ปีติ-ในหลวงเสด็จพระราชพิธี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พสกนิกรร่วมทูลเกล้าถวายเครื่องราชสักการะ-พานพุ่ม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีเสด็จพระราช ดำเนินไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โดยเสด็จด้วย ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ด้านรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อ ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เมื่อวันที่ 29 ก.ค.
เมื่อเวลา 10.08 น. วันที่ 29 ก.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรี สิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้า ท้องพระโรงหน้าพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินแก่ข้าราชการผู้ทำหน้าที่โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ จากนั้น เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช ทรงกราบ เสร็จแล้ว เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราช มเหศวร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 9 ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎล มหาเศวตฉัตร ทรงกราบ พระสงฆ์ที่ เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา จำนวน 72 รูป และพระสงฆ์ ที่เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ จำนวน 5 รูป รวมจำนวน 77 รูป ถวายพรพระ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประเคนจนครบ 77 รูป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เมื่อวันที่ 29 ก.ค.
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเพื่อเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระมหา วีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษ กัณฑ์ 1 เรื่อง สัจธรรมกถา พระสงฆ์ถวายพระพร จบแล้ว ทรงพระราชอุทิศ ปล่อยปลา ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เสด็จไปทรงปล่อยปลา ณ ท่าราชวรดิฐ
ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แด่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ จนครบ 77 รูป ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
เมื่อเวลา 07.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกรับเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงกลาโหม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่ม ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และพานดอกไม้ธูปเทียนแพ จำนวน 41 คู่ ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ บริเวณหน้าประตูภูธรลีลาศ พระลานพระราชวัง ดุสิต
ค่ำวันเดียวกัน รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดงานสโมสรสันนิบาต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม พรรษา 28 กรกฎาคม 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปในงานด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ รถยนต์พระที่นั่ง
เวลา 18.50 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถึงทำเนียบรัฐบาล กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพ แล้วกราบบังคมทูลรายงานรับเสด็จ ภริยานายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปยังที่ประทับ ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี เสด็จเข้าสู่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี วงมหิดลซิมโฟนีออร์เคสตรา บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับพระราชอาสน์ ณ แท่นที่ประทับ จากนั้นนายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล ความว่า
“ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองพระบาท เนื่องในศุภมงคลวัน เฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ข้าราชการ และพสกนิกร ชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาททรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาในงานสโมสรสันนิบาต ที่รัฐบาลได้จัดขึ้นเพื่อร่วมกัน แสดงความจงรักภักดี และสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันนี้
ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์แจ้งใน น้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนับเป็นอเนกประการ เพื่อสร้าง ความวัฒนาสถาพรแก่ราชอาณาจักร ทั้งพระราชทานความช่วยเหลือแก่อาณาราษฎรทุกแห่งหน เพื่อขจัดปัดเป่าความทุกข์ร้อน และเกื้อหนุนปวงประชาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารให้ได้พำนักอาศัยด้วยความผาสุกร่มเย็น พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระเกียรติคุณอันแผ่ไพศาล ได้สถิตอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า
ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต ขอตั้งจิตอธิษฐานร่วมกันถวายพระพรชัย มงคล ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และพลานุภาพแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้ง พระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพ มหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลประทานพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระบรมเดชานุภาพและ พระบารมีแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงหมายสิ่งใด ขอจงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่า พสกนิกรชาวไทย ตราบจิรัฐิติกาล ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม”
วงมหิดลซิมโฟนีออร์เคสตราบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าว “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง จากนั้น นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร
โอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิม พระเกียรติ ชุด “เทวฤทธิ์ประสิทธิ์พร” โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม และการขับร้องเพลง “สดุดีจอมราชา” โดยวงมหิดลซิมโฟนีออร์เคสตรา จากนั้นเสด็จ ลงจากที่ประทับ ทรงพระดำเนินผ่านแถว ผู้มีเกียรติที่มาเฝ้าฯ เสด็จออกจากตึกสันติไมตรี นายกรัฐมนตรีและภริยา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่งเสด็จ ณ รถยนต์พระที่นั่ง และเสด็จฯ กลับ กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
สำหรับการจัดงานครั้งนี้ รัฐบาลได้เชิญ ผู้ร่วมงานทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายต่างประเทศ เช่นที่เคยเชิญในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ โดยเชิญผู้ได้รับเชิญพร้อม คู่สมรส จำนวนทั้งหมดประมาณ 1,888 คู่ ประกอบด้วย พระราชวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ประธานองคมนตรี องคมนตรี เลขาธิการองคมนตรี ข้าราชการในพระองค์ชั้นผู้ใหญ่ ประธาน รองประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หัวหน้าส่วนราชการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และเลขาธิการวุฒิสภา หัวหน้า รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการพลเรือน ระดับอธิบดี เทียบเท่าขึ้นไป
เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนักในต่างประเทศ กงสุลกิตติมศักดิ์ต่างประเทศประจำประเทศไทย กงสุลอาชีพ และผู้แทนสหประชาชาติในประเทศไทย ข้าราชการการเมืองในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธาน เลขาธิการองค์กรอิสระ หัวหน้า รองหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ประธานสภา สมาคมต่างๆ ประธานมูลนิธิ (ในพระบรมราชูปถัมภ์)