หนี้ท่วมแก้ไม่ตก แก๊งคอลฯตุ๋นซ้ำ

สลดอีกครอบครัวสังเวยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซ้ำเติมคนตกทุกข์ หนุ่มค้ำประกันรถให้นายจ้างเก่าแต่ถูกเบี้ยวจนต้องรับหนี้แทนจนบ้านจ่อถูกยึดขายทอดตลาด เมียหวังแบ่งเบาภาระไปกู้เงินแอพฯ นอกระบบถูกหลอกเงินไปอีกก้อนโต เครียดหนักคว้ามีดปาดคอดับเมียกับ 2 ลูกชายวัยน่ารักอายุ 11 ขวบ กับ 13 ปี ก่อนเชือดคอหวังฆ่าตัวตายตามยกครัว คาบ้านพักย่านบางพลี แต่หัวหน้างานไปพบแจ้งตร.ช่วยพาส่ง โรงพยาบาลจนพ้นขีดอันตราย ตร.ไซเบอร์คุ้ย เส้นทางโอนเงินเหยื่อล่าแก๊งอุบาทว์ประสานข้อมูลเสริมกำลัง ‘บิ๊กโจ๊ก’ ที่ลุยคุมคดีเอง

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.รังสรรค์ คำสุข รรท.ผกก.สภ.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุฆาตกรรมที่บ้านพักหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านจัดสรร ริมถนนหนามแดง-บางพลี ต.บางแก้ว มีผู้บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตหลายราย จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.บางพลี และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วนกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สูง 3 ชั้น บริเวณประตูบ้านชั้นล่างพบศพน.ส.วิภาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ ด.ช.ปุณณพัตน์ อายุ 11 ขวบ ลูกชายคนเล็ก ส่วนห้องนอนบนชั้น 2 พบศพด.ช.บุณญานนท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 13 ปี ลูกชายคนโต โดยทั้งหมดมีบาดแผลถูกอาวุธมีคมปาดคอและฟันตามร่างกายหลายแผล เสียชีวิตอย่างสยดสยอง

ใกล้กันพบร่างนายสาณิช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี สามีและบิดาของผู้ตายทั้ง 3 ราย มีบาดแผลถูกปาดคอและข้อมือนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน โดยข้างตัว มีมีดตกอยู่ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาตัวที่ร.พ.บางพลี ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

น.ส.ฐารินี เส็งสันต์ อายุ 46 ปี หัวหน้างาน นายสาณิช ให้การว่า เมื่อช่วงเที่ยงคืนนายสาณิชโทรศัพท์ไปหาบอกว่าฆ่าลูกเมียหมดแล้ว จึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ เนื่องจากกลัวเกิดเหตุร้าย เพราะก่อนหน้านี้เคยมาปรึกษาตนว่า กำลังจะถูกกรมบังคับคดียึดบ้าน แต่เรื่องนี้มีทางออกแล้วคาดเงินไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ภรรยาของผู้ก่อเหตุถูกแก๊งคอเซ็นเตอร์หลอกต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากหลายที่เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท ทำให้ถูกเจ้าหนี้มาตามทวงทุกวัน เมื่อไปถึงบ้านพบว่าก่อเหตุสยองตามที่บอกจริงๆ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที

ฆ่า 3 ศพลูกเมีย – เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ นายสาณิชใช้มีดเชือดลูก-เมียตาย 3 ศพ แล้วพยายามฆ่าตัว แต่บาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่หมู่ 9 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เนื่องจากเครียดถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน ต้องกู้หนี้ยืมสินกว่า 1.7 ล้าน เมื่อวันที่ 28 ส.ค.

พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อว่าผู้ก่อเหตุลงมือก่อเหตุ เพราะมีความเครียด เรื่องหนี้สิน ส่วนกรณีที่ถูกแอพพลิเคชั่น เงินกู้หลอกโอนเงินไปกว่า 1.7 ล้านบาท ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูลเร่งไล่ล่าจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าว โดยวันที่ 29 ส.ค. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. จะลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้าคดีนี้ด้วยตนเอง

ด้าน พ.ต.อ.รังสรรค์ เผยว่า จากการ ตรวจสอบพบเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.วิภาพรเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกแอพฯ เงินกู้นอกระบบในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน โดยเริ่มจากติดต่อขอกู้เงินหนึ่งแสนบาท แต่ถูกให้โอนยอดไปยังบัญชีปลายทาง เพื่อเป็นค่าดำเนินการ ค่าเปิดระบบอะไรต่างๆ กระทั่งโอนเงินไปกว่าล้านบาท หลังจากที่พนักงานสอบสวนรับแจ้งความ รีบประสานอายัดบัญชีดังกล่าว และอยู่ในระหว่างดำเนินติดตามตัวบัญชีปลายทาง เพื่อตรวจสอบ เส้นทางการเงิน หลังจากนี้จะได้เร่งรัด ฝ่ายสืบสวนไปดำเนินการสืบสวนติดตามขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าว พบภาพ รถกระบะสีขาวของบ้านผู้ตายขับเข้าออกหมู่บ้านหลายครั้ง โดยขับเข้าหมู่บ้านครั้งสุดท้ายเวลา 17.48 น. วันที่ 27 ส.ค. ครั้งนี้บริเวณหลังรถกระบะมีลูกชายทั้ง 2 คน นั่งมาด้วย ขณะที่แล่นผ่านป้อมยามยังโบกมือทักทายรปภ. อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้นในช่วงเที่ยงคืนวันเดียวกัน

ด้านเพื่อนบ้านรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน รู้จักกันมานานแล้ว และรักเด็กทั้งคู่มาก ส่วนตัวสามีภรรยาคู่นี้เป็นคนดีไม่มีทีท่าว่าจะก่อเหตุรุนแรงได้ ส่วนตัวแล้วรู้สึกสลดใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่คาดว่า เขาจะเลือกใช้วิธีการนี้ แต่อาจจะด้วยความ กดดันหลายๆ ด้าน แต่ไม่เคยพูดคุยถึงปัญหาส่วนตัวให้ฟัง ปัญหาเท่าที่ดู เขามีหมายศาลมาที่บ้านบ่อย มาจากต้นเหตุเรื่องรถที่ค้ำประกันให้เถ้าแก่คนเก่าของเขา แล้วเถ้าแก่หนีไปแล้ว ตัวเขาต้องมารับผิดชอบแทน วงเงินไม่แน่ใจคาดประมาณ 4 แสนกว่าบาท และจะโดนยึดบ้าน เพราะเห็นมีหมายศาลมา

เพื่อนบ้านระบุอีกว่า วันเกิดเหตุเห็นรถ คันหนึ่งมาจอดที่หน้าบ้าน มีชาย-หญิงประมาณ 5 คน เข้าไปพูดคุยกับคนพ่ออยู่ พักใหญ่คาดว่าอาจเป็นกลุ่มเจ้าหนี้ จากนั้น ขับรถจากไป ก่อนคนพ่อจะขับรถตามออกไปและยังโบกมือทักทายกันตามปกติไม่มีเค้าลางอะไรทั้งสิ้น เราก็ไม่รู้ว่าปัญหาเขาคืออะไร และมันจะหนักขนาดนี้ เขาอาจจะโดนกดดัน จากเจ้าหน้าหนี้ด้วย และเพิ่งทราบว่าภรรยาอยากแบ่งเบาภาระให้สามีไปกู้เงินจากโรงงานที่ทำงาน รวมถึงกู้เงินผ่านแอพฯ เงินกู้นอกระบบ แต่ถูกหลอกเอาเงินไปอีกก้อนใหญ่ โดยเพิ่งไปแจ้งความตำรวจไม่กี่วันก่อน มันอาจจะเป็นชนวนด้วย เพราะทั้งจะโดนยึดบ้านและยังโดนหลอกอีกจนไร้ทางออก

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. เผยว่า พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒนครบัญชา ผบช.สอท. สั่งการให้ประสานกับ สภ.บางแก้ว หลังมีข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ น.ส.วิภาพรภรรยาผู้ก่อเหตุและเป็นผู้เสียชีวิต เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. บางแก้ว ว่า ถูกแอพฯ กู้นอกระบบในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน โดยเริ่มจากติดต่อขอกู้เงินหนึ่งแสนบาท แต่ถูกให้โอนยอดไปยังบัญชีปลายทาง เพื่อเป็นค่าดำเนินการ ค่าเปิดระบบ ตลอดจนค่าอื่นๆ จนกระทั่งมีการโอนเงินไปกว่าล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา

“ขณะนี้ทางตำรวจพิสูจน์ทราบกลุ่ม บัญชีม้าที่ผู้เสียชีวิตโอนเงินไปให้ จากนี้จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์หาเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อที่จะสนับสนุนข้อมูลสืบสวนให้กับตำรวจสภ.บางแก้ว และชุดทำงานของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ในการคลี่คลายคดีต่อไป” รอง ผบช.สอท. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน