มาเลย์คุมมาส่ง ถึง‘ด่านสะเดา’ ฟัน4ข้อหาหนัก
สองผัวเมียพลุบึ้มโผล่เข้ามอบตัวแล้ว หลังหลบหนีไปกบดานที่มาเลเซีย ตม.มาเลย์ คุมตัวมาส่งถึงด่านสะเดา ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยเข้มงวด ตร.แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ รมว.แรงงานสั่งทีมช่างเข้าช่วยซ่อมแซมบ้านเหยื่อพลุบึ้ม ติดตั้ง เช็กระบบไฟฟ้า ‘กรมราชทัณฑ์’ ส่งผู้ต้องขังช่วยซ่อมบ้านชาวมูโนะ
จากกรณีโกดังพลุดอกไม้ไฟระเบิด ในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แรงระเบิดยังทำให้บ้านของประชาชนพังเสียหายนับร้อยหลัง ทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับสองผัวเมีย เจ้าของโกดังพลุ แต่ยังไม่ยอมเข้ามาพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าทั้งสองคนหลบหนีเข้าไปในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และนัดหมายที่จะเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น. ‘เสี่ยไหว’ นายสมปอง ณกุล อายุ 42 ปี และน.ส.ปิยะนุช พึ่งวิรวัฒน์ หรือเจ๊หลิน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/12 หมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สองสามีภรรยา เจ้าของโกดังดอกไม้ไฟ ที่ระเบิด เดินทางข้ามพรมแดนผ่านด่านสะเดา จากประเทศมาเลเซีย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศมาเลเซียนำตัวมาส่งที่ด่านสะเดา จากนั้นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา นำตัวสอง ผัวเมียขึ้นรถส่งสภ.สะเดา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.มูโนะ ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สะเดาคุ้มกัน เมื่อมาถึงได้นำเข้าห้องสอบสวน บนชั้น 2 ของสภ.สะเดา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนเข้มนานกว่า 1 ชั่วโมง
โดยขณะเดินทางมามอบตัว ญาติพี่น้องของสองสามีภรรยามารอพบที่ด่านสะเดาและเดินทางมาที่สภ.สะเดา ด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมปองและ น.ส.ปิยะนุชเดินทางผ่านด่านสะเดาไปยังประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีหมายจับ จนกระทั่ง ศาลออกหมายจับ จึงเดินทางมามอบตัวโดยผ่านด่านสะเดาในวันนี้

มอบตัว – นายสมปอง ณกุล หรือ เสี่ยไหว และน.ส.ปิยะนุช พึ่งวิรวัฒน์ หรือเจ๊หลิน สามีภรรยาเจ้าของโกดัง ดอกไม้ไฟระเบิดที่บ้าน มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เข้ามอบตัว ที่สภ.สะเดา จ.สงขลา หลังกลับจากมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค.
เมื่อเวลา 17.40 น. หลังจากเจ้าหน้าที่บันทึกจับกุมแล้ว ได้แจ้งข้อหาให้ทราบ โดยนายสมปอง และน.ส.ปิยะนุช ถูกดำเนินคดี 4 ข้อหา ดังนี้ กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ร่วมกันทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าซึ่งดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และร่วมกันก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตม.สงขลา ตำรวจสภ.สะเดา ชุดสืบสวนจ.นราธิวาส ชุด สืบสวนจ.สงขลา ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจสภ.มูโนะ ควบคุมตัวนายสมปองและน.ส.ปิยะนุช ออกจากสภ.สะเดา ไปดำเนินคดีที่สภ.มูโนะ จ.นราธิวาส พื้นที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนาและพาขึ้นรถทันที ใช้รถคุ้มกันราว 5 คันตลอดเส้นทาง ก่อนออกเดินทางทั้งสองคนปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว
มีรายงานการสอบสวนของตำรวจระหว่างที่ทั้งสองคนถูกควบคุมตัวอยู่ที่สภ.สะเดา ถึงจุดเริ่มต้นของการขายพลุประทัดจนกิจการใหญ่โต
โดยน.ส.ปิยะนุชเล่าว่า เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปี 2557-2558 เดิมตนเป็นเซลส์ขายประทัดของบริษัทแห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และแต่งงานกับนายสมปอง สามีจึงย้ายไปอยู่ที่บ้านมูโนะ จากนั้นเริ่มสั่งพลุประทัดไปขาย เริ่มต้นจากตั้งโต๊ะขายเล็กๆ ขายหน้าร้าน และกิจการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มสั่งของจากอีกหลายบริษัทจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ตม.ว่า หลังจากเกิดเหตุโกดังพลุระเบิด เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ขณะสองผัวเมียเดินทางไปมาเลเซีย ได้ย้อนกลับเข้ามาทางด่านประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันที่ 30 ก.ค. และกลับออกไปมาเลเซียอีกครั้งเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ก่อนถูกออกหมายจับ จึงติดต่อผ่านทนายส่วนตัวขอเข้ามอบตัวในวันนี้
พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า ส่วนการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นายที่ให้ย้ายจากสภ.มูโนะชั่วคราวนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการสืบสวนซึ่งให้เวลา 7 วัน ก่อนที่จะสรุปทั้งหมด
ด้านนพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ทางหน่วยงานสาธารณสุขจัดทีมดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย เหตุโกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิด ที่บริเวณตลาดมูโนะ ต.มูโนะ มีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวนมาก เสียชีวิต 11 ราย นอนรักษาตัวในร.พ.สุไหงโก-ลก 10 คน อาการรุนแรง 3 คน โดยทีมเยียวยาจิตใจตรวจสุขภาพจิตเชิงรุก 1,039 คน แบ่งการรักษาเป็นโทร.ติดตามอาการ ออกเยี่ยมถึงที่พัก รวมถึง จัดทีมแพทย์/พยาบาล ดูแลสุขภาพ ทำแผล และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นพ.ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ทางด้านการสำรวจสภาพอากาศและสภาพน้ำของพื้นที่เกิดเหตุ สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนผลการตรวจคุณภาพน้ำไม่พบสารเคมีอันตรายเช่นเปอร์คลอเรต ผลการตรวจสารเคมีหลายตัวที่เป็นองค์ประกอบของพลุ เช่นไนเตรต ไนไตรต์ ทองแดง เปอร์คลอเรต ไม่พบหรือพบค่าน้อย อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ย้ำผลตรวจน้ำไม่พบสารเคมีอันตรายเกินเกณฑ์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากบ่อน้ำส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนทางกายภาพ มีเศษดิน เศษปูน วัสดุต่างๆ ตกลงไป และบ่อน้ำบางแห่งเริ่มมีกลิ่น จึงแนะนำให้ล้างบ่อน้ำตามหลักสุขาภิบาล จึงสามารถนำมาใช้ได้ ร่วมกับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ อย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลา 1-2 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย
ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดี กรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุโกดังเก็บประทัดและดอกไม้ไฟระเบิดในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก แรงระเบิดส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือน และทรัพย์สิน เกิดความเสียหายจำนวนมาก นั้น กรมราชทัณฑ์ โดย นายอภินันท์ ศรียอดแก้ว ผู้บัญชาการ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส ได้รับการประสานเพื่อขอสนับสนุนอัตรากำลังคนเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ ดังกล่าว โดยร่วมกับสำนักงานจังหวัดนราธิวาส สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาส และหน่วยงานในพื้นที่ นำกำลังคน พร้อมด้วยแรงงานผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราวโคกยามู จำนวน 25 คน นำทีมโดยนายวัชระศักดิ์ ศรีสุวรรณ นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการ หัวหน้าเรือนจำชั่วคราวโคกยามู เข้าสนับสนุน ช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน ผู้ประสบเหตุโกดังพลุระเบิดมูโนะ แบ่งเป็นเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมหลังคา บ้านเรือนประชาชน ในวันที่ 4 ส.ค. จำนวน 5 คน และวันที่ 5 ส.ค. เข้าช่วยเหลือ ซ่อมแซม และทำความสะอาดพื้นที่ผล กระทบแรงระเบิด จำนวน 20 คน
นายอายุตม์กล่าวต่อว่า การทำงานสาธารณะภายใต้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 48 นับเป็นอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ผ่านการทำงานบริการสังคม เป็นการพัฒนานักโทษเด็ดขาดให้รู้จักการอุทิศตนในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เป็นแนวคิดในการพัฒนาพฤตินิสัยที่ มุ่งเน้นให้นักโทษเด็ดขาดได้มีโอกาส ในการทำความดีเพื่อตอบแทนสังคม

กำลังใจ – นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อำเภอสุไหงโก-ลก ที่ร่วมกับทุกหน่วยงานคัดแยก จัดเก็บสิ่งของบริจาค ถุงยังชีพ ก่อนส่งมอบผู้ประสบภัยจากกรณีพลุระเบิด ที่จ.นราธิวาส
วันเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ระเบิดของโกดังเก็บพลุ ประทัดและดอกไม้ไฟบริเวณตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของประชาชน ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) จัดเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งการซ่อมแซม ติดตั้งและตรวจเช็ก ระบบไฟฟ้า ให้สามารถใช้งานได้เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อน
ด้านน.ส.บุปผา เรืองสุด อธิบดีกพร.กล่าวว่า กพร.โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 25 นราธิวาสระดมเจ้าหน้าที่ ครูฝึก และผู้ผ่านการฝึกอบรมในสาขา ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วนในการซ่อมแซมบ้านพักอาศัย ให้สามารถเข้าพักอาศัยได้อีกครั้งซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่ เกิดเหตุประมาณ 700 เมตร นอกจากนี้ยังเร่งซ่อมแซมและตรวจเช็กระบบสายไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เนื่องจากช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกทุกวัน จึงต้องตรวจเช็กระบบไฟฟ้าให้มีความพร้อมในการใช้งาน ส่วนความช่วยเหลืออื่นๆ เจ้าหน้าที่ สพร. 25 นราธิวาส ร่วมกับบัณฑิตแรงงานทำความสะอาด ขนย้าย เศษวัสดุที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ และเป็นจิตอาสานำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย อีกด้วย
“การซ่อมแซมที่พักอาศัยและการ ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าเป็นความช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และต่อจากนี้จะทยอยให้ความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ ใกล้เคียง ตลอดจนการซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทำมาหากิน มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และบรรเทาความทุกข์ยากให้ประชาชน สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขได้อีกครั้ง” น.ส.บุปผากล่าว