สส.ย้ำนิด-อิ๊งชาวบ้านให้เป็นรบ. เฮ้งชี้มีเอกสิทธิ์เพื่อชาติเดินหน้า สุพิศาลชงก้าวไกลโหวตเศรษฐา
‘อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา’ร่วมประชุมเพื่อไทย สส.ลั่นชาวบ้านเลือกมาเป็นรัฐบาล ยันถ้าต้องดึงพรรค 2 ลุง กับประชาธิปัตย์ จะไม่มาทั้งพรรค วันนี้เปิดตัวจับพรรคประชาชาติ กับอีก 4 พรรคเล็กร่วมรัฐบาล พฤหัสฯ ถึงคิว ชทพ. ‘วิทยา’ ยันรทสช.ไปไหนต้องไปทั้งพรรค ดักคอพท.ล้วงลูก ‘เสี่ยเฮ้ง’ แย้มโหวตนายกฯ ยึดชาติเดินหน้า รอตอบอนาคตการเมือง หลังศาลรธน.ชี้ปมโหวตชื่อ ‘พิธา’ ซ้ำ ‘ป้อม’ ยันยังไม่มีสัญญาณเทียบเชิญ ‘ธรรมนัส’ ลั่นร่วมรัฐบาลต้องยกพรรค ก้าวไกลสั่งสส. หยั่งเสียงประชาชนทิศทางเลือกนายกฯ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งกกต.แจงปมหุ้นสื่อ ‘พิธา’ ได้ให้โจทก์ชี้แจงหรือไม่ ใช้เวลาพิจารณา แค่ไหน เปรียบเทียบคำตัดสินคดี ‘ชาญชัย’ หรือไม่ เลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ตรวจสอบหรือไม่ เหตุใดมาตรวจเจอหลังเลือกตั้งครั้งนี้

โคชั้นดี – นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ และ ผู้บริหารสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รายงานผลโครงการ โคล้านครอบครัว ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ วันที่ 8 ส.ค.
ตู่แล้วแต่รทสช.ร่วมรัฐบาล
วันที่ 8 ส.ค. ก่อนประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทักทายสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มหวานให้สื่อพร้อมกล่าวว่า แล้วแต่ๆ
หลังประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ อีกครั้งว่า กรณีพล.อ.ประวิตรไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจในทำเนียบ มีสิ่งผิดปกติ อะไรหรือไม่ว่า “มีอะไรเล่า ไม่มีๆ ก็ขออย่าให้มันมีก็แล้วกัน ผมไม่มีอะไรกับท่านและไม่มี แปลกหรอก หลายคนก็ลาประชุม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว และก็มีคณะทำงานเข้าร่วมประชุมแทน วันนี้ก็ลาตั้งหลายคน”
เมื่อถามว่า มองเสถียรภาพการเมือง หลังเพื่อไทยและภูมิใจไทยจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ไม่มีความคิดเห็นตรงนี้ ตนไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ตามกลไก รัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป แล้ววันนี้จะมามีปัญหาอะไรนักหนากับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อถามว่าเปลี่ยนรัฐบาลทีก็แก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งมองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แล้วสื่อมองอย่างไร

ศิลปาชีพ – นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะผู้บริหารมหาดไทย เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน OTOP ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.
วิษณุแนะโทนี่กลับอย่าตรงวันหยุด
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะรักษาการรมว.ยุติธรรม กล่าวกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เลื่อนกำหนดกลับไทย กระทรวงยุติธรรมยังเตรียมแผนรองรับอยู่หรือไม่ ว่า ตนไม่ทราบ พยายามเงี่ยหูฟังข่าวอยู่ เพราะไม่มีการส่งข่าวมาโดยตรง แต่ถึงอย่างไรกระทรวงยุติธรรมก็เตรียมแผนรับอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้แตกต่างอะไรจากแผน ที่เตรียมไว้ มาเมื่อไรก็ยกแผนที่เตรียมไว้มาใช้ กรมราชทัณฑ์เขาเตรียมพร้อม ทางศาลเอง ก็เตรียมการ เพียงแต่ขอว่าอย่ามาช่วงวันหยุดราชการเป็นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นจะยุ่งเพราะศาลปิดทำการ ขออย่าไปเจอเสาร์-อาทิตย์หรือ วันหยุดชดเชย หากมาในช่วงศาลปิดทำการ การจะไปให้ศาลออกหมายจำคุกจะไม่มี ผลัดเวร ออกให้ แล้วต้องนำตัวไปขังที่อื่น มันจะยุ่งยาก
เมื่อถามกรณีพรรคก้าวไกลและสส. บางส่วนเสนอขอแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 สามารถดำเนินการก่อนจะมีรัฐบาลได้หรือไม่ เนื่องจากวาระ 3 ต้องใช้เสียงฝ่ายค้าน 20% ว่า ยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่รู้ว่าใครจะเป็นรัฐบาลและใครจะเป็นฝ่ายค้าน เมื่อถามว่า หากพิจารณาวาระที่ 1 และ 2 ก่อนแล้วค้างไว้ ก่อนวาระ 3 เพื่อรอรัฐบาลได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้ ไม่เช่นนั้นการแก้ จะไม่สมบูรณ์
กก.ฝ่ายค้าน-อ๋องต้องทิ้งรองปธ.
นายวิษณุกล่าวกรณีรัฐธรรมนูญห้ามไม่ให้สส.ในพรรคที่มีรัฐมนตรี ประธานและรองประธานสภาผู้แทนฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า แม้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล จะถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ถือว่าก้าวไกลเป็น ฝ่ายค้านจึงยังแต่งตั้งไม่ได้ ต้องรอให้รู้ก่อน ว่าพรรคไหนเป็นพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง เนื่องจาก ผู้นำฝ่ายค้านต้องมาจากพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล และต้องเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในฝ่ายค้าน
เมื่อถามกรณีของนายปฏิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล รองประธานสภา คนที่ 1 ทำให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็ต้องลาออกจากรองประธานสภา เมื่อถามว่า หากนายพิธาต้องหลุดจาก สส. ต้องเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายวิษณุ ยอมรับว่าใช่
ได้รัฐบาลช้ากระทบทำงบ 67
เมื่อถามว่าการยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ทำให้หลายฝ่ายกังวลเรื่องปีงบประมาณที่จะล่าช้า นายวิษณุกล่าวว่า ก็น่ากังวล เพราะปกติช่วงนี้งบประมาณปี 67 จะเข้าสภา จนกระทั่งจวนจะพิจารณาเสร็จอยู่แล้ว แต่การยังไม่มีรัฐบาลใหม่ทำให้ไม่มีคนมาทำงบประมาณ และกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาสมมติได้รัฐบาลใน ก.ย. กว่าจะทำงบได้ต้องแถลงนโยบายก่อน อาจอยู่ช่วงปลายก.ย.หรือต้น ต.ค. แล้วต้องใช้เวลา 1 เดือนทำงบทำให้งบปี 67 เข้าสภา พ.ย.- ธ.ค. แล้วต้องใช้เวลาอยู่ในสภาอีก 3 เดือน จังหวะนั้นจะพอดีกับการทำงบปี 68 ทำให้งบสองปีซ้อนกัน
ตั้งขรก.-ถ้าจำเป็นตั้งได้แค่ปลัด
มีรายงานจากครม.ว่า ในช่วงพักเบรก รัฐมนตรีหลายคนนำโดยนายอนุทิน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าไปคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ในห้องรับรอง
นอกจากนี้ นายวิษณุได้ชี้แจงถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่สอบถามกันมากว่าทำได้หรือไม่ได้นั้น ถ้าจำเป็นแต่งตั้งได้ เพราะกว่ารัฐบาลใหม่จะมา กว่าจะแถลงนโยบายใช้เวลาหลายวัน แต่ให้ตั้งได้เฉพาะปลัดกระทรวง เพราะอำนาจรัฐมนตรีแต่งตั้งปลัดกระทรวง ได้คนเดียว ต้องส่งให้ กกต.ให้ความเห็นชอบด้วย ส่วนอธิบดีต้องให้ปลัดกระทรวงเป็นคนแต่งตั้ง แต่การแต่งตั้งช่วงนี้ไม่ควร ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเสริมว่า ต้องดูความเหมาะสมและดูเรื่องมารยาทด้วย
รทสช.ยันพท.ยังไม่ประสานมา
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์เพื่อไทยส่งสัญญาณให้เข้าร่วมรัฐบาลหรือยังว่า ตนไม่ได้อยู่ในกระบวนการเจรจา แต่ที่ทราบยังไม่มีข้อมูลประสานมา
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวพรรคอาจร่วมรัฐบาล ในลักษณะกลุ่มหรือสส.รายบุคคล นายธนกรกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการร่วมรัฐบาลควรไปในนามพรรค หากจะไปร่วมรัฐบาลโดยหลักการ ต้องไปทั้งพรรค แต่ถ้ามีสมาชิกคิดอย่างอื่นการโหวตแคนดิเดตนายกฯ เป็นสิทธิ์ของสส. เรื่อง 2 ลุงต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคด้วยเพราะวันนี้ไม่มีลุงตู่อยู่ในพรรคแล้วและไม่ได้เล่นการเมืองแล้ว เรื่องนี้น่าจะจบได้แล้ว ไม่น่าจะมีเงื่อนไขแบบนี้ พรรคที่จะร่วมรัฐบาล กันได้หลักๆ ต้องดูที่นโยบายและแนวทาง การทำงาน ไม่ควรจะดูมีลุงไม่มีเรา เรื่องนี้ เป็นวาทกรรมและไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว
สุชาติรอชัดเจนหลัง 6 ส.ค.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะย้ายไปสังกัดพรรคอื่นว่า ยังอยู่รวมไทยสร้างชาติ เมื่อถามถึงกระแสข่าว รวมไทยสร้างชาติจะไปร่วมรัฐบาล นายสุชาติ กล่าวว่า มีสูตรคณิตศาสตร์เยอะที่นักวิชาการและสื่อมวลชนคิดในทางออกประเทศว่า สูตรไหนจะตั้งรัฐบาลได้ แต่ทางออกมีหลายสูตร อยู่ที่จะตกผลึกอย่างไร ไม่ใช่อยู่ที่เราฝ่ายเดียวแต่อยู่ที่สภา สส.และสว. รวมถึงยังไม่รู้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องโหวตชื่อนายกฯ ซ้ำอย่างไร
เมื่อถามว่าหากมติพรรคไม่ร่วมรัฐบาล กับเพื่อไทยจะทำตามหรือทิ้งพรรคไปร่วมกับเพื่อไทย นายสุชาติ กล่าวว่า อยากให้ดู 16 ส.ค. ศาลว่าอย่างไรและเงื่อนไขเป็นอย่างไรจะรับหรือไม่รับ หรือหากรับแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ ต้องตอบทีละยก ตนยืนยันขอให้ชาติมีความเจริญและไปต่อได้เร็ว เมื่อถามว่าหากศาลตัดสินแล้วจะชัดเจนว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายสุชาติกล่าวว่า ต้องดูว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ต้องมานั่งพูดคุยกันภายในพรรคก่อน เมื่อถามว่าในใจคิดอย่างไร นายสุชาติกล่าวว่า ตนพูดจากใจว่าอยากให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ แค่ 7 ส.ค. แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลหุ้นก็เขียวทั้งกระดาน อยากให้ตั้งรัฐบาลได้โดยเร็วเพราะเศรษฐกิจจะได้เดินหน้าต่อไปได้
ลั่นโหวตให้ชาติเดินหน้า
เมื่อถามว่าส่วนตัวจะโหวตให้แคนดิเดต นายกฯ ของเพื่อไทยแม้ไม่ใช่มติพรรคหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ทั้งสส.และสว.มีเอกสิทธิ์ อยู่ที่เรามองเอกสิทธิ์ตรงนี้ ถ้าไม่เคารพมติพรรคอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา ถ้าใช้เอกสิทธิ์และป็นสิ่งที่ทำความเจริญให้ชาติบ้านเมืองก็ต้องคิดอีกมุมหนึ่ง หากสิทธิ์เราไปทำให้ชาติ บ้านเมืองเดินไม่ได้ก็ต้องคิดอีก
เมื่อถามว่าหากจำเป็นต้องโหวตแคนดิเดต นายกฯ สวนมติพรรค เพื่อทำให้ชาติเดินหน้าไปได้ก็จะทำ นายสุชาติกล่าวว่า โหวตตามมติพรรคแล้วทำให้ประเทศชาติเสียหายคุณจะทำหรือไม่ เราเป็นผู้แทนต้องดูว่าถ้าพรรค เดินหน้าแล้วทำให้เกิดความขัดแย้งและเดิน ไม่ได้ก็ต้องพูดคุยกันในพรรค เพื่อหาข้อตกผลึก กันให้ได้ การร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาลไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่จะทำอย่างไรให้ประเทศไทย เดินไปได้
วิทยายันไปไหนต้องไปทั้งพรรค
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธานการประชุมวิป และสส. เตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสภา 9 ส.ค. โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ผู้บริหารพรรค และสส.ของพรรคเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า การจัดตั้งรัฐบาลคิดว่าสัปดาห์หน้าก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ และต้องรอไปก่อน และเป็นไปได้หมดทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นสลับขั้ว หรือถอยกลับ ส่วนที่ภูมิใจไทยไปหารือ ร่วมกับเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งก่อนไปดื่มช็อกมิ้นต์ก็ไม่คืบหน้า ครั้งนี้ ก็น่าจะเหมือนเดิม แค่ 212 เสียงไม่น่าใช่ การตั้ง รัฐบาลได้ต้องพูดเรื่องนโยบายเงื่อนไขให้จบ
ส่วนการตัดสินใจของพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องรอสัญญาณจากหัวหน้าพรรค พรรคมี 36 เสียง ไม่มีเสียงแตก ถ้าจะไปไหนก็ต้องไป ทั้งพรรค เชื่อว่าเพื่อไทยก็มีแนวคิดสถาบันพรรค คงไม่คิดว่ามาล้วงคนของชาวบ้านไป
กมธ.สว.รับตรวจสอบเศรษฐา
ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกมธ.การพัฒนา การเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นให้ตรวจสอบคุณสมบัติ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ว่า เบื้องต้นกมธ.รับเรื่องไว้เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง และบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ กมธ.ได้ทำ หนังสือแจ้งขอเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งโฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย หลักฐานการโอนที่ดิน เอกสารคนซื้อคนขายไปที่กรมที่ดิน และบุคคล ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทางแสนสิริอ้างว่าทำถูกต้อง กมธ.ก็จะดูข้อโต้แย้งด้วย จะให้ความเป็นธรรม ทุกฝ่าย จะพยายามเร่งให้เสร็จ ควรให้ทุกอย่างกระจ่างก่อนเลือกนายกฯ ถ้าไม่ผิดก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ
เมื่อถามว่านายเศรษฐาเคยประกาศจะแก้มาตรา 112 ช่วงหาเสียง นายเสรีกล่าวว่า การพูด วันนั้นไม่ใช่นโยบายพรรค แต่เป็นข้อเสนอของคนที่สนับสนุนพรรค คนที่เป็นแคนดิเดต นายกฯ ถ้ามีการเสนอชื่อจริงควรมาแสดงวิสัยทัศน์ ตอบข้อซักถามในสภาเพื่อการตัดสินใจ
วันชัยเชื่อโหวตรอบหน้าได้นายกฯ
นายวันชัย สอนศิริ สว. ให้สัมภาษณ์กรณีเพื่อไทยจับมือตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย จะได้เสียง สนับสนุนจากสว.หรือไม่ว่า นับแต่ที่ไม่มีมาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกล สว.หลายกลุ่มหลายฝ่ายค่อนข้างเห็นพ้องเป็นเสียง ส่วนใหญ่ว่าถ้าไม่มีเรื่องดังกล่าวแล้ว จะโหวตให้ใครก็ตามที่รวมเสียงส่วนใหญ่ได้ ขณะนี้หากเป็นเพื่อไทย ภูมิใจไทยและพรรคแกนนำรวมกันได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งเชื่อว่า สว.จะโหวตให้
เมื่อถามกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน เคยพูดเรื่องแก้มาตรา 112 และโดนโจมตีเรื่องเลี่ยงภาษี ที่ดิน สว.จะนำไปพิจารณาหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า หลักการใครรวมเสียงข้างมากเราให้พรรคนั้นและคนคนนั้น ส่วนประเด็นนายกฯ ที่เสนอเป็นใครอย่างไรเป็นเรื่องของหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ตอนปราศรัย หาเสียงอาจพูดอะไรเลยเถิดไปแต่จากที่ตนฟังการแถลงของพรรคเพื่อไทยพูดชัดเจนไม่มีนโยบายเรื่องแก้มาตรา 112 ดังนั้นประเด็นเหล่านี้ตกไป ส่วนสว.บางคนตั้งแง่เป็นเรื่องของเขา แต่ส่วนใหญ่เท่าที่ฟังใครรวมเสียง ข้างมากได้ ตอนนี้ สว.พร้อมสนับสนุน ยืนยันไม่ได้เอาตัวบุคคลเป็นตัวตั้ง เมื่อถามว่า การโหวตนายกฯ รอบหน้าจะได้นายกฯ คนที่ 30 แน่นอนหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า น่าจะได้ เว้นไว้แต่มีอุปสรรคปัญหาอื่นใด
สมเจตน์ขวางนายกฯเพื่อไทย
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว. กล่าวถึงการตัดสินใจเลือกนายกฯ ว่า ตั้งใจมาตลอดเมื่อตนไม่สนับสนุนก้าวไกล เป็นนายกฯ ก็ต้องสนับสนุนเพื่อไทย แม้พรรคนี้จะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดของตน แต่จากผลการเลือกตั้งประชาชนให้ตัวเลือกมาเท่านี้ ไม่ก้าวไกล ก็ต้องเพื่อไทย แต่ทันทีที่เพื่อไทยได้เสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย ประกาศจะเสนอ ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย สสร. ในครม.ครั้งแรก เป็นการสร้างวิกฤตความขัดแย้ง ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
“ทำไมเพื่อไทยให้ความสำคัญต่อการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นวาระเร่งด่วน มากกว่าแก้เศรษฐกิจปากท้องประชาชน ทั้งที่ก็ชนะเลือกตั้งตามกติการัฐธรรมนูญ 60 หรือรัฐธรรมนูญ 60 เป็นอุปสรรคของนายทุน เจ้าของพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถกลับไทยได้แบบเท่ๆ ไม่ต้องติดคุก จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันที แบบนี้ผมจะสนับสนุนนายกฯ จากเพื่อไทยได้อย่างไร” พล.อ.สมเจตน์กล่าวและว่า ตนจะงดออกเสียง หลังแถลงนโยบายเร่งด่วนยกร่างรัฐธรรมนูญโดยสสร. มีวาระซ่อนเร้นเพื่อช่วยนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องคดีทุจริต ยืนยันว่า หากคนของเพื่อไทยไม่ผ่าน คนที่จะเสนอต่อไป จากพรรคอันดับสอง อันดับสาม ทั้ง นายอนุทิน หรือพล.อ.ประวิตร ยืนยันจะงดออกเสียง
จุรินทร์ยันร่วมรบ.ต้องเป็นมติพรรค
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไม่ได้รับประสานงานมาจากเพื่อไทย ในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนทิศทางจะร่วมหรือไม่นั้นมีความเห็นเป็นสองทางเสมอ แต่ต้อง ยุติที่มติพรรค มื่อถามถึงกระแสข่าวอาจจะมีสส.พรรคบางส่วนไปร่วมงานกับเพื่อไทย นายจุรินทร์ย้ำว่าสุดท้ายก็ต้องเป็นมติพรรค ถ้าต้องตัดสินใจรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือเรื่อง ทางการเมือง ทุกเรื่องต้องยุติที่มติพรรค พรรคประชาธิปัตย์เป็นเช่นนั้นมาตลอด
ส่วนการเลือกหัวหน้าและกก.บห.พรรคชุดใหม่ จะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค ยังไม่ได้ กำหนดวันประชุมครั้งใหม่ ต้องหารือกับเลขาธิการพรรคต่อไป คงไม่มีปัญหาเพราะเป็น เรื่องภายในพรรค สามารถพูดคุยกันว่าเวลา ที่เหมาะสมจะเป็นเมื่อไร
ทสท.ไม่สลับขั้ว-ย้ายฝั่ง
พรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์ระบุสถานการณ์ขณะนี้มีประเด็นที่สำคัญคือ รัฐสภา ยังรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯซ้ำไม่ได้ และยังรอความชัดเจนการจัดตั้งรัฐบาลของเพื่อไทย พรรคแสดงจุดยืนภายใต้หลักการที่ชัดเจนตลอดว่า จะไม่มีการสลับขั้ว-ย้ายฝั่ง และไม่เป็น ที่เหยียบยืนให้เผด็จการ เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของ 2 ลุงอย่างถาวร เมื่อทราบแนวทางที่ชัดเจนแล้ว พรรคจะเรียกประชุม กก.บห.ร่วมพิจารณาจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลต่อไป ยืนยึดมั่นสัญญาเป็นสัจจะที่ให้ประชาชน ทั้งการ ไม่เป็นนั่งร้านให้เผด็จการ ผลักดันรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน เร่งแก้ปัญหาปากท้อง
ชทพ.รอสัญญาณจากเพื่อไทย
ที่ทำเนียบ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับการทาบทามจากพรรคเพื่อไทยหรือยังว่า ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งและก่อนโหวตนายกฯ ครั้งต่อไปจะมีการพูดคุยกันอีก ส่วนจะพบปะพูดคุยกันเมื่อไร รอให้เพื่อไทยส่งเทียบเชิญมา รอสัญญาณจากพรรคเพื่อไทยว่าจะนัดหมายอย่างไร ถ้ามีการส่งสัญญาณมาพรรคก็พร้อมไปคุย
เมื่อถามว่าต้องการกระทรวงใด หรือจะไปสานต่อแนวทางที่เคยทำไว้ นายวราวุธกล่าวว่า พรรคได้มา 10 เสียง จะคุยกันด้วยหลักการและเหตุผล คงไม่ไปเรียกร้องเพราะต้องการให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง การต่อรองกระทรวง ค่อยไปว่ากันทีหลัง เมื่อถามว่าโควตาที่ควรจะได้ คือ 1 รมว. และ 1 รมช.ใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องดูก่อนว่าเบ็ดเสร็จแล้วจำนวน สส. ซีกรัฐบาลมีเท่าไร คิดสัดส่วนแล้วเป็นเท่าไรจึงตอบตอนนี้ไม่ได้
อนุทินไม่ออกหน้ารวมเสียงรัฐบาล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบถึงการแถลงรวมตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยว่า ภูมิใจไทยเป็นเพียงผู้ได้รับเชิญ ต้องให้เกียรติเพื่อไทยที่เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าเพื่อไทยแจ้งแนวทางรวบรวมเสียงให้เกินกึ่งหนึ่งของสภาอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องช่วยกันสร้างความมั่นใจให้สส. สว.ว่าข้อกังวลเรื่องมาตรา 112 ไม่มีแล้ว เมื่อถามว่าเพื่อไทยให้ภท. ไปช่วยรวมเสียงพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เพื่อไทยแถลงว่าให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาวิธีขอเสียงสนับสนุน
เมื่อถามว่าภูมิใจไทยได้ไปชวนพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของพรรคที่เป็นแกนนำ ส่วนพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่แกนนำ แต่เป็นหนึ่งในพรรคร่วม ไม่สมควรไปก้าวล่วง ส่วนกระแสข่าวตนจะได้มาเป็นนายกฯ นั้น ยืนยันพรรคแกนนำตั้งรัฐบาลต้องเป็นผู้เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ พรรคร่วมต้องให้ความเห็นชอบกับชื่อที่พรรคแกนนำเสนอ เมื่อถามว่า หากชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ไม่ผ่านความเห็นชอบ จะให้พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอชื่อแคนดิเดต อีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยมีอีก 2 คน
จี้ตร.จัดการกลุ่มทะลุวัง
นายอนุทินกล่าวกรณีกลุ่มทะลุวัง แสดงความ ไม่เห็นด้วยการตั้งรัฐบาลระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทย ว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่พอใจควรพูดด้วยเหตุผล การใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่เคารพผู้อาวุโสกว่าไม่ใช่ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย มีสุภาษิตน้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย จึงอยากให้คุยกันดีๆ
เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับกลุ่มทะลุวังที่มีพฤติกรรมคุกคามหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ฝากไปถึงผบ.ตร. เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ ยืนเฉยทั้งที่เกิดเหตุคุกคาม และไม่ควรรอให้ไปแจ้งความ ตำรวจบอกว่ายังไม่มีใครไปแจ้งความเพราะเราออกไปไม่ได้จะไปแจ้งความอย่างไร เราไม่ต้องการไปแจ้งความแต่ต้องการให้ตำรวจรักษาความเรียบร้อย
ตร.เข้มภท.หลังม็อบตามหาเสี่ยหนู
เวลา 13.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทยว่า มาทำไม ไม่ต้องตามหา ตน ไม่ได้หลบซ่อนอะไร เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรหลังจากแถลงจับขั้วรัฐบาลกับเพื่อไทยแล้ว ถูกไล่ล่า นายอนุทินกล่าวว่า ทำไมต้องไล่ล่า ตนไปทำความผิดอะไรตรงไหน เราก็ทำงานให้บ้านเมืองกันทั้งนั้น ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นส่วนตัวแต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ต้องเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เมื่อ 7 ส.ค. มองอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า นายพิพัฒน์ไม่ได้ถูกล้อม แต่เจ้าตัวคิดว่าอาจลงมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งนายพิพัฒน์มีความอดทนสูง วางตัวเป็นผู้ใหญ่ ได้ดี ไม่ได้ไปตอบโต้ต่อล้อต่อเถียงอะไร จนเกินงาม
เมื่อถามว่าจากนี้ต้องมีการรักษาความปลอดภัย นายอนุทินและคนในพรรคหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน บ้านเมืองมีความศิวิไลซ์ มีกฎหมาย เรายังเชื่อมั่นในความ ปลอดภัยของพวกเราภายใต้กฎหมาย ไม่ได้ ไปทำร้ายบ้านเมือง ขี้โกง ทำให้เกิดความแตกแยก ตรงข้ามพยายามหาทางทำให้ประเทศ เดินหน้าไปได้ ต้องเคารพน้องๆ เขาทำพฤติกรรม เช่นนี้ทำกิริยาเช่นนี้เข้าใจว่าเขาไม่พอใจอะไร แต่ต้องพูดกันด้วยความเป็นวิญญูชน
ทั้งนี้ เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีประชุมสส. มีตำรวจจาก สน.บางเขน และ บก.น.2 มาดูแลรักษาความปลอดภัย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งในโซเชี่ยลว่าจะมาตามหาตัวนายอนุทิน
ป้อมบอกพท.ยังไม่ติดต่อมา
ที่ทำเนียบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงเพื่อไทยประสานให้ร่วมรัฐบาลหรือยังว่า ยังไม่ได้รับ เมื่อถามว่าหากมีสัญญาณมาสนใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ส่ายหน้ากล่าวว่า ยังไม่ได้รับ เมื่อถามว่าหากจะเข้าร่วมมีเงื่อนไข อะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรส่ายหัวไม่ตอบใดๆ
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีเข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยว่า “เขายังไม่ติดต่อมา” เมื่อถามว่าหากมีการติดต่อมาจะไปร่วมเลยหรือไม่ เพราะเงื่อนไขน่าจะเข้าร่วมกันได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เดี๋ยวก็ต้องดู” เมื่อถามหากเขา ไม่ชวนตั้งรัฐบาลจะไปเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร อมยิ้มก่อนอุทานว่า โห่
เมื่อถามว่าการลาประชุมครม.กะทันหัน เพราะงอนพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ ขึ้นรถออกจากทำเนียบทันที

เบิร์ธเดย์-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขอบคุณสส.ของพรรคที่มอบเค้กอวยพรวันคล้าย วันเกิดครบรอบ 78 ปีล่วงหน้าสองวัน และขอให้คนในพรรครักกัน ที่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.
พปชร.อวยพร 78 ปีป้อม
เวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม กก.บห. กรรมการยุทธศาสตร์ และสส. พรรค ก่อนเริ่มการประชุม พล.อ.ประวิตร เป่าเค้กที่สมาชิกพรรคเตรียมไว้อวยพร วันคล้ายวันเกิดล่วงหน้า อายุครบ 78 ปี ในวันที่ 11 ส.ค. มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาฯ พรรค และอดีตผู้สมัครสส.กทม. ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิด
พล.อ.ประวิตร ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี และกล่าวว่า ขอให้พรรครักกัน ทุกคนเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่ต้องถามแล้วครับ” ก่อนเลี่ยงขึ้นห้องประชุมสส.
ธรรมนัสลั่นร่วมรบ.ไปทั้งยวง
ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ถึงโอกาส ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยว่า ต้องดู พล.อ.ประวิตร ท่าทีตอนนี้ก็เหมือนเดิมคืออยู่นิ่งๆ อย่าให้ข่าวอะไรมาก เดี๋ยวจะผิดเพี้ยนไป หลังจากได้หารือที่พรรคเพื่อไทยแล้วก็ยังไม่ได้รับการติดต่ออะไร ถามว่าเรามีโอกาสหรือไม่อยู่ที่เพื่อไทยจะเชิญ เราก็ต้องอยู่นิ่งๆ ตามมารยาท ไม่รู้ว่าหลังจากภูมิใจไทยและเพื่อไทยร่วมตั้งรัฐบาล เชื่อว่าเขาคงประสานพรรคอื่นไป เบื้องต้นแล้ว เมื่อถามว่าเป็นการวัดพลัง 212 เสียงกับพลังประชารัฐ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ใช่การวัดพลัง เมื่อถามถึงว่า พลังประชารัฐถูกเพื่อไทยหลอกหรือไม่ ทำให้ดีล ไม่ลงตัว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีประเด็นนี้ มีแต่กระแสวิเคราะห์ข่าว ตนและหัวหน้าพรรค คุยกันตลอดยืนยันไม่มีประเด็นนี้
เมื่อถามว่าการจะร่วมรัฐบาลต้องไปทั้งพรรค ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หัวหน้าให้ตน แจ้งกับสื่อมาตลอดว่าพรรคเราเป็นสถาบันการเมือง มีจุดยืนชัดเจนอย่างที่เคยประกาศ ไปแล้วทุกอย่างยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เมื่อถามว่า เพื่อไทยแถลงชัดการตั้งรัฐบาลไม่มี 2 ลุง การมี สส.บางส่วนไปสมทบเพื่อไทยเป็นไปได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราจะทำอะไร ต้องเป็นมติกก.บห. และสส.ให้เป็นเอกฉันท์ว่า จะเดินไปในทิศทางใด ไม่ใช่กลุ่มไหนคิดจะไป ก็ไป
เมินเงื่อนไขไม่มีลุง
เมื่อถามว่าการที่เพื่อไทยไม่เอาลุง จะไม่ไปร่วมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องลุงไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญ สาระสำคัญสำหรับพรรค คือเรื่องของบ้านเมือง เราจะร่วมแก้วิกฤต ได้อย่างไร โดยเฉพาะเวลานี้ที่มีปัญหาสารพัด สำคัญที่สุดคือเร่งจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่าการเลื่อนกำหนดกลับไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร ถูกมองว่าเงื่อนไข ของเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐไม่ลงตัว ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่อง คนละประเด็น ซึ่งการเลื่อนเดินทางกลับ เป็นเรื่องส่วนตัว ตนไม่ทราบ

ประชุม สส. – นายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร สองแคนดิเดต นายกฯ เพื่อไทย ร่วมประชุมสส.ของพรรค ที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารพรรคเพื่อไทย โดยสส.อีสานสะท้อนในที่ประชุมว่าประชาชนเลือกมาเป็นรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 ส.ค.
วงสส.เพื่อไทยย้ำเป็นรัฐบาล
เวลา 15.45 น. พรรคเพื่อไทยประชุมสส. นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค โดยมีแคนดิเดตนายกฯ ทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ, นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้าร่วมประชุมด้วย
ที่ประชุมเปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละภาคแสดงความคิดเห็น นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม ลุกขึ้นแสดงความเห็นว่า คนอีสานเลือกตั้งมา เพื่อต้องการให้สส.เป็นรัฐบาล ไม่ใช่มาเป็นฝ่ายค้าน ซึ่ง สส.ส่วนใหญ่ เห็นไปในทิศทางเดียวกันนี้
ยัน‘2 ลุง-ปชป.’แยกหนุนรายตัว
ยังมี สส.แสดงความเห็นหลากหลาย อาทิ นางฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา เป็นห่วงหากพรรคจับมือ 2 ลุงจะไม่สามารถตอบคำถามประชาชนในพื้นที่ได้ สส.ในพื้นที่จะได้รับแรงเสียดทาน ขณะที่สส.บางส่วนไม่อยากให้จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 แต่ในส่วนพรรคภูมิใจไทยที่จะมาร่วมรัฐบาลไม่มีใครทักทวง ขณะที่ทีมเจรจาชี้แจงว่า ทั้ง 2 ลุงและพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นทางเลือก สุดท้าย หากมีเข้ามาจะไม่เป็นในรูปพรรค เพราะหาก สส.คนไหนจะยกมือสนับสนุน ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์
สส.บางคนยังแสดงความเป็นห่วงถึงการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้อาจถูกสับขาหลอกในวันโหวตเลือกนายกฯ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวไปตกอยู่ที่พรรคอื่น ซึ่งคณะเจรจายืนยันว่าถึงอย่างไรนายกฯ ต้องมาจากแคนดิเดตเพื่อไทย และทางพรรคก็ยังพูดคุยกับพรรคก้าวไกลอยู่ เพราะพร้อมสนับสนุน และต้องการรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตยฉบับประชาชนอย่างแท้จริง
9 สค.เปิดอีก 5 พรรคร่วม
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีหากเพื่อไทยต้องร่วมงานกับพรรค2ลุงว่า ต้องดูเหตุการณ์ ต้องดูคำอธิบาย และขณะนี้คณะเจรจาก็ทำงานกันอยู่ ตนยังมีจุดยืนเดิมอยู่ไม่ร่วมงาน2ลุง
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ในวันที่ 9 ส.ค. เวลา 12.00 น. ที่อาคารรัฐสภา พรรคเพื่อไทยพร้อมอีก 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทยรวมพลัง พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย จะแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทย จากนั้นวันที่ 10 ส.ค. พรรคเพื่อไทยจะแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ พรรคชาติไทยพัฒนาที่อาคารรัฐสภาเช่นกัน

หนุนเพื่อไทย – กลุ่มญาติวีรชน เมษายน-พฤษภาคม 53 มอบดอกไม้และให้กำลังใจ พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีพรรคพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ และประชาธิปัตย์ โดยมีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวเแทนรับมอบ ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 8 ส.ค.
ญาติวีรชน 53 หนุนตั้งรบ.ไร้ลุง-ปชป.
ขณะเดียวกัน กลุ่มญาติวีรชน เมษายน-พฤษภาคม 53 เดินทางมามอบดอกไม้และให้กำลังใจเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล ที่ไม่มีพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวเแทนรับมอบดอกไม้ ตัวแทนกลุ่มวีรชน กล่าวว่า เราสนับสนุน กตัญญู ต่อเพื่อไทยที่มีนโยบายที่กินได้ และเป็นต้นแบบ ของพรรคอื่น
ขณะเดียวกันกลุ่มแท็กซี่ทวงคืนความยุติธรรม กลุ่มแท็กซี่อิสระเพื่อสังคม กลุ่มเสื้อแดง รักประชาธิปไตย มาจัดกิจกรรมคัดค้านการจับมือ กับรัฐบาลขั้วเดิมตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีการนำดอกไม้จันทน์และถอดเสื้อสีแดงที่ใส่ไว้บนพานวางไว้หน้ารถแท็กซี่ อีกทั้งมีตัวแทน กลุ่มถอดเสื้อสีแดงใส่พานนำมอบให้กับตัวแทนเพื่อไทย บางส่วนจุดไฟเผาบัตรสมาชิก ครอบครัวเพื่อไทย
ตัวแทนกลุ่มกล่าวว่า ตนต่อสู้กับเพื่อไทยมานาน ต้องติดคุกก็เพราะต่อสู้กับเพื่อไทย อยากให้ทบทวนการตัดสินใจเชิญพรรคที่มีส่วน ต่อการเสียชีวิตของพี่น้องเสื้อแดงที่ราชประสงค์ พรรคที่สนับสนุนอบายมุข หากพวกเรา ไม่ออกมาเพื่อไทยจะคิดว่ามีแต่คนสนับสนุน หากทำเช่นนี้เพื่อให้นายทักษิณ กลับมา ไม่มีประโยชน์ เพราะบุคลากรของพรรคเพื่อไทยไม่มีความกล้าและอุดมการณ์เพียงพอที่จะทำให้ นายทักษิณกลับได้ จากนั้นตัวแทนกลุ่ม โปรยดอกไม้จันทน์ลงที่ผ้าสีแดง
สุพิศาลชงกก.โหวตหนุนนายกพท.
ต่อมา ที่ตึกไทยซัมมิท ที่ทำการพรรค ก้าวไกล กลุ่มแท็กซี่ทวงคืนความยุติธรรม นำโดยนายวรพล แกมขุนทด นำดอกไม้มามอบ เป็นกำลังใจให้พรรคก้าวไกล แกนนำกลุ่มกล่าวว่า ต้องการมามอบดอกไม้เพื่อบอกว่าพวกท่านจะไม่โดดเดี่ยว และเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตย ร่วมต่อสู้กับฝ่ายเผด็จการ มีนายสุเทพ อู่อ้น สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนรับมอบดอกไม้
พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สส.บัญชี รายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค กล่าวก่อน การประชุมสส.ว่า วาระวันนี้มีเรื่องการ เลือกตั้งใหม่ที่จ.ระยอง และการลงคะแนน มติต่างๆ ของพรรค รวมไปถึงมติการโหวต นายกฯ ตนจะเสนอให้พรรคโหวตเห็นชอบแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เนื่องจากต้องการโหวตเพื่อปิดสวิตช์สว. และเชื่อว่าเพื่อไทย จะไม่มีการดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่าหากพรรคจะโหวตเห็นชอบแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย มีเงื่อนไขหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า เป็นมิติที่ดี เป็นสิ่งที่เรา อยากทำคือการปิดสวิตช์สว. โหวตเพื่อให้มี รัฐบาลมาแก้วิกฤต แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากสส.ในที่ประชุมอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กก.บห. รวมถึง สส. ยังไม่มีการหารือเรื่องมติโหวต นายกฯ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ยังไม่นิ่ง พรรคจะเน้นการทำงานของสภาโดย 9 ส.ค.จะยื่นชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศประกอบด้วย การปลดล็อกท้องถิ่น การป้องกัน การทุจริต และการโอบรับความหลากหลาย รวมทั้งหมด 9 ร่าง ส่วนเรื่องโหวตนายกฯ ได้ให้สส.ไปรับฟังความเห็นของประชาช นในพื้นที่ถึงทิศทางการโหวตนายกฯ ส่วนกรณี พล.ต.ต.สุพิศาลให้สัมภาษณ์เป็นความเห็นส่วนตัว ยังไม่ใช่มติพรรค และในวันนี้ไม่มีการหารือในประเด็นดังกล่าว
ศาลสั่งกกต.แจงปมพิธาถือหุ้น
วันเดียวกัน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบกลาง ออกหนังสือถึงสำนักงาน กกต. ให้ชี้แจงประเด็นต่างๆ 8 ข้อ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับคดีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าถือหุ้น บมจ.ไอทีวี ว่า สำนักงานกกต.ได้ตอบหนังสือคัดค้านจาก ก้าวไกลหรือไม่ อย่างไร, ได้ให้นายพิธาชี้แจงข้อกล่าวหาหรือไม่ ใช้เวลารวบรวมหลักฐานและวินิจฉัยนานแค่ไหน และนำคำสั่งศาลฎีกาคดีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ มาพิจารณาหรือไม่, แต่ละสมัยที่นายพิธาเป็นสส.ได้ตรวจสอบเรื่องหุ้นไอทีวีมาก่อนหรือไม่ เหตุใดมาพบหลังประกาศผลเลือกตั้ง, การตรวจสอบคุณสมบัติสส.เรื่องถือหุ้นสื่อ ได้ตรวจสอบไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่ โดยให้เลื่อน ไปนัดฟังคำสั่ง หรือคําพิพากษาวันที่ 25 ก.ย. 2566 เวลา 09.30 น.
ทั้งนี้ คดีนี้เกิดขึ้นจากการยื่นคำร้องของนายยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ เมื่อ 17 ก.ค. ให้เอาผิดกกต. ฐานกระทำการในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐโดยทุจริตในหลายประเด็น ตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้งและออกแบบบัตรเลือกตั้งที่สร้างความสับสน ไปจนถึงการที่กกต.ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธาก่อนรับสมัคร แต่กลับปล่อยปละละเลยจนถึงวันเลือกตั้ง