ก่อตัวฟิลิปปินส์ สั่งรับมือน้ำท่วม ตาลิมฟาดสั่งลา ซัดเพชรเกษมจม

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เฝ้าระวังหย่อมความกดอากาศฟิลิปปินส์ ก่อตัวเป็นพายุโซนร้อนหอบฝนถล่มไทยซ้ำ หลังดีเปรสชัน ‘ตาลิม’ อ่อนแรงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ กระบุรี ระนอง อ่วม น้ำป่าบ่าจมเพชรเกษมขาขึ้น-ล่องใต้ ระดับน้ำสูงเป็นเมตรยาวกว่า 100 เมตร บ้านเรือนถูกน้ำท่วมมิด 2 เมตร อุตุฯเตือน 7 จังหวัดใต้ตอนบนฝนยังหนัก เสี่ยงท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม อ่าวไทย-อันดามันทะเลคลื่นสูง 3 เมตร ต้นไทร 100 ปีที่กันตัง เมืองตรัง ถูกลมฝนซัดโค่นทับบ้าน ช่วยยายวัย 78 ตาบอดป่วยติดเตียงออกมาได้ทัน สตูล เรือประมง 4 อำเภอกว่า 300 ลำจอดหลบภัยพายุตามอ่าว กระบี่ปิดเที่ยวน้ำตกอุทยานฯโบกขรณี หลังฝนตกข้ามวันข้ามคืน

‘ตาลิม’อ่อนเป็นหย่อมกดอากาศ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.ค. น.ส. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนเรื่อง พายุ “ตาลิม” (TALIM) ฉบับที่ 19 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พายุดีเปรสชันตาลิม บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ได้ลดกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว และจะสลายตัวในระยะต่อไป

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 19 ก.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.กาญจนบุรี และราชบุรี, ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 20 ก.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.กาญจนบุรี และราชบุรี, ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ท่วมหนัก – ภาพมุมสูงพื้นที่ 5 หมู่บ้าน ริมแม่น้ำกระบุรี ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง ถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนนับร้อยครัวเรือน หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือและอพยพแล้ว เมื่อวันที่ 19 ก.ค.

7 จว.ใต้อ่าวไทยคลื่นสูง 3 ม.
ด้านนายกมล พรหมสาขา ณ สกลนคร ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกฉบับที่ 7 (42/2566) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนบน มีผล กระทบช่วงวันที่ 19-20 ก.ค.ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนหนักถึงหนักมาก บางแห่งบริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา

ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และลมกระโชกแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก บริเวณอ่าวไทยตอนบน ห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง

เจ้าท่าภูเก็ตเตือนงดออกฝั่ง
ขณะที่ นายณชพงศ ประนิตย์ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ออกประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรง คลื่นลมในทะเลอันดามัน ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ เพื่อให้เป็นการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในการ เดินเรือ

ปิดเที่ยวน้ำตกธารโบกขรณี
ที่จ.กระบี่ นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ แจ้งปิดแหล่งท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกธารโบกขรณี (เป็นการชั่วคราว) ตั้งแต่วันที่ 19-20 ก.ค. หลังมีฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

ที่จ.สตูล มีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยฝนตกกระจายครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด โดยนายชาตรี ณ ถลาง รองผวจ. รักษาราชการแทนผวจ.สตูล ได้สั่งการให้ทุกอำเภอโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย อ.ละงู อ.มะนัง อ.ควนกาหลง ให้เฝ้าระวังในภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง รวมทั้งดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่เรือเล็กในพื้นที่ริมชายฝั่ง 4 อำเภอ คือ อ.ทุ่งหว้า อ.ละงู อ.ท่าแพ และอ.เมือง นั้น บรรดาเรือประมงขนาดเล็กกว่า 300 ลำพากันจอดเทียบท่าไม่กล้าออกจากฝั่ง ส่วนเรือที่ออกหาปลาก็รีบนำเรือเข้าฝั่งหลบลมตามอ่าวต่างๆ รอจังหวะคลื่นลมสงบ จึงนำเรือกลับเพื่อความปลอดภัย ซึ่งคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงและฝนยังตกต่อเนื่อง

จากสถานการณ์ภาวะลมแรงยังส่งผลให้ในหลายพื้นที่ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนในพื้นบ้านบ่อเจ็ดลูก หมู่ 1 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ขณะที่พื้นที่ต.เขาขาว อ.ละงู ลมพายุพัดต้นไม้ลมทับบ้านและพายุพัดบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายกว่า 30 หลัง และพื้นที่ต.ละงู ต้นไม้ล้มทับร้านค้าบริเวณหนองปันหยา ได้รับความเสียหายหลายหลังเช่นกัน

ชุมพร-ระนองถนนจมเป็นเมตร
ที่จ.ชุมพร มีฝนตกหนักข้ามคืน ส่งผลให้น้ำในคลองนาคราช (คลองผันน้ำชุมพร) เพิ่มสูงขึ้นและไหลแรงก่อนลงสู่ทะเล ทำให้ถนนที่ผ่านคลองดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณหมู่ 6 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ถูกน้ำไหลเชี่ยวซัดขาดความยาวเกือบ 10 เมตร รถทุกชนิดและประชาชนไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยบริเวณถนนที่ถูกน้ำคลองซัดขาดกำลังจะมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองผันน้ำคลองชุมพร (ก.ม.3+500)

ส่วนคลองชุมพรมีน้ำสูงขึ้นจากการไหลมารวมกันจากคลอง อ.กระบุรี จ.ระนอง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมคลองในเขตต.บ้านนา ต.ขุนกระทิง และบางหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ทำให้ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ และสัตว์เลี้ยงให้อยู่บนที่สูง

ท่วมหนัก – หลายหน่วยงานระดมเข้าช่วยเหลือและอพยพชาวบ้านในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน ริมแม่น้ำกระบุรี ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำป่าบ่าทะลักท่วมสูง เมื่อวันที่ 19 ก.ค.

น้ำป่าบ่าจมเพชรเกษมเป็นเมตร
ที่ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จ.ระนอง พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผบ.ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี พ.อ.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม ผบ.กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 นำกำลังพลทหาร ออกช่วยเหลือประชาชนหลังจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 สายหลัก ถูกน้ำตัดขาดรถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ เป็นระยะทางร่วม 100 เมตร โดยระดับน้ำได้เพิ่มระดับขึ้น 1 เมตร ส่งผลให้การเร่งอพยพประชาชนและผู้สูงอายุ ออกจากบ้านชั้นเดี่ยว ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย โดยใช้เรือแจวไฟเบอร์กลาสและเรือท้องแบน นำผู้สูงอายุ ทั้งผู้หญิงและเด็กออกจากบ้านทันที และแจกจ่ายอาหารกล่องให้กับประชาชนรวมทั้งจูงควายและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงเช่นกัน

ด้านพื้นที่ 5 หมู่บ้าน แนวชายแดนไทย เมียนมา ริมแม่น้ำกระบุรี บริเวณหมู่ 2 บ้านนาน้อย, หมู่ 5 บ้านหาดจิก, หมู่ 6 เกาะกลาง, หมู่ 8 บ้านหาดตุ่น และหมู่ 10 บ้านหลุมพอล่าง ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง น้ำยังท่วมขังร่วม 2 เมตร นับร้อยครัวเรือน พ.อ.ภูมิพัฒน์ และพ.อ.สุรศักดิ์ ได้นำกำลังทหารเร่งช่วยเหลือนำประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้านเรือนออกมายังพื้นที่ปลอดภัยเช่นกัน

ส่วนพื้นที่ริมเชิงเขา ต้นน้ำคลองสองแพรก ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำป่าทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ ชุมชนข้างโรงเรียนบ้านสองแพรก หมู่ 7 และชุมชน หมู่ 10 ต.ลำเลียง ระดับน้ำเริ่มสูงเกือบ 1 เมตร

ด้าน ปภ.ระนอง สรุปพื้นที่ที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินเลื่อนไหล รวมทั้ง 5 อำเภอ 25 ตำบล 82 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 381 ครัวเรือน 1,644 คน พร้อมจัดกำลังเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ช.ม.

ตรังระทึกไทร 100 ปีทับบ้าน
ที่อ.กันตัง จ.ตรัง เกิดลมพายุฝนพัดกระหน่ำเมื่อคืนวันที่ 18 ก.ค. ส่งผลทำให้ต้นไทรขนาดใหญ่อายุมากกว่า 100 ปี ล้มทับบ้านเรือประชาชนพังเสียหายจำนวนกว่า 10 หลังคาเรือน รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และติดอยู่ภายในบ้าน เหตุเกิดภายในชุมชนตรอกลิเก เขตเทศบาลเมืองกันตัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง พิการตาบอด ทราบชื่อคือนางถาวร สังข์ทอง อายุ 78 ปี ซึ่งติดอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 40/18 ถนนรถไฟ อ.กันตัง พร้อมกับสามี และลูกสาว รวม 3 ชีวิต เนื่องจากซากปรักหักพัง รวมถึงกิ่งก้านสาขาของต้นไทรได้ปิดขวางทางประตูเข้าออก โดยมีนายสรนนท์ จิโรจน์มนตรี นายกเทศมนตรีเมืองกันตัง เข้าบัญชาการสถานการณ์ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นชุมชนแออัด มีบ้านปลูกติดกันหลายหลัง พบต้นไทรขนาดใหญ่ได้ถูกลมพายุฝนพัดชนิดถอนรากถอนโคนล้มทับบ้านเรือน รถจักรยานยนต์ รวมทั้งยังล้มทับเสาไฟฟ้าล้มอีกจำนวนหลายต้น สายไฟห้อยระโยงระยาง ก่อนจะเร่งประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งเข้ามาตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่บ้านหลังติดกันซึ่งเป็นบ้านพระราชทาน เลขที่ 9801 ได้รับความเสียหาย พบว่าผู้อาศัยภายในบ้านได้รับบาดเจ็บเป็นสองยายหลาน คุณยายอายุ 70 ปี และหลานสาวอายุ 25 ปี นำส่ง ร.พ.กันตัง

นายสรนนท์ นายกเทศมนตรีเมืองกันตัง กล่าวว่า ได้เกิดลมพายุพัดแรงหลายจุดร่วม 10 จุดในเขตเทศบาล ที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะหลังคาบ้านเปิด ต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 100 ปี หล่นทับโครงสร้างบ้าน แต่จุดที่หนักที่สุดคือบริเวณตรอกลิเกแห่งนี้ เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเตียงติดอยู่ในบ้านด้วย

ฝนเทเติมน้ำเขื่อนใหญ่
วันเดียวกัน ที่อาคารจุฑามาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ถนนวิภาวดีรังสิต นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการประเมินสถานการณ์น้ำ กอนช.ว่า ปัจจุบันพายุตาลิมซึ่งอยู่บริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ได้ลดกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว และจะค่อยๆ สลายตัวในระยะถัดไป ทั้งนี้ สทนช. ได้ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และ สสน. คาดการณ์ฝนและปริมาณน้ำจากอิทธิพลของพายุและร่องมรสุม คาดว่าจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในช่วงวันที่ 16-22 ก.ค. รวมกว่า 800 ล้านลบ.ม. ซึ่งจะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย โดยคาดการณ์อ่างฯ ที่จะมีน้ำไหลเข้าสูงสุด ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ 188 ล้าน ลบ.ม. เขื่อน สิริกิติ์ 108 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิรินธร 83 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนรัชชประภา 69 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำปาว 63 ล้าน ลบ.ม.

นายสุรสีห์กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ของแหล่งน้ำทั่วประเทศ พบว่า มีแหล่งน้ำเฝ้าระวังน้ำมากที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ รวม 34 แห่ง โดยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด คือ 24 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ โดย กอนช. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และให้พิจารณาอย่างรอบคอบหากต้องมีการระบายน้ำออกไปในลำน้ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเด็ดขาด โดยปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการกักเก็บน้ำไว้สำหรับใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า ท่ามกลางสภาวะเอลนีโญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนไปถึงปี 2567

จับตาโซนร้อนลูกใหม่
“กอนช. ได้ติดตามแผนที่อากาศผิวพื้นของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ขณะนี้มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอยู่บริเวณซีกตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยมีแนวโน้มว่าอาจพัฒนากำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุหมุนฤดูร้อน ลักษณะคล้ายกับพายุตาลิม ซึ่ง กอนช. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะมีการให้ข้อมูลรวมถึงแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กอนช.” นายสุรสีห์กล่าว

นายสุรสีห์กล่าวต่อว่า จากการคาดการณ์ พบว่า สัปดาห์นี้ยังคงมีโอกาสที่จะมีฝนตกกระจายหลายพื้นที่ โดยเป็นฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะมีร่องมรสุมที่พาดผ่านในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศยังคงอยูในเกณฑ์น้อย โดยต่ำกว่าค่าปกติ 24% แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นพื้นที่ตอนกลางของประเทศที่ยังคงมีฝนน้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน