ท็อปหนุนสูตร265-จี้ตั้งเร็ว กก.ลั่นถูกเขี่ย-ไม่โหวตให้ สว.ยังตีรวน-ชูนายกคนนอก คาร์ม็อบวันนี้-วิวาห์ 8พรรค

เพื่อไทยย้ำจุดยืนไม่ยุ่งมาตรา 112 เปิดคลิป‘เศรษฐา’ ให้สัมภาษณ์สื่อชัดเจน ไม่แก้ไข-ไม่ยกเลิก ‘วราวุธ’ ยังไม่ได้คุยเพื่อไทย เรื่องสูตรจับขั้วใหม่ 265 เสียง กระทุ้งรีบตั้งรัฐบาลล่าช้าประเทศเสียหาย ก้าวไกลไม่เชื่อกระแสข่าวถูกเขี่ยเป็นฝ่ายค้าน วิโรจน์ลั่นถ้าจริง ก็จะไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ชี้รัฐบาล 260 กว่าเสียง เป็นเรื่องยาก สว.จเด็จล็อกเป้าถล่ม ‘เศรษฐา’ พร้อมเปิดประเด็น ‘นายกฯคนนอก’ ‘กิตติศักดิ์’ ชี้ตัวเลือกเหลือแค่ ‘อนุทิน-บิ๊กป้อม’ ประภัตรแจงบินร่วมวันเกิดทักษิณที่ฮ่องกง ไปอวยพรในฐานะเพื่อนเก่า ปัดดีลการเมือง

แห่อวยพรประภัตรครบ 74 ปี
วันที่ 1 ส.ค. ที่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดบ้านทรงไทยจัดงานวันเกิดครบรอบ 74 ปี 1 ส.ค. บรรยากาศคึกคักมีข้าราชการ ประชาชนในจ.สุพรรณบุรี ข้าราชการที่เคยทำงานร่วมกับนายประภัตร และแกนนำพรรค ทั้งนายนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรค น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี นายศุภโชค ศรีสุขจร ส.ส.นครปฐม ร่วมอวยพร

นายประภัตรกล่าวขอพรวันเกิด 1.ขอให้สุขภาพแข็งแรง 2. ในทางการเมืองขอให้ยิ่งใหญ่ สมหวัง 3. ขอให้แก้ปัญหาทุกอย่างให้พี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะน้ำต้องเพื่อทำเกษตรกรรม ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น เมื่อถามว่าไม่ขอเป็นรัฐบาลหรือ นายประภัตร กล่าวว่า ก็ต้องสอดคล้องเพราะการเป็นรัฐบาลน้ำก็มาเยอะขึ้น ก่อนหัวเราะลั่น

ครบ 74 ปี – นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค เข้าอวยพรนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ ในโอกาสวันเกิดครบ 74 ปีที่บ้านทรงไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

แจงบินพบทักษิณที่ฮ่องกง
นายประภัตรชี้แจงกรณีไปร่วมงานวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ฮ่องกงว่า ไปในฐานะเพื่อนเก่าที่มีความผูกพัน เมื่อถึงวันเกิดจึงไปเยี่ยม ไปให้กำลังใจ ไม่ว่าอยู่ประเทศไหน นายทักษิณได้พูดถึงการกลับมาเยี่ยมหลาน บอกว่าจะมาเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลงที่สนามบินดอนเมือง หลังจากนั้นไปศาล และหากจะไปเข้าคุกยินดีปฏิบัติ ไม่มีการพูดถึง ดีลการเมืองใดๆ

วราวุธยันจุดยืนโหวตนายกฯ
นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงความคืบหน้าหลังพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยว่า ยังรอฟังข่าวและความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ขอย้ำจุดยืนหากเพื่อไทยเสนอแคนดิเดตนายกฯ เรายินดีสนับสนุนหากเป็นไปตามเงื่อนไขที่พูดคุยเมื่อ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนการขุดคุ้ยนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เรื่องมาตรา 112 นั้น ต้องรอฟังความชัดเจนจากพรรค เพื่อไทยจะเสนอชื่อบุคคลใด และมีแนวทางร่วมรัฐบาลกับจับมืออย่างไร ขอให้พรรคเพื่อไทยชัดเจนก่อน ไม่ตีตนก่อนไข้ เมื่อถามว่ามั่นใจว่า 4 ส.ค.จะได้นายกฯ คนใหม่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ตนยังเชื่อมั่นเช่นนั้น ยังมีเวลาอีก 2-3 วันต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป

ส่วนสูตรตั้งรัฐบาล 8+2 ที่มีชื่อชาติไทยพัฒนาเข้าร่วม นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ว่าจะสูตรใดขอย้ำจุดยืนเรื่องแนวนโยบายอุดมการณ์และไม่แตะมาตรา 112 “สูตรตั้งรัฐบาลเราไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนจะเอาใครไม่เอาใครต้องคำนึงถึงเสถียรภาพรัฐบาลด้วย เพราะเลือกนายกฯ ต้องใช้เสียง 750 เสียงไม่ใช่ 500 เสียง ดังนั้นต้องคำนวณว่าหากไม่มีลุงหรือไม่มีเราการลงคะแนนโหวตนายกฯ เป็นอย่างไร”

พท.ยังไม่ได้คุยสูตร 265 เสียง
นายวราวุธให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงข่าวพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสูตร 265 เสียง โดยไม่มีพรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ได้ยินสูตรดังกล่าวมาเหมือนกัน มีข่าวลือมาเข้าหู ถ้าเป็นเช่นนี้เท่ากับว่ารัฐบาล 265 ฝ่ายค้าน 235 หมายความว่าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรต้องยึดมั่นกันทำงานให้ดีเพราะจะมีความอ่อนไหวพอสมควร อย่างไรก็ตามการจะให้เสียงครบ 376 เสียงในการโหวตนายกฯ เป็นการบ้านของพรรคเพื่อไทยจะหาเสียงมาเติมได้อย่างไร เพราะไม่มั่นใจว่า สว.สนับสนุนหรือไม่อย่างไร

“ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับเพื่อไทย ผมได้ยินข่าวลือลอยมาเหมือนกันเพราะมีคนนั้นคนนี้เริ่มพูดถึงแต่ยังไม่ได้พูดคุยอย่างเป็นทางการจาก ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง” นายวราวุธกล่าว เมื่อถามว่าเสียงหมิ่นเหม่มองว่าความเป็นไปได้มีมากน้อยเพียงใด นายวราวุธกล่าวว่า ย้อนกลับไปการเลือกตั้งเมื่อปี 62 รัฐบาลก็เสียงปริ่มน้ำเช่นกัน แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีความเข้มแข็งมากขึ้นจนจบสมัย

จี้เร่งตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว
นายวราวุธกล่าวต่อว่า หลังเลือกตั้ง 14 พ.ค.ที่ผ่านมา หลายฝ่ายเรียกร้องให้ กกต.รับรองส.ส.โดยเร็ว เมื่อรับรองทั้ง 500 คนแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ยิ่งทอดเวลาไปนานก็จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของต่างชาติ ดังนั้นในวันที่ 4 ส.ค.นี้มั่นใจว่าจะมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ส่วนจะเป็นใครต้องรอฟังจากทางพรรคเพื่อไทย

เมื่อเสนอแล้วมั่นใจว่าการลงคะแนนจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะหากยังไม่ได้รัฐบาลก็จะก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้แล้วยังจะล่าช้าออกไปอีก การทำงานในแต่ละภาคส่วนจะได้รับผลกระทบไปตามกันซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ

พท.เลื่อนประชุม 8 พรรค
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่มีการประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 2 ส.ค. ตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ เพื่อแจ้งข้อสรุปจากการพูดคุยกับสส. สว. และความจำเป็นในการดึงพรรคต่างขั้วร่วมรัฐบาล

เล็งแจ้งตั้งรัฐบาล 265 เสียง
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า จะมีการนัดหมาย 8 พรรคหารือก่อนการโหวต นายกฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมแจ้งวงประชุมว่าแนวทางโหวตนายกฯ ซึ่งจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ยืนยันสูตรตั้งรัฐบาลเพื่อไทยจะลดการต่อต้านโดยไม่มีพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกันจำเป็นต้องดึงเสียงสส.จากพรรคนอกขั้วมาเติม ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และเสียงจากสส.พรรคประชาธิปัตย์ ในซีกของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาฯ พรรค เพื่อจัดตั้งรัฐบาล 265 เสียง

นอกจากนี้ จะนำเสนอข้อเรียกร้องของสว.และพรรคอื่นที่จะร่วมโหวตนายกฯ ซึ่งไม่ยอมรับพรรคก้าวไกล เพื่อให้ที่ประชุม 8 พรรคตัดสินใจร่วมกัน

ข่าวบีบก้าวไกลฝ่ายค้านยังไม่ชัดเจน
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค กล่าวถึงกระแสข่าวประชุม 8 พรรคว่า คงต้องรอให้พรรคเพื่อไทยแจ้งอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด การนัดประชุมมองว่ามีการหยุดหลายวันจึงต้องเร่งนัดประชุมก่อนถึงวันโหวตนายกฯ ครั้งที่ 3

เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกฯ ที่ต้องโหวตครั้งต่อไป สว.ยังคงยืนยันต้องไม่มีการแก้มาตรา 112 นายชัยธวัชกล่าวว่า ข้ออ้างของสว.มีมากมายและพยายามสร้างเงื่อนไขไปเรื่อย แต่ส่วนตัวก็เห็นว่าหาก 8 พรรคจับมือกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลแบบพลิกขั้วก็เป็นเรื่องยาก ส่วนกรณี สว.พยายามสร้างเงื่อนไขไม่โหวตให้นายเศรษฐาเพราะทัศนคติการแก้ไขมาตรา 112 นั้น สว.มีเงื่อนไขใหม่ออกมาอยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนตัวเห็นว่าเมื่อใครชนะการเลือกตั้ง เป็นที่ยอมรับของประชาชน สว.ก็ควรโหวตตามมติของประชาชน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการพยายามดันพรรคก้าวไกลให้เป็นฝ่ายค้าน นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนอะไรเพราะเป็นเพียงกระแสข่าว วันที่ 2 ส.ค.จะมีการประชุม สส.พรรคและจะนำเรื่องต่างๆ ไปคุยเป็นรายละเอียดเพื่อไปประชุม 8 พรรคร่วมต่อ ส่วนการจัดชุมนุมคาร์ม็อบ 2 ส.ค. ภายใต้ชื่อแห่มาลัยวิวาห์คล้องใจ เวลา 12.00 น. ที่แยกอโศก ซึ่งจะเดินทางมาที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยนั้น ตนยังไม่ทราบ แต่ก็มองว่าประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงออก

วิโรจน์ไม่เชื่อตั้งรัฐบาล 260 เสียง
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากเพื่อไทยกับ ก้าวไกลแพ็กกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลสูตรอื่นหรือการปล้นอำนาจประชาชนไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือข่าวลือจะมีการทรยศหักหลังประชาชนตั้งรัฐบาล กร๊วกๆ 260 กว่าเสียงเป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก “มันยากแบบเป็นไปไม่ได้เลย เพื่อไทยก้าวไกลจับกัน 290 เสียง รัฐบาล 260 เสียงจะอยู่อย่างไร การเจรจาถูกต่อรองหนัก จะได้กระทรวงที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้จริงหรือ ผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่พาตัวเองไปสู่มุมอับทางการเมืองแบบนั้น” 8 พรรคร่วมมีการ กระทบกระทั่งกันบ้างก็ให้ลืมๆ กันไป วางอคติต่อกัน เชื่อว่าไม่กี่สัปดาห์จะตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่าตอนนี้ สว.จะไม่โหวตให้นายเศรษฐา อ้างเรื่องมาตรา 112 เช่นเดียวกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายวิโรจน์กล่าวว่า “เห็นมั้ย คราวนี้มาเล่นนายเศรษฐาแล้ว มาเล่นพี่นิดของผมอีกแล้ว ผมถึงบอกไงว่าปล่อยวางเถอะ คนเหล่านี้ขัดขวางเสียงของประชาชน พออ้างเรื่องหนึ่งแล้วก็อ้างเรื่องสองไม่รู้จักจบจักสิ้น อย่าไปหวังพึ่งใคร”

ไม่เชื่อหนู-ป้อมได้เป็นนายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า สว.ระบุคนที่จะเป็นนายกฯ มีเพียง 2 คนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเพื่อไทยจะทำแบบนั้น สมมติเพื่อไทยให้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลและพรรคนำรวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐมาร่วม โดยอ้างว่าจำใจต้องร่วม อย่างไรก็โดนด่าอยู่ดี สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้นายกฯ กระทรวงสำคัญก็จะไม่ได้ และยังโดนประชาชนด่าหนักกว่าเดิม

เมื่อถามว่าหากเพื่อไทยดึงภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนา มาร่วมรัฐบาล แต่ไม่มีพรรค 2 ลุง พรรคก้าวไกลจะร่วมได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ก็ต้องมาพูดคุยกัน เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลเราต้องยอมรับอย่างใน MOU ยังต้องตัดบางเรื่องออกไปเลย มันก็ต้องยืดหยุ่นกัน เมื่อถามว่าแสดงว่าร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ไม่หรอก แต่หากพรรคเพื่อไทยเอา 2 ลุงมาร่วมรัฐบาลก็ต้องถามให้ชัดว่าจะอธิบายประชาชนอย่างไร “ไม่ใช่ลุงมาฉันจะไป ลุงมาฉันก็จะอยู่ไล่ลุง”

ถ้าเป็นฝ่ายค้านไม่โหวตให้พท.
เมื่อถามว่าหากไม่มีพรรคลุง ก้าวไกลพร้อมโหวตให้และยอมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า การปิดสวิตช์ สว.เป็นการเชิญชวน สส.ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลมาโหวต ไม่ให้ สว.เข้ามาแทรกแซงการโหวตนายกฯ กระแสที่เกิดขึ้นคือยอมให้ สว.แทรกแซง ยอมจำนนต่อ สว.แบบนี้เรียกว่าปิดสวิตช์พรรคก้าวไกล ใครจะไปโหวตให้ไม่มีทาง จะหักหลังก้าวไกลแล้วให้ไปโหวตให้เป็นไปไม่ได้ พรรคอาวุโสขนาดเพื่อไทยไม่ทำอะไรที่มันลับๆ ล่อๆ แบบนี้

วันที่ 2 ส.ค.จะมีประชุม สส.พรรคก้าวไกล คงมีการหารือกันถึงประเด็นปิดสวิตช์ก้าวไกล ขอร้องการวิเคราะห์ต่างๆ เป็นสิทธิของประชาชน แต่ก็ยังไม่มีมูลความจริงอะไรที่ต้องไปต่อว่าพรรคเพื่อไทย เราเองก็ต้องปกป้องพรรคเพื่อไทยด้วย รอให้มีมูลก่อนแล้วด่าก็ยังไม่สาย เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ยอมให้ปิดสวิตช์ก้าวไกล นายวิโรจน์กล่าวว่า 14 ล้านเสียงของก้าวไกล กับ 11 ล้านเสียงของเพื่อไทยก็มีอุดมการณ์ที่ใกล้เคียงกันมากๆ การที่พรรคเพื่อไทยอยู่ดีๆ จะไปเลือกพรรคภูมิใจไทยก็ต้องถามว่าภูมิใจไทยมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อไทยจริงๆ หรือไม่

อดิศรแนะณัฐชาอย่าหูเบา
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุกระแสข่าวก้าวไกลพร้อมยกมือให้ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย และพร้อมเป็น ฝ่ายค้าน เป็นการปล่อยข่าวที่สกปรกจาก เพื่อไทย ว่า ตนไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว แต่เพื่อไทยตรงไปตรงมา การสนับสนุน ก้าวไกลโหวตแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยทำอย่างตรงไปตรงมา 141 เสียงไม่เคยบกพร่อง เมื่อนายณัฐชาวิพากษ์วิจารณ์เพื่อไทยอยากเสนอให้ไปซื้อต่างหูมาใส่ อย่าเพิ่งปลงใจเชื่ออะไร สักแต่มีคนพูดให้ฟัง อยากให้กลับไปอ่านกาลามสูตรของพระพุทธองค์ที่ระบุอย่าเชื่อเพราะฟังตามๆ มา เพื่อไทยและก้าวไกลไม่มีปัญหาต่อกัน ตามที่คนเคยพูดว่าเราเป็นข้าวต้มมัดมีตอกคือประชาชนมามัดเราไว้ด้วยกัน ส่วนที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แกนนำพรรคก้าวไกล วิจารณ์เพื่อไทยบอกสื่อนัดประชุม 8 พรรค แต่ไม่ยอมบอกแกนนำ ก้าวไกลนั้น ตอนที่ก้าวไกลเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลก็เลื่อนประชุม 8 พรรค ก่อนวิจารณ์คนอื่นอยากให้ดูตัวเอง ตนไม่ถือสาเพราะนางอมรัตน์พูดแบบตบแล้วจูบตลอด ควรไปหาซื้อกระจกเงามาไว้ส่องตัวเอง

ย้อนคลิป‘เศรษฐา’ไม่แตะ 112
เมื่อถามถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ตั้งคำถามถึงการแก้ไขมาตรา 112 ของนายเศรษฐา นายอดิศรกล่าวว่า ยืนยันเพื่อไทยโดยทีมปราศรัยทุกเวทีไม่มีเรื่องนี้ นายเศรษฐาไม่เคยปราศรัยเลย เพื่อไทยไม่เคยแตะมาตรา 112 เป็นความเห็นของเพื่อไทยมาแต่ไหนแต่ไร เราถูกกระทำจากเรื่องนี้มากยิ่งกว่าพรรคไหนๆ เพื่อไทยเข้าใจว่าสังคมไทยต้องมีสถาบันอันเป็นที่รัก จุดยืนเราชัดเจน ไม่คิดแตะเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานในโลกออนไลน์มีการแพร่คลิปคำให้สัมภาษณ์ของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ต่อจุดยืนไม่แก้ไขมาตรา 112 และไม่ยกเลิก ม.112 โดยเป็นคำให้สัมภาษณ์ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อ 20 ก.ค. ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรค เพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะทำอย่างไรไม่ให้มาตรา 112 เป็นปัญหา นายเศรษฐากล่าวว่า มองว่าพรรคที่จะเสนอชื่อ นายกฯครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องของการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว.รวมถึงพรรคอื่น คณิตศาสตร์ค่อนข้างพื้นฐานมากๆ นับดูก็รู้ว่าเรื่องอะไรเป็นอะไร

เมื่อถามว่ามองว่าวิธีใดที่จะทำให้มาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะทำให้คนเข้าใจเพื่อไทยมากที่สุดว่าไม่ได้หักพรรคก้าวไกล นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนพูดแทนพรรคก้าวไกลไม่ได้ แต่พรรคเพื่อไทยคงต้องพูดคุยกันถ้าเราจะเป็นแกนนำเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่ต้องหยุดลงไป เมื่อถามว่าหากเพื่อไทยเป็นแกนนำแล้วไม่แตะมาตรา 112 ความสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกลจะเป็นอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะตนไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจา แต่ส่วนตัวคิดว่าหากมีมาตรา 112 อยู่ คงไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ พรรค

จุดยืนเพื่อไทยไม่มีเรื่องสถาบัน
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี สว.ระบุนายเศรษฐา ควรย้ำจุดยืนให้ชัด แก้-ไม่แก้ ม.112 ว่า นายเศรษฐายืนยันชัดเจนว่าการโหวตนายกฯ ครั้งต่อไปต้องคิดให้ดี เจรจาให้เหมาะสม และส่วนตัวยอมรับการแก้มาตรา 112 ถือเป็นปัญหาและอุปสรรคสำคัญ พรรคที่จะเสนอ นายกฯ ครั้งต่อไปต้องไม่มีเรื่องการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว.และจากหลายๆ พรรค ประชาชนเห็นจุดยืนของนายเศรษฐาและ เพื่อไทยที่จะไม่ยกเลิก ไม่แก้ไข ม.112 ชัดเจน

นายอนุสรณ์ยังตอบโต้นายณัฐชา ว่า ตอนโหวตนายพิธา 141 เสียงเพื่อไทยโหวตให้ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีแตกแถว อย่ามัวแต่ฟาดงวงฟาดงา ถ้าพอมีเวลาลองไปถอดบทเรียนจากผลนิด้าโพล ที่ชี้ประชาชนมองก้าวไกลผิดพลาด เพราะไม่ยอมยกเลิกบางนโยบาย ไม่ใช่ไปโทษทุกคน แล้วตัวเองไม่ยอมปรับตัว ยืนยันจนถึงขณะนี้เพื่อไทยยังไม่ได้ทำอะไรตามที่ถูกกล่าวหาเลย เพียงแต่จะนำข้อหารือจากพรรคต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุม 8 พรรคให้ได้ร่วมกันตัดสินใจ ไม่ควรมีใครใช้วิธีขอเสียงสนับสนุนไปด่าไป เราจะขอเสียงจากเขา โดยไม่คุยกับใครเขาเลยได้อย่างไร

จเด็จล็อกเป้าถล่มเศรษฐา-ชูคนนอก
นายจเด็จ อินสว่าง สว. กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ 4 ส.ค.ว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายสร้าง สตอรี่ แทงข้างหลัง ถีบพรรคนั้นพรรคนี้ แต่สว.มีหน้าที่ต้องโหวตเลือกนายกฯ โดยยึดรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ที่ผู้ถูกเสนอชื่อต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่าง ร้ายแรง ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ที่จะถูกเสนอชื่อยังมีข้อน่าสงสัยตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุเรื่องหลีกเลี่ยงภาษี ถ้าเป็นเช่นนี้สว.จะรับรองได้อย่างไร ดังนั้นการโหวตนายกฯ วันดังกล่าวประธานรัฐสภาต้องให้นายเศรษฐา แสดงวิสัยทัศน์เพื่อให้สมาชิกรัฐสภามีโอกาสซักถาม ถ้านายเศรษฐาไม่แสดงวิสัยทัศน์ใดๆ สว.จะเป็นฝ่ายถามเองถึงแนวคิดการบริหารประเทศ ทั้งการแก้ไขมาตรา 112 เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ก่อนตัดสินใจลงมติ

ส่วนตัวเชื่อว่า การโหวตนายกฯ วันที่ 4 ส.ค.ไม่น่าจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย จะมีปัญหาถกเถียงพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 หนักเข้าอาจต้องส่งไม้ต่อไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับ 3 ในที่สุดอาจนำไปสู่การโหวตนายกฯ ตามมาตรา 272 วรรคสอง หรือ นายกฯ คนนอก ขณะนี้พรรคก้าวไกลยังเกาะเพื่อไทย แม้จะยอมเป็นฝ่ายค้านแต่ก็จะโหวตให้เพื่อไทยเป็นนายกฯ ถ้าทำได้ก็ทำไปเลย แหกตาสว.ไม่เป็นไร แต่อย่าแหกตาประชาชน

กิตติศักดิ์ดัน‘หนู-ป้อม’
นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. ให้สัมภาษณ์รายการ ‘กรรมกรข่าว คุยนอกจอ’ ของนาย สรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่าเห็นหมอดูทำนาย ทายทัก ตนจึงสวมวิญญาณหมอเดาตามที่เคยบอกว่านายกฯ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ตอนนี้เหลือแค่ 2 ตัวเลือกคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ชี้ชัดและไม่กลัวหน้าแหก

ส่วนสูตรรัฐบาลที่ไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ แต่มีพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล โดยมีนายเศรษฐา เป็นนายกฯ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่เชื่อสูตรตั้งรัฐบาลดังกล่าว เพราะนายเศรษฐา ถ้าได้เป็นนายกฯ ต้องไปผ่านด่านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อีก เป็นอาการที่หนักหนาสาหัส จึงมองว่านายเศรษฐาและเพื่อไทยเป็นตัวหลอก ที่สุดเพื่อไทยจะยกการตั้งรัฐบาลให้ภูมิใจไทยเพื่อฉีกเอ็มโอยูไปโดยปริยาย และภูมิใจไทยจะเชิญเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลก็วินวินทั้งคู่

ลุ้นศาลรธน.รับ-ไม่รับคำร้องพิธา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องของ ผู้ตรวจการแผ่นดินไว้วินิจฉัยหรือไม่ หลังขอให้ศาลฯพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ รอบสอง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้สั่งชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ออกไปก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเรื่องนี้ เสร็จสิ้น

สำหรับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเบื้องต้น จะออกได้ 3 แนวทาง คือ 1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง 2.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง แต่ไม่มีคำสั่งให้ชะลอการโหวต นายกฯ 3.ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และมี คำสั่งให้ชะลอการโหวตนายกฯ ไว้ก่อน

ทั้งนี้ ประธานรัฐสภานัดประชุมโหวตเลือกนายกฯรอบ 3 ในวันที่ 4 ส.ค. หลังจากที่ศาลนัดพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการฯไว้วินิจฉัยหรือไม่หลังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบกับการเสนอชื่อ นายพิธา

อัยการชี้ศาลอาจไม่รับคำร้อง
นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า จุดชี้ขาดศาลรัฐธรรมนูญรับหรือไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุจุดชี้ขาดสำคัญเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 โดยพิจารณาจากผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นส.ส.และประชาชนว่าเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงหรือไม่ จากการกระทำของรัฐสภาที่ลงมติว่าการเสนอชื่อบุคคลให้รัฐสภาเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งเป็นนายกฯ ถือเป็นญัตติ ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41

หากพิจารณาข้อกล่าวอ้างประเด็นเรื่องบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญน่าจะเป็นนายพิธา แต่นายพิธาไม่ได้ยื่นร้อง แต่กลับเป็นส.ส. และประชาชนจำนวนหนึ่ง เป็น ผู้ร้องเรียน

ดังนั้น หากศาลฯพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ร้องเรียนไม่ได้เป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากการกระทำของรัฐสภาก็อาจมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการฯ ไว้พิจารณาวินิจฉัย และเมื่อมีคำสั่งไม่รับคำร้อง คำขอให้มีคำสั่งยุติการเลือกนายกฯไว้ก่อนจนกว่าศาลฯจะมีคำวินิจฉัย ย่อมเป็นอันตกไปด้วย หากพิจารณาแนวคำวินิจฉัยของศาลฯที่ผ่านๆ มา ศาลฯวางแนวคำวินิจฉัยมาโดยตลอดว่าผู้ร้องต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยตรงจากการกระทำของผู้ถูกร้อง

คาร์ม็อบแห่ขันหมากวิวาห์8พรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายจัดคาร์ม็อบวันที่ 2 ส.ค. “แห่มาลัยวิวาห์คล้องใจ 8 พรรค” ในเวลา 12.00 น. ที่แยกอโศกมนตรีแล้วเคลื่อนขบวนไปถนนสุขุมวิท เข้าถนนเพชรบุรี ไปยังอาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย และไทยซัมมิท ทาวเวอร์ ที่ทำการพรรคก้าวไกล เพื่อนำรายชื่อประชาชนที่สนับสนุน 8 พรรคจับมือกันไม่แตกขั้ว ไปยื่นกับทั้ง 2 พรรค

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน