ภท.-รทสช.-ชพก.มาพร้อมหน้า วันนี้คิว‘ชทพ.’-ถัดไปเป็นพปชร. ‘พิธา’ลั่นไม่ยอมโดนถีบตกเรือ จี้ 8พรรคช่วยอุดรูรั่ว-รักษาสัจจะ

เพื่อไทยเดินเครื่องดึง 5 พรรคขั้วเดิมตั้งรัฐบาล เปิดพรรคหารือ ‘ภท.-ชพก.-รทสช.’ชื่นมื่น คิวถัดไปชทพ.-พปชร. ‘ชลน่าน’ เผยนำข้อสรุปบนโต๊ะเจรจาไปคุยกับ 8 พรรคพันธมิตร กั๊กยังไม่ชัดฉีกเอ็มโอยูหรือไม่ ‘อนุทิน-สุวัจน์-พีระพันธุ์’ ย้ำไม่ร่วมงานกับก้าวไกล สะพัด ‘ก้าวไกล-ทสท.-ปชป.’ หลุดเป็นฝ่ายค้าน ชูสูตรตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง ‘พิธา’ ลุยพบด้อมส้มชลบุรี-ระยอง ลั่นก้าวไกลไม่ยอมถูกถีบตกเรือ ถ้าเรือรั่วต้องอยู่ช่วยกันซ่อม จี้ 8 พรรครักษาสัจจะ ม.เกษตรฯ ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยม็อบชักธงดำขึ้นแทนธงชาติ

‘ชลน่าน’กั๊กดึงภท.ร่วมรบ.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในวันเดียวกันนี้ในฐานะพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ว่า ไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรมาก การพูดคุยเป็นการทำงานต่อเนื่องหลังจากที่ประชุม 8 พรรคซึ่งมีทางเลือกให้ไปพูดคุยกับสว.และพรรค การเมืองเพื่อหาเสียงเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่การตกลงกัน กติกาคือแค่พูดคุยมีแนวโน้มจะได้เสียงจากสว. หรือพรรคการเมืองเพิ่มเติมหรือไม่ จากนั้นค่อยเอามาพูดคุยกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะที่ประชุมให้แนวทางเมื่อ 21 ก.ค. ให้การบ้านไว้แบบนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสเข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า หลักอยู่ที่เสียงสว.ก่อน เพราะตั้งโจทย์ว่า ทางออกที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ทั้ง 8 พรรคร่วม แล้วหาเสียงสว.มาเพิ่ม และหาพรรคอื่นๆ มาเพิ่ม จะได้เสียง สว.เพิ่มได้หรือไม่ จะตอบรับหรือไม่ การติดต่อไปกับพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นหลังจากคุยกับ 8 พรรคร่วมแล้ว โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเป็นผู้ติดต่อไป และเดิมทีพรรคเพื่อไทยจะไปหาที่พรรคภูมิใจไทยเองตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ดี ในฐานะแกนนำมักจะไปส่งเทียบเชิญ เพื่อให้มาร่วมงาน แต่พรรคภูมิใจไทยประกาศว่าเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยก็ยินดีเดินทางมาหาเอง ซึ่งต้องขอบคุณพรรคภูมิใจไทยด้วย

ส่วนพรรคอื่นๆ ยังไม่ได้พูดคุย เลือกติดต่อพรรคที่มีความเป็นไปได้ก่อนไม่ติดต่อทั้งหมดพร้อมๆ กัน เพราะการจะเพิ่มพรรคที่ 9 และ 10 มีเงื่อนไขในการพูดคุยระหว่าง 8 พรรคร่วม ต้องดูพรรคที่เราไปส่งเทียบเชิญด้วยว่ารับเราได้หรือไม่ เพราะฟังจากแถลงการณ์แล้วเขาไม่เอา ต้องไปพูดคุยเหตุและผลอีกที เชื่อว่าถ้าเอาประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้งคงมีความหวัง เมื่อถามว่าได้ติดต่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น

‘อนุทิน’ ยิ้มร่าหอบคณะคุยพท.
ช่วงกลางดึกที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก รูปตัวเองกำลังเดินอยู่บนถนนคนเดียว พร้อมกับเขียนแคปชั่นเป็นนัยยะว่า “ถนนที่ยาวและคดเคี้ยว” “Long and winding road” ซึ่งเป็นเพลงของ ‘เดอะบีทเทิลส์’

เวลา 13.49 น. นายอนุทิน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ ลูกชายนายเนวิน ชิดชอบ เดินทางมาที่ทำการพรรคเพื่อไทยเพื่อร่วมพูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรค เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้การเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลได้ข้อยุติเลยหรือไม่ นายอนุทิน ยิ้มแย้ม ก่อนกล่าวว่า “วันนี้มาเยี่ยม และ รู้สึกดี เพราะไม่ได้มาตึกนี้ (โอเอไอ ทาวเวอร์) หลายปี” ต่อข้อถามว่าจะมีข่าวดีหรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบ

เมื่อถามว่าการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล แต่หากพรรคก้าวไกลลดเงื่อนไขการจะแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะพิจารณาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่มีคำว่าถ้า ไม่เช่นนั้นก็ไม่จบ”

เพื่อไทยปัดฉีกเอ็มโอยู 8 พรรค
หลังใช้เวลาพูดคุยเกือบ 1 ชั่วโมงแกนนำสองพรรคร่วมแถลงข่าว โดยนพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณนายอนุทินและคณะ ให้เกียรติมาหารือถึงแนวทางร่วมมือเพื่อหาทางออกให้ประเทศในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพราะติดเงื่อนกรณีที่พรรคก้าวไกล เป็นแกนนำไม่ได้รับโอกาสจากที่ประชุมรัฐสภา ผู้สื่อข่าวถามว่าเงื่อนไขพรรคภูมิใจไทย ถ้ามีพรรคก้าวไกลจะนำมาพิจารณาและกำหนดกรอบเวลาอย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยตอบชัดเจนถึงข้อจำกัด ถ้ามีพรรคก้าวไกลหมายถึง 8 พรรค 312 บวก 71 เป็นไปไม่ได้ โดยเราจะพยายามแสวงหาคำตอบจากทุกพรรคการเมือง เพื่อนำไปตอบคำถาม 8 พรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ต่อข้อถามว่าการเชิญพรรคการเมืองที่ ไม่เอาพรรคก้าวไกลมาวันนี้ ในทางการเมือง ถือเป็นการบอกเลิกพรรคก้าวไกลทางอ้อม หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นเพียงเป็นสมมติฐาน ไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะ 8 พรรคร่วมบอกให้เราดำเนินการ เราก็พยายามประสานกับทุกพรรค ถ้าจะไปตั้งสมมติฐานว่าเตรียมการเพื่อบอกเลิกคงเป็นการคิดเอง เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดอย่างนั้น ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราทำตาม 8 พรรคร่วมมอบหมายภารกิจให้เรามาทำ แล้วก็ไปแจ้ง 8 พรรค ดังนั้นต้องดูภายใต้เงื่อนไขตรงนั้นก่อน ยังตอบไม่ได้ว่าจะฉีกหรือไม่ฉีกอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเชิญทุกพรรค การเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่าเราตั้งใจจะเชิญทุกพรรค ยกเว้นบางพรรคที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่ามีเสียงพอเพียงแล้ว ต่อข้อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้ยัง ส่วนพรรคพลังประชารัฐกำลังดูว่ามีแนวทางที่จะพูดคุยกันได้หรือไม่ เมื่อถามว่ามีการเสนอว่าให้รัฐบาลรักษาการอยู่ไปอีก 10 เดือนจน สว.พ้นวาระในวันที่ 11 พ.ค.2567 นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณในข้อเสนอนั้น ถ้าเราเอาประเทศชาติและประชาชนมาเป็น ตัวตั้ง ต้องถามว่าประเทศชาติและประชาชนว่าเขายอมหรือไม่ 10 เดือนที่จะมีรัฐบาลรักษาการยาวไปขนาดนั้น

‘หนู’ย้ำไม่ร่วมงานกับก.ก.
ด้านนายอนุทินกล่าวว่า บทบาทของรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่เยอะมาก รอ 2-3 เดือน เพื่อให้สถานการณ์หลังเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยนั้นได้ แต่ถ้าจะเป็น 10 เดือนภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อจำกัดมากมาย และไม่เป็นผลดีกับบ้านเมือง และขอบคุณพรรค เพื่อไทยที่ได้เชิญมาพบในวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองโดยมีบรรยากาศที่ดี พวกเราเคยอาศัยในอาคารนี้มาก่อน และดีใจคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ กับมีความสัมพันธ์ที่ดีมา โดยตลอด วันนี้มารับทราบเจตนารมณ์และ จุดประสงค์ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งตรงกับพรรคภูมิใจไทย ในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง และประเทศไทยมีรัฐบาลเข้าบริหารราชการแผ่นดินให้เร็วที่สุด

เราไม่ได้อยู่เอ็มโอยู 8 พรรค และบอกเจตนารมณ์ไปแล้วตามแถลงการณ์พรรคภูมิใจไทยว่า ถ้าเราเข้ามามีส่วนร่วมคงไม่สามารถทำงานได้กับพรรคก้าวไกล ไม่ใช่เรื่องความ ขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องวิธีการทำงานและความคิด เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะพิจารณาข้อจำกัดของเรา ถ้ามีอะไรที่ผ่านจุดที่เป็นอุปสรรคไปได้ พรรคภูมิใจไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับพรรค เพื่อไทย ในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าเงื่อนไขพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เอาพรรคก้าวไกล เพราะติดเรื่องมาตรา 112 แต่ถ้าพรรคก้าวไกลลดเพดานมาตรา 112 จะพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้เรียนไปแล้วว่าเกี่ยวกับวิธีการทำงานและแนวความคิด อยู่ในสภาทำงานด้วยกันมาตลอดก็มีแตกต่างกันเยอะ เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ในสภาต่างคนต่างมีบทบาท ถ้าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลก็จำเป็นต้องโหวตคนละฟากกัน แต่ยังต้องมีการพูดคุยกันอีกหลายรอบหลายประเด็น ถ้ามีความจำเป็นว่าทำแล้วประเทศเดินหน้า ไม่ให้ประเทศติด ไม่ให้ประเทศมีอุปสรรค เราจะพิจารณา

ชนแก้ว – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำ ชนแก้ว‘มินต์ช็อกโกแลต’กับแกนนำ พรรคภูมิใจไทย อย่างชื่นมื่น หลังพรรคเพื่อไทยเชิญมาร่วมหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและหาทางออกให้กับประเทศ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

ชนแก้วช็อกมินต์ชื่นมื่น
นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการแถลงข่าวถึงเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมรัฐบาลว่า การจัดตั้งรัฐบาลต้องถามหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะไปคุยกับพรรคขั้วรัฐบาลเดิมหรือไม่นั้นนายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายดำเนินการ เหมือนสมัยที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็ไม่พยายามไปจัดตั้งรัฐบาลที่ไหน และรักษากติกามารยาท ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะจบในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า น่าจะจบให้เร็วที่สุด เพราะระยะเวลาผ่านมากว่าสามเดือนแล้ว

จากนั้น นพ.ชลน่านพร้อมแกนนำพรรคได้พานายอนุทินและคณะ เข้าไปยัง Thinklab creative space and cafe พร้อมนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะร่วมดื่ม “ช็อกโกแลตมินต์” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตประจำพรรคเพื่อไทย โดยนายอนุทินกล่าวชมว่ารสชาติอร่อยดี ให้คะแนน 11 เต็ม 10 ก่อนที่ นพ.ชลน่านจะพูดเสริมว่า 71 ซึ่งหมายถึงจำนวนเสียงของพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า รับหลักการมินต์ช็อกหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามสื่อว่า “คืออะไร” ผู้สื่อข่าวอธิบายว่า แปลว่าอร่อยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ตามที่หัวหน้าชลน่าน อร่อย กินแล้วชื่นใจ” เมื่อถามว่า มีโอกาสจะได้กลับมากินอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แล้วแต่ว่าหัวหน้าชลน่านจะเชิญมาอีกหรือไม่”

แกนนำของทั้งสองพรรค ยังได้ชนแก้วร่วมกันอย่างชื่นมื่น โดยช่วงหนึ่งนายอนุทินได้ชูแก้วที่มีโลโก้ของ Thinklab ก่อนเอานิ้วโป้งทั้งสองข้าง ปิดข้อความหัวและท้าย จนเหลือแค่คําว่า ink ก่อนจะโชว์ให้ผู้สื่อข่าวและนพ.ชลน่านดู

ต้อนรับ – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับแกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ที่เดินทางมาหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและหาทางออกของประเทศร่วมกัน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

‘สุวัจน์’พร้อมร่วมรบ.-ไม่แตะ112
เวลา 15.45 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต รมต.ประจำสำนัก นายกฯ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แกนนำพรรคชาติพัฒนากล้า และนายวัชรพล โตมรศักดิ์ รักษาหัวหน้าพรรค มายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศร่วมกัน ใช้เวลาหารือเกือบ 1 ชั่วโมง แกนนำสองพรรคร่วมแถลงข่าว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอบคุณพรรคชาติพัฒนากล้าที่ตอบรับคำเชิญเพื่อหารือถึงการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศกรณียังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ โดยพรรคเพื่อไทยได้รับภารกิจจากพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล นำแนวทางจาก 8 พรรคร่วมมาแสวงหาเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลให้ประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าการแถลงข่าววันนี้พรรคก้าวไกลจะต้องพิจารณาตัวเองจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับพรรคก้าวไกล ไม่เกี่ยวกับการแถลงข่าววันนี้

นายสุวัจน์กล่าวว่า ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ได้ให้เกียรติพรรคชาติพัฒนากล้ามาหารือจัดตั้งรัฐบาล ก่อนมาหารือนั้น วันนี้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดรักษาการ ได้ประชุมและมีมติพรรค โดยมีจุดยืนเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้ายินดีให้การสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาลให้ลุล่วง และไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหารบ้านเมือง เพราะมีวิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนรอการแก้ไข

พรรคชาติพัฒนากล้ามีจุดยืนประกาศกับประชาชน 4 เรื่อง ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาล โดย 1.สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างมาก ไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อย เพื่อสร้างเสถียรภาพการเมืองและบริหารประเทศลุล่วง 2.สนับสนุนพรรคอันดับหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อจัดตั้งไม่ได้ก็ให้พรรคอันดับ 2 ดำเนินการ 3.แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจสินค้าราคาแพง 4.จุดยืนขอคงไว้มาตรา 112 ไม่มีการแก้ไข ย้ำว่าพรรคชาติพัฒนากล้ามีจุดยืนทางการเมืองที่มีคำมั่นสัญญาให้ไว้กับประชาชน เพื่อสร้างบรรทัดฐานการเมืองไทยว่าพูดอะไรไปก็ต้องทำสิ่งนั้น

อวยพรให้สำเร็จโดยเร็ว
“เชื่อมั่นภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทยและพร้อมสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยให้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ส่วนประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 ที่เป็นแนวทางของพรรคก้าวไกล ซึ่งไม่ตรงกับแนวทางของพรรคชาติพัฒนากล้านั้น หากการแก้ไขมาตรา 112 ยังอยู่ พรรคชาติพัฒนากล้าไม่ขอร่วมรัฐบาลภายใต้การจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยเพราะถือเป็นการผิดสัญญากับประชาชน” นายสุวัจน์กล่าว

จากนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้นำนาย สุวัจน์และคณะไปชิมเครื่องดื่มมินต์ช็อก เมนูขึ้นชื่อในคาเฟ่ของพรรคเพื่อไทย ก่อนทำ ท่าชนแก้วร่วมกัน นายสุวัจน์กล่าวอวยพรว่า ขอให้การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทยประสบความสำเร็จโดยเร็ว เพื่อให้ได้นายกฯ มาแก้ไขปัญหาประเทศโดยเร็ว ด้านนพ.ชลน่านได้ให้นายสุวัจน์ทดลองปิดโลโก้ บนแก้วน้ำที่เขียนว่า Think lab ให้กลายเป็น คำว่า “ink” จนเรียกเสียงฮือฮา เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารับหลักการมินต์ช็อกหรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่าหากรับหลักการคงต้องมากินทุกวัน และนายสุวัจน์ยังให้คะแนนรสชาติมินต์ช็อกถึง 9.5 คะแนน เต็ม 10 พร้อมชมว่าอร่อย

ได้รับเชิญ – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ที่เดินทางร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

‘พีระพันธุ์’นำทีมรทสช.หารือ
เวลา 16.59 น. แกนนำพรรครวมไทย สร้างชาติ (รทสช.) นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค และน.ส.พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค ร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและทางออกของประเทศร่วมกัน

นายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการหารือว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันจุดเหมือนเดิมไม่เอาพรรคก้าวไกลไม่เอาการแก้ไขมาตรา 112 และการหารือครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องบอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว

เวลา 17.45 น. แกนนำสองพรรคร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือเกือบ 1 ชั่วโมง โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขอบคุณพรรครวมไทยสร้างชาติและคณะให้เกียรติพรรคเพื่อไทยรับเชิญมาเพื่อหาทางออกเพื่อประเทศร่วมกัน ยืนยันว่าไม่ได้เชิญเข้าร่วมรัฐบาล แต่เพื่อพบปะหาทางออกเท่านั้นผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ที่ทัวร์ด้อมส้มจะมาลงหลังชวนพรรคขั้วรัฐบาลเดิมมาหารือนพ.ชลน่าน กล่าวว่าเราหนีข้อเท็จจริงไม่ได้ เราได้นำแนวทางนี้พูดคุยใน 8 พรรคร่วมแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการทำงาน ตนเชื่อว่าวิธีการทำงานที่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้ และหวังว่าทุกคนจะพยายามช่วยกัน

ส่วนกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยที่จ.ชลบุรีว่า เวลาเรือรั่วต้องช่วยกันอุดรู ไม่ใช่ถีบเพื่อนออกจากเรือ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นแนวคิดของแต่ละคน ต่อข้อถามว่าเหมือนเป็นการสะท้อนว่าพรรคก้าวไกลไม่พอใจที่ชวนพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาเจรจา นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราได้พูดคุยในที่ประชุม 8 พรรคร่วมแล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้พูดคุยในเรื่องนี้เราคงไม่กล้าทำ เมื่อถามถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย(สร.) ระบุว่าต้องให้คนหนุ่มสละเรือ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นแนวคิดของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แนวคิดของท่านเป็นอย่างนั้น

ปิดประตูตายก้าวไกล
ด้านนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เราได้อธิบายเหตุผลและแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติว่าเหตุใดไม่สามารถรับพรรคการเมืองบางพรรคได้ ไม่มีการคุยกันเรื่องอื่น ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยถ้าไม่มีพรรคก้าวไกลและไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ คุยกันแค่เหตุผลที่ไม่สามารถรับบางพรรคได้

ต่อข้อถามว่าหากพรรคก้าวไกลยอมลดเงื่อนไขมาตรา 112 จะทำงานร่วมกันได้ หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่ได้มาคุยเรื่องร่วมรัฐบาล เราไม่ได้ติดขัดแค่เรื่องมาตรา 112 แต่แนวทางอุดมการณ์ต่างกันเยอะมาก ไม่สามารถให้เขามีอำนาจการเมืองมากไปกว่านี้ได้ เหตุผลของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือมองว่าอุดมการณ์ของพรรคก้าวไกลกับของเราไปด้วยกันไม่ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าการตัดสินใจวันนี้จะนำไปสู่เหตุผลโหวตพรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า อยู่ที่ว่าใครร่วมรัฐบาลบ้าง ถ้ามีบางพรรคที่เรารับไม่ได้อยู่ เราก็ไม่ให้ และไม่ว่าใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม แต่ถ้าไม่มีพรรคก้าวไกลจะพิจารณายกมือให้ได้

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคเพื่อไทยเป็นคู่ขัดแย้งกันมาก่อน แต่วันนี้มาพูดคุยกันแสดงว่าพร้อมทำงานร่วมกันแล้วใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้มาคุยเรื่องการร่วมงานหรือตั้งรัฐบาล พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นห่วงบ้านเมือง พรรคเราประกอบไปด้วยผู้คนที่หลากหลายมีแนวคิดในอดีตที่ต่างกัน แต่วันนี้เป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ จึงไม่มีเรื่องของอดีตเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เป็นเรื่องของปัจจุบันแล้วเท่านั้น เมื่อถามอีกว่าถ้าพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยจะอธิบายกับมวลชนกปปส.อย่างไร นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้บอกว่าจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แค่บอกว่าทำไมถึงรับบางพรรคไม่ได้

เวลา 18.05 น. นพ.ชลน่าน ได้นำนาย พีระพันธุ์ และคณะดื่มมินต์ช็อกที่คาเฟ่ของพรรค ซึ่งนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หวานอร่อย ตนชอบกินรสนี้อยู่แล้ว และชอบกินไอติมละลายเป็นน้ำ ให้คะแนนเต็ม 10

นัดชทพ.-พปชร.-3 พรรคฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แทนพรรคก้าวไกล ที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยพรรค เพื่อไทยเร่งหาเสียงจากสว.และพรรคการ เมืองอื่นๆ มาสนับสนุนเพื่อช่วยให้การโหวตนายกฯ ในวันที่ 27 ก.ค.ที่จะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค เพื่อไทย ผ่านสภาให้ได้ โดยพรรคเพื่อไทยมีแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องได้เสียงเกิน 300 เสียง เพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในสภา ซึ่งล่าสุดหารือกับ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนากล้า พรรครวมไทยสร้างชาติ แล้ว ในวันที่ 23 ก.ค.จะหารือกับพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ส่วนพรรคพลังประชารัฐ เป็นลำดับถัดไป

นอกจากนี้มีกระแสข่าวสะพัดว่า จากการเดินเกมของเพื่อไทยในการดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิม มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล อาจทำให้ 2 พรรค ในฝั่ง 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหลุดไปเป็นฝ่ายค้าน คือ พรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และยังมีแนวโน้มอีก 1 พรรค ที่จะเป็นฝ่ายค้านเช่นกันคือ พรรคประชาธิปัตย์

ออกพื้นที่ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกพื้นที่ครั้งแรกหลังศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่สส. ฝ่าสายฝนร่วมกิจกรรม ที่หาดจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ท่ามกลางมวลชนล้นหลาม

‘พิธา’ลั่นไม่ยอมถูกถีบพ้นเรือ
วันเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินสายขอบคุณประชาชนที่เลือกพรรคก้าวไกล ที่ จ.ชลบุรี หลังจากพรรคก้าวไกลคว้าเก้าอี้ ส.ส.เขตในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้ 7 คน จากทั้งหมด 10 คน เริ่มจุดแรกเวลา 14.00 น. ที่ชายหาดจอมเทียน บริเวณหน้าโรงแรม The Now Jomtien ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากรอนายพิธาขึ้นปราศรัยท่ามกลางสายฝน

นายพิธากล่าวปราศรัยว่า ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้ตนเป็นนายกฯ ตนก็จะลงมาอยู่กับประชาชน พวกเรายังหมดหวังไม่ได้ อย่ายอมแพ้ ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้วทั้ง 8 พรรค จะต้องตั้งรัฐบาลของประชาชนให้ได้ รัฐบาลของประชาชนที่รักษาสัจจะที่เคยให้ไว้กับประชาชน ฉะนั้น ตนจะไม่มีวันยอมแพ้ จะยุติการสืบทอดอำนาจของเผด็จการที่อยู่กับพวกเราเป็นเวลายาวนาน แล้วถ้าพี่น้องถามว่า ถ้ามีการสกัดกั้นขนาดนี้เราจะไปยังไงต่อ จะให้ตนทำยังไงต่อ มันก็ต้องสู้ ในเมื่อไม่ได้อยู่ในสภา ตนจะอยู่กับประชาชนขอยืนหยัดเพื่อประเทศ ไทย ขอยืนหยัดที่จะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป ให้สมกับความตั้งใจที่พี่น้องประชาชนให้เรามา

ตอนนี้ถ้าเรือมันรั่วอยู่ คุณจะให้คนเสียสละออกจากเรือ หรือจะให้อยู่ซ่อมเรือด้วยกัน ถ้าเรือมันรั่วเราจะถีบเพื่อนเราลงไปไหม เราต้องอยู่ช่วยกันซ่อมเรือ พวกเราทั้ง 8 พรรคที่ประชาชนเลือกมาช่วยกันซ่อมเรือ อุดรอยรั่ว ทำเรือให้เข้มแข็ง และให้คนอื่นๆ ขึ้นเรือมา เรือมันก็จะถึงฝั่งขอแค่เรารักษาสัจจะหาเสียงมาตั้งนานขึ้นเวทีดีเบตมาไม่รู้กี่ครั้ง แล้วที่มาขอคะแนน มาขอความไว้วางใจจากประชาชนมันไม่มีความหมายเลย หรือ ประชาชนไม่มีความหมายเลยหรือ แล้วจะเลือกตั้งกันไปทำไม ถ้าอย่างนั้นคุณชี้มาเลยจะเอาใคร

“ใครจะถีบผมออกจากเรือผมไม่รู้ผมบอกอย่างเดียวว่าผมไม่ยอม ถ้าเรือมันรั่วต้อง ช่วยกันซ่อม ไม่ใช่มาถีบเพื่อนออกจากเรือ และไม่ถีบประชาชนออกจากเรือด้วย 25 ล้านเสียง สู้ 250 เสียงไม่ได้ ให้มันรู้ไป ใครจะปล่อยมือก้าวไกล ปล่อยไป ขอพี่น้องประชาชนอย่าปล่อยมือก้าวไกล” นายพิธากล่าว และช่วงหนึ่งหันไปหาประชาชนพร้อมกับบอกว่า “น้ำตาไม่ไหล มีแต่กำลังใจ”

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายพิธาไปขอบคุณประชาชนศรีราชา ที่ใต้สะพานข้ามแยก ปากร่วม (หน้าโรบินสัน) บ่อวิน จ.ชลบุรี และเวลา 19.00 น. ร่วมงานระดมทุน คณะทำงานจังหวัดสุราก้าวหน้าดิโอโซน มาร์เก็ต ระยอง

มาตามสัญญา – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกพื้นที่ครั้งแรกหลังศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติ หน้าที่สส. ร่วมกิจกรรม ‘มาตามสัญญา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ON THE BEACH’ ที่ชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.

‘สุพิศาล’มองเหตุตีจาก
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีพรรคเพื่อไทยที่กำลังทอดสะพานข้ามขั้วไปหารัฐบาลเดิม รวมถึงพรรคลุงด้วยว่า ขอพูดในฐานะความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ในนามพรรคว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำ คือใช้อำนาจจากการที่ได้รับมอบฉันทะจากก้าวไกล การทำนั้นควรอยู่ในบริบทของฝั่งประชาธิปไตย ถึงจะเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์เพราะสิ่งสำคัญคือ 8 พรรคเดิม ที่เป็นฝั่งประชาธิปไตยโดยแท้ มิใช่สืบทอด จะเห็นว่าผลพวงของกับดักสุดท้าย และเฮือกสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกใช้โดยคนกลุ่มหนึ่ง หักรัฐธรรมนูญยังกล้าทำง่ายๆ ตั้งแต่ใช้มาตรา 272 บีบรัดจนกระทั่งการทุบด้วยข้อบังคับที่ 41 ของรัฐสภา มาตรา 112 เป็นข้ออ้าง แต่ที่จริงคือไม่เอาก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวล่าสุดว่า 3 พรรคฝ่ายค้านแน่ๆ มี ก้าวไกล ประชาธิปัตย์ และไทยสร้างไทย พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า ประชาธิปัตย์ไม่น่าจะไป เพราะมีอุดมการณ์ของเขา ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะขบหลี่ยมกันมาตั้งแต่ยุคก่อนปี 2553 ส่วนพรรคไทยสร้างไทยน่าจะอยู่กับเรา รวมถึงพรรคเป็นธรรมด้วย

ตอนนี้เรามี 14 ล้านเสียง บวกกับทั้งประเทศที่เป็นฝั่งประชาธิปไตย รวมเป็น 27 ล้านเสียงถ้าเพื่อไทยออกจากวงกลมไปจริงๆ เหมือนกับว่าเขายอมรับ และจะต่อสู้ในระบบ อีกหน่อยเพื่อไทยจะปลีกตัวออกไปจาก 99% ไปอยู่ใน 1% แน่นอน แต่คราวหน้าก้าวไกลอาจจะถึง 20 ล้านเสียงครึ่งประเทศ เราก็พอใจแล้ว 4 ปีไม่นาน รอได้ เราเคยบอกเอาไว้เเล้วตั้งเเต่ตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า เป้าหมายตามแผนของเราคือวางเป้าไว้ 12 ปี คนรุ่นสองเราก็รอรับ รุ่นสามเราก็มี รุ่นสี่เราเตรียมไว้แล้ว พอจบรุ่นสี่รุ่นหนึ่งก็วนกลับมา

‘ผู้พันปุ่น’ซัดตั้งรบ.แบบเดิม
น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก น.ต.ศิธา ทิวารี-Sita Divari ว่า ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 จะ คิดใหม่- ทำใหม่ ออกสตาร์ตการแข่งขัน นำทีมประเทศไทย ใน 4 ปีข้างหน้า ไปทิศทางนี้จริงๆ หรือชาวโลก, นุดเขาไปถึงไหนกันแล้ว เศรษฐีใหม่ทั้งโลก ในรอบ 10 ปี ล้วนแต่เป็นคนรุ่นใหม่แทบทั้งนั้น เศรษฐีเมืองไทย ยังวนเวียนอยู่ที่เดิม เจ้าสัวคนเดิมๆ, นายทุนพรรคการเมืองเดิม,ผู้ประมูลงานรัฐคนเดิมๆ, ฮั้วกันเหมือนเดิม, สัมปทานธุรกิจเดิมๆ, ผูกขาดยิ่งกว่าเดิม

เศรษฐีไทยใหม่ ที่เพิ่มคือ เศรษฐีสีเทา ที่โตจากธุรกิจสีเทา หนุนหลังโดย ขรก.สีเทาๆ ทุกอย่างยังโยงใยถึงกันเหมือนเดิม ผ่านนักการเมืองหน้าเดิม…กลุ่มเดิมๆๆๆๆ จัดตั้งรัฐบาล แบบเดิมๆ ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ก็จะห่างออกไป ยิ่งกว่าเดิมๆๆๆๆ สวัสดีประเทศไทย

‘กัณวีร์’เปิดสมการใหม่
ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม (ปธ.) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 8 พรรคร่วมรัฐบาล โพสต์เฟซบุ๊กว่า สมการใหม่ที่ขอนำเสนอ รอ 10 เดือน หรือ เจ็บอีกหลายปี เมื่อวานฟัง 8 พรรคร่วมที่จะจัดตั้งรัฐบาล บอกว่ามี 3 สมการ คือ 1.หาเสียง สว.เพิ่ม เลือกนายกฯ จากเพื่อไทย 2. หาเสียง สส.เพิ่ม เลือกนายกฯ จากเพื่อไทย 3.อื่นๆ

ทุกสมการที่ว่ามา คือพรรคก้าวไกล ต้องลดเพดานนโยบายที่ให้ไว้กับผู้สนับสนุนของตน หรือสมการ “อื่นๆ” อาจหมาย รวมถึงพรรคก้าวไกลต้องไปเป็นฝ่ายค้านก็เป็นได้ หากพิจารณาให้ดีแล้ว ทุกสมการ ทั้ง 3 หลักการและอุดมการณ์ทางระบอบประชาธิปไตยต้องถูกประนีประนอม (compromised) ทั้งสิ้น

ทำไมพรรคฝั่งประชาธิปไตยต้องเล่นตามเกม ฝั่งอำนาจนิยมตลอดเวลา น่าคิดนะครับ ดึงเวลาทุกอย่างกว่าจะรับรอง สส.เลือก นายกฯ มีทั้งเสียง สว.และข้อบังคับการประชุมรัฐสภาที่ 41 หากดึงขนาดนี้ แล้วพรรคร่วมสามารถมองเห็นว่าเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือพี่น้องประชาชนและระบอบประชาธิปไตยดังนั้น การรออีก 10 เดือน ให้ สว.ระเหิดไปกับกฎหมายที่รองรับ แล้วเอาแค่เสียง สส.เลือกนายกฯ อาจจะเจ็บบ้างที่ต้องให้รัฐบาลรักษาการอยู่ต่ออีก 10 เดือน แต่เมื่อคำนวณผลลัพธ์แล้วจะเห็นว่าเราจะ ไม่จบเจ็บอีกหลายสิบปี หากให้อำนาจนิยมได้กุมอำนาจอย่างต่อเนื่อง

แม้จะมีการยุบสภาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แต่ความต่อเนื่องของอำนาจนิยมยิ่งจะทำให้ประเทศนี้ต้องตกต่ำ จนยากจะกู้คืนกลับมา ได้ แค่ข้อเสนอสมการอีกอัน ทำงานใหญ่ใจต้องนิ่ง

ม.เกษตรค้านม็อบชักธงดำ
จากกรณีเมื่อวันที่ 21 ก.ค. นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน จัดการชุมนุม โดยพรรคอาทิตย์ใหม่ จัดกิจกรรม #ม็อบ21กรกฎา66 #KUไม่เอาสว. เพื่อประณามสว.ที่ย่ำยีเสียงของประชาชนซึ่งส่งผ่านการเลือกตั้ง พ.ศ.2566 และยืนยันว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศ เกษตรศาสตร์คือภาษีของประชาชน และมีการลดธงชาติออกจากเสาธงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนเปลี่ยนเป็น ธงสีดำที่เขียนข้อความ Respect My Vote และ ชักขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมเปิดเพลง DO YOU HEAR THE PEOPLE SING ซึ่งมาจากละครเวที เรื่อง ‘Les Miserables’ (เล มิเซราบซ์) หรือ ‘เหยื่ออธรรม’ ผลงานประพันธ์ระดับตำนานโดย วิกเตอร์ ฮูโก

วันที่ 22 ก.ค. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกแถลงการณ์ ผ่านเฟซบุ๊ก Kasetsart University มีข้อความว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นด้วยกับการแสดงออกในวิถีทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เห็นชอบในความกลมกลืนบนความหลากหลายทางความคิด เพื่อความถูกต้องเหมาะสมตามแนวทางประชาธิปไตยแบบไทย แต่ไม่เห็นด้วยกับการแสดงออกที่ไม่เคารพเกียรติและสัญลักษณ์ของประเทศชาติ ธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ไทย แสดงถึงเอกลักษณ์และศักดิ์ศรีในความเป็นไทยมีความหมายถึงความเป็นเอกราช สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติ ที่รักษาเอกราช มายั่งยืนถึงทุกวันนี้

ขอให้ทุกฝ่ายได้มีการแสดงออกในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะกับเกียรติภูมิ ของคนไทย เคารพกฎ ฟังความคิดเห็น ของกันและกัน ปฏิบัติตามกติกา การอยู่ ร่วมกันและเข้าใจความรู้สึกของคนในมหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ของสังคม และของประเทศชาติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน