ลวงโหลดแอพฯ-ดูดเงิน ตร.เร่งสาวให้ถึงตัวการ

จับแล้วแก๊งตุ๋น ผู้ประกาศดัง ประวีณมัย บ่ายคล้อย เผยเป็นบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเจ้าหน้าที่กรมที่ดินตุ๋นโหลดแอพฯ ก่อนสวมรอยโอนเงินเกลี้ยงบัญชี เร่งขยายผล หาตัวการ พบแหล่งกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน แฉสุดแสบแอบโอนครั้งละไม่เกิน 5 หมื่นหลีกเลี่ยงสแกนใบหน้า ตร.เตือนระวังแก๊งตุ๋นจองโต๊ะร้านอาหารอาละวาด ให้ป้องกัน 5 ข้อ ชี้หากให้สำรองค่าอาหารให้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพ

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.PCT ชุดที่ 5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น./รอง หน. PCT ชุดที่ 5 พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว, พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ, พ.ต.ต.ภัสสกร เฉลียวบุญ สว.ฯประจำชุด PCT 5 ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย, ส.ต.ต.เมธิชัย คำดี ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5, ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายวินัทธิ์ เสนีย์ อายุ 25 ปี หรือออย ตลาดเหนือ ชาวต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ จ.461/2566 ลงวันที่ 19 ก.ค. 66 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น” จับกุมตัวได้ที่ห้างโรบินสัน ถ.ศรีสุนทร ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมเป็น เจ้าหน้าที่สำนักงานกรมที่ดินจ.ภูเก็ต สร้างแอพพลิเคชั่นกรมที่ดิน โทรศัพท์ หาเหยื่อ ก่อนสร้างเรื่องว่าเป็นช่วงการเสียภาษีที่ดิน ต้องให้เหยื่ออัพเดตข้อมูลที่ดิน จากนั้นลากเหยื่อเข้าไปสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เมื่อจูงเหยื่อมาแช็ตไลน์ได้แล้ว จะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกองทะเบียนออนไลน์ หลอกให้เหยื่อโหลดแอพพลิเคชั่น ชื่อว่า “SmartLand” ติดตั้งแอพพลิเคชั่นจะเข้ามาควบคุมระบบมือถือโดยเฉพาะระบบแอนดรอยด์ โดยที่เหยื่อไม่สามารถทำอะไรกับมือถือได้ หรือที่เหยื่อเข้าใจกันว่ามือถือค้าง

หลังจากนั้นเงินทั้งหมดในบัญชีจากทุกแอพฯธนาคารในโทรศัพท์ของเหยื่อ ก็จะถูก โอนออกไปยังบัญชีของคนร้ายจนเกลี้ยง และหากเป็นกรณีบัตรเครดิต คนร้าย จะถอนเงินจากบัตรเครดิตไปไว้ในบัญชีออมทรัพย์บัญชีใดบัญชีหนึ่งของเหยื่อก่อน แล้วจึงค่อยโอนออกไปยังบัญชีของคนร้าย และที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแก๊งนี้คือ จะโอนดูดออกไปจำนวนครั้งละ 49,999 บาท หลายๆ ครั้ง ซึ่งพบว่าเป็นแก๊งเดียวกับที่หลอกผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ประวีณมัย บ่ายคล้อย สูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท

จับบัญชีม้า – ตร.พีซีทีจับกุมนายวินัทธิ์ เสนีย์ หรือ ออย ตลาดเหนือ ผู้ต้องหาเปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเปิดแอพฯ ดูดเงิน โดยมี ‘ประวีณมัย บ่ายคล้อย’ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังตกเป็นเหยื่อด้วย ได้ที่ห้างแห่งหนึ่งใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 13 ส.ค.

จากการสอบสวนนายวินัทธิ์ ให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าต้องดิ้นรน หาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว จึงหลงผิดไปขายบัญชีให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตอนแรก ไม่ทราบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่มาทราบ ภายหลังว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอพฯกรมที่ดินที่กำลังเป็นข่าวดัง ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อบอกข้อมูลของแก๊งนี้ที่ติดต่อกับตนเองโดยละเอียด และเชื่อว่าเบาะแสของตนจะทำให้เจ้าหน้าที่ สามารถไปตามต่อได้แน่นอน

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่จะขยายผลผู้ต้องหารายนี้ โดยละเอียด มั่นใจว่าสามารถไปถึงต้นตอที่ตั้งแก๊งในประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแน่นอน และขอเตือนภัยไปยังประชาชนในการป้องกันภัยเบื้องต้นคือ เว็บไซต์กรมที่ดินจริงจะชื่อว่า www.dol.go.th จะไม่มีเมนูให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น และอย่ากดลิงก์แปลกปลอมที่เราไม่รู้จัก ซึ่งเว็บไซต์ ปลอมมักลงท้ายด้วย .cc และขอเตือน คนไทยที่ยังคิดจะเปิดบัญชีม้าเพื่อนำไปขาย ในโลกออกไลน์ ไม่ช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องถูกจับกุม ส่วนผู้ที่เคยเปิดบัญชีม้าและขายไปแล้ว ขอให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อปิดบัญชี โดยเร็ว มิฉะนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ไปพบท่านพร้อมหมายจับอย่างแน่นอน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในหลายพื้นที่ กรณีที่มีมิจฉาชีพโทรศัพท์ไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร อ้างว่าจะสั่งทำอาหารกล่อง หรืออ้างว่าจะสำรองโต๊ะอาหารพร้อมสั่งอาหารในปริมาณมาก จากนั้นมิจฉาชีพ จะทำการโอนเงินมัดจำไปยังบัญชีร้านค้าดังกล่าว เพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตายใจ หรืออ้างว่าตนได้โอนเงินไปยังร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งส่งหลักฐานการโอนเงินปลอมมาให้ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายกลับตรวจสอบพบว่าเงินค่าอาหารยังไม่เข้าบัญชีร้านอาหารแต่อย่างใด ต่อมามิจฉาชีพจะหลอกลวงผู้เสียหายให้ทำการสำรองเงินสั่งซื้ออาหาร หรือเครื่องดื่มเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก โดยจะให้ออกบิลค่าอาหารหรือค่าเครื่องดื่มในราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งเงิน ส่วนต่างจะเป็นของผู้เสียหายทั้งหมด หากผู้เสียหายรายใดหลงเชื่อ มีความโลภอยากได้เงินส่วนต่างดังกล่าว ก็จะถูกมิจฉาชีพ หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีที่เตรียมไว้แล้วหลบหนีไป ไม่สามารถติดต่อได้

ยกตัวอย่างเช่น กรณีประมาณเดือนมีนาคม 66 มิจฉาชีพโทรศัพท์มาสั่งทำ ข้าวกล่องจากร้านอาหารผู้เสียหาย 100 ชุด ในราคา 10,000 บาท โดยโอนมัดจำให้ ผู้เสียหาย 3,000 บาท ต่อมาอ้างว่าอยากให้ทำอาหารสำเร็จรูปอีก 100 ชุด ชุดละ 1,000 บาท รวม 100,000 บาท แต่ให้ผู้เสียหาย ทำบิล 150,000 บาท ให้เป็นส่วนต่างผู้เสียหาย 50,000 บาท หรือล่าสุดกรณีมิจฉาชีพโทรศัพท์ไปสำรองโต๊ะร้านอาหารของผู้เสียหาย พร้อมสั่งอาหารในราคากว่า 20,000 บาท จากนั้นได้ส่งหลักฐานการโอนเงินที่ไม่สามารถตรวจสอบได้มาให้ผู้เสียหาย ต่อมาได้ให้ผู้เสียหายสำรองเงินเพื่อสั่งซื้อไวน์ ในราคารวมกว่า 56,000 บาท แต่ให้คิด บวกเพิ่มอีกเป็นจำนวนกว่า 80,000 บาท ส่วนต่างดังกล่าวจะเป็นของผู้เสียหาย เป็นต้น

จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกัน การถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว 5 ข้อ ดังนี้

1.ผู้ประกอบการร้านอาหาร ควรระมัด ระวังการรับสายโทรศัพท์จากหมายเลข ที่ไม่คุ้นเคย ไม่เคยมีประวัติการสั่งซื้ออาหาร มาก่อน มีการแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ และมีการเร่งรัดการตัดสินใจ เร่งรีบ หรือข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว

2.ระวังหลักฐานการโอนเงินปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น ต้องตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินให้ละเอียด ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้รับโอน วันที่ เวลา และจำนวนเงินว่าถูกต้องหรือไม่ รวมถึงความละเอียดของตัวอักษรที่ปรากฏบนหลักฐานการโอนเงินด้วย

3.ใช้บริการแจ้งเตือนของสถาบันการเงิน หรือธนาคาร ซึ่งจะทำการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีเงินเข้าบัญชี หรือใช้การสแกน QR CODE บนหลักฐานหรือสลิปการโอนเงิน (E-Slip) ประกอบกับตรวจสอบผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารนั้นๆ ว่ามีจำนวนเงินเข้ามาในบัญชีจริงหรือไม่

4.ตรวจสอบบัญชีที่รับโอนเงินทุกครั้งอย่างละเอียดรอบคอบ โดยนำชื่อสกุลเจ้าของบัญชี หมายเลขบัญชี ไปตรวจสอบในเว็บไซต์การค้นหาทั่วไป หรือที่ https://www.blacklistseller.com ว่ามีประวัติ การฉ้อโกงหลอกลวงหรือไม่

5.หากมีการให้โอนเงินเพื่อสำรองค่าอาหาร หรือค่าเครื่องดื่มใดๆ ก่อน พร้อมทั้งมีการอ้างว่าจะให้เงินส่วนต่าง ให้สันนิษฐานไว้ก่อน ว่าเป็นมิจฉาชีพ ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน