3กย.วันสุดท้าย เวทีมติชนเสวนา นิทรรศการพิเศษ นิธิ เอียวศรีวงศ์

‘มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง’ คึกคัก วันสุดท้ายวันนี้ ‘ชาญวิทย์ เกษตรศิริ’ นักคิด นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง ร่วมเสวนา บอกเล่าความทรงจำ ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’ ชม ‘นิธิทรรศกาล’ รวบรวมผลงาน ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’ ขณะที่ ‘ธนาพล อิ๋วสกุล’ ร่วมเสวนาหัวข้อ ‘กว่าจะเป็นปากไก่และใบเรือ ฉบับฟ้าเดียวกัน’ ผลงานดีสุดของอาจารย์นิธิ

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่มติชน อคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) เปิดงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ครั้งแรกและครั้งสำคัญ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ส.ค.- 3 ก.ย. 66 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ซึ่งสำนักพิมพ์รวบรวมหนังสือการเมืองมาให้ผู้อ่านได้เลือกสรรในราคาโปรโมชั่นพิเศษ พบกับกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับหนังสือการเมือง พร้อมไฮไลต์ของงาน กิจกรรมเสวนา “นิธิแห่งทัศนะและปัญญา” เพื่อรำลึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ พร้อมทั้งรวบรวมหนังสือที่ควรค่าแก่การสะสมของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ 7 เล่มพิเศษมาให้นักอ่าน และ “นิธิทรรศกาล” การนําชมนิทรรศการพิเศษที่รวมผลงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ไว้มากมาย

โกดังหนังสือ – ผู้อ่านจำนวนมากเข้าเลือกซื้อหนังสือภายในงาน ‘มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง’ คับคั่งด้วยหนังสือการเมืองเล่มสำคัญหายาก ที่มติชน อคาเดมี ย่านประชานิเวศน์ 1 จตุจักร โดยงานมีถึงวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ย.เป็นวันสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของงานวันนี้ว่า ตั้งแต่เช้ามีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อหนังสือเป็นจำนวนมาก ก่อนเข้าร่วมฟังเสวนา “นิธิแห่งทัศนะและปัญญา” เพื่อรำลึกถึงอาจารย์นิธิตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมี นักวิชาการ นักเขียน และนักการเมืองมากมาย เดินทางมาร่วมงาน อาทิ ศาสตราจารย์ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, เชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล, โตมร ศุขปรีชา, เอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และโฆษกกรุงเทพมหานคร

ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กล่าวว่า หนังสือประวัติศาสตร์การเมืองที่ประทับใจคือหนังสือการเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นผลงานมาสเตอร์พีซของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ อีกเล่มที่คนพูดถึงเยอะของอาจารย์นิธิคือหนังสือปากไก่และใบเรือ มีเรื่องราวที่หลากหลายอยู่ในนั้น และหนังสือประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ใน พระราชพงศาวดารอยุธยา แนะนำเล่มนี้สำหรับคนที่กลัวหนังสือประวัติศาสตร์ยาวๆ เพราะเล่มนี้สั้น คนที่จะเรียนประวัติศาสตร์ไทยควรอ่านหนังสือเล่มนี้ อาจารย์นิธิอธิบาย วิเคราะห์ไว้ได้อย่างดีมาก หนังสือกับการเมืองสัมพันธ์กัน เพราะหนังสือเราต้องอ่าน เขียน เกิดการคิด เมื่อเกิดการคิดทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้ว ภาษาไทยยาก เมื่อเขียนได้เป็นการเมืองทั้งนั้น เราสอนหนังสือด้วยกันมากับอาจารย์นิธิ เราจะคุยกันเรื่องวิชาที่สอน แต่ส่วนใหญ่เรื่องที่คุยกันจริงๆ คือเรื่องการเมือง เพราะเราสองคนเจอกันก่อนเหตุการณ์ 6 ต.ค. สถานการณ์กำลังดุเดือด จึงคุยกันเรื่องเหล่านี้มาเสมอ

เมื่อเวลา 13.00-14.00 น. เสวนาหัวข้อ Sujit’s Talk: “คนไม่ไทย” ในโซเมีย (ของนิธิ) กลายตนเป็น “คนไทย” ในเมืองไทย ต้นฉบับเล่มสุดท้ายของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์จากมุมมองของสุจิตต์ วงษ์เทศ โดยนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมรับฟังด้วย

นิธิทรรศ – ผู้สนใจจำนวนมากเข้าร่วมฟังการเสวนา ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ ภายในงาน ‘มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง’ ที่คับคั่งไปด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญหายาก ที่มติชน อคาเดมี ย่านประชานิเวศน์ 1 จตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 2 ก.ย.

สุจิตต์ วงษ์เทศ กล่าวว่า “คนไม่ไทย” ในโซเมีย (ของนิธิ) กลายตนเป็น “คนไทย” ในเมืองไทย เป็นการเล่าถึงโซเมียซึ่งเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ โซเมีย หมายถึงบริเวณพื้นที่สูงของเอเชียซึ่งมีทิวเขาสลับซับซ้อนอันตั้งอยู่ในจีนใต้ เล่าถึงความเป็นมาเป็นไปของโซเมียต่อเนื่องมาเชื่อมต่อกับความเป็นคนไทย เพราะเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น หากยังมีการพูดถึงคนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์

ซึ่งเรากำลังนิยามความเป็นคนไทยคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เรานิยามความเป็นไทยในแง่ของเชื้อชาติบริสุทธิ์ซึ่งมันไม่มีจริง หลักฐานก็ไม่มีเลยสักอย่างเดียว ความเป็นไทยเกิดขึ้นลุ่มน้ำเจ้าพระยา และเกิดขึ้นที่ เมืองอโยธยา พูดง่ายๆ ว่าประเทศไทยทุก วันนี้ที่เรียนประวัติศาสตร์ไทยว่าความเป็นไทยมันนับหนึ่งที่กรุงสุโขทัย มีคนไทย มีภาษาไทย สิ่งที่พูดทั้งหมดนั่นนั่งเทียนเขียน ไม่มีหลักฐานเลยสักอย่างเดียว

ต่อมาเวลา 14.00-15.00 น. เสวนาหัวข้อ Book Talk: The Last Lecture: มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน บรรยายพิเศษวิเคราะห์ เจาะลึก ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ผ่านมุมมองของนักประวัติศาสตร์ร่วมพูดคุยโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ และ ศาสตราจารย์สายชล สัตยานุรักษ์ ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)

ศาสตราจารย์สายชล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเกิดขึ้นมาเพราะอาจารย์นิธิเห็นว่ามหาวิทยาลัยทั่วไปที่เราไปสอนกันเป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้ทุน รับใช้อุตสาหกรรม รับใช้รัฐฯ ผลิตคนไปเป็นลูกจ้าง ทำลายศักยภาพความเป็นมนุษย์ อาจารย์คิดว่าควรมีการศึกษาทางเลือกหลายๆ แบบ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเป็นแบบหนึ่งในนั้น เที่ยงคืนคือเวลาที่อาจจะมืดที่สุด เป็นเวลาที่เรามองเห็นหรือจินตนาการถึงสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นเวลาที่เราตั้งคำถามถึงสิ่งที่เราไม่เคยถามมาก่อนในเวลากลางวัน ทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆ และคิดว่ามันเป็นจริง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงเกิดขึ้น

ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อรรถจักร์ กล่าวว่า วิธีคิดของอาจารย์นิธิคือการกระชากพรมออกจากเท้าของผู้คน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคือสิ่งที่ท่านอยากจะขยายความรู้ออกไปให้ผู้คน อยากจะขยายความรู้ออกไปสู่ ชาวบ้าน มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจึงเกิดขึ้น มีเวที พูดคุย เว็บไซต์ มีการออกแถลงการณ์ต่างๆ แล้วทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถกเถียงกัน สิ่งที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนคือเรื่องอำนาจสื่อท้องถิ่น ทุนบ้านนอก ความตายในภูมิปัญญาล้านนา คนชายขอบ วิทยาศาสตร์บ้านนอก ผี การศึกษาทางเลือก ธุรกิจข้างถนน ชาวเขาชาวเรา อาจารย์นิธินำสิ่งเรานี้มาอยู่ในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเพื่อเปลี่ยน ชาวบ้านให้มาเป็นพลเมือง

“จากรัฐบาลนี้ไปวิธีคิดของอาจารย์นิธิที่จะกระชากพรมออกจากเท้าคนเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด แต่คงไม่ใช่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนอีกแล้ว เป็นคนทุกคนในสังคมแทน เรากำลังจะเผชิญหน้าสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม และเป็นสถานการณ์ที่ไม่ระวังจะคับขันมากสำหรับเสรีชน หวังว่าวิธีคิดวิธีทำงานและอื่นๆ ของอาจารย์นิธิจะไม่สลายไป จะมีพลังในสังคมเพื่อจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรากำลังเจออย่างหนักหน่วงในอนาคต ผมอยากจะพูดตรงๆ มากกว่านี้ แต่พูดได้แค่นี้” ดร.อรรถจักร์กล่าว

จากนั้นเวลา 15.00-16.00 น. เสวนาหัวข้อ Exhibition Talk: นิธิทรรศกาล นําชมรอบพิเศษนิทรรศการที่รวมผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ไว้มากที่สุด ร่วมพูดคุยโดย อพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ ผู้อํานวยการศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC)

และเวลา 16.00-17.00 น. เสวนาหัวข้อ Editor Talk: นิธิก่อนขึ้นแท่น(พิมพ์) : เรื่องของบรรณาธิการกับงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่องของบรรณาธิการกับงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ พูดคุยกับบรรณาธิการผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นหนังสือและข้อเขียนของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ร่วมพูดคุยโดย สุพจน์ แจ้งเร็ว และ สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร ดําเนินรายการโดย พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

ทั้งนี้ ในงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” วันที่ 3 ก.ย. วันสุดท้ายยังคงมีกิจกรรมเสวนา “นิธิแห่งทัศนะและปัญญา” เพื่อรำลึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ จัดเต็มตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 13.00-14.00 น. เสวนาหัวข้อ Charnvit’s Talk:นิธิในทรงจำ คําบอกเล่าสําคัญจากชาญวิทย์ เกษตรศิริ หนึ่งในนักคิดและนักประวัติศาสตร์ที่ร่วมสมัยกับนิธิ เอียวศรีวงศ์ ร่วมพูดคุยโดยชาญวิทย์ เกษตรศิริ ดําเนินรายการโดย อัครพงษ์ ค่ำคูณ

เวลา 14.00-15.00 น. เสวนาหัวข้อ Book Club: ทำไมต้องอ่าน นิธิ เอียวศรีวงศ์ นั่งล้อมวงคุยถึงหนังสือผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ คลับที่ทุกคนต้องตาสว่างจากประวัติศาสตร์ไทย ร่วมพูดคุยโดย ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล

เวลา 15.00-16.00 น. เสวนาหัวข้อ Exhibition Talk: นิธิทรรศกาล นําชมรอบพิเศษนิทรรศการที่รวมผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ไว้มากที่สุด ร่วมพูดคุยโดย ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล และ อพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ ผู้อํานวยการศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC)

เวลา 16.00-17.00 น. เสวนาหัวข้อ Special Book Talk: กว่าจะเป็นปากไก่และใบเรือ ฉบับฟ้าเดียวกัน หนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เผยทุกรายละเอียด ทุกประเด็นในหนังสือจากคําบอกเล่าของบรรณาธิการเล่ม ร่วมพูดคุยโดย ธนาพล อิ๋วสกุล ดําเนินรายการโดย กนิษฐ์ วิเศษสิงห์ พบกับกิจกรรมเสวนาเพื่อย้อนรำลึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ได้

งานมติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง จัดตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. 66 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. รวบรวมหนังสือการเมืองโปรโมชั่น พิเศษและของพรีเมียมมากมายมาให้นักอ่านทุกท่านได้เลือกสรรกันอย่างจุใจที่มติชน อคาเดมี ถนนเทศบาลนิมิตใต้ ซอย 12 ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร (ข้างอาคารสำนักงานข่าวสด) มีรถตู้รับส่งบริการฟรีจากหน้าวัดเสมียนนารี ส่งมติชน อคาเดมี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน