นายกฯย้ำครม.ห้ามบอกทำไม่ได้ ธรรมนัสยัน-กันเก้าอี้ไว้รอ‘ไผ่’ แอตต้าชม‘ฟรีวีซ่า’ปลุกทัวร์จีน

นายกฯเศรษฐานำครม.เข้าถวายสัตย์ฯ บ่ายวันนี้ ย้ำกำชับรมต. ห้ามบอกประชาชน ว่าทำไม่ได้ มีปัญหาต้องเร่งแก้ ติดที่กฎหมายให้แก้กฎหมาย ติดที่คนต้องเปลี่ยนคน ยันคุยผบ.เหล่าทัพแค่ทำความรู้จักกัน รับฟังความเห็น เรื่องเกณฑ์ทหารขอให้เป็นการแถลงร่วมกัน เผยนายกฯ ถอย ‘เลกซัส’ First Class ป้ายแดง เป็นพาหนะแทนรถประจำตำแหน่ง ‘บิ๊กทิน’ พบ ‘บิ๊กโอ๋’ ชื่นมื่น แจงลดเกณฑ์ทหารเริ่มได้ เม.ย.67 แย้มมีโอกาสจะขอพบ ‘ตู่-ป้อม’ ด้วย ‘อนุทิน’ อำลากระทรวงหมอ ฝาก ‘หมอชลน่าน’ พิจารณาปมกัญชา ‘ธรรมนัส’ ยันกันตำแหน่งไว้ให้ ‘ไผ่’ รอข้อกฎหมายชัดเจน สว.ไว้ลายก่อนหมดวาระ ลั่นไม่ฟังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วกลับบ้านไปเฉยๆ แน่

ครม.ใหม่ถวายสัตย์ฯวันนี้
วันที่ 4 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งวัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่และข้าราชการเตรียมพร้อมต้อนรับรัฐบาลเศรษฐา 1 ซึ่งนัดหมายให้มาพร้อมกันเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่ตึกสันติไมตรี(หลังนอก) เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัว ก่อนขึ้นรถตู้ของสำนักเลขาธิการครม. 9 คัน ไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ในเวลา 14.00 น.

ขณะห้องทำงานต่างๆ ทั้งบนไทยคู่ฟ้า ที่ทำงานของนายกฯ และตึกบัญชาการ 1 ซึ่งเป็นห้องทำงานของรองนายกฯและรมต.สำนักนายกฯ มีการจัดเตรียมพร้อมแล้ว ส่วนที่ตึกนารีสโมสร ซึ่งเป็นศูนย์แถลงข่าว มีการทำความสะอาด เจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตโชติเวช คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เข้ามาดูแลปรับเปลี่ยนต้นไม้ต่างๆ

ขณะที่ สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปิดปรับปรุงเว็บไซต์ “รัฐบาลไทย” https://www.thaigov.go.th ตั้งแต่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงข้อมูล และลบภาพถ่ายภารกิจต่างๆ ของรัฐบาลชุดเก่าออก เพื่อเตรียมเผยแพร่ข้อมูลและภาพภารกิจของครม.ชุดใหม่ ส่วนช่องทางสื่อสารออนไลน์อื่น เช่น เฟซบุ๊ก และ youtube “ไทยคู่ฟ้า” จะไม่ลบภาพ หรือข้อมูลที่เผยแพร่ไปแล้ว

ทั้งนี้หลังจาก 5 ก.ย. นายกฯได้นำครม. เข้าถวายสัตย์ฯ แล้ว วันที่ 6 ก.ย. เป็นการประชุมครม.นัดพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทยอยขนอุปกรณ์เครื่องขยายเสียง จากห้องประชุมชั้น 3 สลค. มาที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมห้องสำหรับเตรียมการประชุมครม.นัดพิเศษ ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1

เศรษฐาถอย‘เลกซัส’รับเก้าอี้นายกฯ
สำหรับรถเบนซ์ ประจำตำแหน่งนายกฯ รุ่น S 600 Guard sedan long หลังจากเข้าศูนย์เพื่อดูแลและเช็กระยะต่างๆ ขณะนี้จอดประจำที่บ้านพิษณุโลก พร้อมรถประจำตำแหน่งของรองนายกฯ และรมต.สำนักนายกฯ

มีรายงานว่าในส่วนของนายเศรษฐา ตัดสินใจใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ โดยถอยรถ Lexus LM 350h Executive 4 ที่นั่ง สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน ก-6506 กรุงเทพมหานคร ราคา 7,590,000 บาท มีคุณสมบัติพิเศษ Cabin Lounge ห้องโดยสารระดับเฟิร์สต์คลาส ตอนหลังออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากที่นั่งเครื่องบินโดยสารชั้น First class พร้อมผนังกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว กระจกปรับความเข้มแสงอัจฉริยะ หน้าจอขนาดใหญ่ 48 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงชั้นเลิศ Mark Levinson Reference 3D Surround Sound System

พร้อมหน้า – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง พบปะพูดคุย และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับ รมต.ของพรรคอีก 16 คน เป็นการเจอกันพร้อมหน้าครั้งแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่อาคารที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อ วันที่ 4 ก.ย.

กินมื้อเที่ยง 17 รมต.
เวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง นัดกินมื้อกลางวันร่วมกับรัฐมนตรีเพื่อไทยรวมทั้งสิ้น 17 คน อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่พบกันอย่างเป็นทางการ ช่วงการเลือกนายกฯและแต่งตั้งรัฐมนตรี นายภูมิธรรมพูดหลายหนเราใช้ต้นทุนสูง ตนอยากเปลี่ยนเป็นคำว่าเราเทหมดหน้าตัก ต้องทุ่มเทการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน การทำงาน ระยะเวลาและขีดจำกัดของงบประมาณก็เป็นเรื่องสำคัญ งบคาดว่าจะได้ใช้ต้นปีหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่างบจะเป็นขีดจำกัดไม่ให้เราทำงาน เชื่อว่าเรามีควิกวิน (แผนเร่งรัด) หลายที่ เราทำได้ เพื่อดูแลทุกข์สุข ยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

สั่งรมต.ห้ามบอกปชช.ว่าทำไม่ได้
นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องอะไรที่ทำได้ก่อนก็ทำ เข้าใจว่าแต่ละกระทรวง ทบวง กรม มีแผนงานมากมาย บางอย่างขึ้นอยู่งบประมาณและการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่ต้องมีขีดจำกัดทั้งด้านเวลา งบประมาณ หรือกฎหมาย ถ้าอะไรทำได้หรืออะไรที่เป็น ควิกวินเพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ตนก็อยากให้เขียนออกมาให้ได้ก่อน

เวลาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอย่าไปบอกว่าทำไม่ได้ เราถูกเลือกเข้ามาเพื่อให้ทำให้ได้ รัฐบาลของประชาชนต้องลดช่องว่างระหว่างฝ่ายบริหารและพี่น้องประชาชนให้ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ อยากให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงผู้บริหารได้ อยากให้เป็นมิติใหม่ของการทำงานให้รัฐบาลนี้ ถ้าได้มีโอกาสคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลจะเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

ควงว่าที่ผบ.ทสส.ถกยูเอ็นด้วย
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการหารือผบ.เหล่าทัพเมื่อ 3 ก.ย.ว่า ก็ดี เป็นการเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของผบ.เหล่าทัพ เพื่อลดช่องว่างระหว่างทหารกับประชาชน ได้รับการรายงานหลายเรื่องว่าทางทหารได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง

เมื่อถามว่าเหล่าทัพเห็นอย่างไรกับนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหาร นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้แถลงการณ์ร่วมกันจะดีกว่า ขอให้เข้าบริหารราชการแล้ว เมื่อวานนี้เป็นแค่การพูดคุยกัน เมื่อรัฐมนตรีได้เข้าพบกับผบ.ทุกเหล่าทัพอย่างเป็นทางการแล้วคงมีการพูดคุยกัน เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพกำชับอะไรเกี่ยวกับงานในกองทัพหรืองบประมาณ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้คุยไปไกลขนาดนั้น เป็นแค่การรับฟังความเห็น ตนก็ใหม่อยากฟังว่าเหล่าทัพทำงานอะไรกันบ้าง ขอบเขตการทำงาน ทั้งนี้ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ว่าที่ผบ.ทสส. จะเดินทางร่วมกับตนไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้วย เพราะต้องมีการเจรจาเรื่องความมั่นคงกับสหรัฐ

ยันคุยผบ.เหล่าทัพแค่ทำความรู้จักกัน
เมื่อถามถึงกรณีจะปรับการประชาสัมพันธ์ของกองทัพ นายเศรษฐากล่าวว่า กองทัพทำอะไรดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหลายเรื่อง รวมถึงปัญหาในอดีตไม่มีการชี้แจงกันอย่างตรงไปตรงมา ก็อยากเข้าไปดูว่าช่วยทำอะไรได้บ้าง กองทัพก็ทำอะไรดีๆ เยอะหากปรับการสื่อสารให้ดีขึ้นประชาชนก็จะได้ทราบเรื่องดีๆ ที่กองทัพทำ

ส่วนที่จะนำผู้ทรงคุณวุฒิกลับมาช่วยกองทัพยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ ยืนยันเป็นแค่การไปรับฟังความคิดเห็น แค่การทำความรู้จักกัน ตนไม่เคยเจอว่าที่ผบ.ทบ. และว่าที่ผบ.ทร. แต่ท่านก็ติดตามการทำงานของเราตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอยูยู ท่านก็มีข้อมูลที่จะนำมาเสนอ หลังจากถวายสัตย์ฯ แถลงนโยบายแล้วจะเข้าไปพูดคุยกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ หลังจากนั้นคงมีขั้นตอนที่ชัดเจนออกมาระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ

แจงปรับรังนกกระจอกให้ดีขึ้น
ส่วนการเดินทางเข้าทำเนียบเมื่อ 3 ก.ย.นั้น ตนไปดูสถานที่ ดูห้องทำงาน ห้องประชุม ห้องประชุมครม. รวมถึงห้องทำงานของรองนายกฯ แต่ละคน เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะปรับปรุงห้องปฏิบัติงาน 1 หรือรังนกกระจอก 1 ห้องทำงานหลังแรกของสื่อมวลชน นายเศรษฐากล่าวว่า ยืนยันจะไม่รื้อ ต้องการปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้ฝ่ายบริหารเข้าถึงสื่อมวลชนได้ดีขึ้น อาจต้องปรับรูปแบบบ้างบางอย่าง แต่ยืนยันว่าความเป็นอยู่ต้องดีขึ้น คงไม่ได้มีการปรับปรุงเยอะ

เมื่อถามว่าจะจัดระเบียบสื่อมวลชนใหม่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมไม่เคยใช้ คำว่าจัดระเบียบ แต่ใช้คำว่าไปดูความเป็นอยู่ของพี่น้องสื่อมวลชน ยืนยันหากมีการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องดีขึ้น ไม่ใช่ไปจัดระเบียบ ไม่มีแน่นอนสบายใจได้ เพราะทั้ง 3 ที่ยังไม่ค่อยสบายเท่าไร ผมจะปรับปรุงให้สบายขึ้น รวมทั้งอยากให้นายกฯ รัฐมนตรีและภาคส่วนต่างๆ มีพื้นที่ในการลงมาพูดคุยกับสื่อมวลชนได้”

งบช้าไม่กระทบแจก 1 หมื่น
เมื่อถามถึงโซเชี่ยลวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ เป็นคนขี้โมโห หลังมีคลิปขว้างปากการะหว่างหารือกลุ่มจักรยานยนต์รับจ้างเมื่อ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องขอโทษสำหรับภาพที่ออกไปอาจบ่งบอกถึงความไม่พอใจแต่ยืนยันไม่ใช่ไม่พอใจ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่เสนอแนะตนเกรงจะจดไม่ทันเมื่อหมึกปากกาหมดก็ขอใหม่ไม่ได้ขว้างแค่วางลง “เป็นบุคคลสาธารณะการทำอะไรต่อไปนี้ต้องระมัดระวัง เพราะภาพที่ออกไปไม่ได้สะท้อนความรู้สึกเราแต่คนที่ดูอยู่อาจเข้าใจผิดได้ กราบขอโทษ และจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น”

เมื่อถามถึงเรื่องงบประมาณปี 2567 ที่พิจารณาไม่ทัน นายเศรษฐากล่าวว่า การจัดทำงบไม่ได้มีปัญหาแค่ล่าช้าเท่านั้น เมื่อเราอาสาเข้ามาบริหารจัดการประเทศเมื่อมีขีดจำกัดก็ต้องทำไปให้ได้ ยืนยันไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และยืนยัน 10,000 บาทจะจ่ายงวดเดียว ไม่มีการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ

ย้ำรมต.เร่งทำงาน
ที่รัฐสภา นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เผยว่า นายเศรษฐากล่าวในที่ประชุมว่าต้องเป็นรัฐบาลของประชาชนใกล้ชิด กับสส. ไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีแล้วไม่พูดคุย กับสส.เลย และต้องรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา นโยบายใดที่เร่งด่วนสัญญากับประชาชนไว้ห้ามบอกว่าทำไม่ได้ ต้องทำให้ได้ ติดกฎหมายแก้กฎหมาย ติดระเบียบแก้ระเบียบ ติดที่คนเปลี่ยนคน

เมื่อถามว่ารู้สึกกดดันในการทำงานหรือไม่ นางมนพรกล่าวว่า ไม่กดดัน เราพร้อมทำงานอยู่แล้ว ในส่วนของกระทรวงคมนาคมยังไม่ได้มีเงื่อนไขเรื่องการแบ่งงาน รอให้รมว.คมนาคมมอบหมายก่อน

ดันนโยบายด้านกีฬา
เวลา 16.00 น. นายเศรษฐา น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษานโยบายด้านกีฬา พรรคเพื่อไทย เข้าหารือเรื่องนโยบายการกีฬาและการยกระดับกีฬาไทย
นายพิมลกล่าวว่า วงการกีฬาโชคดีที่มีนายกฯเป็นคนกีฬา มีใจให้กับกีฬา และเป็นผู้ผลักดันนโยบายด้านกีฬาหวังว่าจะทำให้กีฬาบ้านเราพัฒนา เพราะหยุดนิ่งหรือถอยหลังมาพักหนึ่งแล้ว

ด้านนายเศรษฐากล่าวว่า กีฬาไทยเราพยายามแยกแยะออกจากการเมืองและเศรษฐกิจ ถ้ามีปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ แต่หากกีฬาไทยดีจะนำรอยยิ้มมาให้คนไทยทุกคน คณะทำงานของเรามีทางออกและทางแก้ปัญหา เมื่อประชุมครม.นัดแรกจะได้ดำเนินการผลักดันนโยบายที่ดีๆ และทำได้ทันที หลังประชุม ครม.นัดแรกจะเริ่มดำเนินการทันที ทั้งการดูเงินค้างจ่ายในกองทุนกีฬา ส่งเสริมกีฬารากหญ้า ตอนนี้จะเริ่มแข่งเอเชียนเกมส์แล้วก็ต้องดูแลและเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อถามว่าเรื่อง 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจทำได้เลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ทำได้เลยเพราะมีคนดูแลอยู่

พบ‘บิ๊กโอ๋’ – นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอคำแนะนำ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่บ้านพักส่วนตัว ในซอยพหลโยธิน 62/1 เขตดอนเมือง กทม.

‘บิ๊กทิน’พบ‘บิ๊กโอ๋’
เวลา 10.00 น. นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม เพื่อน ตท. 10 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อขอคำแนะนำในการทำงาน ที่บ้านพรรคส่วนตัว ใน ซ.พหลโยธิน 62/1 พล.อ.อ.สุกำพลเดินออกมารับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายสุทินมอบพวงมาลัยเพื่อแสดงความเคารพ

นายสุทินออกตัวว่ามาทำงานตรงนี้เลือกไม่ได้เลยจะมาขอคำแนะนำ พลเรือนแม้ศึกษามาเยอะแต่ก็ไม่สู้คนที่ทำมาก่อน พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวรับว่า เป็นโอกาสดีที่มาขอคำแนะนำ บางคนอยากทำก็ทำเลย ทำไปแล้วผิดก็ไปเลย ไม่บอกมันก็ไปเรื่อย

หลังใช้เวลาพูดคุยกว่า 45 นาที พล.อ.อ. สุกำพลกล่าวว่า เมื่อพลเรือนมาคุมทหารและมีจิตใจที่ดี ทหารเองก็มีจิตใจที่ดีอยู่แล้วก็ถือว่าจบ ก็ถือว่าพบกันคนละครึ่งทางก็ไม่มีอะไร

เล็งพบ‘ตู่-ป้อม’ด้วย
นายสุทินให้สัมภาษณ์ว่า การเข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล วันนี้ได้ความมั่นใจ ความรู้และได้กำลังใจ บรรยากาศการเดินสายในช่วงที่ผ่านมาถือว่าดีทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการพบโดยเปิดเผยหรือไม่เปิดเผย ทำให้มีกำลังใจในการทำงาน ได้เห็นสัญญาณกองทัพเปิดใจกว้างที่จะรับพลเรือน

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตตนขอคำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์เพราะไม่มั่นใจนั้น ไม่หรอก เป็นการทำงานสไตล์ตน เราขอความรู้คนที่มีประสบการณ์ เรายังเป็นน้ำไม่เต็มตุ่ม มีอะไรต้องเรียนรู้เยอะ หากมีโอกาสก็จะเดินทางไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ และอดีตรมว.กลาโหม รวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีตรมว.กลาโหมด้วย ไม่ได้ถือว่าเป็นฝ่ายไหนอย่างไร

เมื่อถามกรณีการตั้ง พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ช่วยรมว.กลาโหม นายสุทิน กล่าวว่า ท่านประสงค์จะนั่งตำแหน่งนี้คิดว่าน่าจะลงตัว ส่วนเลขาฯ ย้ำว่าเป็นทหารเช่นกัน กำลังคัดเลือกคงจบภายใน 2 วันนี้ เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาฯ สมช. จะมาช่วยงาน นายสุทินกล่าวว่า ท่านปรารถนาดีอยากมาช่วยงาน แต่ต้องดูว่าจะให้อยู่ตรงไหน อย่างไรถึงจะเหมาะสม

แจงเลิกเกณฑ์ทหาร-ลดนายพล
นายสุทินกล่าวถึงนโยบายยกเลิกเกณฑ์ทหารว่า มีการพูดคุยกับ 3 เหล่าทัพแต่ยังไม่ได้ลงลึกรายละเอียด การยกเลิกการเกณฑ์ทหารกองทัพทำมาเป็นขั้นตอน หากอยากให้รวดเร็วและทันกับที่สังคมต้องการรัฐบาลต้องเข้าไปสนับสนุน ส่วนนโยบายปรับลดกำลังพลที่ระบุเริ่มได้เลย เม.ย.2567 หมายถึงมีการเกณฑ์ทหาร พล.อ.สนิทชนก สังขจันทร์ ปลัดกลาโหม แจ้งว่าศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้ว รับสมัครได้เลย ถึง เม.ย.ปีหน้าหากสมัครเต็มก็ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร ส่วนการปรับโครงสร้างกองทัพที่พูดกันว่านายพลเยอะไปกองทัพก็มีแผนแล้ว มีเป้าหมายว่าปี 2570 ขนาดกองทัพจะเปลี่ยน จำนวนนายพลก็จะเปลี่ยนด้วย รัฐบาลโดยเฉพาะในฐานะตนเป็นรมว.กลาโหมก็ต้องไปช่วยทางกองทัพให้ไปสู่เป้าหมายนั้น

คุยกันว่าจะให้คนสมัครเยอะๆ ต้องสร้างแรงจูงใจ ในความคิดตนต้องปรับ 2 ประการ 1.ปรับสวัสดิการ 2. ปรับทัศนคติที่สังคมมีเชิงลบกับทหารเกณฑ์ ยังติดภาพเดิมว่าระบบฝึกทารุณโหดร้าย และมีความเชื่อว่าทหารเกณฑ์ได้เงินเดือนจริงแต่รับจริงได้ไม่ถึง เท่าที่คุย ผบ.เหล่าทัพพูดถึงขนาดเงินเดือนทหารเกณฑ์จะจ่ายตรงเข้าบัญชี

ลุ้นยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำจีน
นายสุทินกล่าวกรณีปัญหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำ ว่า หลังการถวายสัตย์ฯ และรัฐบาลแถลงนโยบายตนจะให้ความชัดเจน ปัญหาเรือดำน้ำขาดเครื่องยนต์ หลังกองทัพเรือเสนอให้ใช้เครื่องยนต์จากจีน ตนมีทางออกอยู่ในใจแล้ว และเป็นทางอออกที่ดีคือกองทัพต้องพอใจ สังคมรับได้ มีเหตุผลอธิบายได้ เมื่อถามมีข้อเสนอที่ดีกว่าให้กองทัพพิจารณา นายสุทินกล่าวว่า ใช่ มีข้อเสนอที่ดีกว่า อาจลองคุยอีกทีและคงไม่ใช่ของชาติอื่น และอาจไม่ใช่จีน คนไทยอยากได้อะไร

เมื่อถามว่ามีแนวโน้มยกเลิกสัญญาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ขอดูรายละเอียดเพิ่มเติม และหารือหลายฝ่ายเพราะเป็นเรื่องใหญ่ ขอประมวลความเห็นทุกฝ่ายก่อนแต่เชื่อว่ามีทางออกที่ดี โดยต้องคุยกับ ผบ.ทร.และคณะ ต้องฟังคนที่เขาจะใช้ด้วย เมื่อถามถึงโอกาสเปลี่ยนมาเป็นเรือดำน้ำเยอรมัน นายสุทินกล่าวว่า ต้องนำมาประกอบการพิจารณา ตนศึกษามาแล้วแต่ยังไม่พอ เมื่อถามว่าหากยกเลิกของจีน จะมีปัญหาตามมาหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ก็ยังไม่บอกว่าจะยกเลิกหรือจะเดินหน้า เมื่อถามว่าเราผ่อนจ่ายไป 7,000 ล้านบาท และดูเหมือนจะไม่คืนเงินถ้ายกเลิกโครงการ นายสุทินกล่าวว่า “ผมคิดว่าการเจรจาถ้าระดับหนึ่งก็อาจจะมีปัญหา แต่ถ้าคนอีกระดับหนึ่งไปเจรจาก็อาจจะจบ” ส่วนจะเป็นระดับรัฐบาลหรือไม่นั้นก็อาจเป็นได้ กำลังคิดอยู่

รทสช.หนุนเลิกเกณฑ์ทหาร
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการปรับลดการเกณฑ์ทหารว่า ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่พรรคสนับสนุนให้ปรับลดการเกณฑ์ทหาร ไปจนถึงการยกเลิกการเกณฑ์ทหารไปเลยในอนาคต เมื่อปรับลดการเกณฑ์ทหารแล้ว ต้องปรับเพิ่มสวัสดิการของทหารเกณฑ์ ให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น เพื่อจูงใจให้คนเข้ามาสมัครมากขึ้น พรรคเห็นด้วยกับนโยบายของนายสุทิน เรื่องการเกณฑ์ทหาร และเพิ่มประสิทธิภาพกองทัพ คือลดขนาดกองทัพให้กะทัดรัด แต่คล่องตัว เสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของกองทัพ

เท่าที่ดูการพบกันของนายเศรษฐา นายสุทิน และว่าที่ผู้นำเหล่าทัพ ถือเป็นสัญญาณที่ดี ว่าที่ผบ.เหล่าทัพจะได้ทำงานสนองนโยบายของรัฐบาล ฝ่ายการเมืองให้เกียรติกองทัพ ขณะที่กองทัพก็ให้เกียรติรัฐบาล ถือเป็นนิมิตใหม่ที่ดีในการทำงานร่วมกันในอนาคตว่าจะราบรื่น

ธรรมนัสยันกันเก้าอี้ไว้รอ‘ไผ่’
ที่จ.นครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีไม่ปรากฎชื่อนายไผ่ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นรมช.พาณิชย์ว่า ชื่อของนายไผ่ ยังไม่หลุด แต่ต้องรอข้อกฎหมายให้ชัดเจน เมื่อถามว่าได้วางบุคคลอื่นมาทดแทนในโควตารัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี ตำแหน่งนี้เว้นว่างไว้ให้นายไผ่

ด้านนายไผ่กล่าวกรณีชื่อหลุดโผครม.เศรษฐา 1 ว่า “ไม่มีอะไร เป็นไปตามที่นายกฯ พูดไป” เมื่อถามว่าเสียใจหรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า “ยังไม่จบ”

อำลา‘สธ.’ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข พร้อมนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข อำลาตำแหน่งรมต. มีข้าราชการ-เจ้าหน้าที่มอบดอกไม้ให้กำลังใจ และถ่ายเซลฟี่เป็นที่ระลึก เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข

‘อนุทิน-สาธิต’อำลาสธ.
เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาอำลาตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ อำลาตำแหน่ง รมช.สาธารณสุข โดยสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนพบปะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรที่ห้องประชุมชั้น 2 และมีการร่วมร้องเพลง “ช่วงที่ดีที่สุด” พร้อมกัน

หลังพิธีอำลาผู้บริหาร ข้าราชการพากันมอบพวงมาลัยและดอกไม้ให้นายอนุทินและนายสาธิต โดยนายสาธิตมอบพวงมาลัยแก่นายอนุทิน เพื่อขอบคุณตลอดช่วงที่ทำงานร่วมกัน นายอนุทินได้สวมกอดนายสาธิตและปลัด สธ. ก่อนที่รัฐมนตรีทั้งคู่จะขึ้นรถออกไป

นายอนุทินกล่าวระหว่างงานอำลาว่า นพ.ชลน่าน เคยอยู่สธ.มาก่อน รู้จักกันมากว่า 20 ปี คงร่วมงานกันได้เป็นอย่างดี ทราบว่าท่านจะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช้านี้แต่พอทราบว่าพวกตน 2 คนจะมา เมื่อคืนท่านโทร.มาบอกว่าไม่เข้ามาแล้ว จริงๆ ไม่ใช่อะไรท่านถูกโฉลกกับวันจันทร์ ไม่ได้เข้าวันนี้ก็ต้องรวบไปถึงวันจันทร์หน้า ตนจะหมอบให้แต่ท่านขอให้มา และว่าท่านไม่ควรเข้าวันนี้เพราะ ครม.ชุดใหม่ยังไม่ถวายสัตย์ฯ ฝากให้ตนแจ้งกับทุกคนว่าท่านจะเข้ามาด้วยไมตรีจิตและมิตรภาพและเชื่อมั่น

ฝากชลน่านพิจารณาเรื่องกัญชา
เมื่อถามว่าเมื่อไปเป็นรมว.มหาดไทยจะเชื่อมโยงงานอะไรกับสธ.บ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ตนกล่าวกับปลัดสธ.และผู้บริหารทุกคน ตราบใดที่ตนยังกำกับดูแลหน่วยงานราชการใด ไม่เฉพาะมหาดไทย แต่รวมถึงกระทรวงที่ตนกำกับด้วยทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ สามารถบูรณาการทำงานเชิงบวกร่วมกับ สธ.ที่ตนผูกพัน อย่างไรก็ลำเอียงรักกระทรวงสาธารณสุข

เมื่อถามว่าทิศทางกัญชาจะเป็นอย่างไร กังวลจะกลับเป็นยาเสพติดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าสธ. เน้นกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ คำว่ากัญชาเสรีเป็นวาทกรรมที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด มีการควบคุมแทบทุกขั้นตอนไม่เสรี ตราบใดที่อยู่ในช่องทางที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สุขภาพประชาชนและการแพทย์ได้ มั่นใจว่ารัฐมนตรีท่านใหม่น่าจะพิจารณา

อำลา – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อำลา ตำแหน่งรมว.พาณิชย์ มีข้าราชการและ ผู้บริหารกระทรวง ร่วมใจกันแสดง มุทิตาจิตอำลา และมอบ ดอกไม้ให้เป็นกำลังใจ ที่กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.

นำรมช.เข้ามหาดไทย 7 กย.
ทั้งนี้ วันที่ 7 ก.ย. เวลา 09.00 น. นายอนุทินมีกำหนดเข้ากระทรวงมหาดไทยเป็นครั้งแรก เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยจะมีผู้บริหารกระทรวง ข้าราชการ และพนักงานในสังกัด รอต้อนรับ โดยจะเปิดให้ผู้บริหารกระทรวงเข้าพบด้วย

คาดว่ารมช.มหาดไทยในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งนายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ จะเข้ากระทรวงร่วมกับนายอนุทิน ส่วนนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ยังไม่ได้แจ้งกำหนดการเข้ากระทรวง

พีระพันธุ์ยันลดราคาพลังงาน
ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและรมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการลดราคาพลังงานตามนโยบายรัฐบาลว่า นโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายหลักที่สำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย และตนแจ้งต่อที่ประชุมร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการประชุมทำนโยบายรัฐบาลเมื่อ 30 ส.ค. ไม่ใช่เฉพาะแค่ราคาพลังงาน แต่รวมถึงค่าครองชีพอื่นๆ ด้วย ตนกำหนดนโยบายดังกล่าวไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภาเช่นกัน และมั่นใจว่าเมื่อนโยบายตรงกันทั้งในส่วนของรัฐบาล และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะทำให้นโยบายนี้เกิดเป็นรูปธรรมได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

เรื่องราคาพลังงานมีเรื่องหลักๆ ต้องเร่งดำเนินการคือราคาน้ำมันและราคาไฟฟ้า และราคาน้ำมันราคาถูกพิเศษสำหรับบางกลุ่ม เช่น กลุ่มประมงซื้อน้ำมันเขียวในราคาพิเศษ จึงน่าจะดำเนินการเช่นเดียวกันนี้กับกลุ่มอื่นๆ ด้วยเช่น กลุ่มเกษตรกร นโยบายหลักสำคัญอีกเรื่อง ควรให้โอกาสเสรี หาน้ำมันสำเร็จรูปที่ไม่ต้องมีค่าการกลั่นหรือค่าใช้จ่ายอื่น เพราะราคาทุกอย่างคำนวณจบแล้ว หากใครนำพลังงานราคาถูกเข้ามาได้ควรเปิดโอกาสให้ทำได้

แอตต้าขอบคุณฟรีวีซ่าจีน
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) เผยว่า ต้องขอบคุณนายเศรษฐา ที่ออกมาสร้างความชัดเจนเรื่องฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนว่าเป็นการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า แค่ถือพาสปอร์ตก็เดินเข้ามาไทยได้เลย โดยจะทำเป็นการชั่วคราวในช่วงไฮซีซั่น เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2566 เป็นต้นไป โดยที่ผ่านมาบริษัททัวร์ในจีนก็ถามเข้ามาว่าเป็นแบบไหนกันแน่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีมาตรการแบบนี้ เคยแต่ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเท่านั้น

“นโยบายของนายเศรษฐาครั้งนี้เรียกว่าเป็นยาแรงจริงๆ ตอนนี้บริษัททัวร์ในจีนคึกคักตอบรับกับข่าวการยกเว้นวีซ่าให้คนจีนอย่างมาก มีข่าวออกตามสื่อต่างๆ มาก แต่เขายังรอให้รัฐบาลไทยประกาศอย่างเป็นทางการ เห็นได้จากสื่อของรัฐบาลจีนยังไม่เล่นข่าวนี้ การสร้างความเชื่อมั่นได้ขอเสนอให้นายเศรษฐา ในฐานะนายกฯไทย เป็นพรีเซ็นเตอร์ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยด้วยตัวเอง และสร้างความเชื่อมั่นว่ามาเที่ยวไทยแล้วมีความปลอดภัย เพราะคนจีนจะเชื่อผู้นำที่เป็นเบอร์ 1 ดังนั้นนายกฯ ของไทยจึงเหมาะสมที่สุด” นายศิษฎิวัชร กล่าว

สว.ลั่นถลกนโยบายรัฐบาล
ที่รัฐสภา นายวันชัย สอนศิริ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาล 11 ก.ย. ว่า 6 ก.ย.จะมีประชุมวิปวุฒิสภา คงหารือและตกลงในหลักการและมอบหมายให้ผู้แทนวิปวุฒิสภาหารือเรื่องเวลากับวิป 3 ฝ่ายที่จะประชุม 7 ก.ย. เมื่อได้นโยบายมาแล้วจะมาแยกแยะแจกแจงเพื่อให้ สว. แจ้งความประสงค์ว่าใครจะพูดเรื่องอะไร เท่าที่แลกเปลี่ยนพูดคุยกันในแต่ละกมธ.โดยเฉพาะนโยบายใหม่ๆ ของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาท ต้องซักถามกันมาก รวมถึงนโยบายปรองดอง การทหาร และทุกนโยบาย เชื่อว่า สว.ซึ่งทำหน้าที่เป็นวาระสุดท้ายในสภากระตือรือร้นในการอภิปราย โดยเฉพาะ สว.ต่างจังหวัด ที่ได้รับการร้องเรียนปัญหาด้านเศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร

“ประเด็นเหล่านี้ เชื่อว่าสว.คงไม่ปล่อยให้รัฐบาลแถลงนโยบายแล้วกลับไปเฉยๆ จะต้องหาคำมั่นหาคำยืนยันให้ชัดเจนว่าสิ่งที่พูดไว้แต่ละเรื่องนโยบายทำได้จริงหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าไฟ ค่าครองชีพ และนโยบายพักหนี้ต่างๆ เมื่อไรทำได้ ไม่ใช่เหมือนพรรคอื่นๆ หรือรัฐบาลอื่นๆ ที่แถลงนโยบายเสร็จเรียบร้อยทำได้หรือไม่ก็ไม่รับผิดชอบ คณะรัฐบาลของนายเศรษฐาต้องถูก สว.จี้ และขอคำมั่นอย่างชัดเจนในแต่ละนโยบายต่างๆ” นายวันชัยกล่าว

ตั้งแง่ปมแก้รธน.
ส่วนนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไทยประกาศให้เป็นวาระแห่งชาตินั้นเป็นการแถลงนอกสภา ในสภาเราจะขอคำมั่นว่าการแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์จะแตะหรือไม่ อย่างไร รวมถึงประเด็นที่แก้ไขมีอะไรบ้าง ที่สำคัญคือ ส.ส.ร.จะมาจากไหน จะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือจากส่วนใด คนร่างหากมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดจะเกิดอิทธิพลครอบงำจากพรรค ทำให้ไม่ได้รัฐธรรมนูญที่มาจากความต้องการของประชาชนจริง อาจเป็นความต้องการของพรรคการเมือง ต้องหาความพอดีและความชัดเจนว่าคนที่จะมาร่างควรมีภาคส่วนใดบ้าง

เมื่อถามถึงความเหมาะสมของว่าระยะเวลาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายวันชัยกล่าวว่า ระยะเวลาอภิปราย 2 วันมีความเหมาะสมและเชื่อว่าการอภิปรายนั้นจะใช้เวลาที่ยาวนานกว่าการแถลงนโยบายสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เวลารวม 30 ชั่วโมง ขณะเดียวกันการอภิปรายของ สว.ครั้งนี้ เชื่อว่าจะขอเวลามากกว่าครั้งก่อนอยู่มาก เพราะมีหลายประเด็นที่ต้องการซักถามรายละเอียด

บุญสร้างหนุนสุทินคุมกห.
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ สว.อดีตผบ.ทสส. กล่าวถึงกระแสเป็นห่วงนายสุทิน ซึ่งเป็นพลเรือน ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการทหารว่า ส่วนตัวคิดว่าทุกคนมีจุดอ่อนและจุดแข็ง แต่เชื่อว่าหากแก้ไขปัญหาได้ มีสติปัญญา มีความรู้ขั้นพื้นฐานดี ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง สิ่งสำคัญคือการรับฟังความเห็นจากคนอื่น ท่าทีของนายสุทินที่เดินสายรับฟังความเห็นจากอดีตนายทหารและอดีตรมว.กลาโหมแล้ว ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี นายสุทินน่าจะเป็นพลเรือนคนแรกไม่ได้ควบตำแหน่งนายกฯ เพราะถ้าเป็นนายกฯ ด้วยจะทำให้การทำงานง่ายขึ้นบ้าง แต่ยังเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะการรับตำแหน่งเดียวจะยิ่งทุ่มเทให้งานได้มาก จึงไม่น่าเป็นห่วง เท่าที่ดูเบื้องต้นเชื่อว่าฝากความหวังไว้ได้และน่าสนใจทีเดียว

พล.อ.บุญสร้างยังกล่าวถึงการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล 11 ก.ย.ว่า ทหารชอบทำมากกว่าพูด ดังนั้นตนคงไม่อภิปราย แต่อาจคุยกันในวงเล็กผ่านกมธ.ชุดต่างๆ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะหลักทั่วไปในการทำงานว่าควรมีความตั้งใจที่ดี สร้างทีมเวิร์กร่วมกัน มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หลักของพุทธศาสนาที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ทราบว่านายสุทินจบการศึกษาจากอินเดีย ถือว่าเยี่ยม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน