โทรเรียกสารวัตรแบงก์ ไปบ้านกำนัน-จนตาย จับอีก5ทำลายหลักฐาน เด้งแล้ว‘ผู้การ-ผู้กำกับ’ คุม6ตร.ส่งเข้าเรือนจำ
ผกก.ทล. ยิงตัวดับคาบ้านย่านปทุมธานี ปมเครียดเป็นคนโทร.เรียกสารวัตรแบงก์ไปกินเลี้ยงโต๊ะจีนบ้าน ‘กำนันนก’ จนถูกฆ่าตาย ‘บิ๊กเด่น’ รุดรัฐสภารายงานเหตุต่อนายกฯ ส่ง 6 ตร.ฝากขังศาลทุจริตภาค 7 ตำรวจ แม่กลองคุ้มกันเข้ม สุดท้ายศาลไม่ให้ประกันตัว นอนเรือนจำทั้งหมด ญาติ-เพื่อนร่วมงานเศร้าร่วมพระราชทานเพลิงพ.ต.ต.แน่นวัดพระศรีฯ บางเขน
ผกก.เครียดฆ่าตัว
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ก.ย. พนักงานสอบสวน สภ.คูคต รับแจ้งเหตุพ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.กก 2 บก.ทล. ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านพัก ภายใน หมู่บ้านฟ้ากรีน พาร์ค เฟส 2 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท. ผบก.ทล. พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจำนวนมาก เพื่อนร่วมรุ่น นรต.55 เจ้าหน้าที่พฐ. และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิดเนื้อที่ 50 ตร.ว. พบศพพ.ต.อ.วชิรา ใช้อาวุธปืนปลิดชีพตนเองภายในห้องโถง ชั้นล่าง เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตรแบงก์ สว.กก.2 บก.ทล. ไปร่วมงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่บ้านของ ‘กำนันนก’ หรือ นายประวีณ จันทร์คล้าย อายุ 35 ปี กำนันตำบลตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนถูกนายธนัญชัย หรือ หน่อง หมั่นมาก อายุ 45 ปี ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ลูกน้องกำนันนกยิงเสียชีวิต และพ.ต.ท.วศิน พันปี รองผกก.2 บก.ทล. บาดเจ็บ
วันนี้มีการพระราชทานเพลิงพ.ต.ต.ศิวกรที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน แต่เมื่อถึงเวลาพบว่าผู้ตายซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ได้ไปร่วมงาน เพื่อนร่วมรุ่นจึงโทรศัพท์หา แต่ไม่มีผู้รับสาย ประกอบกับผู้ตายมีการไลน์บ่นจะฆ่าตัวตายก่อนจะออกจากไลน์กลุ่มเพื่อนไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อนจึงคิดว่าเกิดเหตุร้ายอย่างแน่นอนจึงเดินทาง มาตรวจสอบจึงพบว่าเจ้าตัวยิงตนเองเสียชีวิต

ผกก.ฆ่าตัว – ตร.ตรวจสอบเหตุ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.กก.2 บก.ทล. ผู้บังคับบัญชาพ.ต.ต.ที่ถูกฆ่าในบ้านกำนันนก ยิงตัวตายในบ้านพักหมู่บ้านฟ้ากรีนพาร์ค ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อ 11 ก.ย.
ปมโทร.เรียกสว.แบงก์ไปตาย
ขณะที่บรรยากาศที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ กันพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ขณะเดียวกันมีนายตำรวจที่เพิ่งไปร่วมงานพระราชทานเพลิงพ.ต.ต.ศิวกรที่วัดพระศรี มหาธาตุ บางเขน เดินทางมาที่ก่อเหตุอย่าง ต่อเนื่อง
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า พ.ต.อ.วชิรา มีความเครียดมาก หลังถูกพาดพิงว่าเป็น ผู้โทรศัพท์เรียก พ.ต.ต.ศิวกรให้ไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านนายประวีณจนถูกยิงเสียชีวิต และมีชื่อเป็น 1 ใน 25 นายตำรวจ ที่ถูกพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยด่วน โดยประสานข้อมูลกับชุดสืบสวนทีมงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ชุดทำงานบช.ภาค 7 และบช.ก. พร้อมออก คำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 25 นาย ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร.
ก่อนเกิดเหตุทางผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.วชิรา มีความเป็นห่วงและกังวลอยู่ว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น เนื่องจากเคยมีอาการเป็นโรคซึมเศร้าเข้ารักษาอาการที่ร.พ. พระมงกุฎฯ จนอาการดีขึ้น จนกระทั่งมา เกิดเหตุพ.ต.ต.ศิวกรซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาถูกยิงเสียชีวิต ทำให้พ.ต.อ.วชิราถูกกระแสข่าวกดดันอย่างหนักจนกลับมามีอาการเครียดอีกครั้ง และตั้งแต่หลังเกิดเหตุพ.ต.อ.วชิรา เก็บตัวเงียบมาตลอด ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ออกจากกลุ่มไลน์เพื่อนร่วมรุ่น นรต.55 โดยไม่มีเหตุผล สร้างความแปลกใจให้กับเพื่อนร่วมรุ่น ทำให้ผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยกลุ่มตำรวจเพื่อนสนิทพยายามพูดคุย ให้กำลังใจมาตลอด เพื่อลดความเครียด โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายซ้ำดังกล่าว ขึ้นอีกด้วย
เผยกินเลี้ยงกับเพื่อนส่งท้าย
ด้าน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 เผยว่า เบื้องต้นทราบว่า พ.ต.อ.วชิรามีความ เครียด เพราะนั่งกินข้าวกับเพื่อนก็บ่นๆ อยู่เหมือนกันโดยสัญญาณที่จะฆ่าตัวตาย แต่ขอไปตรวจสอบเบื้องต้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนว่ามีการพูดคุยอะไร โดยเพื่อนที่ไปกินข้าวด้วยนั้นได้เรียกมาทำการสอบสวนและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้ตายไปรับประทาน อาหารกับเพื่อนร่วมรุ่นที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยเพื่อนเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งให้ เนื่องจาก เห็นว่าบ้านไกล ก่อนแยกย้ายกันในเวลา 22.00 น. จากนั้นพ.ต.อ.วชิราเดินออกจากโรงแรมมาตาม ลำพังเรียกรถแท็กซี่ไปส่งถึงบ้านที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านนั้นพบว่า หลังจากที่ผู้ตายนั่งแท็กซี่มาถึงบ้านตอนประมาณ 04.50 น. จนมาถึงช่วงบ่ายโมงคนขับรถมาตามก็ไม่มีเข้าออกหรือผ่านมาอีกเลย กระทั่งมีผู้มาพบว่าเสียชีวิตแล้ว
สภาพนอนเสียชีวิตห้องโถงห้องรับแขกหน้าทีวีของบ้านพบอาวุธปืนตกอยู่ด้านขวา และรอยกระสุนเข้าขมับขวาออกด้านซ้าย และจากการสันนิษฐานของพิสูจน์หลักฐาน ยิงเสียชีวิตในท่านั่ง สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้ว 12 ช.ม. คาดก่อเหตุในเวลาประมาณ 05.00 น. สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนประจำกายของผู้ตาย ขนาด 9 ม.ม. มีกระสุนทั้งหมด 2 นัด ยิงไป 1 นัด กระสุนอยู่ในรังเพลิงอีก 1 นัด พบปลอกกระสุน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่พฐ.เก็บหลักฐานเขม่าดินปืนไว้ ในที่เกิดเหตุไม่พบจดหมายลาตาย สำหรับโทรศัพท์มือถือของผู้ตายยังไม่ได้มีการตรวจสอบ แต่อย่างใด เบื้องต้นส่งศพให้แพทย์นิติเวช ร.พ.ภูมิพล ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยชาวบ้านใกล้เคียงยังไม่มีใครได้ยินเสียงปืน ส่วนภรรยากำลังเดินทางมาจาก จ.อุตรดิตถ์
‘บิ๊กเด่น’รุดรายงานนายกฯ
ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เข้าพบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อรายงานเหตุ พ.ต.อ.วชิรายิงตัวเองเสียชีวิต หลังจากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯ เรียกมาสอบถามเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ชี้แจ้งเบื้องต้นว่า เพิ่งรับทราบเกิดเหตุดังกล่าว โดยนายกฯ สั่งการว่าให้ดูแลคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาทุกมิติ รวมถึงคดียิงพ.ต.ต.ศิวกร ขณะนี้ทางกองปราบฯกำลังดำเนินการอยู่ ส่วนตำรวจ 25 นาย ที่อยู่ในที่เกิดเหตุงานเลี้ยงวันนั้น ตอนนี้ได้มีการสอบสวนเบื้องต้น และแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วทั้งหมด โดยออกหมายจับไปทั้งหมด 6 ราย ซึ่งใน 6 รายนี้มีตำรวจในพื้นที่สอง 2 ราย และตำรวจทางหลวง 4 ราย ซึ่งมีการดำเนินคดีไปแล้ว นอกจากนี้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับชั้นของแต่ละหน่วยสังกัด ก็ได้ให้ออกจาก ราชการไปก่อนแล้ว ซึ่งรายงานให้นายกฯ ทราบ โดยนายกฯ ขอให้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก
คุ้มกันศาลเข้มฝากขัง 6 ตร.
ส่วนความคืบหน้าของคดีฆาตกรรมพ.ต.ต. ศิวกร ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ต.เเม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พ.ต.ท.นิพนธ์ ก่อเกียรติตระกูล รองผกก.(สอบสวน) ควบคุมตัว พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สมสุข อายุ 52 ปี สว.สส.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ แตงอำไพ อายุ 58 ปี บก.ทล. ร.ต.ท.นิมิตร สลิดกุล อายุ 57 ปี รอง สว.จร.สภ.เมืองนครปฐม ร.ต.อ.ณัฏฐพล นาคกร อายุ 59 ปี บก.ทล. ร.ต.ท.ประสาร รอดผล อายุ 58 ปี บก.ทล. และร.ต.ต.สรรเสริฐ ศรีสวัสดิ์ อายุ 55 ปี บก.ทล.
6 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับ ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษ น้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำผิด, ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็น ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนัก แก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยกระการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม มาขออำนาจศาล ฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน
โดยผู้ต้องหาทั้ง 6 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะการกระทำที่อุกอาจไม่เกรงกลัว ต่อกฎหมาย ประกอบ กับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าหากผู้ต้องหาทั้งหกได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วอาจจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน จึงไม่อนุญาต ให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหกในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง ได้แจ้งคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งหก และผู้ประกันทราบแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.อ.ศยาม อินทร์ สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม พ.ต.ท.สงัด เบ้าแบบดี รอง ผกก.ป. นำกำลังตำรวจ 12 นาย ดูแลความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกศาล นอกจากนี้ยังมีสายตรวจ รถจักรยานยนต์ ขี่ดูแลความปลอดภัยริมถนนโดยรอบศาลด้วย เนื่องจากในโลกออนไลน์เกิดกลุ่มคนรัก “กำนันนก” โดยตั้งชื่อกลุ่มในเฟซบุ๊กว่า “ซุ้ม กำนันนก” มีสมาชิกมากกว่า 700 บัญชี โดยเนื้อหาโพสต์ในกลุ่มเป็นการพูดถึงกำนันนก และเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้เข้ามายุ่งในเรื่องของกำนันนก เป็นต้น ขณะที่ผู้สื่อข่าวทุกสำนักต้องได้รับการอนุญาตจากศาล และปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด

คุมฝากขัง – ตำรวจสภ.เมืองนครปฐม คุมตัว 6 นายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ นายประวีณ จันทร์คล้าย คดียิงสว.ทางหลวงเสียชีวิตในงานเลี้ยง ไปฝากขังที่ศาลอาญา คดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบ ภาค 7 จ.สมุทรสงคราม ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เมื่อวันที่ 11 ก.ย.
เอาผิด 5 ลูกน้องกำนันนก
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เผยว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนยังแจ้งข้อหาเอาผิดกับอีก 5 บุคคล เป็นพลเรือนที่ร่วมกระทำความผิด ประกอบด้วย นายโบ๊ท ผู้คุมเรือนจำกลางราชบุรี ทำหน้าที่นำเซิร์ฟเวอร์วงจรปิดบ้านกำนันไปทิ้งน้ำ 2 จุด นายเก่ง คนนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปฝังดินอำพรางคดี นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหาลูกน้องกำนันนกอีก 3 คน ทำหน้าที่ทำลายหลักฐานหลังเกิดเหตุภายในบ้านกำนันนก บริเวณจุดกินโต๊ะจีน ทั้งล้างคราบเลือดของสารวัตรแบงก์ และเก็บปลอกกระสุนที่นายหน่องยิงไปทิ้ง ข้อหาร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้น และร่วมกันช่วยเหลือผู้กระทำความผิด โดยในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกหมายจับ แต่เป็นการเรียกมาสอบสวน เมื่อพบตัวแล้วจึงแจ้งข้อกล่าวหาได้เลย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในงานเลี้ยงโต๊ะจีนที่เกิดเหตุ และถูกทิ้งไว้ในคลอง แต่เจ้าหน้าที่งมกลับมาได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ชุดคลี่คลายคดี นำเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวใส่ถุงพลาสติกและใส่ในกล่องโฟมมีการปิดผนึกอย่างดี มีเจ้าหน้าที่หนุมานควบคุมการดูแลตลอดเส้นทาง กระทั่งมาส่งที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.) ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ที่กลุ่มงานตรวจคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ โดยมีคำสั่งห้ามบุคคล ภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในห้องเด็ดขาด
สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่นำมามีอยู่ 2 เครื่อง ลักษณะเป็นกล่องเหล็ก เจ้าหน้าที่นำเข้าเครื่องอบที่มีอุณหภูมิความร้อนสูง เพื่อที่นำน้ำ และไอระเหยที่อยู่ภายในเครื่องออกให้หมด จากนั้นจะทำการกู้ไฟล์ข้อมูล คาดว่าไม่เกิน 2-3 วัน จะสามารถดึงข้อมูลสำคัญภายในเครื่อง ออกมาได้หมด คาดว่าข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ ยังอยู่ครบไม่ถูกลบทิ้ง เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งรีบแกะเซิร์ฟเวอร์นำไปทิ้งทันที หากสพฐ.กู้ได้ข้อครบหมดแล้วจะส่งให้กับ ผู้บังคับบัญชาเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
เปิดวงจรปิดรพ.
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณร.พ.ศูนย์นครปฐม เป็นช่วงที่รถเก๋งสีบรอนซ์เงินพา พ.ต.ต.ศิวกร มาส่งที่โรงพยาบาล เวลา 21.18 น. เมื่อมาถึงหน้าโรงพยาบาล ตำรวจที่นั่งอยู่เบาะหลังเปิดประตูลงจากรถและเรียกเจ้าหน้าที่เวรเปล มาช่วยกันยกร่างพ.ต.ต.ศิวกรเข้าห้องฉุกเฉิน ช่วยเหลือ จากนั้นประมาณ 10 นาที มีรถกระบะ พ.ต.ท.วศิน พันปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย ไปถึงโรงพยาบาลในเวลา 21.21 น. ในคลิปมีตำรวจหลายนายช่วยนำตัว พ.ต.ท.วศิน ส่งโรงพยาบาล
ส่วนกล้องบริเวณภายในห้องฉุกเฉินตามเวลากล้องจรปิด คือเวลา 21.42 น. ปรากฏภาพ พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท, พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. และตำรวจอีกอีก 2 นาย จากนั้นเมื่อเวลา 21.52 น. มีตำรวจสลับกันเขัามาพูดคุยกับ พ.ต.อ.กฤษฎาพร และพ.ต.อ.วชิรา ที่อยู่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน และยังมีดาบตำรวจที่ขับรถให้ ผกก.สน.พญาไท เข้ามายืนอยู่ดัวย รวมถึงตำรวจที่เหลือ จากการสังเกตตำรวจที่ให้การช่วยเหลือทั้ง พ.ต.ต.ศิวกร และพ.ต.ท.วศิน จะเดินเข้าออกห้องฉุกเฉิน ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด
ล่าสุด เจ้าหน้าที่เปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดอีกมุมพบว่ามีอีก 1 นาย ตำรวจที่มาปรากฏตัวอยู่ในโรงพยาบาล คือพ.ต.อ.ภานุทัต เหลืองสัจจกุล ผกก.สส.บก.ภ.จว.นครปฐม ซึ่งซึ่งหลังเกิดเหตุได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเช่นกัน
เด้งผบก.-ผกก.นครปฐม
วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภาค 7 ลงนามในคำสั่ง ตำรวจภูธรภาค 7 ให้ 1.พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช ผบก.ภ.จว.นครปฐม 2.พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 7 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม และให้ 1.พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน รองผบช.ภาค 7 รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.นครปฐม อีกหน้าที่หนึ่ง 2.พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครปฐม อีกหน้าที่หนึ่ง
อนึ่ง ข้าราชการตำรวจที่ถูกสั่งให้มาปฏิบัติราชการตามคำสั่งดังกล่าว มีสิทธิร้องทุกข์ต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.พ.ค.ตร. ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 147 และมาตรา 194 ประกอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการร้องทุกข์ พ.ศ.2547 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบเรื่อง อันเป็นเหตุให้ร้องทุกข์
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือคำสั่ง ให้พล.ต.ท.วรัตม์ชัย ศรีรัตน วุทฒิ จเรตำรวจ (สบ 8 ) (หัวหน้าจเรตำรวจ) มีคำสั่งสำนักงานจเรตำรวจ แต่งตั้งคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งพร้อมมีความเห็นเสนอรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง มาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
วันเดียวกัน เวลา 12.40 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. ณ เมรุ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน กทม. โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.รรท.ผบก.ทล. ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานเข้าร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก ขณะที่พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.ติดราชการในต่างประเทศ มอบหมายให้ นางรงรอง ภูริเดช ภรรยา ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง เป็นตัวแทนทอดผ้าบังสุกุล ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติและผู้เข้าร่วมงานทุกคน