ปล่อยโฮกลางศาล ไม่ผิดแชร์ฟอเร็กซ์
ใบเตย-ดีเจแมนร่ำไห้ แถลงต่อศาลไม่ได้ทำผิดคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์-3ดี ศาลอาญาเบิกตัวมาตรวจพยานหลักฐาน ทั้งคู่สภาพร่างกายซูบผอม แววตาเศร้าหมอง ต่างโอบกอดปลอบซับน้ำตาให้กัน วอนเมตตาให้ประกันตัวกลับไปหาลูก อีกทั้งป่วยซึมเศร้า ทนายเตรียมยื่นประกันรอบใหม่เร็วๆ นี้ ด้าน ‘ซาร่า คาซิงกินี’ นางแบบสาว ภรรยา แดรัล ยังฮุย ไซ ผู้ต้องหาสำคัญ มาเป็นล่ามผู้ช่วยทนาย มีครอบครัวมาให้กำลังใจ โจทก์ขอเลื่อนคดีระบุมีเอกสารกว่าหมื่นชุดแต่ได้รับมาเพียง 4 พันกว่าชุด ต้องสืบพยานอีกหลายปาก แต่ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี พร้อมนัดสืบพยานครั้งแรก ก.ค.ปี 67
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D หมายเลขคดีดำ อ.989/2566 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายแดรัล ยังฮุย ไซ กับพวกรวม 7 คน ข้อหาร่วมกัน กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ โดยเจ้าหน้าที่ได้เบิกตัว น.ส.สุธีวัน กุญชร หรือทวีสิน หรือ ใบเตย นายพัฒนพล กุญชร หรือ ดีเจแมน อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา คนดัง รวมทั้ง นายแดรัล ยังฮุย ไซ ที่เป็นหนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญ กับพวกรวม 7 คน มาศาลด้วย โดยมีครอบครัวและญาติพี่น้องที่มาให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในห้องพิจารณา ดีเจแมนและใบเตยในชุดผู้ต้องขัง มีรูปร่างที่ดูผอมลง ดำคล้ำลง ใบหน้าและ แววตาเศร้าหมอง ระหว่างนั่งรอศาลลงบัลลังก์ห้องพิจารณา ใบเตยก็ร้องไห้ตลอด โดยมีดีเจแมนคอยโอบกอดกุมมือเพื่อปลอบโยน และคอยซับน้ำตาให้ นับว่าเป็นการเจอหน้ากันอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เจอกันมา 2 เดือนหลังการตรวจพยานครั้งที่แล้ว
ส่วนนายแดรัล ยังฮุย ไซ สามีของนางแบบสาว “ซาร่า คาซิงกินี” ที่มาให้กำลังใจผู้เป็นสามี นายแดรัลดูซูบซอมลงเล็กน้อย ดูดีใจเมื่อเจอซาร่ากุมมือพูดคุยกัน ทั้งนี้ซาร่ายังช่วยดูเอกสารและอธิบายเนื้อความให้ฟัง เนื่องจากนายแดรัลเป็นชาวต่างชาติที่ภาษาไทยไม่เชี่ยวชาญนัก และทั้งคู่ยังกุมมือให้กำลังใจกัน กระทั่งถึงเวลาศาลลงนั่งบัลลังก์แล้ว ซาร่ายังคงนั่งข้างนายแดรัลสามี เพื่อช่วยดูเอกสาร แปล อธิบาย และพูดคุยกับทนายแทนสามีเป็นระยะๆ
ซาร่าได้ออกมาเปิดเผยสั้นๆ ว่า วันนี้ตนมาทำหน้าที่ผู้ช่วยล่ามและผู้ช่วยทนาย เนื่องจากนายแดรัลฟังภาษาไทยที่เป็นภาษาทางการภาษากฎหมายไม่เข้าใจ และไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้เลยจึงต้องคอยแปลให้เพื่อจะได้ไม่เข้าใจคลาดเคลื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดตรวจหลักฐานวันนี้ ศาลไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกจำเลยเข้าร่วมฟังการพิจารณา ยกเว้นทนายความ และญาติพี่น้อง ที่เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณาคดีวันนี้ โจทก์แถลงขอเลื่อนคดี โดยเหตุผลมาจากเอกสารหลักฐานจำนวน 10,000 ชุดของโจทก์ ต้องรอเอกสารจากสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษก่อน จึงยื่นต่อศาลได้ วันนี้มีเอกสารส่งเพียง 4,217 ฉบับ และเอกสารที่เก็บไว้ในไฟล์พีดีเอฟในคดี มีบางส่วนไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถสั่งพิมพ์เป็นเอกสาร จึงทำให้ไม่สามารถส่งเอกสารต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ 5
ด้านทนายจำเลยที่ 1 แถลงคัดค้านการขอเลื่อนคดีว่า เนื่องจากศาลสั่งกำชับให้การส่งเอกสารเพื่อตรวจพยานหลักฐาน ในนัดนี้เป็นครั้งสุดท้าย และเคยขอเลื่อนมาตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 แล้ว
ขณะที่ นายแดรัล จำเลยที่ 1 แถลงว่า ถูกคุมขังมาเป็นเวลา 8 เดือน ไม่ได้ประกันตัวและฝ่ายโจทก์ขอเลื่อนการตรวจเอกสารทำให้ไม่สามารถเห็นเอกสารในการตรวจสอบว่าเอกสารใดเกี่ยวข้องกับความผิดและจำเลยที่ 1 จะใช้เอกสารไปประกันตัว จึงแถลงขอคัดค้าน
ต่อมา นายพัฒนพล หรือ ดีเจแมน จำเลยที่ 2 แถลงต่อศาลว่าถูกควบคุมขังมาเป็นระยะเวลา 9 เดือน และพร้อมต่อสู้คดี เนื่องจาก ไม่ได้กระทำความผิดแต่ไม่ได้ประกันตัว ตลอดทั้งภรรยา คือ น.ส.สุธีวัน หรือใบเตย จำเลยที่ 3 ต้องเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งบุตรอยู่ในการดูแลของบุคคลอื่น หากได้ตรวจพยานหลักฐานจะรู้ว่าเอกสารใดเกี่ยวข้องกับตนเอง และจะได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวต่อไป
ด้านน.ส.สุธีวัน หรือใบเตย จำเลยที่ 3 แถลงว่า โดนคุมขังมาตลอดไม่ได้ประกันตัวและไม่ได้กระทำความผิด ปัจจุบันเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งพี่ชาย ของจำเลยที่ 3 ก็ได้ถึงแก่ความตายแล้วไม่มีบุคคลดูแล ครอบครัว ประสงค์ที่จะประกันตัวไปดูแลบุตรและบิดามารดา จึงขอคัดค้านการเลื่อนคดี
ฝ่ายจำเลยทั้ง 7 แถลงว่า มีพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่จะให้โจทก์ตรวจและอ้างส่งเป็นพยานหลักฐานต่อศาลในวันนี้จำนวน 25 ฉบับ
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เนื่องจากมีการเลื่อนคดีตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 และเลื่อนมาอีก 3 ครั้ง นี้โดยศาลได้เคยกำชับไว้ แต่โจทก์เตรียมพยานมาเพียงตามที่เสนอต่อศาลในวันนี้ และโจทก์มีสิทธิ์ที่จะเสนอพยานหลักฐานก่อนสืบพยานตามกฎหมายได้ จึงไม่ให้เลื่อนคดีเพราะระยะเวลาได้เลื่อนมาหลายครั้งแล้ว ทั้งทำให้ฝ่ายจำเลยเสียเปรียบจึงไม่ให้เลื่อนคดี
โจทก์แถลงว่าจะสืบพยานบุคคลเป็นพยานกลุ่มผู้กล่าวหา พยานผู้เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล พยานผู้เสียหาย โดยโจทก์จะนำสืบพยาน ผู้เสียหายเพียง 75 ปาก ผู้รับจ้างเปิดบัญชี 12 ปาก พยานในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ 10 ปาก รวมพยานโจทก์ 122 ปาก ขอสืบพยานจำนวน 35 นัด เนื่องจากพยานบางปากต้องใช้เวลาสืบเป็นจำนวนมาก
ด้านจำเลยจะสืบพยาน จํานวน 15 นัด กว่า 60 ปาก ประกอบด้วย กลุ่มของธุรกรรมซื้อขายพระซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ซื้อขายพระกับจำเลยที่ 2 กลุ่มการซื้อขายและธุรกรรมส่วนตัวซื้อสินค้าแบรนด์เนมของจำเลยที่ 3 และถ่ายโฆษณาของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นธุรกรรมการเงินต่างหากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ กระทำ ความผิดในคดีนี้
ในที่สุด ศาลแจ้งให้คู่ความทราบว่า ศาลจะพิจารณาคดีติดต่อกันไปโดยไม่เลื่อนคดี เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จะสืบพยานจำเลยต่อทันที โดยให้โจทก์และจำเลยเตรียมพยานมาให้พร้อมในวันนัดและให้คู่ความปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการเตรียมคดีที่แนบท้ายรายงาน กระบวนพิจารณาฉบับนี้โดยเคร่งครัด หมายเบิกจำเลยทั้ง 7 ตามนัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่จำเลยได้แถลงเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า มีบางช่วงที่ดีเจแมนและใบเตย พยักหน้าตั้งใจฟัง ผู้พิพากษา พร้อมกันนั้นยังได้ยกมือ เหมือนเป็นการขอบคุณ ก่อนที่ทั้งคู่จะสวมกอดกันและจับมือโดยที่ใบเตยก็ร้องไห้สะอื้นออกมาอีกครั้ง นอกจากนี้ในช่วงระหว่างการพักพิจารณาคดี บรรดาญาติของใบเตยและดีเจแมนลุกไปโอบกอดและพูดคุยกับทั้งคู่ มีบางช่วงบางตอนที่ใบเตยและลุคซ์ สองพี่น้องต่างโอบกอดและร้องไห้กัน จนดีเจแมนก็ร้องไห้ตามไปด้วย จากนั้นไม่นานทั้งคู่และบรรดาญาติต่างยิ้มออกมาด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย คาดว่าได้พูดคุยระบายความในใจกันจนเสร็จสิ้นภายในครอบครัว
ภายหลังนายอมร กุศล ทนายความของใบเตย-ดีเจแมน กล่าวว่า ฝ่ายจำเลยได้ยื่นขอนำพยานเข้าสืบจำนวน 25 ปาก ใช้เวลา 5-6 นัด ขณะที่ อัยการโจทก์ขอนำพยานเข้าสืบจำนวน 75 ปาก ใช้เวลา 35 นัด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่ 5 ก.ค.2567 ส่วนการยื่นประกันตัวเป็นสิทธิที่เรายื่นต่อศาลได้ แต่ขอเวลาในการเตรียมพยานหลักฐานที่จะยื่น ต่อศาล ส่วนจะยื่นขอประกันทั้งสองคนพร้อมกันหรือไม่ ต้องขอดูพยานหลักฐานอีกครั้ง คาดว่าจะยื่นได้ในเร็วๆ นี้
ส่วนการที่ ใบเตย ดีเจแมน แถลงต่อศาลในวันนี้นั้น ว่ายืนยันไม่ได้กระทำความผิด ได้ขอความเมตตาในการประกันตัวที่เตรียมจะยื่น ส่วนใหญ่เป็นการพูดระบายความในใจของจำเลยที่ต้องอยู่ในเรือนจำ และความคิดถึงต่อครอบครัว อยากกลับออกไปดูแลลูก อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ทั้งนี้ใบเตยมีความเครียดสะสมอยู่แล้ว ซึ่งมีใบรับรองเป็นโรคเครียด ก็เป็นปกติของคนที่อยู่ในเรือนจำ