เมื่อวันที่ 17 ก.ค. พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รองผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.สุรพศ สุทธิเกิด รอง ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร นำหมายศาลจังหวัดหลังสวนลงวันที่ 16 ก.ค. 2566 เลขที่ 119/2566 ประสานตำรวจบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี จับกุมนายประพันธ์ นาคศิริ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาฆาตกรรม 4 ศพในพื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนภายในหมู่บ้าน ม.5 ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พนัส หมุนวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.นาสัก จ.ชุมพร รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันในพื้นที่ บ้านตาหลัด ม.19 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.อ.จักรา เสาวคนธ์ ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่หน่วยอาสากู้ภัยมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์
จุดเกิดเหตุห่างจากจากถนนสายเอเชียประมาณ 10 ก.ม. ต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ บริเวณริมถนนในหมู่บ้านติดสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน พบศพนายประยงค์ สมนึก อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138/1 ม.19 ต.นาสัก ถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าลำตัวและศีรษะกว่า 10 รู ห่างประมาณ 200 เมตร เป็นชายไม่ทราบชื่อแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา นอนตะแคงคร่อมบนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สภาพถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งรถทั้งคน พบบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองเข้าเบ้าตาขวาเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ ศพที่ 3-4 ทราบชื่อนายน้อง อายุ 34 ปี และนายนาย อายุ 51 ปี แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่รับจ้างกรีดยางพารา ถูกยิงบริเวณบ้านท่ามกลางสวนยางพาราเชิงเขาห่างไกลบ้านคน

นาทีจับ – ตำรวจชาร์จจับนายประพันธ์ นาคศิริ คนร้ายก่อเหตุยิงและเผา 4 ศพ ที่สวนยาง อ.สวี จ.ชุมพร โดยชุดไล่ล่าตามจับได้ขณะหลบหนีไปที่อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี เบื้องต้นยังให้การวกวน เมื่อวันที่ 17 ก.ค.
พ.ต.อ.จักราเผยผลสอบสวนผู้ก่อเหตุคือนายประพันธ์ มีพฤติกรรมเสพยาเสพติมักมีอาการหลอนยา เคยมีปัญหาเรื่องสวนยางพารากับนายประยงค์มาก่อน รวมถึงชอบพกปืนข่มขู่แรงงานต่างด้าวที่เข้าไปรับจ้างทำงานในพื้นที่ คาดหลังยิงนายประยงค์เสียชีวิตแล้วบุกเข้าสวนยางเพื่อจะยิงสามพ่อแม่ลูกที่เคยขู่ฆ่า แต่ไม่พบตัวเพราะย้ายหนีไปก่อนจึงยิงลูกสุนัขตายแทน หลังจากนั้นไปก่อเหตุยิง 2 คนงานตัดยางน้องชายของเป้าหมายเดิม ระหว่างจะหลบหนีพบชาวเมียนมาอีกคนขณะขับรถจักรยานยนต์คาดมาหาเพื่อนที่ถูกยิงตาย เลยถูกจ่อยิงหัวตายตามไปด้วยอีกศพพร้อมจุดไฟเผาทั้งคนทั้งรถ ก่อนขับรถของนายประยงค์ หลบหนี กระทั่งถูกตามจับได้ในที่สุด