24จว.ทั่วไทยเสี่ยงจม ท่วมฉับพลันน้ำป่าหลาก
เตือนฝนถล่มหนักทั่วไทย รวมทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล กรมอุตุฯ เผยร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านทุกภาคของประเทศ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทะเลอันดามันและอ่าวไทย คลื่นสูง 2-3 เมตร ด้าน กอนช.คาดการณ์พบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยใน 24 จังหวัดทั่วทุกภาค 5-10 ก.ย.นี้ เขาสมิง จ.ตราด ยังจม 2 เมตร ส่งเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ อ.ละงู สตูล น้ำท่วมถึงเอว กระบี่ฝนถล่มพัดสะพานพัง จันทบุรีเริ่มลด โคราช น้ำไหลลง 4 อ่างเก็บน้ำแต่ปริมาณยังน้อยมาก ขณะที่ราชบุรีแล้งหนักในรอบ 50 ปี

ท่วมหนัก – สภาพน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนในพื้นที่บ้านทุ่งกระบอก หมู่ 7 ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร หลังเกิดฝนตก ชาวบ้าน เดือดร้อนหนัก ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือ เมื่อ 3 ก.ย.
เขาสมิงตราดยังจม2เมตร
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. จากสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด แม้สถานการณ์ กลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ที่บ้านทุ่งกระบอกหมู่ 7 ยังคงมีน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร บ้านเรือน ส่วนใหญ่ถูกน้ำท่วม นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง สั่งการให้ อส.เขาสมิงนำเรือท้องแบน 2 ลำเข้าช่วยยกทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ ขึ้นที่สูง
นายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต. สะตอ อ.เขาสมิง กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ต.สะตอ ทั้ง 9 หมู่บ้านลดลงแล้ว แต่ในหมู่ 7 บ้านทุ่งกระบอกยังมีระดับน้ำที่น่าเป็นห่วง และมีบ้านเรือนกว่า 80 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ ทาง อบต.สะตอ และทางอำเภอเขาสมิงเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ขณะที่ถนนสายสะตอ-ประณีตยังไม่สามารถ เดินทางไปได้ เนื่องจากน้ำท่วมสูงเกินกว่า 80 ซ.ม.
ขณะที่นายตรวจ สนเถ็ง ผู้ใหญ่บ้าน ทุ่งกระบอก เผยว่า สถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่บ้านทุ่งกระบอกมีบ้านเรือน 85 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ โดย 25 หลังคาเรือนน้ำท่วมถึงชั้น 2 ความสูงเกิน 2 เมตร ขณะนี้น้ำลดลงบ้างแล้ว แต่ยังสูงเกิน 150 ซ.ม. ส่วนอีก 50 ครัวเรือนน้ำไม่ท่วม แต่ติดเกาะออกไปไหนไม่ได้ ต้องใช้เรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ
จันทบุรีน้ำเริ่มลดลง
ที่ จ.จันทบุรี หลังฝนตกหนักสะสม เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.มะขาม และ อ.ขลุง สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำเริ่มลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ ปภ.จันทบุรี สรุปความเสียหายจากอุทกภัยในวันที่ 2 ก.ย. เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เขาคิชฌกูฏ อ.มะขาม และ อ.ขลุง รวม 12 ตำบล 64 หมู่บ้าน 606 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 1,301 คน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 5,500 ไร่ ถนนเสียหาย 3 สาย บาดเจ็บ 1 คน เสียชีวิต 2 ราย พื้นที่ส่วนใหญ่สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว
น้ำลงอ่างเก็บแต่ปริมาณน้อย
จากสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาเป็นระยะในช่วงนี้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่ง จากข้อมูลรายงานสถานการณ์น้ำของโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา วันที่ 2 ก.ย. มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวม 1.335 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย 1.อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ปริมาณ น้ำไหลลงอ่าง 23,000 ลบ.ม. ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่าง 129.344 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41.13 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 314 ล้านลบ.ม. 2.อ่างเก็บน้ำ ลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 260,000 ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่าง 53.105 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 34.73 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 155 ล้านลบ.ม. 3.อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 126,000 ลบ.ม. ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในอ่าง 46.485 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 34.60 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 141 ล้านลบ.ม. 4.อ่างเก็บน้ำ ลำแชะ อ.ครบุรี ปริมาณน้ำไหลลงอ่าง 926,000 ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่าง 95.235 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 34.63 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 275 ล้านลบ.ม.
โดยภาพรวมปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่ง มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกัน 331.880 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 37.48 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 885.49 ล้านลบ.ม. ถือว่ายังอยู่ในระดับน้อยมาก หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้วซึ่งมีปริมาณน้ำมากถึง 585.992 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66.18 ของความจุ กักเก็บทั้งหมด
ละงูสตูลอ่วมน้ำสูงถึงเอว
ที่ จ.สตูล จากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ ล่าสุดน้ำไหลเข้าท่วม อ.ละงู กระจายใน ต.ปากน้ำ ต.เขาขาว ต.น้ำผุด และ ต.ละงู รวม 10 หมู่บ้าน ที่ติดลำคลอง 2,500 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมขังพืชสวน ยางพารา และบ้านเรือน บางจุดสูงถึงเอว ต้องเร่งนำเรือท้องแบนมอบให้ชาวบ้านใช้สัญจร นายธีรพงษ์ คุ่มเคี่ยม นายอำเภอละงู นายจำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู พร้อมปลัดป้องกัน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงสำรวจพบชาวบ้านที่อยู่ติดลำคลองเดือดร้อนทั้งหมด หากฝนไม่ตกซ้ำจะสามารถ ระบายน้ำได้หมด
น.ส.นิตยา นาคสง่า ชาวบ้านบ้านเลขที่ 590 ม.4 บ้านตะโล๊ะใส ต.ปากน้ำ อ.ละงู เผยว่า ฝนตกติดต่อมา 3 วันแล้ว ส่งผลให้ปริมาณน้ำขยายวงกว้างลึกจนไม่สามารถสัญจรได้ ต้องการน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย เรือสัญจร และเสื้อกันฝน นอกจากนี้ บ้านเรือนและรีสอร์ตซึ่งมีห้องพักรวม 16 ห้องกำลังจะจมในกระแสน้ำ วอนเจ้าหน้าที่ เข้าช่วยเหลือด่วน

น้ำซัดขาด – สะพานข้ามคลองอิปัน พื้นที่หมู่ 7 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ถูกกระแสน้ำซัดขาด หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ชาวบ้านในพื้นที่กว่า 100 ครัวเรือนเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ระดมซ่อมแซมเป็นการด่วน เมื่อวันที่ 3 ก.ย.
กระบี่ฝนถล่มพัดสะพานพัง
นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ สั่งการให้นายศร รักรงค์ นายอำเภอปลายพระยา เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน เร่งด่วนจากกรณีฝนตกหนักต่อเนื่อง กระแสน้ำในคลองอิปัน ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ พัดสะพานทางเบี่ยง ชำรุดเสียหาย ชาวบ้านกว่า 100 ครอบครัวเดือดร้อน ต้องใช้เส้นทางอ้อมกว่า 10 กิโลเมตร
นายสมใจ นวลนุ่น ตัวแทนชาวบ้านหาดถั่ว ต.ปลายพระยา เผยว่า สะพานทางเบี่ยงดังกล่าวชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นเอง ใช้เฉพาะเดินเท้าและรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านเท่านั้น อยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพานคอนกรีตข้ามคลอง ชาวบ้านไม่สามารถซ่อมแซมกันเองได้ เนื่องจากไม่มีเครื่องจักร และกระแสน้ำไหลแรง
ป่าราชบุรีแล้งหนักรอบ 50 ปี
ที่ จ.ราชบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากสมาชิกกลุ่มรักนกเงือกบ้านบางกระท่า อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ว่า ที่บริเวณเขาหินแผ่น ป่าเบญจพรรณ เขตอุทยานแห่งชาติไทยประจัน ป่ามรดกโลก อ.บ้านคา จ.ราชบุรี กำลังได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ที่เปลี่ยนแปลง เกิดภัยแล้งและไม่มีฝนตก ในพื้นที่นานกว่า 2 เดือนแล้วตั้งแต่เข้าฤดูฝน ต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉา มีสีเหลืองและเตรียมยืนต้นตาย ตรวจสอบพบความแห้งแล้งตลอดเส้นทาง ใบไม้ใบหญ้าเริ่มเหี่ยวเฉา ป่าเป็นสีเหลือง ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยพบเหตุการณ์ป่าแล้ง ในช่วงฤดูฝนแบบนี้มาก่อน
ขณะเดียวกันชาวบ้านบ้านโป่งกระทิง ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี กำลังประสบ ปัญหาภัยแล้ง ไม่มีน้ำประปาใช้มากว่า 2 เดือนแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำในบ่อ ไม่เพียงพอที่จะสูบไปใช้ในระบบน้ำประปา ผู้นำชุมชนต้องประสานขอสนับสนุน รถขนน้ำมาแจกจ่าย ส่วนต้นข้าวในแปลงข้าวไร่ของชาวกะเหรี่ยงเริ่มยืนต้นตาย เหี่ยวเฉาเพราะขาดน้ำและอาจไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ นับเป็นปรากฏการณ์ ในรอบ 50 ปีที่เกิดภัยแล้งในช่วงฤดูฝน
24 จว.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
วันเดียวกัน นายบุญสม ชลพิทักษ์วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ แห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขานุการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า กอนช.ออกประกาศ ฉบับที่ 17/2566 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดย กอนช.ติดตามสภาพอากาศ พบว่าร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่ง
ทั้งนี้ กอนช.ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์ น้ำฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณต้นน้ำ จากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ในช่วงวันที่ 5-10 ก.ย. 2566 ดังนี้
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ภาคเหนือ เชียงใหม่ อ.อมก๋อย แม่ฮ่องสอน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ตาก อ.ท่าสองยาง อุ้มผาง แม่สอด แม่ระมาด และพบพระ แพร่ อ.ร้องกวาง น่าน อ.ปัว บ่อเกลือ เชียงกลาง ทุ่งช้าง ท่าวังผา เฉลิมพระเกียรติ และสองแคว พิษณุโลก อ.นครไทย และเนินมะปราง เพชรบูรณ์ อ.เขาค้อ และเมืองเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ อ.น้ำปาด จ.กำแพงเพชร อ.คลองลาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย อ.ภูเรือ ชัยภูมิ อ.หนองบัวแดง มุกดาหาร อ.หว้านใหญ่ และอ.เมืองมุกดาหาร นครพนม อ.ธาตุพนม นครราชสีมา อ.ปากช่อง ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา อ.เมืองฉะเชิงเทรา บ้านโพธิ์ บางน้ำเปรี้ยว และบางปะกง นครนายก อ.ปากพลี และองครักษ์ ปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม และบ้านสร้าง จันทบุรี อำเภอขลุง และแหลมสิงห์ ตราด อ.คลองใหญ่ เกาะกูด เกาะช้าง เขาสมิง แหลมงอบ และบ่อไร่ ภาคกลาง อุทัยธานี อ.บ้านไร่ กาญจนบุรี อ.ทองผาภูมิ ภาคใต้ นครศรีธรรมราช อ.ฉวาง และพิปูน ระนอง อ.เมืองระนอง ภูเก็ต อ.เมืองภูเก็ต และถลาง ส่วนพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่งและท่วมพื้นที่ ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำน่านและลำน้ำสาขา จ.น่าน
อุตุฯ เตือนฝนถล่มหนักทั่วปท.
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน ฉบับที่ 16 (240/2566) (มีผลกระทบ จนถึงวันที่ 6 ก.ย.) ดังนี้ ร่องมรสุมกำลังแรง พาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณ ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำ ให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวัง ในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้ วันที่ 3 ก.ย. ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก และกำแพงเพชร ภาคกลาง อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
วันที่ 4 ก.ย. ภาคเหนือ ตาก กำแพงเพชร น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม ภาคกลาง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล
วันที่ 5-6 ก.ย. ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคกลาง อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ระนอง พังงาและภูเก็ต
ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 3 เมตร
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าว เดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง