ตามตื๊อให้ไปทำงานที่เมียนมา จับขังทรมาน-บังคับขายบริการ ตม.ช่วยหวุดหวิด-เร่งขยายผล

ตม.เชียงรายประสานช่วยสาวไทย พ้นนรกรัฐฉาน เผยถูกลวงไปทำงานที่ เมียนมา ตอนแรกชวนไปทำงานพีอาร์ ร้านอาหาร แต่สุดท้ายถูกบังคับค้าประเวณี โดยกลุ่มลูกค้าเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ เหยื่อสาวระบุถูกชักจูงด้วยค่าแรงสูง ก่อนพาหลบหนีออกช่องทางธรรมชาติ และพาไปในเขตปกครองพิเศษ รัฐบาลเมียนมา เข้าดูแลไม่ได้ ก่อนจับขังบังคับขืนใจ หากไม่ยอมจะถูกทำร้าย ใส่กุญแจมือ ไฟชอร์ต น้ำกรอกปาก เจ้าหน้าที่พากลับไทยสำเร็จเข้าสู่กระบวนการเยียวยา ตร.เตือนภัยสาว ระวังถูกหลอก

วันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ศุภณัฏฐ์ เจริญเรืองกุล ผบก.ตม.5 พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.เชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.เชียงราย สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดเชียงราย ทีมสหวิชาชีพ เข้าช่วยเหลือ น.ส.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในประเทศเมียนมา

โดยการช่วยเหลือในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากโซเชี่ยลมีเดียทางเพจ Ninja Today จ.อุบลราชธานี ว่า น.ส.น้ำ ถูกหลอกลวง และพาตัวไปขายให้กับนายทุนคนจีน ถูกบังคับให้ขายบริการให้กับพนักงานของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปกครองพิเศษ รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

พ้นนรก – ตำรวจสอบปากคำสาวพีอาร์วัย 29 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์หลอกและทารุณบังคับขายบริการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา หลังทางการประสานให้การช่วยเหลือจนได้เดินทางกลับ ที่ตม.เชียงราย เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามขั้นตอนตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM และติดต่อประสานงานเพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว จนยืนยันว่า น.ส.น้ำถูกบังคับให้ค้าประเวณีอยู่ที่บริษัท คอลเซ็นเตอร์ ในเมืองม้งหนึ่ง เขตรัฐฉาน ซึ่งเป็นบริษัทที่มีนายทุนคนจีน เป็นผู้บริหารกิจการเจ้าหน้าที่จึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพื่อช่วยเหลือจนสามารถนำตัว น.ส.น้ำกลับมายังประเทศไทยได้

น.ส.น้ำ เปิดเผยว่า ตนทำงานเป็นพีอาร์ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จนประมาณช่วงกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา มี ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่ง ติดต่อชักชวนให้ตนไปทำงานพีอาร์ เขตปกครองพิเศษเมืองป๊อก โดยได้ค่าจ้าง 900 หยวน แบ่งกับทางร้านคนละ 450 หยวน แต่ก็ได้ปฏิเสธไป หลายครั้ง

จนกระทั่งถึงช่วงเดือนมิ.ย. ผู้ใช้รายเดิมติดต่อมาอีกครั้ง บอกว่าไม่มีคนทำงาน ขอให้ลองมาทำดูก่อน หากไม่พอใจค่อยกลับ ตนจึงเดินทางไปยัง จ.เชียงราย และเดินทางออกไปนอกประเทศ ทางอ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยมีผู้ติดต่องาน เป็น ผู้ประสานงานในการเดินทางให้ และว่าจ้างคนนำพาลักลอบออกไปนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ข้ามไปยังพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็กก่อนจะมีคนรับตัวไปที่เมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมา จากนั้นมีนายทุนมาซื้อตัวไปยังบริษัทคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอาคารสี่เหลี่ยม 2 ชั้น มีลูกกรงเหล็กทั้งอาคาร มีลวดหนามหีบเพลงล้อมรอบอาคาร เพื่อให้เป็นที่พัก และขายบริการกับพนักงานในบริษัทซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติจีน ซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่บริษัทเดียวกัน

เมื่อไปถึงตนถูกจับเซ็นสัญญาทำงาน 6 เดือน โดยที่สัญญาเป็นภาษาจีนอ่านไม่ออก ไม่รู้ข้อความในหนังสือดังกล่าวระบุอะไร เมื่อตนไม่ยอมเซ็นก็ถูกทุบตี จนได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายต้องยอมพิมพ์ลายนิ้วมือในสัญญา และค้าบริการทางเพศทันที เมื่อตนไม่ยอมรับแขก ก็ถูกเถ้าแก่คนจีนจับใส่กุญแจมือคล้องกับลูกกรงของอาคารแล้วใช้ไม้ตีหลัง เอาไฟฟ้าชอร์ต และเอาน้ำกรอกปาก อดข้าว 3 วัน

ตลอดเวลาที่ถูกกักบริเวณทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าว พนักงานหญิงทุกคนตกอยู่ในสภาพถูกบังคับ ไม่สามารถขัดขืนได้ ต้องทำงานแลกกับการไม่ถูกกดขี่ ทารุณ ไม่ถูกทำร้าย และเพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ วันต่อวัน ระหว่างนั้นจึงพยายามหาช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือมายังประเทศไทย โดยขอความช่วยเหลือของเพจ Ninja Today ซึ่งนำเสนอข้อมูลการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกลวงไปบังคับค้าประเวณีจนได้รับการติดต่อกลับจากทางแอดมินของเพจและขอข้อมูลจนมั่นใจ และช่วยเหลือกลับประเทศไทยได้เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสภาพจิตใจเบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ

น.ส.น้ำกล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังคนไทยอย่าเชื่อการชักชวนให้ไปทำงานที่ ต่างประเทศ ว่ามีรายได้สูง อยู่กินสบาย มีการดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือมีการอำนวยความสะดวกในเรื่องความเป็นอยู่ เพราะถ้าหากไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาง่ายๆ เงินไม่สามารถซื้ออะไรได้ทุกอย่าง

จากนั้นในวันที่ 1 ก.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคัดแยกเหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามขั้นตอนกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM ร่วมกันสัมภาษณ์คัดกรองและลงความเห็นว่า น.ส.น้ำ เข้าข่ายเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ เนื่องจากถูกกระทำการ หรือไม่กระทำการในลักษณะที่เข้าองค์ประกอบการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จากนั้นได้ร่วมกันแจ้งสิทธิ และคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายต่อไป

โดยทางเจ้าหน้าที่เตือนถึงประชาชนที่อยากจะไปทำงานต่างประเทศว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพจะมีวิธีการชักชวนเหยื่อผ่านแอพพลิเคชั่นทางมือถือเฟซบุ๊ก และการแชร์ข้อความชักชวนผ่านทางกลุ่มไลน์ของผู้ที่ทำงานพีอาร์ หรือร้านอาหาร ซึ่งในกลุ่มคนทำงานประเภทนี้ก็จะมีกลุ่มสมาชิก โพสต์โฆษณาเชิญชวนไปทำงาน จุดสังเกตคือที่มักจะบอกว่าเป็นงานที่มีรายได้สูง ประมาณหลักแสนต่อเดือน มีที่พัก มีอาหาร และนายจ้างมีค่าเดินทางให้

แต่หากหลงเชื่อมาถึงจุดที่จะเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร จะได้รับแจ้งว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคระหว่างทาง ไม่สามารถเดินทางออกอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ และเมื่อเหยื่อตัดสินใจที่จะลักลอบข้ามออกไปนอกประเทศไทย ก็จะพบกับปัญหาในการเดินทางที่ลำบาก มีระยะทางไกล เส้นทางเสี่ยงอันตราย ทำให้คนที่ตกเป็นเหยื่อก็จะตกอยู่ในสภาพถูกบังคับ ไม่สามารถที่จะขัดขืนได้ ซึ่งงานส่วนใหญ่จะมีนายจ้างชาวจีนเป็นเจ้าของกิจการ อยู่ในพื้นที่ของเขตปกครองพิเศษ เป็นพื้นที่ปกครองตนเอง มีการตั้งกฎระเบียบเป็นการเฉพาะสำหรับแต่ละพื้นที่ จึงเป็นการยากในการใช้กฎหมายของประเทศนั้นๆ บังคับ และยากในการเข้าถึงสถานที่ที่เหยื่อถูกกักตัวอยู่

จากรายงานพบว่ามีข้อมูลว่ามีคนไทยถูกหลอกบังคับทำงาน ทั้งในลักษณะงานค้าบริการ ค้าประเวณี พนันออนไลน์ การบังคับทำงานหนักโดยไม่มีค่าจ้าง หรือทำงานคอลเซ็นเตอร์ มีการขอความช่วยเหลือผ่านทางมูลนิธิหรือหน่วยงานต่างๆ มีไม่น้อยกว่า 150 ราย ซึ่งกระบวนการช่วยเหลือผ่านหน่วยงานของรัฐต่อรัฐ จะใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะระบบการประสานงานทางราชการมีหลายระดับมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน