ป้อมอยู่ต่อ-หน.พปชร. ‘ธรรมนัส’เลขาพรรค โต้ร่วมดีลลับฮ่องกง ม็อบลายจุดแปรอักษรผูกผ้าแดงราชประสงค์

‘อุ๊งอิ๊ง’ ฟาด ‘ชูวิทย์’ ชี้เพ้อเจ้อ หลังโพสต์อ้าง ‘ทักษิณ’ ยกเลิกกลับไทย ด้านราชทัณฑ์ยังไม่ยืนยันต้องอยู่แดนไหน ย้ำชัดแดนพยาบาลไม่มีห้องแอร์ ด้าน ‘บิ๊กป้อม’ ลาออกจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็เสนอชื่อเข้ามาใหม่ทันที ลั่นขออยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรต่อไป ‘พัชรวาท’ นั่งประธานที่ปรึกษาพรรค ‘ธรรมนัส’ คัมแบ๊กเก้าอี้เลขาฯ แจงวุ่นไม่เคยเปิดดีลลับฮ่องกง ขณะที่ โฆษกก้าวไกล ซัดหากตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์ โดนประชาชนสั่งสอนแน่ ‘กัณวีร์’ กางโรดแม็ป 10 เดือนสู่รัฐบาลประชาธิปไตย ย้ำ 8 พรรคต้องจับมือให้แน่น ม็อบพร้อม 2 พรึ่บ ผูกผ้าแดงป้ายแยกราชประสงค์ แปรอักษรเปิดแฟลช ส่งสัญญาณถึงสว.

อิ๊งฟาดแรง-‘ชูวิทย์’โพสต์เพ้อเจ้อ
วันที่ 29 ก.ค. จากกรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อความที่สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ว่า “เกมพลิก ทักษิณถอย ยกเลิกกลับไทย สถานการณ์เปลี่ยน” โดยโพสต์ดังกล่าว มีคนเข้ามาแชร์ต่อและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่าจะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 10 ส.ค.นี้

โดยนายชูวิทย์เขียนข้อความเพิ่มเติมในคอมเมนต์ว่า สัญญาณอันตราย เกินคาดเดา พร้อมเขียนเนื้อเพลงไว้ใจ ของวงไมโคร พร้อมติดแฮชแท็ก โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งนี้ เพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้นำโพสต์ดังกล่าวของนายชูวิทย์มารายงาน ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ โดยระบุสั้นๆ ว่า “เพ้อเจ้อ”

ราชทัณฑ์ยันไม่มีห้องนอนแอร์
น.ส.วริศรา ศิริสุทธิเดชา เลขานุการกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงนายวิษณุ เครืองาม รอง นายกฯ ระบุมีห้องพิเศษสำหรับนักโทษคนเดียว ซึ่งห้องพิเศษมีแอร์ที่ไม่ใช่ห้องนอน แต่เป็นห้องทำงานที่ผู้ต้องขังที่มีชื่อเสียงหลายรายเคยทำงานในห้องดังกล่าวมาแล้วว่า เป็นห้องแอร์จริง แต่เป็นห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา ดังนั้น กรณีผู้ต้องขังเด็ดขาดรายใดที่ราชทัณฑ์พิจารณาเห็นเหมาะสมว่า เป็น ผู้ที่มีความรู้ มีความสามารถ รับหน้าที่ช่วยสอนหนังสือ หรือช่วยเหลืองานเอกสาร จะได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษา ซึ่งมีบางห้วงเวลาในช่วงกลางวัน ผู้ต้องขังในฐานะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ เข้ามาทำงานในห้องดังกล่าว ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีผู้ต้องขังรายใดใช้ห้องนี้นอนหลับหรือพักผ่อนได้ และไม่มีห้องพิเศษใดที่มีเครื่องปรับอากาศสำหรับผู้ต้องขัง

ไม่แน่ใจ‘ทักษิณ’ขังแดนไหน
เมื่อถามว่ากรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ หากเข้ารับการกักโรคตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ครบ 10 วัน ทางครอบครัวและทนายความจะเข้าเยี่ยมได้ในช่วงวันเวลาใดและจะเป็นที่หอ ผู้ป่วย หรือแดนขังใดนั้น เลขานุการกรมราชทัณฑ์กล่าวว่า หากอดีตนายกฯ เข้าสู่กระบวนการของราชทัณฑ์เสร็จสิ้น มีการจัดลำดับชั้นนักโทษ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นกลางแล้ว ญาติและทนายความติดต่อเข้าเยี่ยมได้ตามขั้นตอน ส่วนเมื่อถึงวันนั้น นายทักษิณจะอยู่ที่แดนขังใด ตนยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ เนื่องจากราชทัณฑ์ยังไม่ได้รับทราบหมายศาลหรือคำสั่งศาลที่จะแจ้งมา อีกทั้งราชทัณฑ์จะพิจารณาเอกสารทางการแพทย์ประกอบกัน ก่อนที่แพทย์ประจำเรือนจำจะใช้ดุลพินิจประเมินสุขภาพผู้ต้องขัง เพื่อคัดกรองว่าผู้ต้องขังจะต้องเข้าไปรักษาตัวภายในหอผู้ป่วยโรคใด หรือเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

เลขานุการกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า แดนพยาบาลของเรือนจำไม่มีแอร์ เป็นเพียงห้องพัดลม อีกทั้งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่มีแอร์ มีเพียงห้องผู้ป่วยรวม ประกอบด้วยเตียงผู้ป่วยที่วางเรียงกัน และเป็นห้องพัดลม อย่างไรก็ตาม เรื่องหอผู้ป่วย ขึ้นอยู่กับโรคนั้นๆ ด้วย เช่น ผู้ต้องขังป่วยวัณโรค จะมีหอผู้ป่วยแยกต่างหาก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่ผู้ต้องขังรายอื่นๆ

ชูวิทย์เชื่อยังไม่กลับ-เมิน‘อิ๊ง’ติง
เมื่อเวลา 12.36 น. นายชูวิทย์โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊กอีกครั้งถึงเรื่องนายทักษิณ ยกเลิกกลับไทยว่า หากใครคิดว่านายทักษิณจะกลับมาไทยวันที่ 10 ส.ค. แล้วมีตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปรับตัว และนำหมายศาลพาตัวเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษ 3 คดี รวม 10 ปี ตามปกติ ต้องถือว่าคิดผิด ไม่รู้ใจนายทักษิณ หากจะทำแบบนั้นจริงคงคิดได้ไปนานแล้ว ไม่ต้องรอถึง 15-16 ปี แต่ครั้นจะกลับมาโดยไม่มีอำนาจ คงกลับมานานแล้ว ไม่ต้องมากลับเอาช่วงนี้ เกมแห่งอำนาจ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หากไม่มั่นใจ นายทักษิณ ไม่กลับแน่นอน จึงบอกได้ว่า 4 ส.ค.นี้ ต้องยื้อดึงเช็งสุดฤทธิ์

“ตอนนี้ขอถอยไปตั้งหลักก่อน ยกเลิกแผนกลับไทยไม่มีกำหนด จนกว่าจะตั้งรัฐบาลลงตัว ส่วนใครว่าผมเพ้อเจ้อ ผมไม่โกรธ เข้าใจดีว่าคุณอุ๊งอิ๊งอยากให้คุณพ่อกลับบ้าน เป็นเรื่องของความกตัญญู ส่วนผมพูดในฐานะคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น” นายชูวิทย์ระบุ

พิธาควงไอติมร่วมงานสุราชัยนาท
ที่ลานอเนกประสงค์ ริมถนนพหลโยธินหน้าสวนนกชัยนาท จ.ชัยนาท นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมงานที่กลุ่มก้าวไกลชัยนาท จัดเวทีเสวนาสุรามีรัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเสรีสุรา โดยหยิบยกผลิตภัณฑ์ไอ้เป้ ซึ่งเป็นสุราพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อของ จ.ชัยนาท มาเป็นแกนการเสวนา ซึ่งก่อนจะเดินทางเข้าไปในงาน นายพิธาได้ลงพื้นที่พบปะกลุ่มผู้ผลิตสุรา ไวน์ เกษตรกร และประชาชนอาชีพต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ ที่ประสบเพื่อนำมาเสนอให้พรรคหาทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาระยะยาวในระดับนโยบายต่อไป

‘โรม’มึนข่าวตั้งรบ.ข้ามสายพันธุ์
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงนายทักษิณจะกลับประเทศไทย วันที่ 10 ส.ค.ว่า ถ้านายทักษิณกลับมา คงมีผลกระทบทางการเมือง แต่กระทบทางไหนตอบยาก ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล คณะกรรมการพูดคุยระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ยังไม่มีการพูดคุยกัน ทั้งที่จะโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้แล้ว เลยไม่แน่ใจว่าตกลงจะเอาอย่างไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีความพยายามพูดว่ามีกระบวนการบางอย่างเกิดขึ้น เช่น การจัดตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการพูดกันในสังคม แต่โดยกระบวนการ ควรมีการออกมาพูดว่าจริงหรือไม่จริง ซึ่งเราไม่รู้ว่าไปเจรจาตั้งรัฐบาลขอเสียงโหวตนายกฯ ตามมาตรา 272 อย่างไร ดังนั้น ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยเรื่องวันนัดเจรจาพูดคุย และจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังไม่ติดต่อมาว่าประชุม 8 พรรคนร่วมวันไหน ตนรู้จากข่าวเหมือนประชาชน

ส่วนที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านแน่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เรายืนอยู่บนข้อเท็จจริงดีกว่า ว่าตอนนี้เราอยู่ในเสียง 312 เสียงของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในสภาถือเป็นเสียงข้างมาก ถ้ามี 312 เสียงแล้วเป็นฝ่ายค้าน ก็คงอธิบายยาก เบื้องต้นเรายืนอยู่บนหลักการว่าเรามีโอกาสเป็นรัฐบาล แต่เราให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัตั้ง สุดท้ายผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาคุยกัน

โวยมีกระบวนการดิสเครดิตก้าวไกล
เมื่อถามว่าเวลานี้ตัดก้าวไกลออกไปเป็นฝ่ายค้านได้หรือยัง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตอนนี้ตนคิดว่ายังตัดไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ เมื่อถามว่าหากสุดท้ายแล้วตั้งรัฐบาลข้ามสายพันธุ์จริงและพรรคก้าวไกลถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ตนคิดว่าผู้ที่ทำให้เกิดกระบวนการที่ไม่เคารพเสียงประชาชน ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น อย่าทำแบบนั้นเลย ต้องเล่นกันตามกติกาตรงไปตรงมา ประเทศจะเดินได้ แต่ถ้าเกิดหวงแหนอำนาจ อยากมีอำนาจโดยไม่สนว่า จริงๆ แล้วประชาชนไม่ได้เลือกคุณมาขนาดนั้น คิดว่าประชาชนจะสั่งสอนคนเหล่านี้ในอนาคตอย่างแน่นอน

นายรังสิมันต์กล่าวถึงกรณีถูกโยงแฮชเเท็กตั๋วปารีสว่า ตนเห็นแล้ว ได้แต่ขำกับไอโอ ถ้าจะปั่นแฮชเเท็กนี้ จะยิ่งทำให้คนนึกถึงตั๋วช้าง ยืนยันว่าไม่จริง และไม่สมเหตุสมผลที่มาปั่นว่าตนรับงานต่างชาติเพื่อมายกเลิกมาตรา 112 อีกทั้งยังนำเรื่องที่ตนยื่นทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ล่าสุด มาบอกว่าทรัพย์สินตนเพิ่มขึ้นมากจากปี 2562 ซึ่งตอนนั้นตนโสด แต่ตอนนี้แต่งงานก็ต้องยื่นของคู่สมรสด้วย ยืนยันว่าทรัพย์สินที่ตนยื่นไปเกือบครึ่งนั้น เป็นของภรรยา ส่วนของตนก็ประกอบไปด้วยหนี้สิน วันนี้มีกระบวนการดิสเครดิตที่รุนแรง หวังผลทำลายความน่าเชื่อถือของก้าวไกล

กัณวีร์กางโรดแม็ป 10 เดือน
นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เผยผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเสนอโรดแม็ป สู่รัฐบาลประชาธิปไตยภายใน 10 เดือน ที่ประเทศไทยยังเดินหน้าได้ในสุญญากาศว่า การรอ สว.ปิดสวิตช์ตนเอง หรือหมดวาระไปตามมาตรา 272 ไม่ถือเป็นการรอที่เสียเวลาเปล่า เพราะภายใน 10 เดือนนี้ ประเทศยังเดินหน้าไปได้ เพราะมีกลไกรัฐสภา

โดย 10 เดือนนี้ ควรจัดทำนโยบายรัฐบาลตามความเร่งด่วนของประชาชนโดยคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่าน จัดเวทีรับฟังข้อเสนอภาคประชาชนต่อกระบวนการนิติบัญญัติร่วมกัน และเร่งรัดพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างมาตั้งแต่สมัยที่แล้วโดยกลไกสภา

นายกัณวีร์ระบุถึงประเทศจะเดินต่ออย่างไรถ้าไม่มีรัฐบาลว่า เรายังมีกลไกสภาที่จะขับเคลื่อนประเทศไปได้ โดยการใช้อำนาจนิติบัญญัติ การพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ซึ่งสภามีอำนาจเหนือกว่าวุฒิสภาอยู่แล้วตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การพิจารณาร่างกฎหมาย ฝั่งประชาชนและสส.จะสามารถทำได้อย่างจริงจังในช่วง 10 เดือนนี้อย่างแน่นอน

ย้ำ 8 พรรคต้องจับมือให้แน่น
ส่วนรัฐบาลรักษาการจะถูกจำกัดอำนาจบางส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว เพราะจะได้ไม่ไปก่อความเสียหายอะไรต่อประเทศชาติให้มากไปกว่านี้ สำหรับเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2567 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 จะล่าช้า และคาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือน มี.ค.2567 โดยเลือกได้ว่าจะนำกรอบงบประมาณ และ ร่างงบฯ เดิมมาใช้ หรืออาจจะทบทวนทั้งฉบับก็ได้ ซึ่งถือเป็นอำนาจของรัฐบาลใหม่ ดังนั้น ยังมีเวลาเรื่องงบประมาณ

“ฉะนั้น เราทำอะไรได้มากมายในช่วง 10 เดือนนี้ และความน่าเชื่อถือจะยิ่งมากขึ้นหากเราทำสิ่งต่างๆ ได้ตามโรดแม็ปนี้ และเมื่อเรามีรัฐบาลที่มาจากประชาชนแล้ว เจ้าของอำนาจที่แท้จริงจะกำหนดทิศทางการพัฒนาและการเมืองตนเองได้และประเทศไทยจะมีจุดยืนแห่งการเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศอย่างสง่าผ่าเผย รอเถอะ จับมือกันให้แน่นทั้ง 8 พรรค อนาคตประเทศและประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริง รอพวกเราอยู่” นายกัณวีร์ระบุ

บิ๊กป้อมแจงยังไม่ได้คุย‘ทักษิณ’
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกจากหัวหน้าพรรคว่า พรรคบอกให้ตนลาออกก่อน เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ขึ้นมาใหม่ ยืนยันว่าจะอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับพรรคต่อไป ไม่ไปไหน

เมื่อถามถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอ นายเศรษฐา ทวีสิน ในวันที่ 4 ส.ค. พรรคจะมีทิศทางการโหวตเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ คงรอมติที่ประชุมพรรค เมื่อถามว่าได้มีการติดต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังประกาศกลับไทย 10 ส.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมยังไม่ได้เจอใครทั้งนั้น”

ปรับทัพ – พรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญประจำปี นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค นั่งเป็นประธาน โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ส่งหนังสือลาออกก่อนได้รับเลือกกลับมา พร้อมร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาฯ พรรค เมื่อวันที่ 29 ก.ค.

ลาออกเปิดทาง‘ธรรมนัส’นั่งเลขา
เมื่อเวลา 09.35 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมสามัญประจำปีของพรรค ครั้งที่ 3/2566 เพื่อกำหนดกิจกรรมของพรรค โดยเฉพาะการประชุม สส.และประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยได้แจ้งที่ประชุมว่า พล.อ.ประวิตร ได้ยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว แต่จะยังอยู่ดูแลพรรคตลอดไป ดังนั้น กก.บห.ชุดปัจจุบันจึงหมดวาระลง ซึ่งการประชุมวันนี้จะมีวาระการเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่

จากนั้นที่ประชุม ได้เลือกตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งเพียงชื่อเดียว โดยไม่มีใครเสนอชื่ออื่นแข่งขัน ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรค ได้เสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานประสานงานสส.พรรค ให้ดำรงตำแหน่งเพียงชื่อเดียวเช่นกัน รองหัวหน้าพรรค 5 คน ประกอบด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน และน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ

ตั้ง‘พัชรวาท’ประธานที่ปรึกษา
ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค และพล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค ส่วนกก.บห. ได้แก่ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส นายยงยุทธ สุวรรณบุตร นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา นายสกลธี ภัททิยกุล นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายอภิชัย เตชะอุบล นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร นายสุธรรม จริตงาม สส.นครศรีธรรมราช นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย และน.ส.กาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ

ต่อมาเวลา 11.45 น. นายไพบูลย์แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเลือก กก.บห.ชุดใหม่ 21 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค พร้อมกันนั้น หัวหน้าพรรคได้ลงนามคำสั่งพรรคที่ 113/2566 แต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค โดยให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และมีคำสั่งที่ 114/2566 แต่งตั้ง นายวราเทพ รัตนากร เป็น ผอ.สำนักงานพรรค

‘ป้อม’สยบลือทิ้งพลังประชารัฐ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งประธานที่ปรึกษาพรรค จะมีผลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ขออนุญาตไม่ตอบ แต่คิดว่าการเลือก กก.บห.ครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคดำเนินการตามแนวทางของพรรคได้เข้มแข็งและมั่นคง พร้อมทั้งยังสยบข่าวลือที่ว่าพล.อ.ประวิตร จะไม่ดูแลพรรค ซึ่งยืนยันว่าพล.อ.ประวิตร จะดูแลในฐานะหัวหน้าพรรคไปตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร และร.อ.ธรรมนัส ต่างไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และหลังจากเลือก กก.บห.เสร็จ แกนนำพรรคหลายคนได้เดินทางไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ซึ่งพล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ที่นั่น และในเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตรได้เรียกประชุม กก.บห.และสส.ของพรรค ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ

กำชับสส.โหวตห้ามแตกแถว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการหารือกับสส. พล.อ.ประวิตร บอกว่า ในวันที่ 4 ส.ค.ที่จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ ขอให้สมาชิกพรรคโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เพราะตอนนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร และช่วงนี้ขอให้ทุกคนนิ่งๆ ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสส.มีการพูดกันด้วยว่า วันที่ 4 ส.ค.ที่จะโหวตนายกฯเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เราน่าจะได้เห็นหน้า นายกฯคนใหม่แน่นอน ไม่น่าจะเลื่อนอีกแล้ว

ธรรมนัสโต้เปิดดีลลับฮ่องกง
จากนั้นเวลา 15.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ไม่ทราบว่ากระแสข่าวนี้มาจากไหน ตนเดินทางไปทำภารกิจส่วนตัวที่ต่างประเทศมาจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปเจรจาทางการเมืองกับใคร เพราะพรรคมีมติชัดเจนในการตัดสินใจเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล

“ผมย้ำมาหลายครั้งว่า พรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ชาติมีความมั่นคง ประชาชนกินดีอยู่ดี เดินหน้าไปตามหลักประชาธิปไตย พรรคเรามีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะไม่สนับสนุนพรรคที่มีแนวคิดแก้ไขมาตรา 112 มีนโยบายชัดเจนว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น พรรคใดที่มองเห็นเป็นประจักษ์ว่าเมื่อร่วมงานกันแล้วจะเกิดความขัดแย้งแน่นอน จะทำให้สังคมแตกแยกอย่างรุนแรง เราจะไม่ร่วมงานอย่างเด็ดขาด” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ย้ำไม่ก้าวล่วง‘แม้ว’กลับไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่มีการเจรจาเกี่ยวกับการเดินทางกลับประเทศไทยของนายทักษิณ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การกลับประเทศของนายทักษิณ เป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งจะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบ เรื่องนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและตนเป็นเพียงผู้แทนราษฎรที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภา เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่านั้น คงไม่สามารถไปก้าวล่วงเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณได้

เรืองไกรยื่นสอบเพิ่ม‘สว.ประภาศรี’
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ นางประภาศรี สุฉันทบุตร สว. เพิ่มเติม พบข้อมูลที่ควรขอให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ กรณีเข้ารับตำแหน่งสว. เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 พบว่านางประภาศรี แจ้งรายการทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่า 23,020,000 บาท ประกอบด้วย 2 รายการ คือ เงินโบราณ 1 ชุด มูลค่า 5,000,000 บาท เครื่องประดับ 14 รายการ มูลค่า 18,020,000 บาท โดยรายการที่ 8 ระบุว่ามุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท แต่ไม่ได้ระบุจำนวนหน่วยไว้

แต่จากการตรวจสอบหาข้อมูลในกูเกิ้ล พบรูปของนางประภาศรี สวมใส่สร้อยมุกหลายรายการที่อาจแตกต่างกัน กรณีนี้จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบรายการมุกที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่ามีทั้งสิ้นกี่รายการ สอดคล้องต้องกันกับรูปภาพที่พบในกูเกิ้ลหรือไม่ หากไม่สอดคล้องกัน รายการที่แตกต่างเป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนเป็นสว. หรือระหว่างดำรงตำแหน่ง สว. ถ้าได้มาก่อน จะเป็นการแจ้งรายการครบถ้วนหรือไม่ หากได้มาระหว่างดำรงตำแหน่ง มีหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นางประภาศรียังแจ้งรายการเงินให้กู้ยืม มูลค่า 5,000,000 บาท ไว้ด้วย โดยให้กู้ยืมแก่บุคคลธรรมดา 2 ราย เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2560 และวันที่ 25 ม.ค. 2562 มีโฉนดค้ำประกันด้วย ซึ่งให้กู้ก่อนรับตำแหน่ง สว. แต่กลับไม่มีการแจ้งรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมทั้ง 2 รายการ กรณีนี้มีเหตุอันควรตรวจสอบว่าการให้กู้ยืมทั้ง 2 รายดังกล่าว มีการคิดดอกเบี้ยหรือไม่ (ถ้ามี) ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละปี มีจำนวนเท่าใด และได้นำดอกเบี้ยรับไปเสียภาษีให้กรมสรรพากรหรือไม่

กกต.จ่อถกเอาผิด‘นครชัย’
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยถึงกรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติในการเป็น สส. เนื่องจากเคยเป็นนักโทษติดคุกว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีที่เป็นลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10) โดยอนุมาตราดังกล่าว มิได้มีกำหนดระยะเวลาการพ้นโทษไว้ดังเช่นมาตรา 98(7) เนื่องจากกฎหมายกำหนดบทความผิดไว้เป็นการเฉพาะว่า ความผิดในฐานใดบ้างที่ต้องห้ามดำรงตำแหน่ง สส.

ดังนั้น หากผู้สมัคร สส. เคยกระทำความผิดตามฐานความผิดที่ระบุไว้จะถือเป็นลักษณะต้องห้ามการสมัครรับเลือกตั้ง สส. โดยกรณีดังกล่าวหากเห็นว่าผู้สมัครรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่มาสมัคร อาจเข้าข่ายต้องรับโทษทางอาญา ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 151 และอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจัดการเลือกตั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

นายอิทธิพร กล่าวอีกว่า ตามที่ สส.คน ดังกล่าวได้ประกาศทางเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งว่าจะลาออกจากตำแหน่งในสัปดาห์หน้า จึงคาดว่าจะยื่นหนังสือลาออกและมีผลในช่วงสัปดาห์หน้าเลย ซึ่งกรณีนี้ กกต.เรารับทราบเรื่องแล้ว และอยู่ในขั้นตอนที่ส่วนกลางกำลังพิจารณาจัดทำความเห็นเพื่อเสนอต่อ กกต.ต่อไป ซึ่งจะมีประเด็นเรื่องความผิดทางอาญา ตามมาตรา 151 รวมทั้งอาจพิจารณาฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายในการจัดเลือกตั้งใหม่ต่อไป

แปรอักษร – กลุ่มผู้ชุมนุม#พร้อม2 ทำกิจกรรมที่แยกราชประสงค์ แปรอักษรเป็นตัว ห.หีบ ซึ่งนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้จัดชุมนุมสาธารณะ อธิบายว่าเป็นการสื่อไปถึงสมาชิกวุฒิสภา ที่จะโหวตตั้งนายกฯ ให้เห็นหัวประชาชน เมื่อวันที่ 29 ก.ค.

ม็อบพร้อม2แปรอักษรเปิดแฟลช
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นัดชุมนุมโดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “ม็อบพร้อม 2” ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยวันนี้นัดรวมกันที่แยกอโศกมนตรีในเวลา 17.00 น. เพื่อเดินเท้าไปยังแยกราชประสงค์ แล้วแปรอักษรเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ส่งเสียงไปถึงการทำหน้าที่ของ สว.ในสภา

นายสมบัติกล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้จะไม่มีเวทีปราศรัย เพราะเน้นรูปแบบการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ เพื่อส่งสัญญาณไปถึง สว.เพื่อให้ทำหน้าที่ไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และต้องมุ่งเน้นที่หลักการทางประชาธิปไตย ก่อนจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค. ในวาระโหวตเลือกนายกฯ รอบสาม และพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 272

นายสมบัติกล่าวว่า กรณีมีการเหยียบรูปนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในการชุมนุมครั้งที่แล้วนั้น ตนอยากขอโทษและไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ตนเลือกพรรคเพื่อไทย ก็ขอให้เพื่อไทยยืนหยัดตามพันธสัญญา ส่วนการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร นั้น ตนอยากให้กลับมาเพื่อให้คำปรึกษากับฝ่ายบริหารประเทศและทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมม็อบพร้อม 2 เริ่มเดินเท้าเมื่อเวลา 17.15 น.จากแยกอโศก โดยใช้ 2 ช่องทางการจราจรบนถนนสุขุมวิทขาเข้า ทั้งนี้ มวลชนที่มาจากแยกอโศกมีไม่มาก แต่ปรากฏว่าระหว่างทาง มีมวลชนที่ยืนรออยู่ทยอยเดินมาเข้าร่วมสมทบ ส่งผลให้ขบวนม็อบมีความยาวมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ชาวต่างชาติต่างนำโทรศัพท์มือถือมายืนบันทึกภาพการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ โดยขบวนผู้ชุมนุมได้เป่าแตรเสียงดังสนั่น พร้อมชู 3 นิ้ว ชูป้ายเรียกร้อง รวมถึงการโปรยกระดาษประกาศจับ สว. และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รวมถึงการเคาะหม้อกระทะที่ผู้ชุมนุมเตรียมมา สลับกับการตะโกนติติง สว.

เวลา 18.15 น. หัวขบวนนำโดยรถจักรยานยนต์ได้เดินทางถึงแยกราชประสงค์ โดยมีมวลชนที่รออยู่ ต่างส่งเสียงโห่ร้องให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 18.30 น. นายสมบัติได้ผูกผ้าแดงบริเวณป้ายแยกราชประสงค์ พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว

ต่อมา น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือพยาบาลแหวน ได้อ่านแถลงการณ์สรุปรายงานการเสียชีวิต 6 ศพวัดปทุมฯ ปี 53 เหตุเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553

จากนั้นเวลา 18.50 น. ทางกลุ่มได้ให้มวลชนแปรอักษรเป็นตัวอักษร “ห” หมายถึง ห.เห็นหัวประชาชน ห.อย่าเห็นแก่ตัว ห.เห็บหมัดเผด็จการ ก่อนเปิดแฟลชโทรศัพท์ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เป็นอักษรตัวที่ 2 ที่ประชาชนส่งถึง สว.ให้ได้รับรู้รับทราบว่าความหมายแปลว่าอย่างไร โดยครั้งก่อนเป็นตัวอักษร “ค”

จากนั้นนายสมบัติกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ และให้รอการนัดหมายอีก โดยเราจะยึดการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก่อนประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 18.50 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน