วันที่ 27 ส.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากประกาศทางราชกิจจานุเบกษากำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญเป็นการอนุญาตให้สถานบริการเปิดบริการได้ 24 ชั่วโมงในเขต ส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งปรากฏว่ามีผู้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าครอบคลุมถึงพื้นที่โดยรอบด้วย จึงขอยืนยันว่าอนุญาตให้เปิดบริการ 24 ชั่วโมงของสถานบริการในเขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ซึ่งอยู่ในสนามบินอู่ตะเภาเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่โดยรอบหรือเมืองท่องเที่ยวต่อเนื่องอื่น เช่น เมืองพัทยา หรือพื้นที่อื่นใน จ.ระยอง ที่ยังต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การเปิด-ปิดสถานบริการตามปกติ

น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า เขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออกนั้นครอบคลุมพื้นที่ 6,500 ไร่ในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเท่านั้น การอนุญาตนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกิจการภายในสนามบินที่จะต้องมีการบินเข้า-ออก ทั้งในส่วนของผู้โดยสาร การขนส่งสินค้าที่จะต้องมีอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจำเป็นต้องมีบริการกิจการร้านค้าต่างๆ เปิดให้บริการรองรับ เช่นเดียวกับสนามบินนานาชาติอื่น เช่น สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ที่มีการอนุญาตให้ร้านค้าและบริการต่างๆ เปิดบริการในสนามบินได้ 24 ชั่วโมงเช่นกัน การอนุญาตนี้จะสนับสนุนให้สนามบินอู่ตะเภามีบริการที่ครบวงจรสามารถดึงดูดการท่องเที่ยว และลงทุนให้เกิดในพื้นที่อีอีซีในภาพรวมได้ สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีตามนโยบายของรัฐบาล เป้าหมายคือยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติ เชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน