เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่มติชนอคาเดมี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ซึ่งสำนักพิมพ์มติชนร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดขึ้นในวันสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก โดยสำนักพิมพ์รวบรวมหนังสือการเมืองโปรโมชั่นพิเศษและของพรีเมียมมากมายมาให้นักอ่านเลือกสรรกันอย่างจุใจ พร้อมกิจกรรมเสวนาเกี่ยวกับหนังสือการเมือง และไฮไลต์ของงาน กิจกรรมเสวนา “นิธิแห่งทัศนะและปัญญา” เพื่อรำลึกถึงอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงรวบรวมหนังสือที่ควรค่าแก่การสะสม ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ 7 เล่มพิเศษมาให้นักอ่าน และ “นิธิทรรศกาล” การนําชมนิทรรศการพิเศษที่รวมผลงานของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนต่างเลือกซื้อหนังสือที่ชื่นชอบคนละหลายเล่ม หลายคน หอบหนังสือกลับบ้านด้วยรอยยิ้มก่อนเข้าร่วมฟังเสวนา โดยมี น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) อาจารย์คริส เบเคอร์ นักประวัติศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ฉบับสำนักพิมพ์มติชน ศ.ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร นักเศรษฐศาสตร์การเมือง ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์จีน นางวทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล นักวิชาการ และประชาชนเข้าร่วมรับฟังเสวนาจำนวนมาก ทำให้เก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ ไม่เพียงพอ จนต้องพากันยืนร่วมรับฟังเสวนาหัวข้อ Charnvit’s Talk : นิธิในทรงจำ คําบอกเล่าสําคัญจากชาญวิทย์ เกษตรศิริ หนึ่งในนักคิดและนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับนิธิ เอียวศรีวงศ์

ในทรงจำ – ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักคิด นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง และอดีตอธิการบดี มธ. ร่วมเสวนาหัวข้อ Charnvit’s Talk : นิธิในทรงจำ กับนิธิ เอียวศรีวงศ์ ในงาน ‘มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง’ วันสุดท้าย ที่มติชน อคาเดมี ย่านประชานิเวศน์ 1 จตุจักร กทม. ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก วันที่ 3 ก.ย.

นายชาญวิทย์กล่าวว่าเริ่มรู้จักอาจารย์นิธิในทศวรรษที่ 1960 นับเป็นยุคที่วารสารสังคมศาสตร์ ซึ่งอ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นบรรณาธิการ และเริ่มเห็นบทความของอ.นิธิ เรื่องสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะนั้นยังไม่ได้สนใจเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไหร่ แต่พออ่านบทความแล้วรู้สึกสะดุดทันที และเริ่มรู้จักชื่ออ.นิธิเป็นต้นมา จากนั้น อ.นิธิเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทำให้เรื่องประวัติศาสตร์เป็นเรื่องน่ารู้ อ.นิธิเป็นนักประวัติศาสตร์ โมเดลของนักประวัติศาสตร์ เชี่ยวชาญไทยศึกษา เป็นขบถ เป็นครูอาจารย์ เป็นปัญญาชน จึงขอนิยามอ.นิธิว่า “อิมเพรสชั่นนิสต์” ทางตัวอักษร เป็นนักวิชาการที่ใช้ภาษาขยายความ เรื่องราวต่างๆ ได้น่าสนใจ

นายชาญวิทย์กล่าวต่อว่า อุปนิสัยส่วนตัวอ.นิธิ เป็นคนสบายๆ น่าประทับใจ คุยตรงไป ตรงมา ช่วงปลายของชีวิตอยู่จ.เชียงใหม่ ไปขึ้นเขา เข้าไปสัมผัสชาติพันธุ์ ชาวไร่ชาวนา นับเป็นความประเสริฐโชคดี ของอ.นิธิ ที่ได้เจอคนจริงๆ ท่านต้องการทิ้งอะไรบางอย่างให้คนรุ่นใหม่ โดยบอกว่า “ผมอาจจะไม่ได้อยู่เห็น แต่ผมก็ดีใจที่ผมคิดว่าความเปลี่ยนแปลง กำลังมาแล้ว”

นอกจากนี้ ยังมีเสวนาหัวข้อ “Book Club : ทำไมต้องอ่าน นิธิ เอียวศรีวงศ์” นั่งล้อมวงคุยถึงหนังสือผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ คลับที่ทุกคนต้องตาสว่าง จากประวัติศาสตร์ไทย ขณะที่การเสวนาหัวข้อ “Exhibition Talk : นิธิทรรศกาล” นําชมรอบพิเศษนิทรรศการที่รวมผลงานของนิธิ เอียวศรีวงศ์ ไว้มากที่สุด ร่วมพูดคุยโดย ธนภาษ เดชพาวุฒิกุล และอพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ ผู้อํานวยการศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) พาผู้เข้าร่วมเสวนาเข้าชมหนังสือที่จัดแสดงไว้ พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ ของหนังสือแต่ละเล่มว่าจัดพิมพ์ครั้งแรก ปีไหน และการร่วมงานกับคน ในวงการนักเขียนคนอื่นๆ อาทิ สุจิตต์ วงษ์เทศ, สมบัติ จันทรวงศ์, ดร.เกษียร เตชะพีระ, ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, ดร.ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล, ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ผู้เข้าร่วมเสวนาสนใจรับชมและรับฟังเป็นอย่างมาก

ร่วมด้วยการเสวนาหัวข้อ “Special Book Talk : กว่าจะเป็นปากไก่และใบเรือ ฉบับฟ้าเดียวกัน” หนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เผยทุกรายละเอียด ทุกประเด็นในหนังสือจากคําบอกเล่าของบรรณาธิการเล่ม ร่วมพูดคุยโดยธนาพล อิ๋วสกุล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน