห.พรรค และผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตก หลังพรรคได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 1 คน ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องกระแสที่คนไทยอยากได้อย่างนี้ อย่างไรก็ไปเลือกส้มหมด ไม่ใช่เฉพาะพรรคเสรีรวมไทย พรรคเดียวที่ ส.ส.หาย คะแนนบัญชีรายชื่อของพรรครวมแล้วได้ดีกว่าพรรคไทยสร้างไทย ดังนั้นขอให้ทุกคนอย่าเสียใจ ครั้งนี้ประชาชนต้องการแบบนี้

แนะก้าวไกล – พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรค พร้อมให้สัมภาษณ์แนะนำพรรคก้าวไกลเสียสละ ไปเป็นฝ่ายค้าน และหนุนพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลให้ได้ ที่โรงแรมริเวอร์ไซด์ กทม. เมื่อวันที่ 15 ก.ค.
แนะสว.อ่านข้อบังคับโหวตนายกฯ
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตชื่อนายกฯ รอบ 2 ที่มีความกังวลว่าหากยังเสนอชื่อนายพิธา คนเดียวอาจขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภาว่า การเสนอชื่อโหวตนายกฯ จะเสนอ 1 คน 2 คน 3 คน ไม่มีข้อบังคับมากำหนดไว้ ดังนั้นหากมีการเสนอชื่อใหม่เข้ามาเช่น พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาก็ทำได้ หรือจะเสนอชื่อนายพิธา อีกครั้งก็ทำได้เช่นกัน เพราะข้อบังคับที่นำมาอ้างถึงดังกล่าวเป็นข้อบังคับ ที่นำมาใช้ในที่ประชุม เป็นเรื่องที่ใช้กับการประชุมคนละหมวดกับการโหวตเลือกนายกฯ
“เวลาอ่านหนังสือต้องอ่านทั้งเล่ม ไม่ใช่อ่านข้อเดียวแล้วเอามาคุย ถ้าอ่านข้อเดียวก็จะเจอแค่ข้อบังคับที่ 41 ที่บอกว่าญัตติใด ที่ตกไปแล้วจะนำญัตติเดิมมาพิจารณาใหม่ไม่ได้ เว้นแต่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต ดังนั้นเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภที่จะอนุญาตหรือไม่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว
ไม่เกี่ยงพลิกขั้ว-รับได้ดึงป้อมร่วม
การโหวตรอบสองยังสามารถเสนอชื่อนายพิธาได้อยู่ แต่โอกาสของพรรคก้าวไกลมีไม่มาก เพราะปิดกั้นตัวเอง “ไปยกมาตรฐานกันสูงเอง เช่น กรณีมี 312 เสียงแล้วไปติดต่อเอาพรรคชาติพัฒนากล้ามา เพิ่มเติม พอด้อมส้มรู้เรื่องพูดมาหน่อยก็ถอยแล้ว ไปฟังเสียงไอ้พวกนี้ทำไม ไปฟังใครก็ไม่รู้”
เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ 8 พรรคร่วมจะเปลี่ยนชื่อแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคก้าวไกลเป็นพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า “ยังหรอก 19 ก.ค.พรรคเพื่อไทยจะไม่แข่งด้วย ยังเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลเต็มที่ เพราะตาม เอ็มโอยูจะหนุนให้เต็มที่ 2-4 ครั้งก็ได้ ก็ แล้วแต่ ส่วนถ้า 19 ก.ค.ยังไม่ได้ตัวนายกฯ อีกนั้น ก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยต้องมาคุยกันว่าก้าวไกลจะถอยหรือไม่
เมื่อถามว่ากรณีพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาลแล้วก้าวไกลเป็น ฝ่ายค้าน จุดยื่นพรรคเสรีรวมไทยอยู่ตรงไหน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าไม่เอาเผด็จการ ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แต่พล.อ.ประวิตร ตนรับได้ ถ้าพล.อ. ประยุทธ์ ไม่อยู่ตนก็รวมได้หมด ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ ถ้าเขาไม่เอารวมไทยสร้างชาติตนก็รวมได้ ตนไม่ใช่คนปิดกั้นตัวเอง เพราะคนปฏิวัติคือพล.อ.ประยุทธ์ แต่พล.อ.ประวิตร แค่เชิญมาร่วมรัฐบาลเฉยๆ ไม่ใช่คนปฏิวัติ
แนะก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า โหวตครั้งที่แล้ว ส.ว.ลงคะแนนเพียง 13 คน ยังขาดอยู่ 52 คน เวลานี้มีการเจรจาเพิ่มเติมแต่ตนก็หนักใจแทนถ้าต้องโหวตอีก นายพิธาจะสู้ต่อไปหรือไม่ หากมีโอกาส ทั้ง 8 พรรคคงจะโหวตให้ แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็คงต้องเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถ้าส.ส.ฝั่งตรงข้าม หรือ ส.ว.ยังติดเงื่อนไขว่าไม่เอาพรรคก้าวไกลมาร่วมด้วยก็จะ ไม่ผ่านเหมือนเดิม
“ในที่สุดเพื่อให้มีนายกฯ คนที่ 30 ให้ได้ ก้าวไกลคงต้องเสียสละออกไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อให้เพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลไปตามที่ประชาชนต้องการ การจัดตั้งรัฐบาลก็จะ ราบรื่นมากขึ้น อาจไปดึงพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอื่นๆ เพื่อให้มีเสียงเกิน 376 เสียง เป็นไปได้” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว และว่า ถ้าเลือกใครไม่ได้ก็เลือก เสรีพิศุทธ์ เพราะมาตรา 272 วรรค 2 เปิดช่องให้เสนอนายกฯ คนนอกได้
เผยเงื่อนไขสว.หนุนป้อม
รายงานข่าวเผยว่า จากกระแสข่าวที่จะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เพื่อแข่งเก้าอี้นายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค.นั้น มีความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยเริ่มมี การทาบทามเพื่อดึงเสียงจากส.ส.ใน 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไปร่วมสนับสนุน โดยมีคำยืนยันจากระดับแกนนำ ส.ว.ว่า มีข่าวนี้จริง แต่เงื่อนไขของส.ว.คือ พล.อ.ประวิตร ต้องมีเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนฯ ไม่น้อยกว่า 250 เสียง ไม่เช่นนั้นก็ยากที่ ส.ว.จะสนับสนุน

ป้ายพรึ่บ – ประชาชนขึ้นป้ายตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ประณามส.ว. ที่ไม่โหวตตามฉันทามติประชาชนจากการเลือกตั้งให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 15 ก.ค.
นัดคาร์ม็อบวันนี้
นายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร 2563 โพสต์เฟซบุ๊กนัดคาร์ม็อบวันที่ 16 ก.ค. ระบุ เติมน้ำมันรถให้พร้อม จะคาร์ม็อบเอาใบลาออกไปยื่นให้ส.ว.ถึงที่ เมื่อไม่ทำหน้าที่ก็ออกไป โดยมีกติการ่วมกันดังนี้ 1.นัดรวมพลเพื่อเดินทางไปทำกิจกรรมนำหนังสือลาออกไปมอบให้ 6 ผบ.เหล่าทัพ ซึ่งไม่ทำหน้าที่เลือก นายกฯ ขบวนเริ่มเวลา 13.00 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เคลื่อนไปทำกิจกรรมที่กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจบลงที่ลานหอศิลป์ กทม.
2.ตลอดเส้นทางต้องไม่จอดขวางการจราจร ให้เพื่อนร่วมถนนสามารถเดินทางได้ หลบให้รถฉุกเฉินและไม่ส่งเสียงแตรเมื่อใกล้โรงพยาบาล 3.เมื่อถึง 3 สถานที่เป้าหมายในข้อ 1 จะให้แตรสัญญาณเป็นการไล่บรรดา ส.ว. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ พร้อมยื่นใบ ลาออกให้โดยตัวแทน 4.ป้ายข้อความต้องเตรียมไปเอง และ 5.อ่านแถลงการณ์และจบกิจกรรมที่หอศิลป์ กทม. ขอให้คนที่จะร่วมกิจกรรมหลับให้เต็มที่ เติมน้ำมันให้เต็มถัง ทดสอบแตรสัญญาณท่านว่ายังใช้การได้ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อำนวยการจราจรและทีมจัดงาน