16ปชป.แหกมติพรรค-โหวตหนุนด้วย เสี่ยนิดขอบคุณ-ลั่นทำงานลืมเหนื่อย ควบคลังเอง-ฮือฮาสุทินรมว.กลาโหม จุลพันธ์คุมบัวแก้ว -พีระพันธุ์พลังงาน

‘เศรษฐา’ ฉลุยนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตคะแนนท่วมท้น 482 ต่อ 165 งดออกเสียง 81 พรรคร่วมไม่แตกแถว สว.เท 152 เสียงหนุน สายตู่พรึบ สายป้อมงดออกเสียง วุฒิฯตัวตึงไม่เห็นชอบหลังอภิปรายจี้ถามเหตุผลแก้รัฐธรรมนูญ ขอความชัดเจนเลี่ยงภาษี ปชป.ร้าวหนัก 16 สส.แหกมติเพิ่มเสียงช่วยเพื่อไทย ‘หมอชลน่าน’ ยก 3 เหตุผลพลิกขั้ว ลั่นเพื่อไทยเจ็บมาก่อน ฝืนเอาหัวชนฝาบ้านเมืองยิ่งเสียหาย เปิดโผ ‘ครม.นิด 1’ นายกฯควบรมว.คลัง ฮือฮา ‘สุทิน’ นั่งกลาโหม ‘พีระพันธุ์’ คุมพลังงาน ‘พัชรวาท’ รองนายกฯ ควบรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ‘วราวุธ’ ว่าการพาณิชย์ ‘พ.ต.อ.ทวี’ นั่งยุติธรรม ปิดฉากคดีโรงพักทดแทน ศาลฎีกาคดีนักการเมืองยืนยกฟ้อง ‘เทพเทือก’ กับพวก 6 คน

‘โรม’โวยถูกถอนญัตติ
เวลา 10.00 น. วันที่ 22 ส.ค. การประชุมร่วมของรัฐสภา มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทักท้วงกรณีประธานรัฐสภาไม่บรรจุญัตติของตนเองที่ค้างจากการประชุมรัฐสภาเมื่อ 4 ส.ค.2566 กรณีการขอให้ที่ประชุมรัฐสภาทบทวนมติ 19 ก.ค. 2566 ที่ไม่ให้มีการเสนอชื่อบุคคลซ้ำในการโหวตเลือกนายกฯ เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องหรือไม่

นายรังสิมันต์กล่าวว่า เหตุใดไม่บรรจุญัตติการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 เพื่อตีความให้เกิดความชัดเจน การอ้างข้อบังคับการประชุมข้อ 151 ไม่ทบทวนนั้น หากรัฐสภาจะทบทวนสิ่งที่เคยวินิจฉัยไปย่อมทำได้ เช่นเดียวกับที่ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยทบทวนคำพิพากษาตัวเอง รัฐธรรมนูญระบุชัดการเลือกนายกฯ ให้เลือกจากแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอ เสนอชื่อใครไปแล้วถ้าลงมติไม่ผ่านก็ไม่มีรัฐธรรมนูญระบุบุคคลนั้นไม่นับเป็นแคนดิเดตอีกต่อไป “พวกท่านอาจไม่อยากให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ แต่อย่าถึงขั้นเผาบ้านเพื่อไล่หนูตัวเดียว เราจะวางบรรทัดฐานกันถึงขนาดนั้นเลยใช่ไหม”

วันนอร์เดือดปะทะสส.ก้าวไกล
จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ตัดบทให้หยุดอภิปรายอ้างพูดครบประเด็นจนสมาชิกเข้าใจแล้ว อีกทั้งการประชุมวิป 3 ฝ่าย รับรองความเห็นฝ่ายกฎหมายรัฐสภาว่ามติที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถทบทวนได้ และใช้อำนาจประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 80 ไม่รับญัตติด่วนของนายรังสิมันต์ที่เสนอด้วยวาจา รวมถึงญัตตินายสมชาย แสวงการ สว. ที่เสนอญัตติคัดค้านญัตตินายรังสิมัตน์ เมื่อ 4 ส.ค.

ทำให้สส.ก้าวไกล นายณัฐวุฒิ บัวปทุม สส.บัญชีรายชื่อ และนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. โต้แย้งคำวินิจฉัยประธาน ทำให้เสียเวลาไปร่วม 30 นาที โดยเฉพาะนายธีรัจชัยกล่าวว่า ประธานรัฐสภาวางตัวไม่เป็นกลาง รู้เห็นเป็นใจกับเสียงข้างมาก จนนายวันมูหะมัดนอร์ตอบโต้ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงไม่พอใจ ให้ถอนคำพูดรู้เห็นเป็นใจ พร้อมยืนยันด้วยความสัตย์จริงตนไม่รู้เลยว่าเสียงข้างมากจะเป็นอย่างไร ยังนึกว่าเสียงข้างมากจะไม่เห็นด้วยด้วยซ้ำไป ถ้าไม่ถอนตนไม่ให้พูดขอให้นั่งลง

แต่นายธีรัจชัยพยายามพูดต่อ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอย่างฉุนเฉียวว่า “ขอให้นั่งลง จะนั่งลงไหม จะนั่งลงไหม จะนั่งลงหรือเปล่า คุณกล่าวหาคุณไม่ถอนไม่ได้ คำสั่งของประธานถือว่าเด็ดขาด” นายธีรัจชัยจึงมีท่าทีอ่อนลง นายวันนอร์จึงใช้อำนาจประธานสั่งว่าไม่สมควรให้ทบทวน

ตร.เข้มพื้นที่รอบสภา
ส่วนบรรยากาศหน้ารัฐสภา ตำรวจได้ปิดประกาศพื้นที่ห้ามการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 มาตรา 7 วรรคท้าย ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยรอบบริเวณ

ส่วนบริเวณตรงข้ามประตูทางเข้ารัฐสภา ถนนทหาร กลุ่ม Secure Ranger ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อทำประชามติยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% และเสนอคำถามประชามติสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ส่วนภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย) เจ้าหน้าที่ กทม.นำเต็นท์มาตั้งให้มวลชนพักหลบแดด

นอกจากนี้ มีตำรวจกระจายอยู่โดยรอบรัฐสภา แต่ไม่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดกั้นเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา และไม่ได้ปิดการจราจร

ชลน่านชงชื่อเศรษฐา
เวลา 10.50 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเข้าสู่วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย โดยมีผู้รับรอง 287 คน ถือว่าถูกต้องตามข้อบังคับ จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปรายคุณสมบัตินายเศรษฐา

นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร สว. อภิปรายว่า เพื่อไทยเสนอชื่อนายเศรษฐา เราพยายามติดตามว่าทำอะไร มีประวัติอย่างไร เป็นคนดีหรือไม่ สว.ส่วนใหญ่บอกไม่ทราบ ไม่รู้ จึงเกิดว่าคนจะเป็นนายกฯ ไม่รู้จักเลยว่าเป็นคนดีหรือไม่ มีความสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญได้หรือไม่ แล้วจะเลือกได้อย่างไร มีแต่ข่าวด้านลบจากการกล่าวหาเลี่ยงภาษี ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ผิดจริยธรรม และได้ยินข่าวมีการซื้อขายกล้วยให้สว. เป็นคนดีๆ ไม่ชอบอยากจะเป็นลิง ไปกินกล้วยชาวบ้าน

กก.กรีดรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว
นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เหตุผลที่สส.พรรคก้าวไกลไม่สามารถเห็นชอบนายเศรษฐา ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติ แต่เพราะการจัดตั้งรัฐบาลขัดเจตจำนงประชาชนส่วนใหญ่ที่ต้องการยุติรัฐบาลและการเมืองสืบทอดอำนาจของคสช. หลายคนพูดว่าการจัดตั้งรัฐบาลแบบพิเศษเป็นความจำเป็นต้องกลืนเลือด จ่ายต้นทุนการเมืองมหาศาล โดยมีวาระประชาชนและวาระประเทศเป็นตัวตั้ง

สังคมไทยต้องจ่ายให้การจัดตั้งรัฐบาลแบบพิเศษ 1.ความหวัง การจัดตั้งรัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนไปใช้สิทธิพอเป็นพิธี ไม่ยอมให้อำนาจเป็นของประชาชนจริงๆ เป็นระบอบประชาธิปไตยมีประชาชนเป็นไม้ประดับ 2.ความศรัทธา เมื่อประชาชนหมดศรัทธาต่อระบบรัฐสภาเป็นสัญญาณอันตราย ทางออกจากความขัดแย้งไม่ใช่การสลายขั้วอย่างผิวเผินด้วยการตั้งรัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว แต่ต้องเป็นระบบการเมืองที่อยู่บนฉันทามติของหลักการอำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน เมื่อไรที่สยบยอมหรือต่อลมหายใจให้ระบบที่เราเรียกว่าประชาธิปไตย แต่ตอบไม่ได้ว่าประชาชนอยู่ตรงไหนในระบบนี้ ไม่มีทางสลายความขัดแย้งหรือหาทางออกได้

สมเจตน์ต่อรอง-ไม่แก้รธน.
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว. อภิปรายว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญทันทีที่ประชุมครม.นัดแรก รัฐธรรมนูญปี 60 มีปัญหาอะไรให้เร่งแก้ เพราะมีกลไกป้องกันนักการเมืองทุจริต อาทิ ตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต คดีทุจริตไม่มีอายุความ ทำให้พรรคเพื่อไทยที่มักมีปัญหาทุจริต คนสำคัญต้องหนีคดี หากร่างใหม่กลไกขจัดนักการเมืองทุจริตจะหายไป สอดคล้องบางพรรคที่ต้องการแก้หมวดสถาบัน การทำประชามติรัฐธรรมนูญใหม่จะยิ่งสร้างความขัดแย้ง แล้วจะสนับสนุนนายกฯ เพื่อไทยได้อย่างไร แต่ถ้าจะเสียสัตย์ให้ประเทศสงบจะสนับสนุน

นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ อภิปรายว่า ข้อครหานายเศรษฐาเลี่ยงภาษีที่ดินก็ไม่ใช่การทำผิดกฎหมาย ที่หลายคนบอกว่าไม่รู้จักก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตลอดการเลือกตั้งแคนดิเดตนายกฯ ทุกพรรคแสดงวิสัยทัศน์มาตลอด ไม่รู้จักได้อย่างไร เพื่อไทยได้ 10 ล้านเสียง ผ่านการตรวจสอบจากประชาชนมาแล้วจึงเหมาะสมเป็นนายกฯ

ไม่มีก้าวไกล-คำนูณหนุน
นายกิตติ วะสีนนท์ สว. อภิปรายขอความกระจ่างเรื่องนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น การแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงนโยบายประชานิยม โดยเฉพาะแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ผู้ใหญ่ในวงการเงินเตือนว่าอาจสร้างปัญหาด้านความมั่นคง วินัยการเงินการคลัง เงินเฟ้อ

นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. อภิปรายว่า การให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกฯ วันนี้เป็นที่ชัดเจนเพราะมีการแถลงต่อสาธารณะว่าแคนดิเดต นายกฯ ไม่มีนโยบายที่อาจเป็นอันตรายต่อรัฐธรรมนูญและระบอบการปกครอง รวมถึงไม่มีพรรคเจ้าของนโยบายแก้มาตรา 112 เข้าร่วมรัฐบาล ตนจึงตัดสินใจลงมติให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของสภา

นายวันชัย สอนศิริ สว. อภิปรายว่า ใครรวมเสียงข้างมากได้ตนโหวตให้นายกฯ พรรคนั้น ตามหลักประชาธิปไตยและความต้องการของคนไทยที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่สำคัญเป็นการลดความขัดแย้ง รัฐบาล 314 เสียง จาก 11 พรรค ก้าวข้ามความขัดแย้งจริงๆ จะนำมาซึ่งความปรองดองสมานฉันท์ที่เป็นรูปธรรม สลายขั้ว สลายสี มีทั้งเหลือง แดง กปปส. นปช. พรรคที่ผู้นำเป็นทหาร มาร่วมรัฐบาล

สว.ฉะแสนสิริเก็บค่าข้ามสะพาน
ช่วงบ่ายส่วนใหญ่มีเพียง สว.ที่อภิปรายคุณสมบัติ นายเศรษฐา เช่น นายประพันธ์ คูณมี สว.อภิปรายว่า นายเศรษฐามีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา160 (4) และ (5) กรณีบริษัทแสนสิริขออนุญาตกทม.ก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง เชื่อมต่อที่ดินฝั่งอ่อนนุช ข้ามไปฝั่งพระโขนงเพื่อพัฒนาโครงการ The Base Park และ The Base Park East 3,200 ยูนิต โดยนำที่ดินถนนภาระจำยอมมายื่นร่วมขอก่อสร้างสะพาน มีข้อตกลงยินยอมให้ประชาชนใช้สะพานสัญจรฟรี สร้างเสร็จตั้งชื่อสะพาน “แสนสำราญ” เก็บเงินค่าผ่านมาตั้งแต่ปี 2558 ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกับกทม. จนประชาชนตั้งชื่อสะพาน “แสนรำคาญ” จนมีการยื่นร้องกทม. มี.ค.ที่ผ่านมา จึงยอมยกเลิกเก็บค่าผ่านทาง จำเป็นต้องตรวจสอบนายเศรษฐา สมควรเป็น นายกฯ หรือไม่ อยากให้ไปทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ชลน่านแจง 3 ข้อพลิกขั้ว
เวลา 14.50 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชี้แจงว่า มี 3 ประเด็นที่จะชี้แจง 1.เพื่อไทยปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของนายเศรษฐา ไม่ได้ละเลย เรื่องการเลี่ยงภาษี การซื้อขายที่ดินที่มีนอมินี ตรวจสอบข้อกฎหมายทุกอย่าง ไปถึงจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีเรื่องใดผิดกฎหมาย ไม่มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีข้อเท็จจริง หลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต มีแต่ข้อกล่าวหาลักษณะเชื่อมโยงหลักฐาน ไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงถือว่านายเศรษฐาเป็นผู้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

2.สมาชิกหลายคนมีเหตุผลไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม แต่เป็นจุดยืนทางการเมืองและพฤติกรรมจัดตั้งรัฐบาล เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อไทยไม่มีทางจับมือก้าวไกลตั้งรัฐบาล เราเป็นพรรคอันดับสองสามารถแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้ากลไกการเมืองและรัฐธรรมนูญปกติ แต่ด้วยสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญแบบนี้เราไม่ร่วมมือกันไม่ได้ แต่เราคิดผิดเพราะยิ่งเราจับมือกัน ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

เจ็บมาก่อน-หัวชนฝายิ่งเสียหาย
“ไทยรักไทย พลังประชาชน เอาหัวชนฝามาเราเจ็บ เราเกิดก่อน มีประสบการณ์ แล้วเราจะเอาหัวไปชนฝาทำให้ชาติและประชาชน เสียหายไปเราไม่ทำ สิ่งที่ดีที่สุด เราหันหน้า มาจับมือดุลอำนาจ ประนีประนอมอำนาจให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมืองน่าจะเป็นแนวคิดที่ดีที่สุดในโอกาสเปลี่ยนผ่านนี้เราต้องปกป้องคุ้มครองสถาบันหลัก” นพ.ชลน่านกล่าว

ทุกคนพูดเหมือนกันแต่วิธีการทำไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะวิธีการที่มีความคลางแคลงสงสัยทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น พรรคเพื่อไทยอาสาเข้ามาสลายความขัดแย้ง จัดตั้งรัฐบาลในนามทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันได้วันนี้เราได้ 11 พรรค และมั่นใจว่าพรรคอื่นๆ จะตามมาอีก เพื่อสร้างความเข้มแข็งของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเราเชื่อมั่นแนวทางจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้วิกฤตประเทศ ถ้าจะสลายความขัดแย้งได้ต้องอาศัยกลไกนี้เท่านั้น

แจงแก้รธน.ถามปชช.ก่อน
3.ข้อห่วงใยเรื่องนโยบายโดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้เป็นเพียงนโยบายที่ใช้รณรงค์หาเสียง ส่วนนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องจำเป็นจึงประกาศว่าเรื่องเร่งด่วนคือแก้ปากท้อง อีกเรื่องต้องทำควบคู่คือทำประชามติว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และจัดทำโดยใคร ถ้าได้รับมติจากประชาชนก็จะเข้าสู่กระบวนการแก้ไข ความตั้งใจเราคือจะมีสสร. ซึ่งรายละเอียดต้องคุยกันอีกครั้ง

ถ้ามอบความไว้วางใจให้นายเศรษฐาจะเป็นจุดเริ่มต้นการนำความเห็นต่างมาเป็นความเห็นร่วมเพื่อหันหน้าเข้าหากัน มาทำงานร่วมกัน ในนามพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 11 พรรค เราต้องรับความแตกต่างหลากหลายและรับมาบริหารจัดการให้เป็นโอกาสที่ดีต่อประชาชน ขอบคุณสมาชิกที่ จะขานชื่อนายเศรษฐาให้สมควรเป็นนายกฯ คนที่ 30

เวลา 15.10 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ปิดการอภิปราย เข้าสู่ขั้นตอนการลงคะแนนโหวตเลือกนายกฯ แบบเปิดเผย โดยวิธีการเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภาตามลำดับอักษร และออกเสียงลงคะแนนเป็นรายบุคคล

คะแนนท่วมท้น-เศรษฐานายกฯ
เวลา 15.25 น. ที่ประชุมเริ่มลงมติโหวตและสิ้นเสร็จในเวลา 17.30 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธาน แจ้งผลการนับคะแนน ปรากฏว่านายเศรษฐาได้คะแนนเห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง ถือว่าได้รับคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา เท่ากับมติที่ประชุมเห็นชอบนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่ง ทำให้สมาชิกภายในที่ประชุมปรบมือแสดงความยินดีลั่นห้องที่ได้นายกฯ คนที่ 30

จากนั้นนายพรเพชรได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า วาระอื่นๆ ของเลื่อนออกไปก่อน และสั่งปิดการประชุมในเวลา 17.40 น.

พรรคร่วมไม่มีแตกแถว
ทั้งนี้เสียงเห็นชอบ 482 แยกเป็น สส.-สว. พบว่า สว.เห็นชอบ 152 เสียง ไม่เห็นชอบ 13 เสียง งดอกเสียง 68 เสียง ในส่วนสส.เห็นชอบ 330 เสียง ไม่เห็นชอบ 152 เสียง งดออกเสียง 13 เสียง โดยเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค ไม่มีใครแตกแถว ยกเว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ได้มาร่วมประชุม และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่แจ้งลาป่วย ส่วนกลุ่มโหวตไม่เห็นชอบ เป็นสส.ก้าวไกล คะแนนงดออกเสียง 81 เสียง ส่วนใหญ่เป็นสว.บางส่วน และพรรคไทยสร้างไทย

152 สว.เทคะแนน-สายตู่พรึบ
โดยสว.ที่ลงมติเห็นชอบ 152 เสียง ส่วนใหญ่เป็นสว.สายทหารฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นตท.12 ของพล.อ.ประยุทธ์ อาทิ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ พล.ท.จเรศักดิ์ อานุภาพ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ พล.อ.ดนัย มีชูเวท พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์

สายป้อมงดออกเสียง-ตัวตัวคว่ำ
สำหรับสว.สายพล.อ.ประวิตร ส่วนใหญ่ลงมติงดออกเสียง เช่น พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ขณะที่พล.ร.อ. ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายพล.อ.ประวิตร ไม่มาประชุม

ยังมีสว.สายวิชาการ สายอดีตข้าราชการ นักธุรกิจบางส่วน ลงมติงดออกเสียง อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล นายบุญทรง ไข่เกษ น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพีระศักดิ์ พอจิต พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส่วนสว. ที่ลงมติไม่สนับสนุน 13 คน ส่วนใหญ่เป็นสายตัวตึงที่แสดงเจตนารมณ์ตั้งแต่แรก อาทิ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ นายเสรี สุวรรณภานนท์

16 ปชป.แหกมติพรรค-โหวตหนุน
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง มีการแหกมติพรรคที่ให้งดออกเสียง โดย 16 สส. ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค โหวตเห็นชอบนายเศรษฐา ที่ลงมติงดออกเสียงตามมติพรรค มี 6 คน รวมถึง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรค ขณะที่นายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไม่เห็นชอบ ซึ่งทั้งสองได้ขออนุญาตที่ประชุมพรรคเมื่อ 21 ส.ค.แล้ว ส่วนนายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช แจ้งลาประชุมเพราะมีปัญหาสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตแหกมติพรรคที่ให้งดออกเสียง ก่อนโหวตแกนนำกลุ่มคือนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรค และนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรค ได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมโหวตเติมเสียงให้แต่ต้องได้ร่วมรัฐบาล สส.ในกลุ่มจึงไม่ได้ลงมติขณะขานชื่อ แต่นั่งรวมตัวกันนอกห้องประชุม

เมื่อทราบว่าผลโหวตให้นายเศรษฐา 482 เสียง ได้พูดคุยกับแกนนำเพื่อไทยขอเป็นอะไหล่กรณีพรรคภูมิใจไทยต่อรองกระทรวงเกรดเอ ถ้าขู่ถอน 71 เสียง จะเหลือ 411 เสียง แต่เมื่อบวก 16 เสียงของปชป.เป็น 427 เสียง เสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลได้โดยไม่ต้องพึ่งพรรคภูมิใจไทย กลุ่มพร้อมเสียบทันที จนเป็นที่มาของการโหวตสวนมติพรรค

‘ชวน’อึ้ง-กรีดคนแหกมติ
นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าไม่น่าเชื่อ ส.ส.พรรคจะโหวตอย่างนี้ ส่วนตนได้ขอที่ประชุมพรรค 21 ส.ค.แล้วว่าขออนุญาตโหวตไม่เห็นชอบ เพราะเราต่อสู้กับเพื่อไทยมาตลอด 3-4 สมัย โดยเฉพาะภาคใต้เขากลั่นแกล้งตัดงบพัฒนาพื้นที่ “การโหวตวันนี้ของผมมิใช่การขัดต่อ มติพรรค เเต่เป็นการย้ำจุดยืน ไม่ทรยศคนใต้ เนื่องด้วยพฤติการณ์ในอดีตของรัฐบาลยุคทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เลือกปฏิบัติต่อภาคใต้ ละเมิดหลักนิติธรรม การหาเสียงโดยเฉพาะภาคใต้เราหยิบยกประเด็นนี้มาพูดจนคนใต้ไม่เลือกพรรคคนกลุ่มนี้ตลอดมา ที่น่าตลกคนในกลุ่มนี้บางคนขู่ผมตอนที่เขาจะไปร่วมว่าต้องทำตามมติพรรค หากใครไม่ทำตามมติพรรคต้องเอาออก ผมไม่ได้ทำผิดมติพรรคเพราะขออนุญาตแล้ว แต่วันนี้ตัวเขาขัดมติพรรคเสียเอง”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามโทร.หาสส.ที่ลงมติเห็นชอบนายเศรษฐา ต่างปิดมือถือ บางคนปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์โดยอ้างว่าไม่สะดวก

นายกฯคนใหม่ – นายเศรษฐา ทวีสิน ยิ้มแย้ม มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร่วมยินดี ที่พรรคเพื่อไทย หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้เป็นนายกฯคนที่ 30 ด้วยคะแนนท่วมท้น 482 เสียง โดยสว.สนับสนุนถึง 152 เสียง เมื่อ 22 ส.ค.

เศรษฐายิ้มไม่หุบ-ลุ้นผลโหวต
ส่วนบรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย เวลา 14.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา เข้ามายังที่ทำการพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน โดยกลุ่มเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจตะโกนเชียร์ “นายกฯ เศรษฐา” และ “เรารักเพื่อไทย” ดังกึกก้อง

เมื่อถามว่าลุ้นหรือไม่กับการโหวต นายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า “ลุ้นครับ คอยผลโหวตครับ ก็มั่นใจหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี ยืนยันว่าสู้ครับ”

เวลา 15.30 น. นายเศรษฐาลงมาทักทายสื่อมวลชนที่ปักหลักทำข่าวผลโหวตนายกฯ โดยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและดูจอมอนิเตอร์เสนอผลเรียลไทม์

เสื้อแดงฟ้อนเย้ยก้าวไกล
เวลา 17.00 น. ภายหลังที่ประชุมรัฐสภา ขานชื่อเห็นชอบนายเศรษฐา เป็นนายกฯ เกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุม ส่งผลให้กลุ่มผู้สนับสนุน และมวลชนเสื้อแดงที่มาปักหลักเฝ้าดูผลโหวตที่พรรคเพื่อไทย ส่งเสียงโห่ร้องเฮดังสนั่น และเดินออกไปร้องเต้นฟ้อนรำที่ด้านหน้าอาคาร โอเอไอ กันอย่างสนุนสนาน จากนั้นเดินเท้า ไปร้องเล่นเต้นบริเวณทางเข้าตึกไทยซัมมิท ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประชุมสส.ของพรรคก้าวไกล กันอย่างครื้นเครง

แถลงขอบคุณปชช.-สส.-สว.โหวตให้
เวลา 18.40 น. นายเศรษฐา แถลงภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่า วันนี้ตนนายเศรษฐารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ คนที่ 30 ตนอยากขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน พรรคร่วมรัฐบาล สส. สว.ทุกท่านที่ร่วมในการโหวตในวันนี้ ตนพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะลืมความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมา ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคน ขั้นตอนต่อไปต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีพรรคร่วมรัฐบาลโทรศัพท์มาแสดงความยินดีแล้ว

ผู้สื่อข่าวพยายามถามคำถามต่างๆ แต่นายเศรษฐา ระบุว่า เพื่อความเหมาะสมให้รอหลังโปรดเกล้าฯ เมื่อถามว่าพร้อมลุยกับงานใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ยกกำปั้นแล้วบอกว่า “พร้อม”

หลังแถลง นายเศรษฐา ลงมาพบมวลชนที่มากำลังใจ ซึ่งต่างตะโกน “นายกฯเศรษฐา” ต่อเนื่อง ระหว่างนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เข้ามาที่พรรคและได้เดินเข้ามาแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา และถือโอกาสพบปะมวลชนพร้อมกัน ขณะที่มวลชนแสดงความยินดีและให้กำลังใจน.ส.แพทองธารด้วย ที่วันนี้พ่อได้กลับบ้านและได้นายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทย

อนุทินยินดี-ให้หมดใจไม่มีกั๊ก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์หลังโหวตนายกฯว่า ขอแสดงความยินดีผ่านสื่อไปยังนายเศรษฐา ที่ได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะเก็บของที่กระทรวงสาธารณสุข และทำเนียบเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ครม.ยังรักษาการอยู่ จนกว่าครม.ชุดใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ

เมื่อถามโควตารัฐมนตรีเจรจาจบแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า คุยแล้ว เราคุยกันอย่างสร้างสรรค์ แต่ต้องรอนายกฯคนใหม่พิจารณา ส่วนมีข่าวภูมิใจไทยจะได้กระทรวงมหาดไทย นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรอโปรดเกล้าฯ เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะเป็นดรีมทีมเหมือนการร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมั่นใจ เพราะถ้าเราทำงานร่วมกันแล้วต้องทำให้เต็มที่ พรรคภูมิใจไทยมีเท่าไรก็ให้หมด ไม่มีกั๊กในการทำงาน

เสี่ยนิดควบคลัง-สุทินรมว.กห.
ส่วนความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่ลงตัวแล้ว มีดังนี้ นายเศรษฐา เป็นนายกฯ ควบรมว.คลัง นายสุทิน คลังแสง เป็นรมว.กลาโหม เพื่อเข้าไปดูแลนโยบายลดการเกณฑ์ทหาร และนำกองพลพัฒนาของกองทัพมาช่วยชาวบ้านด้านการเกษตร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรมว.ต่างประเทศ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นรมว.คนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาฯเพื่อไทย เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นรมว.พลังงาน พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็น รมว.ยุติธรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็น รมว.พาณิชย์

สส.ก้าวไกลชักกลางสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีเหตุการณ์ระทึกโดยเมื่อเวลา 17.00 น. ระหว่างการลงมติเลือกนายก นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล หมดสติล้มลง ทำให้เพื่อนสมาชิกเข้ามาให้ความช่วยเหลือและแจ้งที่ประชุมให้ทราบ รวมถึงขอความร่วมมือคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง จากนั้น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย พร้อมทีมแพทย์ประจำรัฐสภา เข้ามาปั๊มหัวใจ

ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แจ้งนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานขณะนั้น ขอความร่วมมือสื่อและช่างภาพงดถ่ายภาพและห้ามเผยแพร่ภาพ สส.ขณะปั๊มหัวใจ รวมถึงเชิญช่างภาพออกจากห้องชั่วคราว เนื่องจากเป็นการให้เกียรติผู้ป่วย

ส่วนนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โทร.ประสานโรงพยาบาลก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระ ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยมี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางไปดูอาการด้วย ล่าสุดหัวใจกลับมาเต้นตามปกติแล้ว

เพื่อนสส.ที่นั่งข้างเผย นายอานุภาพมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว วันนี้ก็มีอาการป่วยตั้งแต่เช้าก่อนมาประชุม

ก้าวไกลลั่นเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก
เวลา 17.50 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมสส.ก้าวไกล แถลงว่า นายอานุภาพพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากนั้นกล่าวถึง ทิศทางพรรคว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้สยบยอมและต่อลมหายใจให้ระบบการเมืองที่คณะรัฐประหารเมื่อปี 2557 พยายามสถาปนาขึ้น เป็นการทำลายความหวัง ความฝัน และอำนาจของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

จากนี้พรรคก้าวไกลจะทำงานฝ่ายค้านเชิงรุก ทุกเสียงของพี่น้องประชาชนที่มอบให้พรรคต้องมีความหมาย ผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลทุกคนจะทำงานอย่างสุดความสามารถ ทั้งด้านการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ผลักดันวาระของประชาชนผ่านกลไกต่างๆของสภา รวมทั้งการทำงานกับประชาชนนอกสภา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมร่วมกันอย่างไม่ท้อถอย

ขอศาลรธน.คืนความเป็นธรรมพิธา
เมื่อถามว่าจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องพิจารณากันในพรรคยังมีเวลาอยู่ เช่นเดียวกับกรณีนายปดิพัทธ์สันติภาดา รองประธานสภา ยังมีเวลา ต้องดูตามกรอบรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าเงื่อนไขการโดนสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า มีปัญหาแน่นอน จึงอยากเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพราะคณะกรรมการไต่สวนของ กกต.ในส่วนของคดีอาญา เห็นว่าไอทีวีไม่ใช่บริษัทสื่อแล้ว เมื่อถามว่ามีแผนจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วที่สุดเมื่อไร นายชัยธวัชกล่าวว่า การทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ต้องทำอย่างสร้างสรรค์ นึกถึงหลักการและเหตุผลเป็น ตัวตั้ง ไม่ใช่คัดค้านและจ้องล้มรัฐบาลอยู่ทุกวัน คิดว่ารัฐบาลชุดนี้สิ่งที่จะล้มได้คือศรัทธาของประชาชน

ดิเรกฤทธิ์โต้สว.กินกล้วย
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการแจกกล้วยให้สว.ที่โหวตสูงสุดถึง 30 ล้านบาท มีการจ่ายล่วงหน้า 6-7 ล้านบาทว่า ก็เหมือนกับครั้งก่อนที่มี เรื่องกล้วยเข้ามา ที่เป็นการชี้นำในการลงคะแนน ไม่ทราบว่าการปล่อยข่าวนี้ใครจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ คนที่จะเลือกนายเศรษฐาอยู่แล้ว ถ้าถูกกล่าวหาว่ารับเงิน รับทองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ก็อาจเปลี่ยนใจหรือเปล่า ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นเรื่องจริง ความลับไม่มีในโลก

ยกฟ้องเทือก-คดีโรงพักทดแทน
วันที่ 22 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดนัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อม.อธ.11/2565 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ, พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผบ.ตร., พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ เป็นจำเลย 1-6 กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง และโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ) 163 หลัง

ก่อนหน้านี้เมื่อ 20 ก.ย.65 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาเเล้วเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด ยกฟ้องจำเลยทั้งหก ต่อมา ป.ป.ช.โจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีต่อก่อนจะนัดอ่านคำพิพากษาในวันเดียวกันนี้

ศาลฎีกาพิพากษา มติครม.ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่พบข้อเท็จจริงข้อพิรุธการเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง และอนุมัติเพราะเชื่อว่าตร.ตรวจสอบถูกต้องเหมาะสมแล้ว จึงไม่อาจฟังเป็นยุติว่าการรวมสัญญาไม่ทำให้การเสนอราคาไม่เป็นธรรมเสมอไป ส่วนการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายืนยกฟ้องจำเลยที่ 1-6

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน