เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หลังจากไปเที่ยวและกลับภูมิลำเนาในช่วงหยุดยาวระหว่างวันที่ 28 ก.ค.-2 ส.ค. พบว่าปริมาณรถยนต์ในเส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ บนถนนสายเอเชีย ช่วงผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 1 วงแหวนบางปะอิน เขตอ.บางปะอิน จนถึงหลักก.ม.ที่ 18 วงแหวนอยุธยา มีปริมาณรถยนต์ใช้กันอย่างหนาแน่นและสลับกับชะลอตัวหยุดเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะในช่วงวงแหวนบางปะอิน หลักก.ม.ที่ 1 ปริมาณรถ มีจำนวนมากจนติดสะสม เรื่อยมาจนถึง บริเวณหลักก.ม.ที่ 13 พบว่าอยู่ในเขต ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน มีปริมาณรถยนต์ใช้บนถนนสายเอเชีย ช่องทางขาเข้าช่องทางที่ 1-4 อย่างหนาแน่น
ส่วนวงแหวนอยุธยา ก.ม.18-19 พบว่ามีรถยนต์ใช้เป็นจำนวนมากและมีรถติดสะสม เพราะว่ารถที่ออกจากตัวเมืองอยุธยา วิ่งมาสมทบรวมกับรถบนถนนสายเอเชีย ทำให้มีรถชะลอตัวบนวงแหวนอยุธยาด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีรถชะลอตัวบริเวณวงแหวนบางปะหัน ของถนนสายเสีย ก.ม.35 และบนถนนสาย 347 เส้นทางบางปะหัน-ปทุมธานี พบว่าตามแยกใหญ่ๆ มีรถยนต์สะสมมากเช่นกัน เช่นสี่แยกทุ่งมะขามหย่อง, สี่แยกวัดวรเชษฐ์, สามแยกปากกราน ขณะที่ถนนพหลโยธิน เส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ มีรถยนต์มากเช่นกันในนเขตอ.วังน้อย อ.บางปะอิน
วันเดียวกัน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันหยุดวันที่ 5 แล้ว ทั้งประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด ต่างเริ่มทยอยเดินทางกลับที่พัก ทำให้การจราจรมีปริมาณรถหนาแน่น สภาพการจราจรโดยรวมบนถนนสายหลักในหลายพื้นที่ติดขัดเป็นบางช่วง จึงกำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศพร้อมอำนวยความสะดวกจราจร ป้องกัน เเละลดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับมีประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งวันที่ 1- 2 ส.ค. 2566 นี้มีฝนตกหนักเกือบทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะทำเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ เนื่องจากทัศนวิสัยในการขับขี่จะลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก ถนนมีสภาพเปียกลื่น หากต้องขับขี่ยานพาหนะขณะที่เกิดฝนตกหนักดังกล่าวตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเน้นการจับกุมเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุใน 10 ข้อหาหลัก ได้แก่ 1.ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด 2.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3.ขับรถย้อนศร 4.ไม่พกพาใบขับขี่ 5.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 6.แซงในที่คับขัน 7.ขับขี่รถขณะเมาสุรา 8.ไม่สวมหมวกกันน็อก 9.ใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ปลอดภัย และ 10.ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ
ข้อมูลสถิติจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (https://www.thairsc.com/) พบว่าในห้วงวันหยุดที่ผ่านมานั้นตั้งแต่วันที่ 27-31 ก.ค.66 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมแล้วถึง 153 ราย และเมื่อวันที่ 31 ก.ค.66 วันเดียว มียอดผู้เสียชีวิตถึง 45 ราย บาดเจ็บ 2,173 ราย สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุก็คือขับรถเร็ว หลับใน ขับรถตัดหน้า/เปลี่ยนช่องทางเดินรถ(เลน)ในระยะกระชั้นชิด และเมาแล้วขับ ส่วนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในความผิดฐานเมาแล้วขับ ตั้งแต่วันที่ 27-31 ก.ค.66 มียอดจับกุมสะสม 958 ราย