ถก8พันธมิตรอีกรอบ หาทางออกปมก้าวไกล ‘สันติ-ผู้กอง’หารือ พท. ย้ำจุดยืน-ห้ามแตะ 112 พิธาเดินสายต่อเนื่อง ม็อบลายจุดกดดันสว.
เพื่อไทยลุยเจรจาครบ 5 พรรค แจงเหตุไม่มี ปชป. เพราะยังไม่มีหัวหน้าพรรค ‘พปชร.-ชทพ.’ ย้ำจุดยืน ไม่ร่วมงานก้าวไกล ชุลมุนกลุ่มทะลุวังบุกโรยแป้ง- เทมินต์ช็อก จนเพื่อไทย-พปชร. ต้องยกเลิก แถลงผลหารือร่วม ‘พิธา’พบชาวจันทบุรี ลั่นยังสู้ไม่ถอย ยังเชื่อใจเพื่อไทยรักษาสัจจะกับประชาชน เตรียมเดินสายต่อเนื่อง สว.สมชายแนะเพื่อไทยเลื่อนโหวตนายกฯ 27 ก.ค. ถ้ายังไม่พร้อม ลั่นถ้าสลัดก้าวไกลได้ก็พร้อมโหวตให้ หมอชลน่านไม่ลืม เคยพูด จะลาออกหากจับมือ‘พรรคลุง’ บก.ลายจุดนำม็อบ‘พร้อม’ลุยฝน ซัด สว. ขวางพิธา
พิธาลุยจันท์-ลั่นลงพื้นที่ต่อเนื่อง
เวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ค. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ ต่อเนื่องจากวันที่ 22 ก.ค. ที่พบปะกับประชาชนที่ จ.ชลบุรี และระยอง โดยวันนี้ เดินสายไปที่ จ.จันทบุรี ร้านสัมพันธ์การค้า บ้านเขาหอม ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน พบปะประชาชนและผู้สนับสนุน
นายพิธาปราศรัยถึงความเดือดร้อนของชาวจันทบุรีทั้งภัยแล้ง ขาดน้ำประปา และปัญหาที่ดิน พร้อมระบุ ถ้าพี่น้องบอกให้สู้ตนก็สู้แน่นอน และจะทำงานต่อเดินหน้าต่อไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ “เมื่อคนจันทบุรีให้ความไว้วางใจอย่างถล่มทลาย แม้ใครจะสกัดกั้นผม ผมก็ไม่สนใจมัน ผมจะทำงาน ใครไม่รู้ผมรู้” แม้ตนไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่แนวร่วม 8 พรรค ยังมีอยู่ เชื่อเหลือเกินว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้คนโป่งน้ำร้อนผิดหวัง เมื่อถึงเวลาตั้งรัฐบาลแห่งประชาชนสำเร็จได้เมื่อไร ปัญหา ภัยแล้งปัญหาน้ำประปา ที่ดิน ปัญหาช้างรอยต่อ 5 จังหวัด จะได้รับการแก้ไข ประชาชนอย่าเพิ่งสิ้นหวัง อย่าปล่อยมือพวกเรา
แม้จะยังเข้าสภาไม่ได้ ตนจะลงพื้นที่ เกาะติด ทำงานอยู่ตามพื้นที่ แล้วนำเสนอส่งมอบให้ สส. ทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไข ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องอยู่กับประชาชนเท่านั้น “เห็นผมตัวเป็นๆ แล้ว กำลังใจ ยังดี ผมไม่ทิ้งพวกคุณแน่นอน เกาะติดทุกพื้นที่ ทำงานต่อ ขอให้ประชาชนหล่อเลี้ยงความหวังของรัฐบาล 8 พรรคนี้” จากนั้นนายพิธาร่วมถ่ายรูปและจับมือกับประชาชน ที่มาให้กำลังใจ โดยต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “พิธาสู้ๆ”

ยังมั่นใจ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมแกนนำก้าวไกล ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่บ้านเขาหอม ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยมีแฟนคลับต้อนรับเนืองแน่น ลั่นยังเชื่อมั่นเพื่อไทยไม่ตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว เมื่อ 23 ก.ค.
ถ้ายึดสัจจะไม่ต้องมีใครเสียสละ
นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้กำลังใจยังดีอยู่ ตั้งใจจะทำงานต่อไม่ว่าไปที่ไหน ก็ทำงาน ลงรับฟังปัญหาในพื้นที่ และช่วย สส.ของพรรคตรวจสอบประเด็นเพื่อปรึกษา หารือหรือนำไปอภิปราย เพราะเรายังมีความรู้และสามารถทำงานต่อได้ ตั้งใจจะใช้ เวลาที่เหลือให้เป็นประโยชน์ เป็นโค้ชให้ สส.เขตแทนว่าในแต่ละพื้นที่มีอะไรที่เป็นปัญหาเร่งด่วน
เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่มีความพยายามให้ก้าวไกลเสียสละ นายพิธากล่าวว่า ตอนนี้ คุณค่าที่สำคัญคือสัจจะ ไม่ใช่เสียสละ หากรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนก็จะไม่มีใครต้องเสียสละ เพราะเป็นไปตามกฎกติกาที่มีอยู่ มาตามครรลองของการเมืองปกติ แต่ถ้าบอกให้เสียสละเหมือนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงไปเทกระจาด ทำให้ประชาชนผิดหวัง ถึงตอนนั้นต้องยึดสัจจะและหลักการให้มั่น มากกว่ามาบอกว่าให้ใคร เสียสละ
ยันไม่ร่วมรัฐบาลรทสช.-พปชร.
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเชิญพรรค รวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาพูดคุยถือเป็นการทำตามมติ 8 พรรคหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ต้องรอทางพรรคเพื่อไทยกลับมาพูดคุย กับวง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ตนลงพื้นที่ไม่ได้ติดตามข่าว แต่ที่ได้ฟังเป็นการเชิญและมีความคิดเห็นของแต่ละพรรค รอเพื่อไทย เข้ามาชี้แจงในวง 8 พรรคอย่างเดียวเราไม่สามารถตัดสินใจอะไรกันผ่านข่าวได้
เมื่อถามว่าตอนนี้เอ็มโอยูยังอยู่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เท่าที่ตนทราบเข้าใจว่า ยังอยู่ เมื่อถามว่ายังเชื่อใจพรรคเพื่อไทยเหมือนเดิมหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ก็ยังมั่นใจอยู่
เมื่อถามว่าการไปพูดคุยกับพรรคทหารจำแลงจะเป็นเงื่อนไขผลักก้าวไกลออกจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ตอนนี้ยังเป็นแค่การพูดคุย แต่ถ้ามีการเชิญเข้าร่วมรัฐบาลจริง พรรคก้าวไกลอยู่ร่วมไม่ได้ในสมการนั้น “ก้าวไกลไม่สามารถอยู่ร่วมรัฐบาลได้ถ้ามีการเชิญจริงๆ แต่ ณ ปัจจุบันนี้พูดให้ชัด ผมเข้าใจว่าเป็นการเชิญมาพูดคุยยังไม่มีการเชิญร่วมรัฐบาล ผมจะฟังจากปากของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ตัดสินใจตามหน้าข่าว หรือการฟังสัมภาษณ์ เพียงสั้นๆ แต่ต้องฟังเหตุและผลยาวๆ”
ยังเชื่อใจเพื่อไทย
เมื่อถามว่าหาก 8 พรรคขอให้ถอย ในเรื่องมาตรา 112 จะถอยได้มากแค่ไหน นายพิธากล่าวว่า เท่าที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ไปประชุมแทน มีการหารือว่าถ้าจะให้ถอย จะให้ถอยเรื่องอะไร ถอยด้วยเนื้อหาอะไร และความเป็นรูปธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนซึ่งเป็นการยุติ การสืบทอดอำนาจเป็นไปได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่บอกว่าให้หายไปแล้วจบ ดังนั้น ต้องฟังในรายละเอียดและต้องให้เกียรติพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำตอนนี้ว่าเขาฝากข้อความมาพูดถึงเรื่องไหนบ้าง ตรงตามที่ สว.เคยอภิปรายหรือไม่ และให้นำรายละเอียดมาเพื่อก้าวไกลตัดสินใจ
เมื่อถามว่ารู้สึกถูกบีบหรือไม่ เนื่องจากพรรคที่เข้ามาคุยกับเพื่อไทยบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าพรรคก้าวไกลเป็นอุปสรรคการจัดตั้งรัฐบาล นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ถ้า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจับมือกันให้แน่น ใครๆ ก็มาบีบเราไม่ได้ ถ้าเราหนักแน่นและยังยืนยันในหลักการก็จะทำให้คนค่อยๆ เข้ามาร่วมกับเราได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องให้เขามาบีบเรา แต่ให้เราใช้เหตุผล หลักการและความต้องการของประชาชนดึงพวกเขาเข้ามา อย่าให้เขามาดันเรา เราต้องดึงเขาและจัดตั้งรัฐบาล ที่ควรเป็นไปได้จริง ตอนนี้ยังเชื่อใจ พรรคเพื่อไทยว่าคงจะพยายามอย่างเต็มที่ ใช้ทุกวิถีทางที่จะรักษาสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชน และทำให้ประเทศสามารถ เดินหน้าได้
พร้อมสู้คดี‘หุ้น-112’ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่าทีมกฎหมายพรรคก้าวไกลเตรียมคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณี หุ้นสื่อและมาตรา 112 หรือยัง นายพิธากล่าวว่า “แน่นอน” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการทำงาน นอกจากลงพื้นที่ดูแลประชาชน อีกช่วงเวลาของตนก็จะใช้ในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ได้ทั้งรูปและลักษณ์ ตนยังยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้ง 2 คดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า คิดว่าเป็นการเดินเกมผิดหรือไม่ที่ทำให้ก้าวไกลเสียเก้าอี้ประธานรัฐสภา เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ตอนนี้ถูกบีบให้เป็นฝ่ายค้าน นายพิธากล่าวว่า “ไม่ผิดหรอกครับ ตั้งใจจะทำงานแบบรุกได้ ถอยเป็นเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ แน่นอนว่ามีบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ไม่ได้เกินคาด เพราะฉะนั้นยังเดินหน้าทำงานต่อ”
ไร้อำนาจแต่มีความชอบธรรม
จากนั้น นายพิธา เดินทางพบปะประชาชน จุดที่ 2 ที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนที่รู้หมายล่วงหน้าพร้อมใจใส่เสื้อ สีส้มมาให้กำลังใจ พร้อมตะโกนเชียร์ “นายกฯ พิธา”
นายพิธาปราศรัยบนเวทีว่า ตนสู้ไม่ถอยแน่นอน แต่ประชาชนอาจสงสัยว่าเขาไม่ให้ รัฐสภา ไม่ให้ทำเนียบกับพรรคก้าวไกล ตนจะทำอย่างไรต่อไป ก็ต้องเกาะติดพื้นที่ เหมือนอย่างวันนี้ ขอลงพื้นที่เป็นแบบพิธา พบปะประชาชน จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ กับพี่น้องแน่นอน พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกลำไย ปลูกทุเรียน ปลูกมะม่วง ปลูกมังคุด ยังไม่มีใครแก้ปัญหาให้ตนจะทำให้เอ ง ถึงแม้จะไม่มีอำนาจแต่ตนมีความชอบธรรม มากพอที่จะแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง สิ่งที่เคยสัญญากับประชาชนว่าการเมืองดี ปากท้องดีมีอนาคต แม้จะไม่มีอำนาจบริหารบ้านเมืองแต่มีความชอบธรรมพอในการรักษาสัญญา จะไม่ผิดหวังที่เลือกพรรคก้าวไกล
โพลชี้เลือกนายก-สังคมแตกแยก
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “เลือกนายกรัฐมนตรี สังคมแตกแยก?” ระหว่าง 11-12 ก.ค. 2566 รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง ถามถึงความเชื่อว่าจะเกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมไทยจากการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ร้อยละ 37.10 ระบุ เชื่อมาก รองลงมาร้อยละ 26.64 ระบุค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 20.15 ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 16.03 ไม่ค่อยเชื่อ และร้อยละ 0.08 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อถามถึงความเห็นเกี่ยวกับระยะเวลาที่รัฐบาลใหม่จะอยู่ได้ ร้อยละ 60.53 ระบุอยู่กันจนครบเทอม 4 ปี รองลงมาร้อยละ 15.34 ระบุประมาณ 2 ปี ร้อยละ 11.91 ประมาณ 1 ปี ร้อยละ 6.95 ไม่เกิน 6 เดือน ร้อยละ 3.28 ประมาณ 3 ปี และร้อยละ 1.99 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความขัดแย้งกรณีการเลือกนายกรัฐมนตรี” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,809 คน ระหว่าง 20-22 ก.ค. 2566 เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับกรณีความขัดแย้งจากการเลือกนายกฯ 71.73% คิดว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในสังคม, 67.90% ทำให้เบื่อการเมือง การเมืองล้าหลัง ไม่พัฒนา ขณะที่ 62.23% กระทบต่อ ภาคเศรษฐกิจ ปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน
ชี้สาเหตุชิงอำนาจ-สว.
สาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งนี้ คืออะไร 74.21% คิดว่าเพราะการมุ่งแต่อำนาจจนเกินขอบเขต แย่งชิงผลประโยชน์ 63.76% การปฏิบัติหน้าที่ของ สว. 62.42% การไม่ยอมรับเสียงของประชาชน ไม่ยอมรับ ความพ่ายแพ้ เมื่อถามถึงแนวทางการยุติความขัดแย้งดังกล่าว 77.39% เห็นว่าต้องเคารพเสียงจากการเลือกตั้ง, 57.97% แสวงหาแนวทางร่วมกันอย่างสันติ ร่วมมือและไว้วางใจกัน และ 47.10% ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เป็นหลัก
เมื่อถามว่าคิดว่ากรณีเลือกนายกฯ จะทำให้การเมืองไทยเป็นอย่างไร 40.63% เห็นว่าแย่ลง 33.72% เห็นว่าเหมือนเดิม 25.65% คิดว่าดีขึ้น
ยื่นปปช.สอบ 6 สว.โหวตให้พิธา
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า จากการย้อนไปตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ สว. ที่ยื่นไว้ตั้งแต่ 24 พ.ค. 2562 หลายราย พบว่ามี 6 ราย ที่ควรขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า บัญชีที่ยื่นไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และมีการ นำรายได้ที่แจ้งหรือไม่ได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. ไปชำระภาษีให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้อง หรือไม่ โดยสว. 6 รายที่ยื่นให้ป.ป.ช. ตรวจสอบ น่าสังเกตว่าล้วนเป็นสว.ที่โหวต สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ทั้งสิ้น ประกอบด้วย นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์, นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, นายพิศาล มาณวพัฒน์, นายวุฒิพันธุ์ วิชัยรัตน์ และนางประภาศรี สุฉันทบุตร
สมชายแนะเลื่อนโหวต 27 กค.
นายสมชาย แสวงการ สว. เลขานุการคณะกมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา หรือวิปวุฒิสภา กล่าวปฏิเสธยังไม่ได้รับการประสาน เพื่อพูดคุยจากพรรคเพื่อไทย วันที่ 24 ก.ค. และเห็นว่าไม่จำเป็นที่เพื่อไทยต้องติดต่อมาพูดคุยกับสว. สว.เป็นเพียงแขกรับเชิญ ขอให้เจ้าบ่าวคือพรรคเพื่อไทยไปตกลง ให้ได้ว่าจะแต่งงานกับใคร แต่หากดูจากการเชิญพรรคการเมืองไปพูดคุย พบว่าเสียงน่าจะเกิน 400 เสียงแล้ว ไม่น่าจะต้องอาศัยเสียงสว.
ส่วนหลายพรรคที่มาพูดคุยตั้งเงื่อนไขต้องไม่มีพรรคก้าวไกล จึงต้องพึ่งเสียงสว. นั้น นายสมชายกล่าวว่า หากยังไม่พร้อมสามารถขอเลื่อนการประชุมร่วมจาก 27 ก.ค.ออกไปก่อนก็ได้ คิดว่าช่วงต้นส.ค. น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะหากไม่พร้อมแล้วเสนอเข้ามางานแต่งงานต้องล่มอีก
สลัดก้าวไกลได้-พร้อมหนุนพท.
“อย่ามาใช้ สว. เพราะที่ผ่านมา สว.ก็เหนื่อยที่เป็นเหยื่อ ที่ให้ไปโหวตคว่ำแทน อีกทั้งสว.กลายเป็นแพะ ถือว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ จะไม่แต่งกับเจ้าสาวชื่อก้าวไกล เจ้าบ่าวเพื่อไทยก็บอกไป แต่กลับมาให้สว.บอกเลิกแทน ไม่เหมาะสม ถ้าไม่พร้อมอย่าแต่ง ไปตกลงกันให้เรียบร้อยจะได้ม้วนเดียวจบ” นายสมชายกล่าว
ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคเพื่อไทยแต่ส่วนตัวขอย้ำจุดยืนเดิมว่าจะไม่สนับสนุน พรรคที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112 ดังนั้นถ้าพรรคเพื่อไทยกล้าสลัดทิ้งพรรคก้าวไกล ก็ยินดีที่จะโหวต สนับสนุน
พท.ส่ง‘สุริยะ’ขอเสียงสว.
พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับสว. ว่า มีคณะทำงานแยกต่างหากในการเจรจาและพูดคุย โดยมอบทีมเจรจา สว. ไปพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ 22 ก.ค. แล้ว เนื่องจากสว.มี 250 คน จึงไม่ได้ นัดคุยอย่างเป็นทางการ แต่ในวันพรุ่งนี้ ทีมทำงานจะมาสรุปร่วมกันอีกครั้ง จากนั้น พรรคเพื่อไทยจะแถลงผลการหารือกับสว. โดยจะกำหนดทิศทางอีกครั้งว่าจะแถลงร่วมกับสว.หรือไม่ โดยปฏิเสธจะบอกได้รับเสียงสนับสนุนจากสว.เท่าใด
เมื่อถามว่าเพื่อไทยถูกโซเชี่ยลถล่ม หลังเชิญพรรคการเมืองมาเจรจา นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาและถือว่า เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน เรามีหน้าที่ ก็ทำหน้าที่ของเรา ต้องอธิบายให้ประชาชน เข้าใจที่เราเดินหน้า และอย่าถือว่าเป็นการกดดันในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถือว่าเป็นข้อมูล นำเข้าในการพิจารณา
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าทางพรรคเพื่อไทย มอบหมายให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชี รายชื่อ เป็นตัวแทนการเจรจากับ สว.
แจงเหตุไม่ส่งเทียบเชิญปชป.
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวถึงการเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์มาหารือ ว่า พรรคเขายังไม่มีหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค จึงมองว่า กำหนดวันเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของประชาธิปัตย์ คือ 6 ส.ค. ซึ่งไม่ทันกับการเลือกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 ก.ค.นี้

หารือ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ให้การต้อนรับ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และคณะที่เดินทางมาเจรจาหารือ ที่พรรค เพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
ชทพ.ยันชัดไม่ร่วมพรรคแตะม.112
เวลา 13.59 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมแกนนำ พรรค ประกอบด้วย นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค นายนิกร จำนง ผอ.พรรค นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม รองหัวหน้าพรรค และนายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม เดินทางมาถึง มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ต้อนรับ โดยนายวราวุธ คาดเข็มขัดสีแดง สีของพรรคเพื่อไทยด้วย
จากนั้นเวลา 14.45 น. นพ.ชลน่าน พร้อมแกนนำทั้ง 2 พรรค แถลงข่าว หลังหารือ โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอเน้นย้ำว่าเราใช้แนวทาง 8 พรรคร่วม ไม่ใช่เชิญมาจัดตั้งรัฐบาล แต่หาแนวทางว่าะจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร
ด้านนายวราวุธกล่าวว่า การพูดคุยกันวันนี้เป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนของชาติไทยพัฒนาที่พูดไว้ตั้งแต่การเลือกตั้ง ว่าการทำงานร่วมกัน ไม่ว่ามิติใด แนวทางแนว นโนยายต้องไปในแนวทางเดียวกัน จุดหนึ่ง ที่สำคัญ หนึ่งในประเด็นที่เราพูดกันต้องไม่แตะ ไม่ยกเลิกมาตรา 112 ตลอดจนทัศนคติต่อสถาบัน “ยืนยันไม่มีการพูดคุยถึงการจัดตั้งรัฐบาล หากเพื่อไทยมีแนวทางคล้ายกับชาติไทยพัฒนา ถ้าหากมีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ชาติไทยพัฒนายินดีสนับสนุน แต่ต้องไม่มีพรรคใดที่มีแนวคิดแตกแยกออกไป ก็คงจะต้องแยกย้ายกันทำงาน”
ชลน่านย้ำคำตอบอยู่ที่ 8 พรรค
เมื่อถามว่าถ้าไม่มีพรรคก้าวไกลจะโหวต ให้เพื่อไทย นายวราวุธกล่าวว่า เราไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ถ้าทำงานร่วมกันต้องมีทัศนคติ และนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าเพื่อไทย เสนอแคนดิเดตนายกฯ เรายินดีที่จะสนับสนุน เมื่อถามว่าตลอด 2 วันเหมือนกดดัน ก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน นายวราวุธกล่าวว่า การทำงานร่วมกันต้องไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าทำงานแล้วไปคนละทางก็ไปไม่รอด เรายินดีเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
ขณะที่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า คำตอบ ที่ได้จากการหารือทั้งหมดจะนำไปเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใน 8 พรรคร่วมว่าแต่พรรคร่วมจะเห็นอย่างไร อยู่ตรงนั้นมากกว่า
เมื่อถามว่านายพิธามองเหมือนบีบ ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เพื่อไทยทำงานไม่มีลับลมคมใน เราทำเมื่อพรรคก้าวไกลส่งมอบภารกิจให้ ทำตามมติ 8 พรรค ทำตามข้อเสนอ 3 ข้อ เราทำงานตามนั้น ถ้าถามว่าพรรคเพื่อไทยเอาอย่างไรแน่ก็ต้องหลังจากเราทำงานเสร็จเรียบร้อย และ สว.ที่เราทำงานอยู่ตอบชัดเจน และ สส. ตอบทุกพรรค จะนำเข้าสู่ 8 พรรคคำตอบอยู่ตรงนั้น เพื่อไทยก็จะเอาคำตอบจาก ตรงนั้น
ชลน่านยันจำได้ลั่นวาจาไม่ร่วม 2 ลุง
เมื่อถามว่าหาก 8 พรรคร่วมไม่เห็นด้วยจะปัดตกสิ่งที่ดำเนินการ 2 วันนี้ แล้วให้ 8 พรรคร่วมกันต่อไปใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป้าหมาย 8 พรรคร่วมอยู่ที่เสียงสมาชิกรัฐสภา 375 เสียง ถ้า 8 พรรคปัดตกข้อเสนอ สส. สว. ที่เรามาหารือ 8 พรรคร่วมก็จะกอดกันโดยมีเสียงอย่างมาก 324 เสียง เราต้องพิจารณาร่วมกันว่าจะได้ 375 เสียงได้อย่างไร ถ้า 8 พรรคร่วมยังอยู่แล้วได้ 375 เสียงก็จบ เมื่อถามว่า มี สว.เสนอเลื่อนวันโหวตนายกฯ 27 ก.ค.ออกไป นพ.ชลน่านกล่าวว่า การเลื่อนเป็นการประชุมร่วมรัฐสภามี 3 ฝ่ายที่จะเสนอต่อประธานรัฐสภาว่ามีความจำเป็นต้องเลื่อนหรือไม่ เพราะอะไร
เมื่อถามว่า น.ต.ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทยระบุกรณี นพ.ชลน่านเคยบอกจะออกจากหัวหน้าพรรคหากไปร่วมกับพรรคสองลุง นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนจำที่เคยพูดได้ตลอด ยิ่งขณะนี้เผยแพร่ในโซเชี่ยลเยอะมากยิ่งจำได้ดี และเหตุการณ์ ขณะนั้นคือเหตุการณ์จริง ไม่ปฏิเสธ แต่รอให้ สถานการณ์จริงมันเกิด แล้วจะพิจารณาต่อ และจะตอบคำถามแน่นอน
ยันไม่ได้ทำข้าม 3 ขั้นตอน
เมื่อถามกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุ ไม่ควรนำพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐเข้ามาร่วม นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ความเห็นของ สส.ในสื่อเป็นเสรีภาพของแต่ละคนไม่ได้ปิดกั้น ถามว่าจะดำเนินการอย่างไรเราจะดูว่ามีผลกระทบ อย่างไร ถ้าเป็นเชิงบวกก็ดี ถ้าลบก็ต้องมาพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงกรณีก้าวไกลตั้งข้อสังเกตเพื่อไทยทำข้ามขั้นตอน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ก้าวไกลที่พูดในนามอะไร สมาชิกหรือตัวแทน หรือในนาม กก.บห.ที่เจรจาร่วมกับเรา ต้องให้ชัดตรงนี้ เพราะคณะเจรจาพรรคก้าวไกลที่มีเลขาฯ และรองหัวหน้าพรรค กำหนดแนวทางมา 3 ข้อ และที่เราเชิญพรรคต่างๆ มาไม่ได้พูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เป็นเพียงการสอบถามแนวคิดต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เป็นการทำงานคู่ขนานทั้ง สส.และ สว. เพราะเวลามันน้อย ในที่ประชุม 8 พรรคมีการหยิบยกชื่อพรรคต่างๆ เข้ามาพูดคุย เราก็เสนอกันในที่ประชุม บางคนยังแย้งชื่อบางพรรคว่า เขาลำบากใจ แต่อย่างไรก็ต้องพูดคุย เพราะเป็นสิทธิของเพื่อไทยในการดำเนินการ ที่ประชุมพูดอย่างนั้น มีบันทึกการประชุม ดังนั้นต้องดูว่าพรรคก้าวไกลที่พูดเป็นเพียง สมาชิกหรือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ

คิว พปชร. – นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาฯ พปชร. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพปชร. พร้อมคณะ เดินทางมายังพรรคเพื่อไทยตามนัดหมายหารือทางออกการเมือง โดยมีแกนนำเพื่อไทยร่วมต้อนรับ เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
ธรรมนัสควง‘สันติ-ไผ่’เจรจาเพื่อไทย
ต่อมาเวลา 15.55 น. นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรค พปชร. และนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เดินทางถึง โดยมีนพ.ชลน่าน นายภูมิธรรม และ นายประเสริฐ ต้อนรับ นายสันติลงจากรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมโผเข้าไปโอบกอดและจับมือนายภูมิธรรม กล่าวว่า “วันนี้กลับบ้านเก่า”
เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐฝากอะไรมาหรือไม่ในการพูดคุย ร.อ.ธรรมนัสปฏิเสธตอบคำถาม เดินขึ้นไปด้านบนทันที

บุกประท้วง – กลุ่มทะลุวัง นำโดย ‘ตะวัน’ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ เดินทางมา ชูป้ายประท้วงพรรคเพื่อไทย ระหว่างที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐกำลังเดินทางมาหารือกับแกนนำเพื่อไทยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
กลุ่มทะลุวังบุกเพื่อไทย
ทั้งนี้ ระหว่างแกนนำเพื่อไทยร่วมหารือกับพรรคพลังประชารัฐ บนห้องประชุมชั้น 9 เวลา 16.19 น. กลุ่มทะลุวัง นำโดย หยก ตะวัน บุ้ง สายน้ำ เดินทางมาเรียกร้องจุดยืนไม่เอาเผด็จการ พร้อมนำบอร์ดลงคะแนนโหวต เห็นด้วยหรือไม่ถ้าเพื่อไทย จับมือกับเผด็จการให้ประชาชนร่วมโหวต และพยายามบุกเข้าภายในที่ทำการพรรค พร้อมตะโกนว่าเพื่อไทยไม่ต้อนรับประชาชนหรือ วันนี้จะมากินมินต์ช็อก พร้อมแหวกแนวป้องกันรปภ.เข้าไปยัง Think Lab ร้านกาแฟประจำพรรคเพื่อไทย โดยระบุ มินต์ช็อกจะไม่เหมือนเดิมหากจับมือพรรคพลังประชารัฐ โดยมีมวลชนพยายามนำเสื้อ สกรีนคำว่า กู Kult สวมทับหุ่นโชว์เสื้อพรรคเพื่อไทยสีแดง แต่เจ้าหน้าที่ห้ามปราม และให้ถอดออก
ตะวันระบุ วันนี้มาถามเพื่อไทยคุยอะไรกับพรรคเผด็จการ เพราะเราไม่เอาพรรคทหารจำแลง หากต้องการเป็นนายกฯ ก็ต้องเข้ามาให้ถูกต้อง ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย อย่าหักหลังประชาชน เพื่อไทยต้องการเป็นนายกฯ ต้องฟังเสียงประชาชน อย่าไปฟังเสียงเผด็จการ
ชุลมุน-ยกเลิกแถลงข่าว
เมื่อการหารือระหว่างแกนนำเพื่อไทยและพลังประชารัฐเสร็จสิ้น และเตรียมแถลงข่าว กลุ่มทะลุวังได้ไปดักแกนนำสองพรรค ตะโกนล้อเลียน มีการเทมินต์ช็อกลงที่ พอดีกับช่วงที่ ร.อ.ธรรมนัส และแกนนำพรรคลงจากห้องประชุมพอดี ทางกลุ่มจึงกรูเข้าไปแล้วโปรยแป้งใส่ จนฟุ้งกระจายไปทั่ว เกิดความชุลมุน แป้งบางส่วนโดน ร.อ.ธรรมนัส เล็กน้อย ทำให้การแถลงข่าวต้องยกเลิก เปลี่ยนเป็น การแกนนำแต่ละพรรคแถลงที่พรรคของตัวเองแทน
จากนั้นเวลา 16.40 น. ร.อ.ธรรมนัสและแกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ออกทางด้านหลัง แกนนำม็อบเตรียมตามไปที่พรรคพลังประชารัฐต่อ พร้อมประกาศว่า ถ้ามีการยืนยันจับมือกันตั้งรัฐบาลจะกลับมาอีกทันที ไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืนได้เร็วขนาดนี้
25 กค.นำข้อสรุปหารือ 8 พรรค
เวลา 17.30 น. นพ.ชลน่าน นายประเสริฐ นายภูมิธรรม แถลงหลังจากกลุ่มทะลุวัง ออกจากพรรค โดยนพ.ชลน่าน กล่าวย้ำไม่ได้เชิญมาเพื่อพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้พูดคุยเรื่องตำแหน่ง เพียงแต่เชิญมาพูดคุย ดูเจตนารมณ์ แนวทางของพรรคต่างๆว่ามีความเห็นอย่างไร “พลังประชารัฐยึดมั่นในเจตนารมณ์เดิม ถ้ามีการแก้ไขมาตรา112 และมีลักษณะของการทำงานอุดมการณ์ต่างๆ ของพรรคที่เห็นว่าไม่สามารถร่วมงานได้ก็ไม่สามารถร่วมงานกับเพื่อไทยได้ กรณีหากลดเงื่อนไขต่างๆ เขาก็ยืนยันในเจตนารมณ์ว่าเขาไม่แตะต้องมาตรา 112 เรื่องของอุดมการณ์ในการทำงานกับเราเช่นนั้น”
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะรอ ความเห็นของสว.วันที่ 24 ก.ค. ตามที่ตัวแทนพรรคไปพูดคุย หากได้ข้อมูลจะแถลง ต่อสื่อมวลชน แต่หาก สว.จะแถลงข่าว ก็จะได้รู้ร่วมกัน ทั้งนี้ เราอยากคุยกับ ทุกพรรคแต่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มี กก.บห.พรรค ประเด็นที่จะพูดคุยจึงลำบากต่อการตัดสินใจ แต่เมื่อฟังการอภิปราย ในสภาก็พอจะอนุมานได้พอสมควร เมื่อได้รับคำตอบชัดเจนแล้วจะเชิญ 8 พรรค มาหารือร่วมกัน ซึ่งนัดหมายไว้ 25 เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อประชุมแล้วจะแถลงให้ทราบทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล และการโหวตนายกฯ 27 ก.ค.จะเป็นอย่างไร
ต้องหาให้ได้ 375 เสียงก่อน 27 กค.
เมื่อถามว่าข้อมูลฝั่งส.ส.ค่อนข้างชัดเจน ส่วนใหญ่มีเงื่อนไขหากยังเป็น 8 พรรคร่วมเดิมไม่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เป็นคำตอบที่เรา จะไปบอก 8 พรรค หากได้คำตอบจากสว.จะนำไปบอกกล่าวกัน
เมื่อถามว่าการพูดคุย 25 ก.ค. ของ 8 พรรค โจทย์คือต้องได้ 375 เสียงหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ใช่ เรามีเวลา 2 วัน ก่อนส่งตัวแทนเข้าไปโหวตในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อถามว่าก่อนโหวต 27 ก.ค. เพื่อไทยต้องมั่นใจต้องได้เสียงเกิน 375 เสียง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราต้องสร้างความมั่นใจ ให้ได้
เลี่ยงตอบป้อมลาออกหน.พรรค
เวลา 17.20 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ แกนนำแถลงผลหารือ นายสันติ กล่าวว่าหลักการที่แจ้งกับเพื่อไทย พรรคที่เรา จะร่วมทำงานได้ต้องเป็นพรรคที่ไม่แตะหรือมีแนวคิดที่จะแก้มาตรา 112 หากพรรคใดมีแนวคิดดังกล่าว เราไม่สามารถร่วมทำงานหรือบริหารบ้านเมืองด้วยได้ ถือเป็นหลักการสำคัญของพรรคที่จะปฏิเสธ การทำงานกับพรรคก้าวไกล
ด้านร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กก.บห.พรรคประชุมและมีจุดยืนชัดเจนหากต้องร่วมรัฐบาลกับบางพรรคที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน เราขอไม่ร่วมดีกว่า เมื่อถามว่าสรุปถ้าจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีก้าวไกล พลังประชารัฐพร้อมร่วมรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคมีจุดยืน ก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นการร่วมรัฐบาล กับใครหากมองเห็นว่าจะเกิดความแตกแยก ในสังคมเราไม่ขอร่วมด้วย
เมื่อถามว่ามักมีข่าวว่ามีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรามีมติชัดเจน จะไม่เสนอชื่อหัวหน้าพรรคหากเสียงสนับสนุนต่ำกว่าต่ำกว่า 250 เสียง และเป็นนโยบายของพล.อ.ประวิตรด้วย เมื่อถามว่า จึงมีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร จะลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางเป็นพรรคไม่มีลุง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ ที่ยังไม่เกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรยังเป็นหัวหน้าพรรค
ส่อเลื่อนโหวตนายกฯ 27 กค.
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เผยว่า มีแกนนำพรรคบางส่วนอยากให้การเจรจาเพื่อโหวตนายกฯ รอบคอบมากกว่านี้ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่นพ.ชลน่าน ระบุการพูดคุยที่ผ่านมา เป็นการพูดคุย เพื่อหาทางออก ไม่ใช่การเจรจาตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ทั้ง 5 พรรคจะเข้าร่วมทั้งหมด เป็นไปได้ว่าจากนี้อาจต้องทำทุกอย่าง ให้รอบคอบ โดยกลับไปคุยกับ 8 พรรค และนำความเห็นที่ได้พูดคุยมาทั้งหมด ให้ก้าวไกลนำไปตัดสินใจ หากจะอยู่ ร่วมกันต่อ ถ้าปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอ ที่มีการเจรจาได้หรือไม่ จึงมีความเป็นไปได้ ว่าการประชุมเพื่อโหวตนายกฯ ของที่ประชุมร่วมรัฐสภา 27 ก.ค. อาจเลื่อนออกไปก่อน คาดว่าจะมีการเจรจากับหลายฝ่าย หลายขี้นตอน และมีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าต้องเพิ่มเสียงได้แค่ไหน ดูด้วยว่าก้าวไกลปรับตัวให้เข้ากับข้อเสนอได้หรือไม่
ฉะพท.เล่นละคร-เตือนพลิกขั้ว
เวลา 10.30 น. ที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ศูนย์นิติศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนา วิเคราะห์การโหวตนายกรอบ ที่สาม และการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผอ.ศูนย์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ประชาชนถามว่าให้ไปเลือกตั้งทำไม ที่สุดแล้วก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทยจะต้องจัดตั้งรัฐบาลที่สง่างาม เพื่อให้ประชาชนยอมรับ ในสิ่งที่พูดคุยกันได้ ความพยายามสลายขั้วประชาธิปไตยของฝั่ง อำนาจหนึ่ง กับเพื่อไทยดูเหมือนจะทำสำเร็จ
นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันนิด้า กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลมีปมปัญหาเยอะ ปัญหาแรกคือได้เห็นอิทธิพลของ สว.อยู่เหนือการเมืองระบอบประชาธิปไตย หยุดยั้งการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย ใช้อำนาจโดยขาดความชอบธรรมทางการเมือง และเห็นกระบวนการการทำลายหลักนิติธรรมอย่างรุนแรง ประหลาดใจที่สส. 188 คน ไปผสมโรงสว. ทำลายแหล่งกำเนิดของตนเองตามรัฐธรรมนูญ
เหตุการณ์ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา สร้างความคลางแคลงใจให้ผู้คน หรือเพื่อไทยจะเป็นส่วนหนึ่งที่บดขยี้เสียงประชาชน สิ่งแรก ที่ควรทำคือรโน้มน้าวส.ว. จากนั้นค่อยไปพูดคุยกับพรรคใดพรรคหนึ่งที่ไม่ใช่ พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ เพื่อไทยข้ามขั้นตามที่ควรจะเป็น คงไม่ใช่แสดงละครเพราะมันทำให้สังคมเข้าใจและคิดไปในทิศทางเดียวกันว่าพรรคเพื่อไทย ยืมปากทุกพรรคมาขับไล่ก้าวไกล และหากจะข้ามขั้วไปจริงๆ ต้องเผชิญหน้ากับปฏิกิริยา โต้กลับของประชาชนทั้งที่สนับสนุนและไม่ได้สนับสนุนเพื่อไทย

ม็อบ‘พร้อม’ฝ่าฝนชุมนุมแยกอโศก
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากแยกอโศกมนตรี ตามที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประกาศนัดหมายชุมนุม #พร้อม ในเวลา 17.00 น. พร้อมเตรียมแปรอักษร ‘ค.’ สื่อถึง ‘คิดสิคิด’ มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้าร่วมชุมนุม เวลา 16.30 น. ฝนเริ่มตก ประชาชนที่มารอร่วมชุมนุมสวมเสื้อกันฝน กางร่มออกไปยังแยกอโศก เต้นรำ และร้องเพลง กลางสายฝน และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
เวลาราว 17.20 น. นายสมบัติปราศรัยว่า ตนรักนพ.ชลน่าน ใครจะจับมือพรรค พลังประชารัฐให้มองหน้า นพ.ชลน่านไว้ เพราะทางเลือกเขามีไม่มาก อาจต้องลาออกตามสัญญา ที่เคยบอกว่าถ้าจับมือกับพลังประชารัฐ จะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค “ผมรักพรรคเพื่อไทย สนับสนุนให้คุณทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน แต่ต้องยึดหลักการให้มั่นคง พรรคก้าวไกลอย่าถอยมาตรา 112 เด็ดขาด ขอส่งสารไปว่าถ้าถอนหรือถอย จะสูญเสียความเป็นพรรคก้าวไกล” นายกฯ คนที่ 30 ต้องชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เท่านั้น จากนั้น นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯ ตะโกน ‘พิธา พิธาอยู่ไหน ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่ที่แยกอโศก’ ผู้ชุมนุมตะโกนพร้อมกันว่า ‘พิธาๆๆๆๆ’
นายธัชพงศ์ แกดำ ปราศรัยเชิญชวนให้แต่งชุดดำ เพื่อต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ก.ค. สื่อว่าเสื้อทุกสีรวมกันเป็นหนึ่ง

#พร้อม – นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จัดกิจกรรม #พร้อม โดยแปรอักษรคำว่า ‘ค’ แสดงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้สส.และสว.คำนึงถึงเสียงของประชาชนในการโหวตนายกฯ ที่แยกอโศก กทม. เมื่อวันที่ 23 ก.ค.
นายสมบัติ ให้สัมภาษณ์ว่า การจัดกิจกรรมต้องการส่งเสียงถึงประชาชนให้ออกมาเรียกร้อง ยืนยันว่าอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของประชาชน อีกวัตถุประสงค์เพื่อต่อต้านอำนาจ สว. ที่มาจาก คสช.ไม่สมควรมีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ สำหรับที่พรรคเพื่อไทยนัดพูดคุยเจรจากับขั้วรัฐบาลเดิม ตนติดตามข่าวอย่างห่วงๆ ตนชื่นชอบทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล หวังว่าพ 2 พรรคจะจับมือกันอย่างเหนียวแน่นในการจัดตั้งรัฐบาล และหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้ผิดหวัง
เวลา 19.20 น. นายสมบัติประกาศยุติการชุมนุม เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นระยะ