อุตุฯ เตือน 69 จว.ทั่วไทยรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำร้อยเอ็ดตกหนัก 16 อำเภอ จากทั้งหมด 20 อำเภอ ด้านผู้ว่าฯ โคราชสั่ง 32 อำเภอเฝ้าระวังฝนตกหนัก ขณะที่น้ำในเขื่อน 27 แห่งในจังหวัดเหลือน้อย มีน้ำใช้ไม่ถึง 35% ย้ำชาวบ้านใช้น้ำอย่างประหยัด เก็บสำรองน้ำฝนไว้ด่วน ลุ้นดีเปรสชันผ่าน มีน้ำเติมอ่าง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอ 32 อำเภอ รวมทั้งภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
โดยผู้แทนสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมาชี้แจงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่ 1.อ่าง ลำตะคอง อ.สีคิ้ว ปริมาณน้ำ 129 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็น 41% ของพื้นที่เก็บกัก 314 ล้านลบ.ม. 2.อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำ 50 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 32% ของพื้นที่เก็บกัก 155 ล้านลบ.ม. 3.อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำ 54 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 38% ของพื้นที่เก็บกัก 141 ล้านลบ.ม. และ 4.อ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำ 93 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 34% ของพื้นที่เก็บกัก 275 ล้านลบ.ม. ส่วนอ่างน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 116 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 35% ของพื้นที่เก็บกัก 331 ล้านลบ.ม. ภาพรวมอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลาง 27 แห่ง มีปริมาณน้ำรวม 446 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 36% ของพื้นที่เก็บกัก 1,216 ล้านลบ.ม.
นายสยามเปิดเผยว่า ผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงและปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนตกสะสมลดลงและน้ำไหลลงอ่างน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเฉลี่ยประมาณ 30% จึงเน้นย้ำสงวนน้ำอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ แต่สิ่งสำคัญวิถีชีวิตพี่น้องเกษตรกรต้องทำนาข้าว ปลูกพืชไร่เลี้ยงชีพ ต้องสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจ ขอความร่วมมือใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขณะนี้ให้สำรวจแหล่งน้ำดิบและทยอยสูบน้ำมาเก็บกักให้มากที่สุด ทั้งนี้ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นคร ราชสีมา ช่วงเดือนก.ย.จนถึงกลางเดือนต.ค. จะมีฝนตกชุก จึงคาดหวังให้มีร่องมรสุมหรือดีเปรสชันเคลื่อนผ่าน ทำให้มีน้ำไหลลงอ่างมากๆ ปีหน้าจะได้ไม่เกิดภัยแล้ง
วันเดียวกัน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจ.นครราชสีมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมรับมือกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยน แปลง หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศฉบับที่ 7 ลงวันที่ 30 ส.ค.2566 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย.2566 โดยร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จ.นครราชสีมา คาดว่า จนถึงวันที่ 1 ก.ย. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70-80 และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนวันที่ 2-3 ก.ย. จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 และฝนตกหนัก บางแห่ง
สำหรับพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำน้อย เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และคาดการณ์ว่าจะเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงอีกรอบ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งดำเนินการสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบต่างๆ หรือจากฝนที่ตกในช่วงนี้ไปกักเก็บไว้ในแหล่งผลิตน้ำประปาให้เต็มความจุและเพียงพอสำหรับใช้ผลิตประปาไว้อุปโภค-บริโภคต่างๆ ให้เพียงพอ เนื่องจากปริมาณฝนตกในช่วงเดือนส.ค.ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งส่งผลทำให้น้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง และขนาดกลาง 23 แห่งของจังหวัดปริมาตรน้ำลดต่ำลง ล่าสุดปริมาตรน้ำในอ่างทั้ง 27 แห่ง รวมเหลือ 446.33 ล้านลบ.ม. หรือแค่ 36.68% เท่านั้น และเป็นน้ำใช้การได้เพียง 383.85 ล้านลบ.ม. หรือ 33.26% จากปริมาตรน้ำเก็บกักที่เหลือน้อย ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน และฝนทิ้งช่วงนาน ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัด เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า และถ้ามีฝนตกหนักในพื้นที่ ขอให้เก็บสำรองน้ำฝนไว้ใช้ในครัวเรือนด้วย ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรนอกเขตชลประทานที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอย่าสูบดึงน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้ทำการเกษตร แต่ให้สงวนน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคมาเป็นอันดับแรกก่อน
สำหรับจ.ร้อยเอ็ด มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักถึง หนักมากบางแห่ง โดยจ.ร้อยเอ็ด มี 20 อำเภอ รายงานกรมอุตุนิยมวิทยาประจำ วันที่ 30 ส.ค.ระบุว่า มีฝนตก 16 อำเภอ หนักสุดที่อ.หนองพอก, อ.ปทุมรัตต์, อ.โพนทราย, อ.โพนทอง ตามลำดับ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่สุ่ม โดยเฉพาะในลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำยัง อ.จังหาร, อ.เชียงขวัญ, อ.โพนทอง, อ.เสลภูมิ, อ.อาจสามารถ, อ.พนมไพร และอ.สุวรรณภูมิ รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกคราวนี้เกษตรกรชาวนา ชาวสวนได้เฮ เพราะได้น้ำเข้านา ซึ่งข้าวกำลังแห้งตาย และรดผักสวนครัวซึ่งฝนหยุดตกมานาน
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 8 (มีผลกระทบจนถึง วันที่ 3 ก.ย.) ระบุว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 30 ส.ค. ภาคเหนือ จ.เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ชัยนาท พระนคร ศรีอยุธยา ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี และสุพรรณบุรี ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ระนอง พังงา และภูเก็ต
วันที่ 31 ส.ค. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
วันที่ 1-3 ก.ย. ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นคร ราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนคร ศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก จ.นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน ตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลัง ค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและ อ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย