‘ชัชชาติ’สั่งลุย หลังหนุ่มมังกรรีวิวแดนสวรรค์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติสั่งเอกซเรย์ห้วยขวาง หลังโซเชี่ยลวิจารณ์เป็นมณฑลห้วยขวาง-มณฑลไท่กั๋ว สวรรค์ของคนจีน วิพากษ์วิจารณ์สนั่นหนุ่มจีนรีวิวใช้ชีวิตในไทยลงแอพฯ ติ๊กต็อก แม้พูดภาษาไทยไม่ได้ก็ไม่เป็นอุปสรรคการใช้ชีวิตในเมืองกรุง สั่งอาหารผ่านแอพฯ ไรเดอร์ยังพูดจีนได้ จี้ทุกเขตตรวจสอบใบอนุญาต ผู้ประกอบการต่างชาติ ด้านผอ.เขตห้วยขวางมองบวก ชี้รีวิวหนุ่มจีนช่วยสร้างรายได้-กระตุ้นเศรษฐกิจ กระแสเงินหมุนเวียนดี คาดเก็บภาษีจากธุรกิจท่องเที่ยวจีนได้ทะลุ 200 ล้าน แจงมีคนจีนเข้ามาทำมาหากินถูกกฎหมายอยู่ 8.5 พันราย ยันห้ามมีธุรกิจจีนสีเทา

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณีมีการวิจารณ์ในโลกออนไลน์ภายหลังหนุ่มจีนมาเที่ยวไทยและโพสต์คลิปรีวิวการใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย โดยระบุลงต้นคลิปว่า “คุณเชื่อหรือไม่ว่าอยู่ที่ไทยแต่พูดไทยไม่ได้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตลง Tiktok จนเป็น กระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยบางคอมเมนต์ลงว่าเป็นมณฑลไท่กั๋ว, มณฑลห้วยขวาง รวมทั้งแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น สั่งอาหารที่มีแต่ภาษาจีนและไรเดอร์ยังพูดจีนได้ว่า ในส่วนของบริษัทผู้ประกอบการต่างชาติได้สั่งการให้ทุกเขตดำเนินการตามกฎหมาย โดยเน้นการตรวจสอบใบอนุญาตและความ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ว่าบริษัทดังกล่าวทำถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะต้องจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนของกทม.มีอำนาจดำเนินการตามพ.ร.บ. สาธารณสุข และอาหาร

“เขตห้วยขวางมีธุรกิจคนจีนประมาณ 60 ราย และมีบางรายปิดกิจการลงเนื่องจากนำของเข้ามาขายไม่ถูกต้องตามพ.ร.บ.อาหาร ซึ่งต้องมีฉลากภาษาไทยและได้รับมาตรฐานตามองค์การอาหารและยา (อย.) ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตห้วยขวางดำเนินการแล้ว ทั้งส่วนของร้านอาหารและธุรกิจที่ผิดกฎหมาย” นายชัชชาติกล่าว

อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าอาหารจีน หรือนำเข้าสินค้าชาติต่างๆ หากทำถูกกฎหมายก็ไม่มีปัญหา ถือเป็นการแข่งขันทางการค้าเพื่อการพัฒนาคุณภาพ กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องปลอดภัยต่อผู้บริโภคและดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย

ด้านนายไพทูรย์ งามมุข ผอ.เขตห้วยขวางเปิดเผยว่า ส่วนตัวมองเห็นภาพบวก ซึ่งต้องยอมรับว่าในพื้นที่เขตห้วยขวางในเรื่องของการท่องเที่ยวร้านอาหารจะพบว่ามีชาวจีนพักอาศัยอยู่จำนวนมาก จากการตรวจสอบข้อมูลพบชาวจีนที่ทำมาหากินอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 8,500 คน มีทั้งที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และมีคู่สมรสเป็นชาวไทย ดังนั้น การที่มีหนุ่มไลฟ์สดรีวิวต่างๆ ที่มีการเชิญชวนไม่ใช่เฉพาะร้านอาหารจีน แต่เป็นร้านอาหารไทยที่มีการปรับตัวเป็นร้านอาหารจีน เช่น ร้านหม่าล่าหรือชาบู แต่ประเด็นที่เขตมีความห่วงใยคือการนำวีซ่าของนักท่องเที่ยวมาประกอบธุรกิจ ไม่ใช่วีซ่านักธุรกิจจริง จึงนำข้อมูลส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่

ส่วนประเด็นเรื่องแอพพลิเคชั่นสั่งอาหาร ตนยังเคยสั่งอาหารผ่านแอพฯ เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจในเชิงรุกและมีเครือข่าย แม้แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างบางคนก็พูดภาษาจีนได้ ขณะนี้เขตมีความคิดที่อยากจะมีการฝึกอบรมภาษาจีนเบื้องต้นให้กับวินมอเตอร์ไซค์ด้วย ดังนั้น การเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจหากรู้จักปรับตัวจึงจะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันยังคงกังวลมากที่สุดในเรื่องของธุรกิจจีนเทา จึงหารือกับตำรวจอยู่ตลอด หากพบทุนจีนสีเทา หรือพบประเด็นของยาเสพติด การค้าประเวณี หรือเรื่องอะไรที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เขตอีกทางหนึ่ง

นายไพทูรย์กล่าวว่า สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชี่ยลในเรื่องของธุรกิจทุนจีนสีเทา ส่วนตัวอยากให้มองในเรื่องของการลงทุนที่เข้ามาในประเทศไทย แต่ต้องถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งเขตห่วงเรื่องของธุรกิจสีเทาไม่ว่าจะเป็นเปิดร้านอาหารจีนแต่พลิกผันไปเป็นบ่อนวิ่ง ในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 พื้นที่ใกล้เคียงต่างจับตามองอยู่ และมีเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือกลุ่มคนต่างๆ เข้าไปแทรกซึมดูสิ่งผิดปกติ

“เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาเขตพบทำไม่ถูกต้อง 2-3 ร้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย ได้เร่งรัดดำเนินคดีกลุ่ม ผู้ประกอบการต่างชาติต่างๆ ที่ไม่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและใช้แรงงานไม่ถูกต้อง พร้อมกับริบทรัพย์สินทั้งหมด ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ที่มายื่นประกอบกิจการต่างชาติเหล่านี้จะมาแบบนอมินีนิติบุคคล ยิ่งบางเคสคือสามีเป็นชาวจีน ภรรยาเป็นชาวไทย หากจดทะเบียนสมรส มีเอกสารการเข้าเมืองยื่นอย่างถูกต้องก็สามารถประกอบธุรกิจได้ หากทำไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินคดี ที่ผ่านมาทางเขตพยายามกวาดล้างธุรกิจคาราโอเกะและอื่นๆ เพราะบางส่วนได้สร้างความเดือดร้อนหลายอย่าง เช่น ส่งเสียงดัง แย่งที่จอดรถ ก็มีการส่งเทศกิจปรับตลอด” นายไพทูรย์กล่าว

นายไพทูรย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เขต ยังได้กวดขันในเรื่องของร้านอาหาร สถานบันเทิงที่ส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน โดยสำนักงานเขตไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเชิญ ผู้ประกอบการในพื้นที่เพื่อหารือถึงหลักเกณฑ์ในการประกอบการที่จะไม่ส่งความรบกวนต่อเพื่อนบ้าน และเน้นย้ำในเรื่องของกฎระเบียบ หากพบการกระทำผิดในเรื่องของยาเสพติดก็จะถูกดำเนินคดีตามคำสั่งของคสช.ที่เคยประกาศไว้ จะต้องถูกสั่งปิดเป็นระยะเวลา 5 ปี และมีการควบคุมในเรื่องของร้านอาหารและสถานบันเทิงต่างๆ จะต้องมีใบอนุญาต

ส่วนประเด็นซูเปอร์มาร์เก็ตจีนต้องตรวจสอบในเรื่องของฉลากอาหารจะต้องมี อย. รองรับ

“ภาพรวมของเศรษฐกิจในพื้นที่เขตห้วยขวางขณะนี้ถือว่าดี มีในเรื่องของการ ท่องเที่ยว พบกระแสเงินหมุนเวียนดี ดูจาก รายได้การเติบโตที่ได้มีการคำนวณไว้ภาษีประมาณ 200 กว่าล้านบาท ซึ่งมีรายได้จากนักท่องเที่ยวค่อนข้างสูง” นายไพทูรย์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน