วันที่ 5 ก.ย. เว็บไซต์ข่าวอิรวดี รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมา ที่ยังเกิดขึ้น ต่อเนื่องนับตั้งแต่คณะผู้บัญชาการกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนตั้งแต่ปี 2564 ว่า เกิดเหตุกองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) กองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงคะยา (เคเอ) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) โจมตีฐานที่ตั้งกองพัน ทหารราบเบาที่ 9 ของกองทัพเมียนมา ในหมู่บ้านสุเลและหมู่บ้านปูปา เมืองดีม่อโซ่ รัฐคะยาหรือกะยา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 30 นาย อีก 30 นายได้รับบาดเจ็บ และทหารที่เหลือต้องหนีตายออกจากค่าย ส่วนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานชี้ชัดถึงตัวเลข และว่าการโจมตีดังกล่าวยืดเยื้อเกือบ 4 ชั่วโมงก่อนที่รัฐบาลทหารเมียนมาจะสั่งการให้ กองทัพโจมตีทางอากาศ ซึ่งฝ่ายต่อต้านยังสามารถยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ในค่ายได้จำนวนมาก
รายงานระบุว่าการต่อสู้ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องและดำเนินต่อไปในเมืองดีม่อโซ่ และเมืองพะยูโซ หลังจากรัฐบาลทหารเมียนมาส่งกำลังเสริมไปยังเมืองหลอยก่อ เมืองหลักของรัฐคะยาในช่วงปลายเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการใช้เส้นทางปยีตองซูและยึดเมืองแมแซะ ต่อมาในเดือนส.ค. กองทัพรัฐบาลเมียนมาบุกยึดหมู่บ้านอย่างน้อย 3 แห่งในเมืองพะยูโซ ก่อนขยายการโจมตีไปยังหมู่บ้านอีกหลายแห่งของเมืองพะยูโซ ถึงอย่างนั้นฝ่ายต่อต้านการก่อรัฐประหาร รวมถึงกองกำลังเคเอ็นดีเอฟนำกำลังตอบโต้กลับ เป็นเหตุให้มีทหารเมียนมาเสียชีวิตราว 70 นาย และสมาชิกเคเอ็นดีเอฟเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย แต่เว็บไซต์อิรวดีไม่ระบุว่าสามารถยืนยันตัวเลขดังกล่าวได้
ข้อมูลจากกองกำลังเคเอ็นดีเอฟระบุว่า ตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อเดือนก.พ.2564 รัฐคะยา มีเหตุปะทะรุนแรงมากกว่า 800 ครั้ง ส่งผลให้จำนวนทหารเมียนมาที่ถูกสังหารในพื้นที่นี้เพิ่มขึ้น เป็นกว่า 2,300 ราย ส่วนสมาชิกกองกำลังฝ่ายต่อต้านเสียชีวิตราว 320 ราย และมีพลเรือน รวมถึงผู้พลัดถิ่น เสียชีวิตมากกว่า 500 ราย