เร่งจัดครม.-ทุ่มเทแก้วิกฤตชาติ เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตทันที บิ๊กตู่ยินดี-อวยพรขอให้สำเร็จ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ยืนยันทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จะเป็น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ทำให้ประเทศไทยเป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตทันที ‘บิ๊กตู่’ แสดงความยินดี อวยพรให้ประสบความสำเร็จในการบริหารงาน ‘วิษณุ’ กางไทม์ไลน์ ครม.ใหม่เริ่มงานกลางก.ย. เพื่อไทยเร่งจัดครม. ‘สุทิน’ ยิงมุขนามสกุล ‘คลังแสง’ เลยมีข่าวนั่งรมว.กลาโหม ‘อนุทิน’ ไม่กล้าตอบเป็นมท.1 หรือไม่ ‘ไผ่’ ยันพปชร.-พท.ไร้ปัญหา ปชป.จ่อตั้งกรรมการสอบ 16 สส.งูเห่าโหวตสวนมติ ด้าน ‘ชัยชนะ’ แบะท่าพร้อมถูก ขับพ้นพรรค

โปรดเกล้าฯ‘เศรษฐา’เป็นนายกฯ
เมื่อวันที่ 23 ส.ค. เวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภา ผู้แทนราษฎร แถลงว่า หลังจากที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ลงมติให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำเอกสารให้ประธานรัฐสภาลงนาม เพื่อกราบบังคมทูลถึงผลการเลือกนายกฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ นายกฯ คนที่ 30 เรียบร้อยแล้ว

ในวันนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าไปรับหนังสือและนำหนังสือไปที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อประทับตราพระราชลัญจกร 5 ดวง และนำกลับมาที่สำนักงานเลขาธิการสภา ก่อนจะนำพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ไปยังพรรคเพื่อไทย (พท.) ในเวลา 18.00 น. ซึ่ง สลค.จะเป็นผู้ตรวจความเรียบร้อยที่พรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขาธิการสภาเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย ตรวจความพร้อมของสถานที่สำหรับพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ขณะที่สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศ ไทย ซึ่งเป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดพิธี ได้เข้ามาเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดสดเช่นกัน ขณะเดียวกันตลอดทั้งวันมีตัวแทน จากภาคเอกชนส่งกระเช้าดอกไม้มาที่พรรคเพื่อแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา และยังคงมีมวลชนเสื้อแดงมารอให้กำลังใจนายเศรษฐาเช่นเคย

เวลา 13.55 น. นายเศรษฐา เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย โดยสวมสูทสีเทา ไทด์สีน้ำเงิน ถุงเท้าแดง ขณะที่เวลา 15.00 น. แกนนำและสส.ของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งแกนนำและสส.พรรคร่วมรัฐบาล ทยอยมาร่วมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายเศรษฐา

โปรดเกล้าฯ – นายเศรษฐา ทวีสิน เข้าพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีครอบครัวพร้อมด้วยสส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรครัฐบาลร่วมพิธี ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 ส.ค.

รับสนองพระบรมราชโองการ
เวลา 18.00 น. นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ มายังที่ทำการพรรคเพื่อไทย ก่อนอ่านพระบรมราชโองการ ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ลงมติเมื่อวันที่ 22 ส.ค.2566 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่ทั้งหมดมีอยู่ทั้งสองสภา จึงแต่งตั้งให้ นายเศรษฐา เป็นนายกฯ ตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 ส.ค.2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ด้านนายเเศรษฐากล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกฯ นับเป็นศุภสิริมงคลแก่ชีวิตและขวัญกำลังใจอันสูงสุด แก่กระผมและครอบครัว อย่างหาที่สุดมิได้ กระผมมีความปลื้มปีติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพร ของประเทศชาติ สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ

ลั่น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
ในวาระที่ผมได้เข้ามาดำรงตำแหน่งในวันนี้ ผมขอขอบคุณสส.และสว.ที่ทำหน้าที่ที่ผ่านมา ขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานทุกภาคส่วน ขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลที่สนับสนุน ตลอดจนภาคประชาสังคม เอกชน สำหรับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้ผมได้มีโอกาสในการบริหารราชการแผ่นดิน

พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพ ผมขอยืนยันว่าผมจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ผมมั่นใจว่า 4 ปีต่อจากนี้ จะเป็น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

ประเทศไทยวันนี้อยู่ท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญ เรามีวิกฤตและปัญหาที่ต้องการทางออกอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ รายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ความมั่นคง สังคม การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การทุจริตประพฤติมิชอบ และอื่นๆ อีกมากมายที่ล้วน ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความยากลำบาก

ผมมีความประสงค์ที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ ที่ได้เตรียมไว้เพื่อแก้ไขวิกฤต บรรเทาปัญหา สร้างการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาค ไปจนถึงในภาคของครัวเรือน ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า บริหารงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ สร้างความร่วมมือเชิงบวกกับภาคเอกชน ภาคการต่างประเทศ ทำให้ทั้งภาคประชาชนและราชการเติบโตไปพร้อมๆ กัน

ให้ไทยเป็นความหวังคนรุ่นใหม่
ผมมีความตั้งใจที่จะประสานประชาชน คนไทยทุกภาคส่วน สร้างสังคมที่เคารพ อัตลักษณ์ เคารพความแตกต่างทางความคิด และเคารพกฎกติกาในกรอบระเบียบและกฎหมาย สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงและตรงไปตรงมา

ในฐานะของตัวแทนรัฐบาล ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ร่วมกันเป็นพลังที่จะคอยผลักดัน ร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไทยของเราไปข้างหน้า

ผมขอให้คำมั่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย จะทำงานอย่างหนักเพื่อบำบัดความทุกข์ สร้างความสุข นำพาความเจริญให้กับประชาชนคนไทยและคนทุกกลุ่ม อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นดินแดนแห่งความสุขของคนทุกวัย เป็นประเทศที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีในเวทีนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง

“ผมจะขอทำหน้าที่นายกฯ ที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเท ทำงานหนัก รับฟังเสียงของประชาชน นำความสามัคคีกลับคืนสู่คนในชาติ นำพาประเทศไทยไปข้างหน้า และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับ ลูกหลานของพวกเราทุกคน นับจากวันนี้เป็นต้นไป” นายเศรษฐากล่าว

เร่งจัดโผครม.-ลุยเป๋าเงินดิจิทัล
เวลา 20.00 น. นายเศรษฐา เดินลงมาทักทายสื่อมวลชนและแฟนคลับคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจ และให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการบริหารประเทศว่า ตนพร้อมขับเคลื่อนรัฐบาล แต่ตอนนี้เป็นรัฐบาลผสม คงต้องพูดคุยกันเรื่องนโยบายและให้เกียรติกัน เราจะเรียกพรรคร่วมมาพูดคุยกัน รวมถึงการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ขณะนี้ยังไม่เสร็จสิ้น อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งมีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเสร็จสิ้นสัปดาห์นี้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่ายัง แต่มีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี เราให้เกียรติพรรคร่วมและฝ่ายเจรจา ต่อข้อถามว่านายกฯ จะเป็นคนคัดเลือกรัฐมนตรีเองหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่าคงไม่ เพราะเราทำงานเป็นทีม มีคณะทำงานก็ต้องให้เกียรติพรรคร่วม

ต่อข้อถามว่าเมื่อได้เป็นนายกฯ แล้วจะทำอะไรให้ประชาชนเป็นสิ่งแรก นายเศรษฐากล่าวว่า มีหลายอย่าง นโยบายเงินดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท ถือเป็นนโยบายหลักของเรา ต้องมีการพูดคุยกัน ตอนนี้เป็นช่วงการรวบรวมข้อมูล เมื่อพร้อมแล้วจะเริ่มดำเนินการทันที ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้มีแอพพลิเคชั่นแจกเงิน 1 หมื่นว่อนโซเชี่ยล นายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่เห็น แต่ยืนยันตอนนี้ยังไม่มีแอพพลิเคชั่นดังกล่าว เพราะยังไม่เสร็จสิ้น ยังทำไม่ได้ เมื่อถามว่ามีคนตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้เปราะบางมาก นายเศรษฐากล่าวว่า ขอให้ตนได้เข้าไปทำงานก่อนแล้วค่อยมาตัดสินว่ารัฐบาลของตนเปราะบางจริงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ส.ค.นายเศรษฐาจะไม่มีการแถลงเปิดใจภายหลังได้รับตำแหน่งนายกฯ แต่จะเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำการพรรคในเวลาประมาณ 13.00 น.

ทำเนียบฮือฮา-รุ้งกินน้ำขึ้น 2 วง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เวลา 18.20 น. ได้เกิดปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ 2 วงซ้อนกันบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า หลังจากที่ฝนตกหนักมาก และเกิดขึ้นหลังมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ ทำให้ข้าราชการทำเนียบรัฐบาลต่างออกมาถ่ายภาพและวิจารณ์ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ดีในการต้อนรับนายกฯ คนใหม่ ซึ่งเคยมีการทำนายจากโหรชื่อดังว่าถ้ารุ้งกินน้ำกลับหัวจะเป็นเรื่องไม่ดี ให้ระวังภัยพิบัติ ปัญหาภายในบ้านเมือง ปัญหาระหว่างประเทศ จะเกิดการเจ็บป่วย สูญเสียบุคคลสำคัญต่างๆ ของประเทศ แต่ครั้งนี้เกิดรุ้งกินน้ำเป็นครึ่งวงกลมสวยงามแสดงถึงความโชคดี

ทั้งนี้ รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่พบเห็นได้ในช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก และยังสามารถพบได้บริเวณน้ำพุ น้ำตก หรือละอองน้ำจากกระบอกฉีดน้ำรดต้นไม้ ซึ่งมักจะพบรุ้งกินน้ำในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ โดยเกิดจากหลักการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า การหักเห และสะท้อนกลับหมดของแสง รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นเมื่อแสงอาทิตย์หรือแสงขาวตกกระทบเข้าไปในละอองน้ำที่ล่องลอยอยู่ในอากาศหลังฝนตกจะเกิดการหักเหและการสะท้อนกลับหมดของแสงออกมา ทำให้แสงสีทั้ง 7 สีของแสงขาวกระจายออกจากกัน

‘บิ๊กตู่’ยิ้มแย้มประชุมครม.
เมื่อเวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าไปยังตึกสันติไมตรี เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดียกมือรับไหว้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ทักทายกลุ่มผู้สื่อข่าวว่าสบายดีนะ สบายดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามจะพูดอะไรถึงนายกฯ คนใหม่ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะพูดอะไรอย่างไม่เป็นทางการถึงนายกฯ คนใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าขอประชุมก่อน เมื่อถามว่าการประชุมครม. ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ

การประชุมครม.ครั้งนี้ มีรัฐมนตรีแจ้งลา 6 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์

รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า ช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ ขอบคุณครม.ว่า ขอบทุกคนที่ช่วยกันทำงาน ฝากรัฐบาลชุดใหม่ทำงานต่อไป และฝาก ให้ช่วยดูแลข้าราชการด้วย ขอให้ข้าราชการทุกคนยึดมั่นทำตามกฎหมาย ทำสิ่งที่ถูกต้อง ใช้เหตุผล ใช้หลักการ

แสดงความยินดีกับ‘เศรษฐา’
เวลา 11.57 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวภายหลังประชุมครม.และร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับบรรดารัฐมนตรี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และทีมรองโฆษกรัฐบาล ยืนขนาบข้าง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมครม.ในฐานะรัฐบาลรักษาการและช่วงนี้มีหลายเรื่องที่เข้ามาสู่การพิจารณา ซึ่งไม่ได้เป็นผลผูกพันอะไร เป็นเรื่องการประชุมในเวทีต่างประเทศ ตามหลักการที่วางไว้แล้วทั้งหมด ถือเป็นแนวปฏิบัติต่างๆ ที่เราจำเป็นต้องร่วมมือกับภูมิภาค และประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องสานต่อในรัฐบาลต่อไปอีกครั้ง

“เรื่องที่สื่อมวลชนต้องการจะถาม ผมในฐานะที่เป็นนายกฯ รักษาการ และครม.รักษาการอยู่ในขณะนี้ ขอแสดงความยินดีกับคุณเศรษฐา ที่ได้ผ่านการพิจารณาในกระบวนการรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือมีขั้นตอนและกระบวนการต่อไป หลังครม.ใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตน รัฐบาลผมจะหมดหน้าที่พร้อมกันในตอนนั้น เรียบร้อย ต้องมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนและมีครม.เรียบร้อย ผมก็หมดหน้าที่ของผมไปแล้ว คงต้องแสดงความยินดีกับคุณเศรษฐาอีกครั้งหนึ่ง และขอให้ประสบความสำเร็จในการบริหารราชการ แผ่นดินในโอกาสต่อไป รอกันนิดนึงก็แล้วกัน ขอให้ใจเย็นๆ กันนิดนึง ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น และอย่าเอาปัญหาไปใส่ให้กับใครทั้งสิ้น เราก็รับในกติกากระบวนการประชาธิปไตยทั้งหมด เป็นเรื่องของรัฐสภา และการเมืองก็ว่ากันไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ยันไม่ได้หักกับ‘พี่ป้อม’
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีประเพณีใหม่ในการเชิญนายกฯ คนใหม่มาหารือก่อนที่ส่งมอบงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เดี๋ยวดูสถานการณ์ก่อน วันนี้ก็แสดงความยินดีแล้วในนามของครม.ด้วย ต่อข้อถามว่าในส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า อันไหนที่ทำได้ก็ทำ อยู่ที่ กฎหมายและพ.ร.บ.ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หลายอย่างอาจจำเป็นต้องทำเพราะระยะเวลามีจำกัด อาจมีปัญหาต่อไปในอนาคตได้ สิ่งไหนทำได้ก็ทำสิ่งไหนทำไม่ได้ก็ให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้ทำ ตรงนี้ทราบดีอยู่แล้ว

ต่อข้อถามว่าจะฝากงานอะไรให้รัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คงไม่ต้องฝากกระมัง เพราะงานทั้งหมด อยู่ในครม.และหน่วยราชการทั้งหมดอยู่แล้ว รวมถึงแผนงานที่ทำในปัจจุบันที่ต้องทำใหม่และทำต่อขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่จะพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายอนุทิน ที่ร่วมงานกับรัฐบาลใหม่จะฝากอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เขย่าเอกสารในมือก่อนกล่าวว่า “อ๋อ ไม่ๆๆๆ ถามอย่างนี้ผมไม่ตอบหรอก ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง”

เมื่อถามว่า มองปรากฏการณ์การโหวต นายกฯ ในรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 ส.ค.อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของสว. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “อ๋อ!เรื่องสภา ไม่เกี่ยวข้อง ต่อข้อถามว่า ถูกมองว่าเป็นหักกันระหว่างพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่มีๆ ตนไม่เกี่ยวข้องๆ ทุกคนมีวุฒิภาวะอยู่แล้ว

‘วิษณุ’กางไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการทำงานของ ครม.รักษาการ ว่า หลังจากมีนายกฯ ที่โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว จะยังไม่สามารถทำงานได้เพราะยังไม่มีครม. เนื่องจากยังไม่มีการถวายสัตย์ปฏิญาณ จึงคาดว่าการจัดตั้งครม.กว่าจะได้รายชื่อน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ และสลค.คงต้องใช้เวลาตรวจสอบประวัติอีก 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ถวายสัตย์ฯ อีก 1 สัปดาห์ รวมเป็น 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นน่าจะได้ครม. ขอย้ำว่านี่เป็นการคาดคะเนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และเป็นการนับอย่างเร็ว จึงทำให้การประชุมครม.ชุดรักษาการยังคงมีอยู่ไปทุกสัปดาห์ แต่อาจมีเรื่องพิจารณาน้อยลง

นอกจากนี้ แม้ครม.ชุดใหม่จะถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วยังปฏิบัติงานไม่ได้จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องทำภายใน 15 วันหลังการถวายสัตย์ฯ ดังนั้นที่บอกให้เก็บเรื่องไว้รอรัฐบาลใหม่ บางเรื่องเก็บได้ เช่น เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย นายกฯ จะส่งกลับคืนเพราะเห็นว่าน่าจะรอได้ แต่สำหรับบางตำแหน่ง เช่น ตำรวจ ทหาร ที่ไม่ต้องเข้าครม. ไม่มีข้อห้ามในรัฐธรรมนูญ และหากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการไปพลางก่อน ในขณะนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากไทม์ไลน์ที่กล่าวมาคาดว่าครม.ชุดใหม่จะเริ่มทำหน้าที่ได้เมื่อไร นายวิษณุกล่าวว่า คาดว่าช่วงกลางเดือนก.ย. แต่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินหลังการแถลงนโยบาย ซึ่งคาดว่าเป็นปลายเดือนก.ย. เมื่อถามว่า ในส่วนของปลัดกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงพลังงาน ที่กำลังเกษียณอายุราชการจะแต่งตั้งได้เลยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่าจะไม่ตั้ง ให้รองปลัดกระทรวงรักษาการไปก่อน

‘เสี่ยหนู’ไม่กล้าตอบนั่งมท.1
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินจากตึกบัญชาการ 1 มายังตึกสันติไมตรี เพื่อเข้าร่วมประชุมครม. โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ปฏิเสธจะตอบคำถามถึงกระแสข่าวจะเป็นรมว.มหาดไทย เมื่อถามว่าขณะนี้มีความชัดเจนแล้วหรือไม่ที่จะไปเป็น มท.1 นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “วท.อะไรเหรอ”

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงข่าวจะได้กระทรวงพาณิชย์โอเคหรือไม่ว่า เราพร้อมทำงาน ให้พรรคเพื่อไทยเป็นคนจัดครม. ตอนนี้ทราบแค่ว่าพรรคเพื่อไทยให้ตำแหน่งรมว. ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำว่าจะพิจารณากระทรวงใด ผู้สื่อข่าวถามว่าเตรียมเก็บของ ที่กระทรวงทรัพยากรฯ หรือยัง นายวราวุธกล่าวว่า ยังไม่ได้เก็บ เมื่อถามว่าคิดว่าครม. ที่ได้จะมีภาพลักษณ์เป็นครม.ในฝันหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ครม.ในฝันของ 66 ล้านคนก็มีฝัน 66 ล้านแบบ อาจถูกใจบางคน ไม่ถูกใจบางคนเป็นเรื่องปกติ

‘เฮ้ง’ย้ำอยู่กับ‘ลุงตู่-รทสช.’
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบกระแสข่าวที่ตัวเองนั่งรมว.พลังงาน สำหรับนโยบายที่รัฐบาลจะแถลง มีนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติอยู่ด้วย เพราะตอนนี้มีการพูดคุยกันทุกวัน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทในพรรคหลังจากนี้ว่า ให้รอดูทีละเรื่อง มีความเป็นหนึ่งในเรื่องมติพรรคอยู่แล้ว เห็นได้จากการโหวตนายกฯ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. และยืนหยัดทำพรรคการเมืองให้เป็นที่พึ่ง ของประชาชน ส่วนตนยังอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะเราทำงานและสร้างพรรคมาด้วยกัน ยืนยันว่าต้องอยู่กับพรรค ต้อง เดินหน้าทำงานเพื่อสร้างพรรคให้เติบโต แข็งแรงขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของพรรค นายสุชาติกล่าวว่า เราไม่ได้คิดถึง ไม่รู้ว่าพรรคได้อะไรตรงไหน คิดทีละสเต็ป ให้ประเทศเดินหน้า มี นายกฯ สานต่องาน ต่อข้อถามว่าหากไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีจะยังอยู่กับพรรคต่อไปหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เราต้องเคารพกติกา ไม่ได้ยึดติดตรงนี้ และพรรคต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน หารือด้วยเหตุผล ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ต้องรอดูขั้นตอนหลังจากได้นายกฯ ก่อน

ต่อข้อถามว่าเตรียมกรอกประวัติคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วหรือยัง นายสุชาติกล่าวว่าไม่มี ยังอีกยาว เมื่อถามว่าได้อำลาพล.อ.ประยุทธ์แล้วหรือยัง นายสุชาติกล่าวว่า อำลาอย่างไร เพราะยังอยู่กับนายกฯ ไม่ใช่จบตรงนี้แล้วจะไป ท่านมีบุญคุณ ต้องตอบแทนอยู่แล้ว ต้องรู้ว่าที่ผ่านมาใครให้โอกาสเรา

‘สุทิน’ยิงมุข-คาดโผจบ 25 ส.ค.
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อในโผครม.เศรษฐา 1 ให้ดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหมว่า ตอนนี้ทุกโผเป็นเพียงความคาดหมาย คงยังไม่มีใครได้ข้อมูลที่เท็จจริง เพราะเรื่องข้อตกลงใครได้กระทรวงอะไรต้องเคลียร์กันอีก จวนจะจบแต่ยังไม่จบ 100 เปอร์เซ็นต์ โผที่ออกมาเป็นเพียงการคาดเดาถูกๆ ผิดๆ บอกว่าตนไปอยู่กระทรวงกลาโหม ตนยัง ไม่ทราบ เพราะยังไม่คิดว่าจะได้เป็นหรือไม่ “ก็ได้คิดขำๆ อยู่เหมือนกันว่าหรือเป็นเพราะนามสกุลคลังแสง” จึงสรุปว่าเป็นความคาดหมายที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้โผครม.อย่างเป็นทางการเมื่อไร นายสุทินกล่าวว่า วันศุกร์ที่ 25 ส.ค. น่าจะจบ เพราะเขาเร่งทำอยู่ เดิมคาดหมายว่าจะให้เสร็จภายในวันศุกร์นี้ ต่อข้อถามว่าโควตารัฐมนตรียังเหมือนเดิมหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ยังคงเดิม รู้แค่กระทรวงมหาดไทยต้องเป็นของพรรคแกนนำอย่างพรรคเพื่อไทย ส่วนกระทรวงสาธารณสุข เรามีหมออยู่เยอะ พรรคเคยทำมาก่อน วันนี้ต้องต่อยอดที่เคยทำไว้ มีองค์ประกอบหลายเรื่อง ซึ่งอยู่ที่ว่าจะให้ใคร ต้องไปคุยกัน

ส่วนที่มีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) บางส่วนมาสนับสนุนนั้น ตนเข้าใจว่าช่วงนี้ยังนิ่งๆ แต่พรรคใดที่คิดจะมาร่วมงานคงมีหลายโอกาสในวันข้างหน้า แต่ถ้าไม่ลงตัวก็ขยับ สับไปสับมา จัดยากมาก รู้แต่ว่าคนจัดบอกว่าจัดยากมาก เมื่อถามว่าโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมครม.เศรษฐา 1 อาจยังไม่มี แต่ครม.เศรษฐา 2 ไม่แน่ใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ต้องถามทีมเจรจา แต่โดยหลักการร่วมงานกันได้ เพราะเป็นรัฐบาลสลายขั้ว สลายสี ปรองดอง และคิดว่านายชวน หลีกภัย จะจบ การต่อรองเป็นเรื่องธรรมดา ไม่น่าหนักใจ และจบได้

‘ไผ่’ยืนยันพปชร.-พท.ไร้ปัญหา
นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงช่วงนี้ที่พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เก็บตัวและไม่ได้เข้าร่วมโหวต นายกฯว่า ไม่มีอะไร สบายใจได้ เราจะพยายามทำงานร่วมกันอย่างดีที่สุด ตามที่ข่าวบอกว่าเรามีปัญหากันนั้นไม่เป็นความจริง รอฟังจากร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคดีกว่า ส่วนจะมีการเปิดใจหรือไม่นั้นคงตอบแทนท่านไม่ได้ แต่ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่เป็นเรื่องดีๆ แล้ว ขอให้ทุกคนดูที่การทำงานและความร่วมมือ

ในวันนั้นที่ได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เน้นย้ำเรื่องนโยบายทางพรรคเพื่อไทยค่อนข้างเอานโยบายของพรรคพลังประชารัฐที่ทำได้มาทำทั้งหมด จึงอยากให้เล็งเห็นตรงนี้ก่อน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เราคงเดินไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ ตอนหาเสียงทุกคนพูดถึงนโยบายทุกๆ อย่าง วันนี้คงต้องนำมาทำให้ได้ รวมถึงเรื่องผู้สูงอายุที่กำลังมีปัญหาในขณะนี้ โดยมีการพูดคุยกันในที่ประชุม และฝากเรื่องเอาไว้แล้วยังเน้นย้ำเหมือนเดิม

‘จุรินทร์’สั่ง 16 สส.งูเห่าแจง
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณี 16 สส.พรรคลงมติเห็นชอบให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ สวนมติพรรคที่ให้งดออกเสียงว่า ได้สั่งการให้ทั้ง 16 คนชี้แจงเหตุผลต่อที่ประชุมสส.พรรคครั้งหน้า และหากมีสมาชิกพรรคเข้าชื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบทั้ง 16 คน หรือสอบสวนก็จะดำเนินการตามกระบวนการของพรรค ยืนยันคำเดิมพรรคไม่เคยมอบหมายใครไปเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคใดทั้งสิ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการกระทำดังกล่าวมีโทษถึงขั้นต้องขับออกจากพรรคหรือไม่ นาย จุรินทร์กล่าวว่า หากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับพรรค แม้สส.จะมีเอกสิทธิ์ในการลงมติ แต่ข้อบังคับพรรคยังมีกำหนดอยู่ จึงไม่ตอบล่วงหน้าว่าจะมีบทลงโทษอย่างไร เมื่อถามว่า 16 คนจะอ้างกรณีมี 2 เสียงลงมติไม่เห็นชอบ ซึ่งสวนทางมติพรรคได้หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า กรณีนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ แจ้งในที่ประชุมสส.จะขอใช้เอกสิทธิ์ไม่เห็นชอบและไม่มีใครคัดค้าน

ต่อข้อถามถึงข้อสังเกตสส.ทั้ง 16 คน จงใจสวนมติพรรคเพื่อให้พรรคขับออกจะได้ไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบแทนไม่ได้ต้องสอบถามเจ้าตัว ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี จากนี้เป็นอะไรก็ไม่มีปัญหาแต่ไม่เคยไปเป็นพรรคอะไหล่ ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์โหวต นายกฯ จะยิ่งทำให้พรรคแตกแยกหนักขึ้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ตอบล่วงหน้าไม่ได้ แต่ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ต้องอยู่

สมาชิกเข้าชื่อให้ตั้งกก.สอบ
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคมีองค์ประกอบ 3 ส่วนคือ พรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสส. การดำเนินการที่ทำให้พรรคเสื่อมเสียหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณพรรค ก่อให้เกิดความแตกแยกเป็นสิทธิ์ของสมาชิก 20 คนจะเข้าชื่อตั้งกรรมการสอบสวน มีสมาชิกหลายคนพูดว่าถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้ต้องทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคให้ตั้งกรรมการสอบสวน เพราะพรรคไม่มีการตั้งกรรมการไปเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นผู้ริเริ่มให้ตรวจสอบหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า มีคนทำแล้วและเกิน 20 คนที่เห็นว่าความประพฤติแบบนี้และที่นำพาสส.ใหม่ที่ขาดประสบการณ์ไปร่วมด้วย จะเป็นปัญหา ทั้งหมดมีข้อมูลอยู่แล้ว ต่อข้อถามว่าต้องขับออกจากพรรคหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า มีโทษขับออกจากพรรค แต่จะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อบังคับพรรคที่ต้องดำเนินการ ถ้ามีความเสียหายมากขนาดนี้หัวหน้าพรรคจะต้องมีหนังสือและตั้งกรรมการสอบ

ด้านนายนริศ ขำนุรักษ์ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็น กก.บห. จึงไม่ได้เข้าประชุมพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่าการโหวตลักษณะนี้มีแนวโน้มไปร่วมรัฐบาลบางส่วนหรือไม่ นายนริศกล่าวว่า ทำไม่ได้ การร่วมรัฐบาลต้องประชุมพรรคก่อน โดยเป็นมติกก.บห.และที่ประชุมร่วมสส. การเดินเข้าไปเลยโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำไม่ได้โดยข้อบังคับ เมื่อถามว่าการโหวตแบบนี้เกินคาดหรือไม่ นายนริศยอมรับว่าเกินคาด ตนก็ตกใจ

‘ชัยชนะ’แบะท่าพร้อมถูกขับ
พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ 1 ใน 16 สส.ที่โหวตสวนมติพรรคกล่าวว่า เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ ส่วนสส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 15 คนที่โหวตเห็นชอบรวดเดียวช่วงท้ายสุดนั้น ตนไม่ทราบ แต่ย้ำว่าเราทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ตนและอีก 15 สส.โหวตสวนมติพรรคไม่ใช่เรื่องกลัวตกขบวนหรือร่วมขบวน การเลือกตั้งล่วงเลยมาถึง 90 วันแล้ว แต่ยังไม่มีนายกฯ ประเทศจึงต้องหาทางออกให้ได้ งบประมาณปี 2567 ก็ยังไม่มีการประชุมพิจารณา งบประมาณปี 2568 ก็กำลังจะมาถึง ทำให้สส. 16 คนหารือกันตัดสินใจชั่วโมงสุดท้ายว่าจะโหวตให้นายเศรษฐา การโหวตไม่ได้ยืนยันว่าเราจะขอร่วมรัฐบาล ไม่ใช่โหวตแล้วจะได้ขึ้นรถไฟขบวนสุดท้าย กราบอภัยแฟนคลับพรรคที่คาดหวังว่าเราจะไม่โหวตให้หรืองดออกเสียง

ต่อข้อถามว่าคิดอย่างไรที่พรรคประชา ธิปัตย์ถูกมองว่าเป็นพรรคอะไหล่ให้เพื่อไทย นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่ใช่ และตนไม่ใช่งูเห่า เพราะการที่จะเป็นงูเห่าต้องเป็นส่วนน้อยของพรรค แต่ตนไปเพราะเสียงข้างมาก สส.ในพรรคส่วนใหญ่มีความเห็นแบบนี้ เมื่อถามว่าการตีเช็คเปล่าแบบนี้ถือว่าพร้อมเป็นรัฐบาล นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เป็นแนวความคิดในเวลานั้นที่มองเห็นว่าประเทศต้องหาทางออก ส่วนถ้ามีการมาชวนไปร่วมรัฐบาลพร้อมหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น และต้องกลับมาถามมติพรรคอยู่แล้ว

‘อนุทิน’นิ่งรับเข้าภูมิใจไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์หาก 16 สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่สวนมติพรรคอยากมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทยมีอยู่แล้ว 71 คน เมื่อถามว่าครบแล้วไม่รับเพิ่มใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าภายในพรรคประชาธิปัตย์เป็นเช่นไร ขอให้รอดูระยะหนึ่งก่อน และขอขอบคุณสส.ทั้ง 16 คนที่โหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวถามว่าหากแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ตรงกับพรรคเพื่อไทย จะมีโอกาสร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชื่ออยู่ในตำแหน่งรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐกล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าใครอยู่ตรงไหน ต่อข้อถามต่อว่ารายชื่อที่ออกมา มีตามโผบ้างหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า “มีทั้งตรงและไม่ตรง” เมื่อถามว่านายกฯจำเป็นต้องควบรมว.คลัง หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณาอยู่ทุกตำแหน่ง ตนยังให้รายละเอียดอะไรมากไม่ได้

สว.ฉุนข่าวรับกล้วยแลกโหวต
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ประจำสัปดาห์ ช่วงหนึ่งของการประชุม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว. ได้หยิบยกกรณีการนำเสนอข่าวสว.รับกล้วย แลกกับการลงคะแนนโหวตสนับสนุนนายเศรษฐา เป็น นายกฯ ทำให้ภาพลักษณ์ของสว.ได้รับความเสียหาย แต่ทำไมกลับไม่มีสว.คนใดลุกขึ้นมาตอบโต้หรือชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภาแม้แต่คนเดียว ทำให้สว.หลายคนไม่สบายใจ จึงร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า กระแสข่าวสว.รับกล้วย ดูแล้วไม่มีความน่าเชื่อถือ เป็นเฟกนิวส์ เพราะพิจารณาจากเสียงสว.ที่โหวตสนับสนุนนายเศรษฐามีมากถึง 152 คน ใครจะกล้ามาแจกกล้วยมากมายขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ แต่หากจะมีการตั้งคณะกรรมการจริยธรรมขึ้นมาตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนว่า ใครรับกล้วยบ้างนั้น ไม่สมควรทำ ยิ่งตอบโต้กันไปมา จะไม่เกิดประโยชน์ ทำให้ภาพลักษณ์สว.เสียหาย

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ชี้แจงว่า ถ้าที่ประชุมอยากได้ความชัดเจนเรื่องนี้ ตนจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรมให้ แต่คนที่รับไม่ใช่ตนแน่นอน

หลังจากมีการพูดคุยแสดงความเห็นกัน สักพัก ที่ประชุมจึงไม่ติดใจตรวจสอบในประเด็นดังกล่าว

เยี่ยมอาการ – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมาย นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะ เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.พรรคก้าวไกล ที่หมดสติในห้องประชุมสภาขณะโหวตนายกฯ ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 23 ส.ค.

ศาลรธน.อนุญาต‘พิธา’ยืดแจงหุ้น
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญประชุมพิจารณาที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า สมาชิกภาพสส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ กรณีนายพิธา ผู้ถูกร้อง เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อสารมวลชนใดๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสส.ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรม นูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ตำแหน่งสส.ของผู้ถูกร้องว่างลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2)

โดยระหว่างการพิจารณา ผู้ถูกร้องยื่นคำร้อง ลงวันที่ 21 ส.ค. ขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วันนับถัดจากวันครบกำหนดขยายระยะเวลาครั้งแรกแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตตามขอ

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความพระพุทธะอิสระ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ… เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่

โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้อนุญาต ให้ผู้ถูกร้องทั้งสองขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาครั้งที่สองไว้จึงให้เลื่อนการพิจารณาในนัดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน