เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมของกองทุนบัตรทองเมื่อมีรัฐบาล ชุดใหม่ว่า บอร์ดสปสช.มอบหมายให้สำนักงานฯ เตรียมพร้อมไว้เมื่อหลายเดือนแล้วว่าหากมีการเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ หรือนโยบายใหม่ๆ ซึ่งก็ได้เตรียมการและเสนอต่ออนุกรรมการที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว เท่าที่เราดูนโยบายของพรรคการเมืองที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ก็จะเป็นเรื่องของการยกระดับบัตรทอง 30 บาท ก็คงดูจากที่ประชาชนอาจมีความเดือดร้อน เรื่องความแออัด การใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาลดความแออัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีในการนัดหมาย เทเลเมดิซีน เท่าที่ดูทุกพรรคการเมืองมีตรงนี้หมด หากจะดำเนินการดังกล่าวก็คิดว่าสามารถดำเนินการได้ โดยเราเตรียมงบประมาณที่ต้องใช้หรือกลวิธีต่างๆ ทั้งข้อบังคับระเบียบต่างๆ อย่างไรก็ตามคงรอความชัดเจนว่ารมว.สาธารณสุข (สธ.) จะเป็นใคร

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะใช้งบประมาณส่วนใดมารองรับการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ๆ เหล่านี้ นพ.จเด็จกล่าวว่า เราจะของบประมาณเพิ่มเติม เพราะบางอย่างเราไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ ต้องพูดกับทางผู้ที่จะมาดูแล ทั้งรัฐมนตรีและคณะกรรมการโดยตรงว่างบประมาณที่เราเตรียมไว้เป็นงบประมาณพื้นฐาน หากมีนโยบายใหม่และมีความจำเป็นก็ต้องขออนุญาต มีการเสนอเข้าไป เท่าที่คำนวณวงเงินงบประมาณไว้ไม่เกินประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท จากทุกๆ นโยบายประมาณ 37 นโยบายที่เราดูไว้ แต่ต้องมาดูอีกทีว่าจะเอานโยบายไหนบ้าง

เมื่อถามต่อว่าได้เสนองบประมาณขาขึ้นของปีงบ 67 แล้วใช่หรือไม่ นพ.จเด็จกล่าวว่า เราเสนอครม.ไปแล้ว ถ้าจำไม่ผิดคือประมาณ 1.45 แสนล้านบาท ที่ไม่รวมเงินเดือนบุคลากร เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 3,800 ล้านบาท แต่ยังไม่เคยเข้าสภาเพราะยังไม่มีรัฐบาล ซึ่งสำนักงบประมาณเคยแนะนำตอนที่ประชุมบอร์ดสปสช. ว่า ให้สำนักงานเตรียมพร้อมเรื่องนี้ เพราะการจัดตั้งงบประมาณมีการล่าช้า อาจจะต้องขยายเวลาในการเสนอ ดังนั้นเมื่อมีความชัดเจนในส่วนของรัฐบาลใหม่ และนโยบายใหม่ว่าเป็นเรื่องใด งบประมาณเท่าไร เราก็จะเสนองบประมาณเข้าไปเพิ่มเติมแล้วจัดสรรเป็นงบขาลงมาพร้อมกัน ซึ่งเรามีการคำนวณไว้หมดแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน