กรณีคนร้ายเจาะตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยที่หน้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 8 ม.15 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.66 ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 39,700 บาท
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.ท่าศาลา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยการทำลายเครื่องป้องกันกีดกั้น เพื่อสะดวกในการได้ทรัพย์เข้าจับกุมนายอนุชา หนูน้อย อายุ 32 ปี ที่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 5 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา พร้อมของกลางเป็นเครื่องพ่นไฟพร้อมถังแก๊สและถังออกซิเจน และเงินสด 216,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือนั้นนายอนุชาให้การว่า ได้ใช้จ่ายชำระหนี้สินไปแล้วส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุได้อีก 1 คัน เป็นรถยนต์ 4 ประตูตรงกับภาพรถในกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบจากบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุในคืนที่เกิดเหตุ

เจาะเซฟ – ตำรวจบุกจับนายอนุชา หนูน้อย อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีเจาะตู้เอทีเอ็มลักเงินในเซฟไปเกือบ 4 แสนบาท ที่บ้านพักหมู่ 5 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 ส.ค.
นายอนุชาให้การสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริง และก่อเหตุเพียงคนเดียว สืบเนื่องจากปัญหาหนี้สินนอกระบบอย่างหนักและยังถูกฟ้องจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ ทำให้จนตรอกไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ทัน จึงตัดสินใจเลือกไปก่อเหตุกับตู้เอทีเอ็มจุดดังกล่าว เนื่องจากเมื่อไม่นานได้ไปทำงานเป็นช่างเชื่อมกับพ่อที่โรงเรียนและเห็นว่าจุดที่เกิดเหตุปลอดสายตาคน และสังเกตเห็นว่าช่วงกลางคืนที่บริเวณนั้นจะเงียบไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ และยืนยันว่ามีความรู้เกี่ยวกับช่างเชื่อมโลหะเท่านั้น ไม่ได้มีความรู้เรื่องเครื่องเอทีเอ็มมาก่อน หลังจากได้เงินมาจึงเอาไปใช้หนี้ส่วนหนึ่งแต่ยังไม่ทันจะหมดได้ถูกเจ้าหน้าที่ตามเข้าจับกุม จึงขอรับสารภาพทั้งหมด