เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 สส.บช.น. พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รองผกก.กก.สส.2 สั่งการพ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว.กก.สส.2 สส.บช.น. และนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 สืบสวนจับกุมน.ส.ศุภลักษณ์ จุสนั่น อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี และหญิงสาวอายุ 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนเเละครอบครัวกลาง ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 90 ซอยชุมชนสมประสงค์ ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

จับบัญชีม้า – พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง, พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น และนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 จับกุม น.ส.ศุภลักษณ์ จุสนั่น สาวบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้าง สภ.เมืองเชียงราย หลอกให้โหลดแอพดูดเงินกว่า 1 แสนบาท เมื่อวันที่ 30 ก.ค.
สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้รับสายโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย ถูกแอบอ้าง และการฟอกเงิน ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนในแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อแจ้งความ ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนแล้วปรากฏผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ สภ.เมืองเชียงราย บอกให้ผู้เสียหายโอนเงินที่มีอยู่ทั้งหมดไปให้ตรวจสอบแล้วจะคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย ในชื่อบัญชีของผู้ต้องหา 4 ครั้ง จากนั้นหลอกให้ผู้เสียหายโหลดแอพฯ เพื่อควบคุมโทรศัพท์ทางไกล และให้ผู้เสียหายบอกเลขรหัสที่ปรากฏในแอพฯ จากนั้นเข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์ผู้ เสียหาย และโอนเงินจากบัญชี 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 109,355 บาท
จากการสอบสวนน.ส.ศุภลักษณ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้เป็นบัญชีของตนเองจริง ซึ่งบัญชีดังกล่าวนั้น ได้นำไปให้ผู้ต้องหาคนที่ 2 ใช้ โดยที่ตนเองไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงิน หรือแก็งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 2 ให้การว่าบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้เป็นของตนเองจริง ซึ่งบัญชีดังกล่าวตนเอาไปให้เพื่อนใช้ โดยที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงิน หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังสอบสวนเบื้องต้นจึงนำตัวผู้ต้องหาที่ 1 ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองจันทบุรี และนำผู้ต้องหาที่ 2 ส่งสน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป