แก๊งมอดไม้เหิมเกริมไม่หยุด เมินคำสั่งเด็ดขาดผวจ.กาฬสินธุ์ บุกโรงเรียนโนนศิลาสว่างวิทย์ อ.ฆ้องชัย ปืนขู่อส. โค่นต้นพะยูงหั่นเป็นท่อนยกขึ้นปิกอัพ ชาวบ้านได้ยินเสียงแจ้งตำรวจรวจเข้าสกัดยิงปืนขู่ หวิดปะทะ แต่คนร้ายอาศัยความมืดบึ่งปิกอัพหนีไปพร้อมท่อนซุงพะยูงยาว 5 เมตร นอภ.ชี้สุดอุกอาจ เพราะทั้งจนท.-ชาวบ้านเฝ้าระวังเป็นอย่างดีตามคำสั่งพ่อเมือง แต่คนร้ายยังฉวยโอกาสจังหวะเผลอเข้าก่อเหตุ ชาวบ้านวอน ผบ.ตร.ตั้งชุดเฉพาะกิจเร่งปราบปราม
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 5 ก.ย. พ.ต.ท.นาวี แก้วก่า สว.(สอบสวน) สภ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบตัดต้นพะยูง ภายในโรงเรียนบ้านโนนศิลาสว่างวิทย์ ม.1 ต.โนนศิลา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนนำ กำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่เกิดเหตุ พบนางวารุณี สุดหล้า นายอำเภอฆ้องชัย นายอารมณ์ จารุทรัพย์สดใส ผอ.โรงเรียนโนนศิลาสว่างวิทย์ ด.ต.สาคร คูหาวัน ตำรวจ สภ.ฆ้องชัย นายวิทยา เครือวรรณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านที่ต่างพากันมุ่งดู ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบไม้พะยูงถูกตัด 1 ต้น พบสายไฟฟ้า ขนาด 2X2.5 พร้อมปลั๊ก ยาว 25 เมตร 1 เส้น
สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.10 น. มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน ขับรถกระบะโตโยต้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าไปตัดโค่นต้นพะยูง จำนวน 1 ต้น บริเวณโรงเรียนโนนศิลาสว่างวิทย์ แล้วตัดเอาส่วน ที่เป็นลำต้นยาว 5 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร นำขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป
นางวารุณีกล่าวว่า การกระทำนี้ถือว่าอุกอาจ เป็นอย่างมาก เพราะแนวทางการป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูง ทั่วทั้งจังหวัดตามคำสั่งการ ของนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กำชับให้ทุกฝ่ายตรวจสอบต้นไม้พะยูงและร่วมกันอนุรักษ์ เพราะข่าวการลักลอบตัดไม้พะยูงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกระทำนี้ถือว่าไม่เกรงกลัวกฎหมาย พฤติกรรมของคนร้าย ที่มากัน 5 คน ขับรถปิกอัพเข้ามา อาศัยจังหวะที่ภารโรงของโรงเรียนกลับบ้านไปนึ่งข้าว ช่วงเวลาประมาณตีสี่ บุกเข้ามาโดยสองคน จะเป็นคนตัดที่ใช้เลื่อยไฟฟ้า

แก๊งพะยูงเหิม – ตำรวจฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ตรวจสอบเหตุแก๊งมอดไม้เหิมบุกตัดต้นพะยูง ภายในโรงเรียนบ้านโนนศิลาสว่างวิทย์ หมู่ 1 ต.โนนศิลา อ.ฆ้องชัย พร้อมยิงปืนข่มขู่ชาวบ้านที่พยายามขัดขวาง ท้าทายคำสั่งดำเนินการขั้นเด็ดขาดของผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.
ส่วนอีกสองคนจะเป็นคนขนและมี 1 คน ถือปืนข่มขู่อาสาสมัครหมู่บ้าน ก่อนตัดแม่กุญแจ ห้องสวัสดิการเข้าไปเพื่อต่อสายไฟ ต่อมา เมื่อต้นไม้ล้มชาวบ้านได้ยินเสียงรีบมาดู เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังตัดท่อนต้นไมhเป็นท่อนๆ และยกขึ้นรถและกำลังจะตัดอีกต้น โชคดีแจ้งตำรวจทันจึงยิงปืนขู่คนร้ายหวุดหวิด ที่จะปะทะกัน แต่คนร้ายหลบหนีไปพร้อมไม้พะยูง 1 ท่อน ยาวประมาณ 5 เมตร
“เหตุนี้ทุกคนทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่แล้ว ไม้พะยูงต้นใหญ่ชาวบ้านจะช่วยกันนำลวดหนาม มาล้อมไว้ แต่ถูกตัดไปได้ เพราะคนร้าย ตัดลวดหนามออกก่อนจึงลงมือใช้เลื่อยยนต์ตัด อีกทั้งก่อนหน้านี้โรงเรียน ชุมชน จัดเวรยามเฝ้าแต่คนร้ายอาศัยจังหวะเผลอเข้ามาตัด ทั้งนี้ จากการสำรวจในโรงเรียนมีต้นพะยูงต้นใหญ่ เหลืออยู่อีก 8 ต้น ต้นเล็ก 12 ต้น นับจากนี้ทุกคนจะร่วมกันเฝ้าจัดเวรยามป้องกันอย่างเต็มที่ จะรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันต่อไป” นายอำเภอฆ้องชัยกล่าว
ด้านนางรพีพร จันทร์ยวง อายุ 52 ปี ชาวบ้านโนนศิลา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือว่ารุนแรงกลุ่มนายทุนต้องการที่จะเข้ามาตัดต้นไม้ให้ได้ การป้องกันจะทำอย่างเต็มที่ ถามว่ากลัวหรือไม่ยอมรับว่ากลัว แต่ทุกคนพร้อมที่จะปกป้องป่าไม้ของตนเอง ส่วนหนึ่งขอความเห็นใจกลุ่มนายทุนอย่ามาตัดไม้พะยูงในโรงเรียนเลยเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกหลาน ได้ชื่นชมเป็นร่มไม้ดีกว่า เพราะเป็นสิ่งที่หา ได้ยากแล้วในอนาคตต่อไป อีกทั้งต้องการฝากถึงผู้มีอำนาจต้องการให้ผบ.ตร.ส่งหน่วยเฉพาะกิจของกองปราบฯ-ปทส.ลงมาปราบปราม จริงจังด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน หายไปจากสำนักงานเทศบาลตำบลอิตื้อ อ.ยางตลาด อย่างไร้ร่องรอย เมื่อช่วงคืนวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา การตรวจสอบ มีบุคคลของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง 8 ราย และยังมี ปัญหาการตัดไม้พะยูงในโรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี ถึง 22 ต้น กับอีก 2 ตอ มูลค่าความเสียหายประมาณ 153,000 บาท โดยเรื่องดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจาก ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ เกี่ยวกับการดำเนินการเอาผิด เพียงแจ้งว่ากำลังตรวจสำนวนสอบสวนของตำรวจ
ส่วนกรณีหลักฐานการตัดต้นพะยูง ที่โรงเรียนคำไฮวิทยา อ.หนองกุงศรี โรงเรียนหนองโนวิทยาคม อ.ห้วยเม็ก และที่โรงเรียนคุรุชนประสิทธิ์ศิลป์ ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จนล่าสุดมีการนำหลักฐานกล้องวงจรปิด จับภาพชายฉกรรจ์ 7 คน เข้าไปเจาะดูแก่นไม้พะยูง ภายในโรงเรียนโคกกลางเหนือพิทยา อ.ห้วยเม็ก เจ้าหน้าที่ ปปท.ขอนแก่น เพียงระบุว่า ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่เจ้าของคดีในพื้นที่ต้องไปตามอีกคดีที่ภาคเหนือไม่สะดวก ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด