นักแสดงหนุ่ม ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ หอบหลักฐานพบผบช.สอท. คดีมีชื่อซื้อรถสวมทะเบียน ตร.แยกสอบนักแสดงหนุ่มกับคนขาย เผยซื้อ-ขายเฟอร์นิเจอร์วินเทจรู้จักกันมานาน 2 ปี อีกฝ่ายเสนอขายรถเบนซ์ G-300 ในราคา 1.5 ล้าน ก่อนโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของเป็นดาราดังโดยยังไม่ได้เห็นรถจริงสักครั้ง สุดท้ายไม่ได้รถเลยคืนเงินมัดจำให้ แต่ยังไม่ได้โอนชื่อกลับ ตร.เร่งขยายผลตามยึดรถสวมทะเบียนมาแล้ว 16 จาก 65 คันที่ตรวจพบ พร้อมรอผลสอบสวนจาก ขบ.มาประกอบสำนวน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ส.ค. นายมาริโอ้ เมาเร่อ นักแสดงชื่อดัง พร้อมทนายความส่วนตัว เข้าพบพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี เพื่อให้ปากคำหลังจากถูกออกหมายเรียกเพื่อมาให้ปากคำกรณีที่ไปมีส่วนเชื่อมโยงกับการครอบครองรถยนต์เบนซ์ รุ่น G-300 สีขาว ที่สวมทะเบียน
รายงานข่าวแจ้งว่า นายมาริโอ้เข้าให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนบช.สอท.และชุดสืบสวน โดยนำเอกสารการซื้อ-ขายรถ และหลักฐานบางส่วนมามอบให้ เจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยใช้เวลาให้ปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง หลังเสร็จการให้ปากคำนักแสดงหนุ่มพร้อมทนายความเดินทางกลับทันที พร้อมปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ เพียงกล่าวสั้นๆ ว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร มั่นใจในความบริสุทธิ์ โดยให้ข้อมูลและหลักฐานกับทางพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว ในรายละเอียดไม่สามารถบอกได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนและให้ข้อมูลไปหมดแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.อำนาจเผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถยนต์เบนซ์ G-300 ประกอบด้วย นักแสดงหนุ่ม, นายก้อง และพี่ชายของนายก้อง โดยนายก้องเป็นรุ่นพี่ที่ขายรถให้กับนายมาริโอ้ โดยทั้งหมดถูกแยกสอบปากคำกับคนละห้อง นักแสดงหนุ่มได้ระบุความสัมพันธ์กับนายก้องว่า รู้จักกันมา 2 ปี เพราะก่อนหน้าเคยซื้อเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจจากนายก้องจนมีความสนิทสนมและไว้ใจกัน แต่ไม่เคยซื้อขายรถกันมาก่อน
ต่อมานายก้องเสนอขายรถเบนซ์ G-300 ในราคา 1,500,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยนักแสดงหนุ่มยังไม่ได้เห็นรถตัวจริง และทำสัญญาวางมัดจำไว้ 500,000 บาท โดยมีกำหนดภายใน 60 วัน ต้องส่งมอบรถ ระหว่างนั้นได้โอนชื่อเป็นเจ้าของรถในใบคู่มือทะเบียนรถ แต่เมื่อถึงกำหนดอีกฝ่ายไม่สามารถส่งมอบรถให้ได้ นายก้องจึงคืนเงินมัดจำให้กับนายมาริโอ้ แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองคืน

‘โอ้’ แจง – มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกชื่อดัง พร้อมด้วยทนายความนำเอกสารเข้าชี้แจงตำรวจไซเบอร์ กรณีซื้อรถเบนซ์แล้วเชื่อมโยงขบวนการสวมทะเบียนรถยนต์ผิดกฎหมาย ที่บช.สอท. เมื่อวันที่ 9 ส.ค.
จากการสอบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า นายมาริโอ้น่าจะไม่ได้จงใจซื้อรถสวมทะเบียน แต่พนักงานสอบสวนต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าไม่ได้มีเจตนาจงใจที่จะซื้อรถเถื่อน หากภายหลังพบว่ามีเจตนาถือว่ามีความผิด จากการที่พบว่าเล่มทะเบียนรถคันดังกล่าวมีชื่อของนายมาริโอ้เป็นผู้ครอบครองคนสุดท้าย กรมการขนส่งทางบกจึงยังไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงโอนทะเบียน เพราะต้องตรวจสอบย้อนหลังที่มาว่ามีใครเคยเป็นผู้ครอบครองบ้าง
พล.ต.ต.อำนาจกล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างการให้ปากคำ นักแสดงหนุ่มแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน มีบางช่วงเวลาที่มีความกังวล เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้มีเจตนาซื้อรถผิดกฎหมาย และคิดว่าตนเองและรุ่นพี่โดนหลอกเช่นกัน เบื้องต้นทราบเพียงว่าเป็นการปลอมแปลงข้อมูลรถมาจากต้นขั้ว แต่นายมาริโอ้ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เมื่อไม่ได้รถ รุ่นพี่ก็คืนเงินให้ เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับนายมาริโอ้ ก่อนซื้อรถทุกครั้งจะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีปัญหา โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนก่อน ซื้อรถราคาล้านกว่าบาท เห็นว่ามีเอกสารถูกต้องไม่คิดว่ารถจะมีปัญหาอะไร โดยนักแสดงหนุ่มระบุว่า หลังจากนี้จะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม
“ส่วนของการขยายผล พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถต้องสงสัยทั้ง 65 ราย มาให้ข้อมูล เบื้องต้นทยอยเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนเหลือเพียง 2-3 ราย ที่ยังอยู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ชุดทำงานอยู่ระหว่างรอผลสอบสวนวินัยของทางคณะกรรมการสอบสวนที่อธิบดีกรมขนส่งทางบกตั้งขึ้น รวมทั้งผลตรวจรถของกลาง จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนำมาประกอบสำนวน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ตรวจสอบพบแล้วว่า ขบวนการดังกล่าวเจาะข้อมูลสวมทะเบียนรถไป 65 คัน โดยในจำนวน ดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือรถที่มีตัวตนจริงและทะเบียนพร้อม และอีกกลุ่มมีแต่ทะเบียนรถ ขณะนี้ตำรวจยึดรถมาได้แล้ว 16 คัน” รองผบช.สอท. กล่าว