ทั้งภท.-ปชป.-ชทพ.-ชพก. ‘เศรษฐา’นายก-ไม่ยุ่ง112 แก้รธน.แล้วจัดเลือกตั้ง วันนี้ลุ้นศาลรธน.ชี้ปม‘พิธา’
‘เพื่อไทย’แถลงฉีกเอ็มโอยู 8 พรรค จับขั้วใหม่ตั้งรัฐบาล ไม่มี‘ก้าวไกล’ เสนอ ‘เศรษฐา’ ชิงนายกฯ ยันไม่แตะมาตรา 112 เดินหน้าแก้รธน. เสร็จแล้วยุบสภา เลือกตั้งใหม่ นัดเปิดตัวขั้วใหม่บ่ายวันนี้ ทั้ง ‘ภท.-ปชป.-ชทพ.-ชพก.-6 พรรคจิ๋ว’ ด้านก้าวไกลขอโทษที่ตั้งรัฐบาลตามเจตจำนงประชาชนไม่ได้ พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน คาร์ม็อบแห่มาลัยวิวาห์บุก เพื่อไทย ยัวะขันหมากแตก เผาหุ่นสาดน้ำ สีแดงใส่ จับตาวันนี้ศาลรธน.รับ-ไม่รับคำร้องโหวต ‘พิธา’ นายกฯ รอบสอง ถ้าไม่รับคำร้อง รัฐสภาพร้อมโหวตนายกฯ 4 ส.ค.
จับตาโหวตนายกฯ 4 ส.ค.
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมวันที่ 3 ส.ค. เพื่อวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่น ขอให้พิจารณากรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค. รัฐสภา มีมติไม่เห็นชอบการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯ รอบสอง เพราะเป็นการเสนอญัตติซ้ำตามข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน การประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ซึ่งเป็นการโหวต รอบสาม ก็เดินหน้าได้ตามกำหนด
หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา และสั่งให้ชะลอการโหวตเลือกนายกฯไว้ก่อน จะทำให้การประชุมรัฐสภาวันที่ 4 ส.ค. ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ และจะพิจารณาวาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา จักรไทย แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช …. (ยกเลิกมาตรา272) ที่นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กับคณะเป็นผู้เสนอ เพียงวาระเดียว
เพื่อไทยถกก้าวไกลยาว 5 ช.ม.
ส่วนความเคลื่อนไหวที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 ส.ค.มีการเปลี่ยนกล้องวงจรปิดบริเวณโถงชั้น 1 และโดยรอบพรรคให้เป็นภาพแบบ HD ทั้งภาพและเสียง จากเดิมบันทึกได้แค่ภาพ เนื่องจากมีข่าว วันเดียวกันนี้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดคาร์ม็อบมายังหน้าพรรคเพื่อไทย จึงเตรียมความพร้อมโดยตรวจเข้มบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพรรค หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มทะลุวัง เข้ามาทำกิจกรรมและมีการกระทบกระทั่ง รวมทั้งบุกขึ้นไปยังโซนสำนักงานของพนักงานที่ทำงานอยู่ในพรรค นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพรรค นำแผงเหล็กมากั้นทางเข้าด้านหน้าพรรค
เวลา 09.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย คณะเจรจาพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นัดคณะเจรจาพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค เข้ามาพูดคุยหารือเรื่องทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือร่วมกันนานเกือบ 5 ชั่วโมง

ไม่มีก้าวไกล – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมด้วย เมื่อ วันที่ 2 ส.ค.
ฉีกMOU-ส่ง‘เศรษฐา’นายกฯ
เวลา 14.20 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงผลการหารือร่วมกับพรรคก้าวไกลโดย นพ.ชลน่าน อ่านแถลงการณ์ว่า “เริ่มต้นใหม่ ร่วมผ่าทางตัน หาทางออกให้ประเทศ” โดยฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรคก้าวไกลไม่ถอยแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เป็นเงื่อนไขหลักที่สว.และสส.ไม่สนับสนุน โดยพรรคเพื่อไทยจะไป จับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่ เสนอนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยเป็นนายกฯ ซึ่งพรรคเพื่อไทยและนายเศรษฐายืนยันชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ในพรรคร่วม
ยืนยันจะทำงานการเมืองในมิติใหม่ เดินหน้าทำภารกิจสำคัญ 1.ผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ผ่านส.ส.ร. เมื่อแล้วเสร็จจะคืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่
2.นโยบายที่เพื่อไทยและพรรคร่วมซึ่งเห็นสอดคล้องกัน อาทิ กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายสุราก้าวหน้า การปฏิรูปราชการ ตำรวจ กองทัพ เปลี่ยนเกณฑ์ทหารแบบบังคับเป็นสมัครใจ ผลักดันการกระจาย ยกเลิกการผูกขาดทางการค้า พร้อมผลักดันต่อไป
(อ่านรายละเอียด น.7)
นัดเปิดตัวขั้วรัฐบาลใหม่
นพ.ชลน่านกล่าวว่า บรรยากาศพูดคุยเป็นไปด้วยดี พรรคก้าวไกลเข้าใจเหตุผลของเรา แต่ขอสรุปให้ชัดว่าไม่ใช่การบอกเลิกกัน แต่เป็นความจำเป็นที่ต้องชี้ให้เห็นถึงเหตุผล ที่ ต้องแยกกันจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรค ก้าวไกล ผู้สื่อข่าวถามถึงพรรคร่วมรัฐบาลใหม่มีพรรคไหนบ้าง และพรรคก้าวไกลจะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราได้คุยกับพรรคก้าวไกลโดย ขอให้เป็นเอกสิทธิ์สส. ที่จะลงคะแนนให้กับพรรคเพื่อไทย โดยเรา ไม่ได้ร้องขอ จะโหวตหรือไม่โหวตให้เราก็ได้ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลใหม่จะขอแจ้งให้ทราบในวันที่ 3 ส.ค.
ต่อข้อถามว่ามั่นใจหรือไม่พรรคเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลได้ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ในการเสนอนายกฯ คาดว่าจะได้เสียงสนับสนุนครบ จากนั้นเราจะตั้งรัฐบาล ถ้าจะให้รัฐบาลเข้มแข็งควรมีเสียงเกิน 300 เสียงขึ้นไป แต่ด้วย ข้อจำกัดขณะนี้เราจะหาเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าวันที่ 4 ส.ค. จะจบด้วยการได้นายกฯ
ส่วนที่ สว.ต้องการให้นายเศรษฐาแสดงวิสัยทัศน์นั้น การแสดงวิสัยทัศน์ใช้เฉพาะตำแหน่งประธานสภา แต่ข้อบังคับการเลือกนายกฯ ไม่ได้ระบุว่าจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ เท่าที่คุยกับนายเศรษฐาพร้อมจะตอบทุก ข้อสงสัย แต่ด้วยความที่นายเศรษฐาไม่ได้เป็น สส.และถ้าเข้าสภาไปอาจจะมีประเด็นที่คาดไม่ถึง จึงขอไม่เข้าไปในที่ประชุม แต่หากมีอะไรที่พาดพิง สส.ของพรรคเพื่อไทยพร้อมลุกขึ้นชี้แจงแทน ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่มีพรรคสองลุงเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขอให้รอความชัดเจนวันที่ 4 ส.ค. มั่นใจว่าจะตอบคำถามสังคมทุกข้อสงสัยได้
ต่อข้อถามถึงกรณีที่ประชาชนออกมาชุมนุมกดดันพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านกล่าวว่า การมีรัฐบาลคือสิ่งจำเป็น จึงต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงข้อจำกัด ซึ่งการแสดงออกทางการเมืองในยุคนี้มีความหลากหลายอยู่แล้ว เราในฐานะที่เป็นตัวแทนของเขา เราต้องพร้อม ถ้าม็อบมีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ตนเชื่อว่ารับมือได้ เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ที่ต้องตัดสินใจแยกทางกับพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านกล่าวว่า “มันไม่มีอะไรสวยงามทุกอย่างเราพยายามทำในสิ่งที่เสียหายกับประเทศน้อยที่สุด”
โต้ซื้อเวลา-เกี้ยเซี้ย
ด้านนายภูมิธรรมกล่าวกรณีแกนนำพรรคก้าวไกลวิจารณ์พรรคเพื่อไทยประวิงเวลา ไม่เรียกประชุม 8 พรรคร่วมเสียทีว่า ไม่ใช่การประวิงเวลา แต่ที่ช้าเพราะเราถูกร้องขอจากแกนนำพรรคก้าวไกลให้รอถึง 23.00 น. คืนวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเรารอถึงเที่ยงคืนของวันที่ 1 ส.ค. แต่พรรคก้าวไกลไม่มีการติดต่อกลับมา เราจึงดำเนินการตามแนวทางของเราตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยหารือกับพรรคก้าวไกลมาตลอด แต่แกนนำพรรคก้าวไกลอาจมีปัญหาการสื่อสารภายในกับสมาชิก เราได้โทรศัพท์ชี้แจงพรรคร่วมที่เหลือแล้ว ว่าเราต้องตั้งรัฐบาลเพื่อคลี่คลายวิกฤตที่เกิดขึ้น
“การตกลงกันครั้งนี้ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลไม่ใช่การเกี้ยเซี้ยทางการเมือง แต่เป็นการต่างคนต่างทำหน้าที่โดยไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมตั้งรัฐบาลด้วย ส่วนนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน เราพร้อมร่วมผลักดันไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยคือการแก้ไขมาตรา 112 เราจะทำหน้าที่ใช้ประสบการณ์ของเราแก้วิกฤตเศรษฐกิจ การเมืองให้เข้าสู่ระบบปกติทั้งหมด การประสานงานหลังจากนี้ ทุกพรรคการเมืองไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการเข้าร่วม เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยคือต้องได้ตัวนายกฯ ก่อน ส่วนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลใหม่นั้นต้องเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการบริหารประเทศได้” นายภูมิธรรมกล่าว
ด้านนายประเสริฐกล่าวกรณีอีก 6 พรรคร่วมจัดตั้งที่เหลือจะตัดสินใจร่วมรัฐบาลใหม่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ขอให้เป็นดุลพินิจของแต่ละพรรค หากเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเพื่อไทย เราก็ยินดี บางพรรคร่วมตอบรับ บางพรรคยังไม่แสดงท่าที ส่วนเรื่องการโหวตนายกฯ พรรคก้าวไกลจะช่วยเพื่อไทยหรือไม่นั้น เราได้แจ้งพรรคร่วมแล้วว่าเป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล ทั้งนี้ในวันที่ 3 ส.ค.ช่วงบ่าย เราจะออกแถลงการณ์ตั้งรัฐบาลใหม่อีกครั้ง
ภท.-ปชป.-ชทพ.-ชพก.พรึบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 3 ส.ค. เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงจากพรรคที่จะยกมือสนับสนุนให้นายเศรษฐา ประกอบด้วย เพื่อไทย 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย(ภท.)71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ(ปช.) 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง(พทล.) 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) 2 เสียง และพรรคหนึ่งเสียงที่เหลือยกเว้นพรรคเป็นธรรม ประกอบด้วย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคท้องที่ไทย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เสียงส่วนใหญ่ 19-22 เสียงจากทั้งหมด 25 เสียงจะยกมือให้ ยกเว้นกลุ่มนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค
ในส่วนของสว.แกนนำเพื่อไทยมั่นใจว่าหลังจากไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล ลดเงื่อนไขมาตรา 112 ไปแล้วจะได้รับเสียงสนับสนุน 100-150 เสียงขึ้นไป จึงมั่นใจว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภาคือ 376 เพียงพอให้นายเศรษฐา ได้เป็นนายกฯ ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย พรรค ก้าวไกล 151 เสียง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 36 เสียง พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) 6 เสียง และพรรคเป็นธรรม(ปธ.) 1 เสียง

พร้อมทำงาน – นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวผลการหารือร่วมกับพรรคเพื่อไทย และถูกยกเลิก MOU จัดตั้งรัฐบาล ประกาศยืนยันพรรคก้าวไกลคงไปเรียกร้องอะไรไม่ได้ พร้อมทำงานในฐานะสส.อย่างเต็มที่ ที่ตึกไทยซัมมิท ถนนเพชรบุรี กทม. เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
ก.ก.แถลงขอโทษประชาชน
เวลา 16.05 น. ที่ตึกไทยซัมมิท นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงว่า ตนขอแถลงเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ดังนี้ 1.พรรคก้าวไกลต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่เราไม่สามารถผลักดันให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาล ที่เคารพเจตจำนงของ พี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้งได้สำเร็จ ดังที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไปแล้วเมื่อตอนบ่ายว่าหลังจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะแยกจากพรรคก้าวไกลไปจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง ในการพูดคุยระหว่างตัวแทนของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเมื่อเช้านี้ พรรคเพื่อไทยได้แจ้งว่า ต้องการที่จะขอออกจากเอ็มโอยูที่เราได้ทำร่วมกันทั้ง 2 ฉบับ คือ เอ็มโอยูจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง 8 พรรคการเมือง และ เอ็มโอยู ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลได้ทำ ร่วมกัน ระหว่างที่ได้มีการพูดคุยเรื่องการเลือกประธานสภา
2.ในการพูดคุยกันพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการขอให้พรรคก้าวไกลพิจารณาถอยการเสนอการแก้ไขมาตรา 112 และตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจรจากันในเรื่องนี้ โดยพรรคเพื่อไทยได้ให้เหตุผลว่า พรรค การเมืองเกือบทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยได้ไปพูดคุยมาไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะมีเรื่องมาตรา 112 หรือไม่ก็ตาม
3.พรรคเพื่อไทยไม่ได้ขอให้พรรคก้าวไกลโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค และในการพูดคุยกันเมื่อเช้านี้ แกนนำของพรรคเพื่อไทยบางคนได้แสดงความกังวลใจ ว่าหากพรรคก้าวไกลจะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย อาจทำให้สว. ไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย เพราะกังวลว่า หากเลือกนายกฯ เสร็จสิ้น พรรค เพื่อไทยจะดึงพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลอีก
สุดท้ายพรรคก้าวไกลอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหนหลังจากนี้ พรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะ ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ และดีที่สุด ตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากการเลือกตั้ง เพื่อ ผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องประชาชนทุกคน ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจที่เท่าทันโลก และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างเสมอภาคเท่าเทียม
“เราจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันการกระจายอำนาจ การปฏิรูประบบราชการ การสร้างรัฐที่โปร่งใส เป็นธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน และสร้างระบบการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นระบบที่เสียงและอำนาจของพี่น้องประชาชนมีความหมายจริงๆ ให้ได้สักวันหนึ่ง” นายชัยธวัชกล่าว
จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะโหวตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ขณะนี้ ยังไม่มีมติ และวันนี้จะประชุมสส. ซึ่งเปิดให้ สส.แสดงความเห็นเต็มที่ และจะมีข้อสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 3 ส.ค. ต่อข้อถามว่าพรรค ก้าวไกลจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านทำหน้าที่ในสภาได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้จบอย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่แถลงไปแล้ว ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะอยู่ในฐานะไหน แต่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด เพื่อ ผลักดันนโยบายของเราผ่านสภา
ต่อข้อถามว่าในอนาคตจะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นฝ่ายค้านจริงๆ สามารถที่จะผลักดันหลายๆ อย่างได้ และในสมัยสภาที่แล้ว แม้ว่าร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลจะไม่เคยผ่าน แต่ในครั้งนี้เราหวังว่า น่าจะมีหลายฉบับผ่าน หากพรรครัฐบาลเห็นชอบว่าเป็นประโยชน์ส่วนรวมจริงๆ ส่วนถ้ามีการรวมเสียงของ 2 พรรคลุงมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลจะมีท่าทีอย่างไร นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค ก้าวไกล เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลแล้ว การพูดคุยเมื่อเช้า เราเข้าใจซึ่งกันและกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่พรรคเพื่อไทย เชิญ 5 พรรคฝั่งตรงข้ามมารับฟังสุดท้ายไม่ได้ ข้อตกผลึก มองว่าพรรคเพื่อไทยให้เกียรติหรือปิดโอกาสในการชี้แจง 8 พรรคร่วมหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ตนคิดว่าเหตุผลที่แท้จริง อย่างที่พรรคก้าวไกลเคยชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า เรื่องมาตรา 112 เป็นแค่ข้ออ้าง ฝ่ายการเมืองจำนวนมากโดยเฉพาะอำนาจเก่า ไม่ได้ต้องการที่จะเห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล หลายพรรคที่เคยแถลงกับพรรค เพื่อไทยก็พูดชัดเจนว่าไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางไม่ตรงกัน
เผย‘พิธา’ป่วยเข้ารพ.
ต่อข้อถามถึงความรู้สึกของพรรคก้าวไกล นายชัยธวัชกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของการเมืองไทย ซึ่งเราได้เคยพูดไปกับสังคมแล้วว่า ปัญหาของการเมืองไทยจริงๆ นั้น อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของประชาชน จึงเป็นปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยในยุคสมัยนี้ เป็นภารกิจของพวกเราที่จะผลักดันเปลี่ยน แปลงสุดความสามารถ ให้กลับมาเป็นระบอบประชาธิปไตยตามปกติที่เสียงและอำนาจของประชาชนสำคัญที่สุด
เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน แล้วพรรค 2 ลุงก็เป็นฝ่ายค้านจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า “อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือก ปกติการเลือก คือการเลือกพรรคมาร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคที่ไม่ได้ถูกเลือกก็เป็นฝ่ายค้าน ไม่มีใครมีสิทธิเลือกซึ่งกันและกัน คงไม่มีการจับขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้าน”
นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า ตอนนี้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อยู่ที่ โรงพยาบาล แต่ได้พูดคุยผ่านทางออนไลน์ หลังจากที่ประชุมกับพรรคเพื่อไทยเสร็จ ได้แจ้งให้นายพิธาทราบ ตอนนี้กำลังใจยังดี แต่เสียงไม่มี เนื่องจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ นายพิธาไม่ได้มีความเห็นกับผลการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย เราคงไปเรียกร้องอะไรไม่ได้ พร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่
‘หนู’จี้พท.เปิดขั้วให้ชัดก่อน
เวลา 14.13 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกฯ ใน วันที่ 4 ส.ค. ว่า ต้องดูก่อนว่าการนำเสนอเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับแกนนำจัดตั้ง รัฐบาลใดๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า สว.ห่วงว่าแม้พรรคก้าวไกลจะยอมเป็นฝ่ายค้านในตอนโหวตนายกฯ แต่เวลาจัดตั้งรัฐบาลกังวลว่าพรรคเพื่อไทยจะนำพรรคก้าวไกลมาร่วมด้วย นายอนุทินกล่าวว่า ตนคิดว่าคนที่จะไปร่วมรัฐบาลต้องแถลงให้ชัดเจน อันนี้สำคัญมาก ไม่ใช่ปล่อยให้โหวตกันไปก่อน ทำแบบนั้น ไม่ได้ ควรต้องทำให้ชัดเจน ประชาชนต้องมีส่วนรับรู้รับทราบ ลักไก่ตีกินไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตนถึงบอกว่าต้องไม่ใช้ คำว่าดีลลับ ซึ่งมีไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้อง
ต่อข้อถามว่า พรรคเพื่อไทยควรประกาศให้ชัดเจนว่าพรรคใดร่วมรัฐบาลบ้างใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องพูดให้ชัดเจน ตรงนี้เป็นสิ่งจำเป็นว่าใครร่วมรัฐบาล ใครเป็น ฝ่ายค้าน เมื่อร่วมแล้วจะต้องไม่มีนโยบายอะไรบ้าง เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจกัน ตนคุยกับหัวหน้าพรรคหลายๆ พรรค หลายๆ ท่านก็ยืนยันในหลักการนี้ เมื่อถามว่า ถ้ายังไม่มีความชัดเจนในวันที่ 4 ส.ค. พรรคภูมิใจไทยก็โหวตลำบากใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องชัดเจนก่อน จะอึมครึมไปอย่างนี้ไม่ได้ หากไม่แถลงจะโหวตนายกฯ อย่างไร เราก็ไม่รู้จะอยู่ตรงนี้อย่างไร
เขินรอขันหมากสู่ขอ
เวลา 15.55 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งกรณีพรรคเพื่อไทยประกาศแยกทางกับพรรคก้าวไกลว่า ยังไม่มีการติดต่อมา วันที่ 3 ส.ค. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เจอกัน ที่สภาคงได้พูดคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่มีพรรคก้าวไกลแล้วการโหวตนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค. จะราบรื่นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่าต้องมีการพูดคุยกันก่อนว่าฝ่ายที่ จัดตั้งรัฐบาลต้องการให้พรรคภูมิใจไทยมี ทีท่าอย่างไร และวันนี้เป็นวันหยุด เขาคิดว่าเป็นวันหยุดจึงยังไม่มีการติดต่อมา
“ขอย้ำว่าต้องมีการพูดคุยกันก่อน เราก็ต้องรอเขาก่อน นี่คือข้อตกลงที่เราไปพูดคุยกันเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา หากมีอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาจะมีการติดต่อกันอย่างเป็นทางการ รับรองไม่มีดีลลับ ทุกอย่างต้องเปิดเผย เพราะมาถึงจุดนี้แล้ว” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยรอให้พรรคเพื่อไทยมาสู่ขอใช่หรือไม่ นายอนุทินได้แต่หัวเราะ ต่อข้อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยมาขอให้ร่วมรัฐบาล จะร่วม 100% เลยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูว่าเขารับเงื่อนไขเราได้หรือไม่ ซึ่งเขาทราบแล้วตั้งแต่ที่เราไปแจ้งที่พรรคเพื่อไทย และความรับผิดชอบในการจัดตั้งรัฐบาลยังอยู่ที่พรรคเพื่อไทย
รวมไทยสร้างชาติชูจุดยืน
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนพรรครวมไทยสร้างชาติเรื่องการโหวตนายกฯ ยังเหมือนเดิม ทั้ง 2 ครั้งติดมาตรา 112 ครั้งที่ 3 ต้องประกาศให้ชัดก่อนโหวต ถือเป็นข้อแรก และหากประกาศชัดแล้วว่า ไม่เดินหน้าแก้ไข รวมถึงไม่เป็นวาระในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลก็จะเริ่มพูดคุยกันได้ ส่วนจะร่วมหรือไม่ร่วมนั้นจะมีการพูดคุยกันก่อน เพราะอาจมีหลายเรื่องก็ได้
ต่อข้อถามว่ายังติดปัญหา 2 ลุงคือพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐอยู่จะแก้ปัญหาอย่างไร นายเอกนัฏกล่าวว่า คงไม่ต้องแก้ปัญหา เพราะพรรครวมไทย สร้างชาติ ไม่ได้ติดใจที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาล เพียงแต่จะอยู่ตรงไหนต้องรักษาจุดยืน “การพูดถึงไม่เอาลุงนั้น สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ลาออกไปแล้ว จะเอากันไปถึงไหน อยากให้พูดถึงอนาคตดีกว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากจมอยู่กับอดีต ก็ไม่มีอนาคต”
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรครวมไทย สร้างชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคยืนยันมาตลอดว่า เราสามารถทำงานได้กับ ทุกพรรคที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นหลัก และไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ดังนั้นอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จะพิจารณา อย่างที่ตนบอกว่าการเมือง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมทุกอย่างก็จะจบ ตอนนี้ประชาชนรอรัฐบาลใหม่อยู่
ลั่นว่าที่ผู้นำต้องโชว์วิสัยทัศน์
เมื่อเวลา 17.50 น. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสส.ของพรรคว่า เป็นการประชุมตามปกติก่อนมีการประชุมสภา เพื่อกำหนดประเด็นการทำงานในสภา สำหรับการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค. เรื่องสำคัญคือการเลือกนายกฯ ต้องรอดูเพราะถ้าเสนอชื่อนายเศรษฐาท่าทีของสว.จะคิดอย่างไร จากที่นายเศรษฐาเคยยืนยันต้องจับมือกับก้าวไกลมาตลอด และเคยประกาศสนับสนุนแก้ไขมาตรา 112 นายเศรษฐาต้องมีคำตอบกับพวกตนที่ไม่เอาการแก้ไขมาตรา 112 ถ้ามีคำตอบที่ไม่มั่นใจ ยืนยันอะไรไม่ได้ เราก็ผ่านให้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการให้นายเศรษฐาออกมาพูดให้ชัดใช่หรือไม่เรื่องมาตรา 112 นายวิทยากล่าวว่า ใช่ เรื่องนี้ต้องตอบในสภา ซึ่งสว.และสส.รอฟังอยู่ เมื่อจะเป็นนายกฯ ต้องมีความพร้อมที่จะเข้าไปอธิบายในสภา เหมือนที่ นายพิธา เคยทำ นายเศรษฐาต้องขออนุญาตสภาเพื่อไปชี้แจงกับสมาชิกว่าจะเข้ามาเป็นนายกฯ รวมทั้งตอบข้อซักถามของสมาชิก
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะเชิญพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลโดยขอเวลาตัดสินใจ 50:50 นายวิทยากล่าวว่า มีทางเดียวถ้ายัง 50:50 คงเลื่อนการประชุม ถ้าให้ตนประเมิน
ต่อข้อถามถึงกรณีมีข่าวว่าสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติบางคนอาจไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทย นายวิทยากล่าวว่า วันนี้กูรูทางการเมืองมีเยอะ วันนี้ขอให้เอาเรื่องจริงดีกว่า เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติจะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายวิทยากล่าวว่า ขอให้เอาเรื่องจริงกันดีกว่า และในความเป็นจริงพรรคจะตัดสินใจอย่างไรต้องเป็นมติพรรค ไม่มีฟรีโหวต และวันนี้มติของพรรคคือ ในวันที่ 4 ส.ค. ถ้ามีการนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาเราจะตัดสินใจในวันนั้น
ชทพ.ยันทำงานกับพท.ได้
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบจากข่าวที่พรรคเพื่อไทยแถลงแล้ว นั่นหมายความว่าพรรคเพื่อไทยจะต้องหาพรรคร่วม เพื่อให้ได้เสียงจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการทาบทามพรรคชาติไทยพัฒนาแล้วหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ถึงเวลานี้ยังไม่มีใครโทรศัพท์มา คงต้องรอดูกันต่อไป ต่อข้อถามว่า จากการที่ไปพูดคุยที่พรรคเพื่อไทยเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตัดสินใจได้หรือไม่ว่า สามารถจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ นายวราวุธกล่าวว่า จากการพูดคุยครั้งนั้นพรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคเพื่อไทยมีแนวนโยบาย แนวคิด และทัศนคติ ไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงสูตรรัฐบาล 265 เสียงที่ไม่มีพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ แล้วพรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะทำงานร่วมรัฐบาลใหม่กับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทยที่จะเชิญพรรคใดเข้าร่วมรัฐบาลบ้างเพื่อให้ได้เสียงข้างมาก พรรคชาติไทยพัฒนาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ เรามีแนวทางการทำงานคือการนำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนเป็นแนวทางปฏิบัติ เมื่อถามว่า ประเมินว่าใน วันที่ 4 ส.ค.การโหวตนายกฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่สามารถมั่นใจได้ 100% แต่คิดว่าน่าจะ ราบรื่นมากกว่าครั้งที่ผ่านมา
ปชป.ลั่นมีศักดิ์ศรี
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคนัดประชุม สส.วันที่ 3 ส.ค. เวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา เพื่อกำหนดท่าทีการพิจารณาเลือกนายกฯ ที่ประชุมจะเปิดให้สส.อภิปรายแสดงความเห็นไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ นโยบายพรรค แนวคิดของพรรค และบุคคลผู้ถูกเสนอตัวว่ามีแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 หรือไม่ ซึ่ง สส.พรรคจะต้องนำมาประกอบการพิจารณากับเหตุผลอื่นๆ อย่างละเอียดรอบคอบ บนหลักการที่สำคัญคืออุดมการณ์ของพรรค
พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้หยิบยกการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคอื่นมาพูดคุยกันในพรรค เชื่อว่าหากวาระการเลือกนายกฯ ผ่านไปแล้วและได้บุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรคจะได้พิจารณาทิศทางการเมืองอีกครั้ง แต่ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี ทุกหน้าที่สามารถทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติได้ ที่ผ่านมาเป็นมาแล้วทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำงาน และเมื่อที่ประชุมสส.มีมติอย่างไร จะแถลงข่าวให้ทราบต่อไป
‘สุวัจน์’ชี้‘เสี่ยนิด’เหมาะแก้ศก.
นายสุวัจน์ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยมีแถลงการณ์ระบุจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยไม่มีพรรคก้าวไกล ต้องรอฟังดูโครงสร้างของพรรคการเมืองที่จะประกอบกันเป็นรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย คิดว่าเป็นเรื่องดีที่มีความชัดเจนก่อนมีการโหวตเลือกนายกฯในวันที่ 4 ส.ค.ทั้งเรื่ององค์ประกอบของพรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลใหม่ เรื่องจำนวนเสียงว่าจะมีเสียงสนับสนุนอย่างไรบ้าง และชัดเจนเชิงนโยบายต่างๆ ตามที่พรรคเพื่อไทยได้แถลง
ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่มีประสบการณ์ทั้งการเป็นนายกฯ การจัดตั้งรัฐบาล การบริหารกับการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศได้ และแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย คือ นายเศรษฐา แม้ว่าจะไม่ได้เป็นภาคการเมืองมาก่อน แต่ประสบการณ์ที่อยู่ในภาคธุรกิจเอกชน มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ ถือว่าจะเป็นนายกฯที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจอย่างดีเข้าใจปัญหาต่างๆ ว่าควรจะต้องดำเนินการอย่างไร บวกกับความเข้มแข็งของโครงสร้างทางการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่เหมาะสม ในส่วนของพรรคชาติพัฒนากล้ายินดีสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯคนใหม่ เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลประสบความสำเร็จ
‘วันชัย’เชื่อพท.ตั้งรัฐบาลได้
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจโหวตเลือกนายกฯ ว่า ต้องดูตามหลักการ โดยยึดเกณฑ์ที่ สว.ไม่โหวตให้คนของพรรคก้าวไกลเพราะมีประเด็นแก้มาตรา 112 และจะแก้รัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 ส่วนที่นายเศรษฐา ระบุสนับสนุนแก้มาตรา 112 นั้นต้องรอฟังให้แสดงเจตนารมณ์
ที่สำนักงานทนายความฯ นายวันชัย สอนศิริ สว.แถลงว่า เชื่อว่าศักยภาพพรรค เพื่อไทยจะทำให้การเลือกนายกฯ วันที่ 4 ส.ค. จบได้ เพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ส่วนกรณีมีสว.แสดงจุดยืนปิดสวิตช์ตัวเองโดยไม่ใช้อำนาจโหวตนายกฯ นั้น คิดว่าเป็นไปตามสถานการณ์นั้นๆ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เชื่อว่าสว.ที่ประกาศปิดสวิตช์ตัวเองจะเปลี่ยนใจและสนับสนุนให้การจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ขอสื่อสารไปถึงเพื่อไทยให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ประชาชนวิตกกังวลรอการแก้ปัญหาจากรัฐบาล อย่าวิตกกังวลเรื่องขั้วอำนาจเพราะหากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วประชาชนนิยมชมชอบ เลือกตั้งครั้งหน้าคนก็ยังเลือกเพื่อไทย แต่ถ้าเป็นรัฐบาลแล้วไม่มีผลงานประชาชนก็ไม่นิยม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีคลิปของนายเศรษฐาระบุสนับสนุนแก้ไขมาตรา 112 นายวันชัยกล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวไม่มีอยู่ในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยไม่คิดจะแก้มาตรา 112 หากยืนยันที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าวจะเกิดปัญหา ต่อข้อถามถึงกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ขู่เปิดโปงการหลบเลี่ยงภาษีของนายเศรษฐา นายวันชัยกล่าวว่า สว.แต่ละคนจะมีเหตุผลส่วนตัว แต่ข้อร้องเรียนของนายชูวิทย์ยังไม่ได้ถึงชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ แตกต่างจากกรณีของนายพิธา
ส่วนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล ปิดสวิตช์ สว.เลือกนายกฯ นายวันชัย กล่าวว่า เชื่อว่าที่ประชุมรัฐสภาจะยังไม่สามารถพิจารณาได้เพราะองค์ประกอบเสียงไม่ครบ ยังไม่ชัดเจนเรื่องเสียง สส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แม้ที่ประชุมจะสามารถอภิปรายพิจารณาได้ แต่จะมีปัญหาในการลงมติ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีสว.หันมาสนับสนุน การปิดสวิตช์ตนเองมากขึ้น เพราะสว.ชุดปัจจุบันใกล้หมดวาระแล้ว
คาร์ม็อบแห่มาลัยวิวาห์
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่แยก อโศกมนตรี กทม. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ “แห่มาลัยวิวาห์ เตรียมขบวนแห่ขันหมาก สนับสนุนให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตย จับมือกันให้มั่น ลงชื่อเอาให้ทะลุ 40,000 รายชื่อ ยื่นรายชื่อประชาชน คล้องใจ 8 พรรคการเมือง สนับสนุนจับมือแน่น สามัคคี ไม่แตกขั้ว- ข้ามขั้ว จนสว.หมดอำนาจเลือกนายกฯ” ทยอยมายังดนัดหมายอย่างต่อเนื่อง
นายธัชพงษ์ แกดำ หรือบอย เผยว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ เพื่อต้องการเน้นย้ำจุดยืน 8 พรรคให้เกาะเกี่ยวกันให้แน่นและยึดหลักการประชาธิปไตยเป็นแนวทางจัดตั้งรัฐบาล ไม่เปิดทางให้ขั้วเผด็จการ แต่หากตกลงกันไม่ได้ให้รอปิดสวิตช์ สว.ไปอีก 8 เดือน ไม่ต้องฝืนไปจับขั้วเผด็จการและแตกคอกัน เพราะเราทนกันมาเกือบ 10 ปีแล้ว ให้เกาะเกี่ยวกันนำเสนอกฎหมายที่แก้ไขปัญหาไปก่อน
หาก 4 ส.ค.ที่โหวตนายกฯ แล้วยังตกลงกันไม่ได้ เชื่อว่ากลุ่มสีส้มกับสีแดงจะสามัคคีกันมากขึ้น เพราะขณะนี้สังคมมุ่งจับตาไปยัง สว.ที่เป็นตัวถ่วง ถามว่าคาดหวังอะไรจากสถานการณ์เช่นนี้ ต้องการให้กองทัพออกมาจัดการหรือไม่ หรือรอให้มี นายกฯ คนนอกซ้ำรอยวงจรอุบาทว์หรือไม่ เอ็มโอยู 8 พรรคร่วม หากทำกี่ครั้งแล้วผิดหลักการ จะผิดต่อฉันทามติของประชาชน ไม่ว่าจะจับมือกับใครล้วนจบไม่สวย การเมืองจะผ่านไปได้ต้องให้การเมืองเดินไปตามทางปกติ หรือได้ นายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ทุกอย่างจะจบ
เวลา 13.12 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนออกจากแยกอโศกมนตรี มุ่งหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ซึ่งที่ทำการของทั้งสองพรรคอยู่ติดกัน

ม็อบเดือด – ขบวนคาร์ม็อบ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม บุกพรรคเพื่อไทย เผาหุ่นผ้า ราดด้วยน้ำสีแดง 3 ตัว เพื่อแสดงความไม่พอใจที่พรรคเพื่อไทยแถลงจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรค ก้าวไกล เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
ขันหมากแตก-เผาหุ่นสาดเลือด
เมื่อเวลา 14.30 น. ขบวนคาร์ม็อบแห่ขันหมากเดินทางมาถึงหน้าอาคาร OAI Tower ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นำขันหมากทั้งต้นกล้วย ต้นอ้อย และพานขันหมาก โห่ร้องสู่ขอ ล้อไปตามประเพณีการแต่งงานของไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งรั้วกั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้าไปด้านใน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องไม่พอใจของมวลชนที่พรรคเพื่อไทยแถลงว่าจะไม่มีพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล ถือว่าไม่รักษาสัจจะที่ให้ไว้ต่อประชาชนและเป็นการตระบัดสัตย์
ต่อมามวลชนบางส่วนฝ่ารั้วกั้นบุกเข้ามาบริเวณด้านหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมอุ้มหุ่นผ้าฝ่าทะลุรั้วกั้น จุดไฟเผาหุ่นผ้าราดด้วยน้ำสีแดงคล้ายเลือดจำนวน 3 ตัว และสาดน้ำคล้ายเลือดเข้าไปบริเวณบันไดทางขึ้นที่ทำการพรรค ตะโกนด่าท่อเป็นระยะว่าพรรคเพื่อไทยทรยศประชาชน หลังไฟดับลง ผู้ชุมนุมบางส่วนโยนเศษซากหุ่นที่ไหม้แล้วเข้าไปด้านในพรรคเพื่อไทย
เวลา 15.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ ยื่นหนังสือถึงพรรคเพื่อไทย ผ่าน น.ส. ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ และ นส.ตรีชฎา ศรีธาดา โดยจะนำเอกสารไปพิจารณาในที่ประชุมพรรค ขณะที่ผู้ชุมนุมจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย จนถึงวันเลือกนายกฯ หากในวันนั้น มีการจับมือข้ามขั้ว จะออกมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน
เวลา 16.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ประกาศยุติกิจกรรม พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้มวลชนรอติดตามความเคลื่อนไหวของทางกลุ่มว่าจะมีการนัดหมายจัดกิจกรรมอย่างไรต่อไป

ม็อบมาเยือน – นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล พร้อมคณะ ออกมารับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มคาร์ม็อบที่เคลื่อนขบวนมาชุมนุมแสดงจุดยืนหน้าที่ทำการพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี กทม. เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
‘โรม’รับหนังสือ-โอดน่าเศร้า
เวลา 14.35 น. ที่ตึกไทยซัมมิท ขบวนคาร์ม็อบแห่ขันหมาก ส่วนหนึ่งแยกตัวมายื่นให้พรรคก้าวไกล มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล นส.เบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค และน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรค รับหนังสือ
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนและตัวแทนสส.ของพรรค มารับหนังสือจากประชาชนที่มาให้กำลังใจ ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจใดๆ ไม่ได้อยู่เฉพาะที่ก้าวไกล ยังมีตัวแปรอื่นๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าบ่าวไม่อยู่แล้ว เจ้าสาวจะยังไง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนเข้าใจมาโดยตลอดว่าเราแต่งงานกันแล้ว จดทะเบียนกันแล้ว เอ็มโอยูเปรียบเสมือนการจดทะเบียน แต่วันนี้เจ้าสาวรอเก้อ กำลังจะมีการหย่ากันมากกว่า ต่อข้อ ถามว่า เมียน้อยจะเยอะหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ทราบ คงต้องไปถามผู้ที่จะไปมีกิ๊ก หรือจะเรียกว่าภรรยาน้อยอะไรก็แล้วแต่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การไปเป็นฝ่ายค้านจะโชว์ฝีมือได้อย่างไรนั้น นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ใช่การโชว์ฝีมือแต่จะเป็นการทำให้ฝันของประชาชนเป็นจริงมากกว่า ส่วนความรู้สึกของ สส.พรรคก้าวไกล หลังจากพรรคเพื่อไทยฉีกเอ็มโอยู นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนขอตอบในนามความรู้สึกส่วนตัวว่า หากพูดกันอย่างตรงไปตรงมาก็เห็นสัญญาณการปล่อยข่าวมาโดยตลอด และคงรู้อยู่แล้วว่าอาจมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแบบนี้ได้ แต่ข้อเท็จจริงที่ตนเจ็บปวดที่สุด คงเป็นเรื่องพี่น้องประชาชนที่เขาฝัน มันน่าเศร้า มันอีกนิดเดียว คุณเคยรู้สึกมั้ยว่ามันอีกนิดเดียวจริงๆ เมื่อถามว่าจะทำให้มวลชนรวมตัวกันมากขึ้นหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน
บช.น.ห้ามชุมนุมรอบสภา3-6ส.ค.
วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงนามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 341/2566 เรื่อง ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบรัฐสภา ตามมาตรา 7 วรรคท้าย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ตามที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 มีหนังสือด่วนที่สุดให้ออกประกาศห้ามดังกล่าว โดยวันที่ 4 ส.ค. กำหนดให้มีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาลงมติเลือกนายกฯ และจะมีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ จำนวนมาก เพื่อการรักษาความปลอดภัยสาธารณะและความสงบเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรคท้าย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ประกอบกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 151/2560 ลง วันที่ 28 มี.ค.2560 และคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ 196/2566 ลงวันที่ 12 เม.ย.2566 จึงประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร รอบรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 2566 เวลา 08.00 น. ถึง 6 ส.ค. 2566 เวลา 24.00 น.
และมีแนบท้ายคำสั่ง กำหนดให้พื้นที่ถนน 2 ช่องจราจร ทางเท้า และลานอเนกประสงค์ภายในศูนย์ราชการเกียกกาย ประมาณ 4,700 ตร.ม. เป็นสถานที่เพื่อใช้สำหรับการชุมนุมสาธารณะ