หลอน-เสพครบ ‘เหล้า-ยาบ้า-พี้’
คุมตัวลูกทรพีทำแผนฯ ฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าวัย 57 ตายกลางเถียงนา เมืองอุดรธานี ในวันพระใหญ่รับสารภาพอ้างโดนพ่อด่า วันๆ ไม่ทำงานทำการ ก่อนเกิดเหตุทั้งกินเหล้าขาว- เสพยา-กัญชา จึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ามีดอีโต้ฟันหัวพ่อเลือดอาบจนเสียชีวิตคาที่ ตร.ตั้งข้อหาฆ่าบุพการีโดยเจตนา พี่สาว ผู้ตายเศร้าเผยเลี้ยงมากับมือทั้งผู้ตายและหลานชายที่ก่อเหตุ เพราะหลอนยาแท้ๆ ทำให้ฆ่าพ่อผู้ให้กำเนิดได้
เมื่อวันที่ 2 ส.ค. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง รองผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายอุ้มบุญ โนวฤทธิ์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาฆ่านายอุบล โนวฤทธิ์ อายุ 57 ปี พ่อบังเกิดเกล้า ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุบริเวณกระท่อมนา อยู่ท้ายบ้านโนนมะเขือ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยให้ นายอุ้มบุญจุดธูปขอขมาตรงที่พบศพพ่อ ขณะที่นายอุ้มบุญมีสีหน้านิ่งเฉย บอกว่า “ไม่มีอะไร ผมคงแค่บอกวิญญาณพ่อได้คำเดียวว่า ขอโทษ” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายอุ้มบุญไปยังสภ.เมืองอุดรธานี แจ้งข้อหา “ฆ่าบุพการี” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนบรรยากาศที่สำนักสงฆ์โนนมะเขือ ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาร่วมแรงร่วมใจพากันมาช่วยงานศพนายอุบล เนื่องจากผู้ตายเป็นคนดีในหมู่บ้าน และสงสารผู้เป็นพ่อที่มาถูกลูกฆ่าตายแบบนี้ โดยจะมีพิธีฌาปนกิจในวันที่ 3 ส.ค.
พล.ต.ต.พิษณุ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจเหตุลูกฆ่าพ่อ จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุทราบว่าผู้ก่อเหตุมีการดื่มสุราก่อนลงมือและพบสารเสพติดในปัสสาวะ รับสารภาพอ้างว่าถูกพ่อกดดัน ชอบบ่นด่าเรื่องการไม่มีอาชีพการงานทำ จึงเป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุลงมือฆ่าพ่อตัวเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังให้การสับสนอยู่ว่าใช้อาวุธชนิดใดตี แต่ลักษณะของบาดแผลที่กลางศีรษะคาดว่าถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าบุพการีโดยเจตนา

ปิตุฆาต – ตำรวจคุมตัวนายอุ้มบุญ โนวฤทธิ์ อายุ 32 ปี ทำแผนฯ ใช้อีโต้ฟันนายอุบล โนวฤทธิ์ อายุ 57 ปี พ่อบังเกิดเกล้าเสียชีวิตในคืนวันพระใหญ่ ที่บ้านโนนมะเขือ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี สารภาพเมาเหล้าเสพยาบ้าและกัญชา เมื่อวันที่ 2 ส.ค.
ด้านนางวิเชียร์ มั่นหมาย อายุ 64 ปี พี่สาวของนายอุบล และเป็นป้าของผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่า เสียใจที่หลานชายมาก่อเหตุฆ่าพ่อแบบนี้ ทั้งตัวพ่อและหลานชายตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก หลานชายเพิ่งกลับมาจากทำงานกรุงเทพฯ มาอยู่กับพ่อไม่นานมานี้ ยอมรับว่าหลานติดยาถึงกล้าฆ่าพ่อแบบนี้ ตนเคยเลี้ยงหลานคนนี้ เลี้ยงดีเหมือนเป็นพญา ตอนเด็กๆ รักและห่วงใย ฆ่าไก่ให้กินครั้งละ 2 ตัวเพราะรักหลานคนนี้มาก แม่เขาหนีไปมีครอบครัวใหม่ มีเพียงหลานและพ่ออยู่กันเพียง 2 คน แต่ไม่คิดว่าจะมาฆ่าพ่อแบบนี้ เศร้าใจจริงๆ เป็นเพราะหลอนยาแท้ๆ ถึงกล้าทำลงไป
พระคำฝั้น กันตธรรมโม เจ้าสำนักสงฆ์โนนมะเขือ กล่าวว่า ศพผู้เสียชีวิตจะตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ 1 คืน โดยจะทำการฌาปนกิจในวันที่ 3 ส.ค.ที่ป่าช้าหมู่บ้าน ผู้ตายนั้นเป็นคนนิสัยดีเคยเข้ามาช่วยงานที่วัด โดยจะชอบมาล้างบาตร ทำความสะอาดและศาลา แม้ชอบดื่มสุรา แต่หากเมาจะไม่ขึ้นมาสำนักสงฆ์ ไม่เคยก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้ใคร ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ตนก็รักทั้งคนตายและผู้ก่อเหตุเหมือนลูก
สำหรับเหตุการณ์สลดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.เศรษฐวิทย์ คุณเศรษฐ์ สารวัตรสอบสวน สภ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลูกใช้มีดฟันพ่อเสียชีวิตที่กระท่อมนา ท้ายบ้านโนนมะเขือ ต.บ้านตาด พ.ต.ท.ศิริมงคล บุญหนุน รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้า สภ.โนนสูง, พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี, ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.โนนสูง, ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี, ชุดสืบสวน กก.ภ.จ.อุดรธานี แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมรุดไปที่เกิดเหตุบนพื้นดินหลังเถียงนาไม้ยกพื้นสูงพบร่างของนายอุบล อยู่บ้านเลขที่ 171 หมู่ 1 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ใส่รองเท้าฟองน้ำสีเขียว นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมอยู่ในกองเลือด แพทย์จึงได้ชันสูตรพลิกศพพบว่าที่บริเวณด้านหลังศีรษะมีร่องรอยของการถูกฟันด้วยของมีคม 1 แผลจนลึกถึงกะโหลก และพบมีดพร้าวางอยู่ข้างโอ่งน้ำ ใกล้ๆ มีกระติบข้าวเหนียว ข้างในมีข้าวเหนียวและ น้ำพริกปลาร้า 1 กระปุก ส่วนฆาตกรทราบว่าคือ นายอุ้มบุญ ลูกชายผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งอยู่บนเถียงนา ตำรวจจึงเข้าจับกุมในที่สุด
จากการสอบสวนนายอุ้มบุญผู้ต้องหายังให้การสับสน วกไปวนมา จับใจความได้เพียงว่าก่อนเกิดเหตุได้เดินไปเอากระติบข้าวเหนียวกับน้ำพริกปลาร้าขึ้นมากินบนเถียงนา แต่อ้างว่าถูกพ่อด่าว่าอย่าเอาข้าวมากินบนเถียงนาและยังได้พูดบ่นอีกหลายเรื่อง ทำให้รู้สึกโมโห จึงคว้าไม้ตีพ่อไป 3 ครั้ง จากนั้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านั่งอยู่บนเถียงนา ซึ่งยอมรับว่าได้เสพยาบ้าไป 2 เม็ด ดื่มเหล้าขาว 3 แก้วเล็ก คิดว่าต้องถูกจับ เลยรีบไปอาบน้ำ
ส่วนนางนิตยา ก้อนทอง อายุ 39 ปี หลานผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นน้องชายแม่ตน เป็นพ่อม่ายตั้งแต่นายอุ้มบุญอายุได้ 1 ปี อาศัยอยู่เถียงนาของป้าตนกับลูก ก่อนหน้านี้นายอุ้มบุญเคยไปทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัด และเพิ่งกลับมาอยู่กับผู้ตายได้ 4-5 เดือน ซึ่งนายอุ้มบุญจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่สุงสิงกับใคร และไม่ยอมไปทำงาน ซึ่งญาติพี่น้องก็ให้พ่อและลูกทำงานในไร่นา พอตกเย็นผู้ตายก็จะขึ้นมาเอากับข้าวที่บ้านตนลงไปกินด้วยกันกับลูกที่เถียงนาเป็นประจำทุกวัน ก่อนเกิดเหตุญาติพี่น้องทุกคนไปช่วยกันดำนา นายอุ้มบุญไม่ได้ไปช่วย มีแต่ผู้ตายเดินไปพูดคุยด้วยเท่านั้น จนทุกคนกลับมาที่บ้านเตรียมหุงหาอาหารเย็น กระทั่งเวลา 19.00 น. ก็ได้ยินเสียงทั้ง 2 คนตะโกนด่ากันแล้วก็เงียบเสียงไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของพ่อลูกคู่นี้ ป้าจึงบอกให้ลูกชายไปดู เมื่อกลับมาบอกว่านายอุบลถูกฆ่าตายแล้ว ศพอยู่หลังเถียงนา นอนจมกองเลือด ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ
ส่วนนายสมใจ โนวฤทธิ์ อายุ 71 ปี พี่ชายผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายเคยมาบอกตนว่าจะไปนอนที่อื่น ไม่กล้าอยู่กับลูก กลัวลูกฆ่า เพราะลูกกินเหล้า สูบกัญชา เสพยาบ้า แต่ผู้ตายก็ไม่หนีเพราะห่วงลูก ลูกไม่ยอมทำงาน ผู้ตายจะออกไปหาปูหาปลาตามท้องนาให้ลูกกิน ถ้าไม่มีข้าวกินก็จะขึ้นไปเอาข้าวเหนียวที่บ้านพี่สาวมาให้ลูกชายกิน