เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้างานกำกับดูแลด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยความคืบหน้าการตามล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชนวนเหตุคดีสยองผัวคลั่งฆ่าเมียและลูกรวม 3 ศพ ว่าขณะนี้ตำรวจทราบฐานที่ตั้งของคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้แล้ว อยู่ในประเทศกัมพูชา ออกหมายจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 11 ราย มีทั้งชาวจีน ไทย และ กัมพูชา ล่าสุด จับได้แล้ว 3 คน ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจค้นที่พัก เพื่อหาหลักฐาน โดย 1 ในจำนวนนี้เป็นหญิงไทยวัย 19 ปี เจ้าของบัญชีม้าต้นเรื่อง ซึ่งเป็นผู้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ในจังหวัดสระแก้ว

กดเงินไปรวมแล้ว 17 ครั้ง กว่า 9 แสนบาท โดยกดเป็นเงินสดจากฝั่งไทย ก่อนนำข้ามฝั่งกลับไปให้หัวหน้าแก๊ง ในกัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานผู้บัญชาการทหารบก กัมพูชา เพื่อนำหมายศาลไปจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เหลือด้วยตนเอง ภายในสัปดาห์นี้ รวมทั้งขยายผลว่า ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์สลดใจนี้ เคยหลอกมาแล้วกี่ราย มีมูลค่าความ เสียหายเท่าใด

ส่วนแอพเงินกู้ออนไลน์ ที่ผู้เสียชีวิตเข้าไปโหลดเพื่อหวังกู้เงิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เป็นแอพที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปลอมขึ้น เพื่อใช้ประกอบในการออกอุบายหลอกเหยื่อ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ครอบครัวผู้เสียชีวิตไปกู้เงินนอกระบบมานั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เงินกู้นอกระบบ แต่เป็นเงินที่เพื่อนหลายคน ซึ่งรู้จักกันมานานให้ยืม โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย ด้านคดีสั่งตำรวจภูธรบางแก้วให้จัดกำลังไปเฝ้าสังเกตอาการของผู้ก่อเหตุ หลังล่าสุด มีการย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้ว

ทั้งนี้มีรายงานว่าก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนได้จับกุมน.ส.สุชาดา อายุ 19 ปี เจ้าของบัญชีม้าได้ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะที่เดินทาง ข้ามมาจากฝั่งปอยเปต กลับเข้าประเทศไทย ตำรวจอยู่ระหว่างคุมตัวสอบขยายผลต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน