ร่วมเวทียูเอ็น-หารือผู้นำโลก จ่อเฮเบนซิน-ของขวัญปีใหม่ ค่าแรงขั้นต่ำขยับเป็น400บาท ก.เกษตรวุ่น-ไชยาโวยแบ่งงาน

‘เศรษฐา’นำคณะบินไปนิวยอร์กประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ถือเป็นการปฏิบัติภารกิจต่างประเทศครั้งแรก ได้โชว์สปีชวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ พบผู้นำโลก ถกนักธุรกิจยักษ์ใหญ่ ครม.ลดอีกค่าไฟ เหลือ 3.99 ต่อหน่วย มีผลทันที นายกฯ ยัน 1 ม.ค.67 ดันปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาน ‘พีระพันธุ์’ เตรียมลดเบนซินด้วย กระทรวงเกษตรฯ วุ่น ‘ไชยา’ ติง ‘ธรรมนัส’ ฮุบ 11 หน่วยงาน แถมไม่ให้อำนาจรมช.บริหารคน-งบ รทสช.จับผิด ‘หมออ๋อง’ ดูงานสิงคโปร์ ใช้งบบิน-พักหรู เจ้าตัวยันโปร่งใส เตรียมแถลง 20 ก.ย. ‘วันนอร์’ โต้ลาออกประธานสภา ยันสุขภาพยังแข็งแรง

เศรษฐานอนทำเนียบ 3วัน/สัปดาห์
เวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานการประชุมครม. ที่ขยับมาประชุมในวันนี้ เนื่องจากนายกฯ มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 (UNGA78) ที่สหรัฐอเมริกา

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนอนที่ทำเนียบเมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า ยังตกแต่งไม่เสร็จ เมื่อถามว่าแต่จะนอนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “แน่นอนครับ”

เวลา 08.30 น. นายเศรษฐาร่วมเสวนาหัวข้อ “Future Perfect เปิดมุมคิด พลิกอนาคต” ในงานเสวนา Thairath Forum 2023 ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มีรัฐมนตรีร่วมคณะจำนวนมาก นายกฯ ระบุตอนหนึ่งว่า ที่บอกว่าจะนอนทำเนียบนั้นจริงเพราะบ้านที่ตนอยู่เล็ก ต้องมีตำรวจไปดูแลเพื่อนบ้านจะเดือดร้อน รวมถึงต้องใช้เวลาเดินทางเยอะ ไม่อยากเป็นภาระตำรวจและหน่วยรักษาความปลอดภัย ระหว่างอาหารเช้า 06.30 น. ก็ต้องมีคนมาสั่งงานได้แล้ว ยอมให้เป็นภาระกับกลุ่มเลขาฯ 4-5 คนเท่านั้น โดยจะไปนอน 3-4 วันต่อสัปดาห์ ถ้ามีภารกิจตอนค่ำก่อนนอนก็สามารถสั่งงานก่อนนอนได้อีกครั้ง ยืนยันทำงานเต็มที่ เทหมดหน้าตักจริงๆ ก็ต้องทำงานหนักจริงๆ

นั่งเก้าอี้นายกฯแค่ 10 วินาที
ผู้ดำเนินรายการถามกรณีอยู่ภาคเอกชนไม่มีห้องทำงาน เป็นนายกฯ จะใช้วิธีนั้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้าทำเนียบตนนั่งเก้าอี้นายกฯ ประมาณ 10 วินาที ตามที่ซินแสบอกให้นั่งเวลาไหนเท่านั้นแล้วลุกออกมาไม่เคยไปนั่งอีก จะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีตั้งโต๊ะทำงานต่างๆ ให้เหมาะกับการรับฟังปัญหาจากทุกภาคส่วนมากขึ้น ถ้าเป็นโต๊ะ เป็นกระจก ประตูกั้น ทางกายภาพไม่เป็นมิตรภาพเท่าไร อยากให้เป็นรัฐบาลที่เข้าถึงได้ กำลังคิดจะไปใช้บ้านพิษณุโลกให้คณะที่ปรึกษาไปทำงาน

เมื่อถามว่าเคยพูดว่าอีกสักพักจะมีแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจน นายเศรษฐากล่าวว่า ปีใหม่น่าจะได้ ที่แถลงต่อรัฐสภาเป็นเพียงการแถลงนโยบาย ไม่ลืมที่ไปหาเสียงไว้ ไทม์ไลน์อาจคลาดเคลื่อน ไม่ถูกจริตประชาชน แต่ตนไม่ได้เป็นนายกฯ ที่เป็นมา 4 ปี หรือ 8 ปี แล้วเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งยังไม่ทราบกระบวนการ งบประมาณ กลไก เท่าที่อยากจะทราบแต่พยายามเรียนรู้ระบบราชการให้เร็วที่สุด

เมินนายกฯ ส้มหล่น-ดูที่ผลงาน
เมื่อถามว่าก่อนเลือกตั้งมีคำมั่นต่างๆ แต่การตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปอธิบายเหตุผลได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เรามี 141 เสียง ต้องการ 376 รวมกับก้าวไกลแต่ได้ไม่ถึง ถ้าไม่จับมือกับคนอื่นจะได้ 376 หรือไม่ จะคอย 9-10 เดือน ประชาชนคอย ไม่ได้ ตนไม่ได้ขอความเห็นใจแต่เป็นคณิตศาสตร์พื้นฐาน

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งขั้วประชาธิปไตยชนะแต่การตั้งรัฐบาลรัฐประหารชนะ นายเศรษฐากล่าวว่า “จุดยืนผมไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร พรรคที่มาร่วมกับเราอย่างภูมิใจไทย แม้มาจากรัฐบาลเก่าแต่ไม่มีส่วนร่วม อีก 2 พรรคคนที่เกี่ยวกับการรัฐประหารก็ไม่อยู่แล้ว ประเทศต้องเดินต่อ หลายคนจะบอกว่านายกฯ ส้มหล่น นายกฯ ตระบัดสัตย์ก็พูดกันไป แต่คนเข้าใจทราบคณิตศาสตร์เป็นอย่างไร สิ่งที่จะตอบได้ดีสุดคือเรื่องผลงาน”

เร่งทำผลงานให้ได้ใน 4 ปี
เมื่อถามว่าที่บอกอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง คืออยู่กับปัจจุบันโดยไม่มีความฝันจะผลักกันไปข้างหน้า นายเศรษฐากล่าวว่า ความฝัน ความหวัง แรงบันดาลใจ เป็นภารกิจหลักที่ตนแบกไว้และต้องนำเสนอ ต้องแสดงให้เห็นใน 4 ปี ต้องทำให้ประชาชนมีความหวัง ถ้าเขาไม่มีความหวังอีก 4 ปีก็ไปใช้สิทธิสะท้อนออกมาในคะแนนเสียง เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะพูดได้หรือไม่ 1 ปีครึ่งหรือ 2 ปีจะเสร็จ นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการ สถานการณ์ที่เราอยู่เป็นความผิดปกติของรัฐธรรมนูญที่ต้องแก้ไข

เมื่อถามว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง สส. เพื่อไทย บอกว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญถ้าทำเต็มที่เป็นเรื่องที่เพื่อไทยสัญญาแล้วทำได้จริง นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมเทหมดหน้าตัก ถ้าไม่เท หมดหน้าตักแสดงว่ายังมีก๊อกสองในกระเป๋า ผมมีอะไรในกระเป๋า ผมเต็มที่กับทุกเรื่อง เศรษฐกิจ สังคม รัฐธรรมนูญ อาจยังไม่ชัดเจนเรื่องเวลา ถ้าชัดแล้วจะขีดไทม์ไลน์”

ลดค่าไฟอีกแตะหน่วยละ 3 บ.
เศรษฐกิจอยู่ในภาวะไม่ดีนัก อะไรที่ทำได้ก่อนจะเร่งดำเนินการทันที การลดค่าไฟฟ้า ครม.ปรับลดเหลือ 4.10 บาทต่อหน่วย ตนอยากเห็นค่าไฟอยู่ระดับหลัก 3 บาทต่อหน่วย อยู่ระหว่างพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดได้ข้อสรุปภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

การลดราคาน้ำมันดีเซลดำเนินการแล้ว หลังจากนี้มีส่วนของน้ำมันเบนซิน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมากกว่ากลุ่มดีเซล รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน มุ่งเน้นกลุ่มที่เปราะบางเป็นกลุ่มแรก

ไตรมาสแรก 67 ได้ใช้ดิจิทัล 1หมื่น
โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ยืนยันดำเนินการแน่นอน คาดจะได้เห็นภายในไตรมาส 1/2567 วงเงิน 560,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรช่วงนั้น งบดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะแจก 10,000 บาท มอบหมายให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ไปพิจารณา 2 สัปดาห์ เหลือเวลา 10 วันแล้วนับตั้งแต่วันที่สั่งการไป

ภาคเกษตรกรในระยะสั้นจะเป็นการพักหนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ ระยะยาวต้องควบคู่กับการเพิ่มรายได้เกษตร พัฒนาองค์ความรู้ เปิดตลาดใหม่ๆ ทั้งแอฟริกาและตะวันออกกลาง

1มค.67ค่าแรงขั้นต่ำ400บาท
ด้านการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราที่เหมาะสม คาดว่าจะประกาศความชัดเจนได้ พ.ย.นี้ และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนได้ มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.2567 ส่วนที่มีการถามว่าจะเริ่มที่ 400 บาทต่อวัน หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า หวังว่าจะไปถึงจุดนั้น

ขณะที่เรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้นยอมรับว่า หากให้ดำเนินการภายใน 3 เดือนเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน มีทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายเอกชน การประมูลสายสีส้ม การเชื่อมต่อระบบตั๋วที่ต้องใช้ใบเดียว แต่ยืนยันว่าขณะนี้รัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้ว

สำหรับภาษีมรดก ที่ผ่านมาจัดเก็บได้เพียง 200 ล้านบาทต่อปีเป็นอัตราที่น้อยมาก หลักการคือหากมีรายได้มาก็ต้องจ่ายภาษี จึงมองว่าการได้มรดกมาก็ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน ส่วนที่ปลัดกระทรวงการคลังเซ็นกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศหากมีรายได้นำเงินเข้ามาต้องเสียภาษี ถือว่าดีมาก ระยะต่อไปคงมีหลายกฎหมายที่จะออกมายืนยันว่าจะเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ไปยูเอ็น – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เดินทางขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. เพื่อไปร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. โดยจะร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมด้วย

นำคณะบินสหรัฐ-ถกยูเอ็น
นายกฯ กล่าวถึงการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม UNGA78 ที่สหรัฐ จะพูดคุยเรื่องจับคู่ธุรกิจ นำการลงทุนมาไทยมากขึ้น ไทยมีจุดแข็งทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน ท่าเรือ ความพร้อมของกฎหมายและรัฐบาลพยายามปรับปรุงให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น ภาคเอกชนไทยแข็งแกร่ง จะเน้นย้ำให้ภาคธุรกิจเห็นถึงความพร้อมของไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องโรงพยาบาล ศักยภาพ โรงเรียนนานาชาติ รวมถึงคนไทยอัธยาศัยดี สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติสวยงาม

เวลา 16.00 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเศรษฐา และคณะ ประกอบด้วยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดฯต่างประเทศ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุม UNGA78 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่าง 18-24 ก.ย.

โดยนายกฯ มีกำหนดเดินทางถึงนครนิวยอร์ก เช้ามืด 19 ก.ย. (เวลาสหรัฐช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) และจะเริ่มภารกิจในวันเดียวกัน โดยนายกฯ จะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) และร่วมกล่าวถ้อยแถลงช่วง Leaders’ dialogue 6 “Mobilizing finance and investments and the means of implementation for SDGs achievement” และช่วงค่ำ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง

ทั้งนี้ นายกฯมีกำหนดพบหารือกับผู้บริหารสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกาและอาเซียน หอการค้าสหรัฐอเมริกา และภาคเอกชนสหรัฐฯ ซึ่งมีบริษัทเอกชนมาร่วมจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ยืนยันแนวทางด้านนโยบายของไทยที่สนับสนุนการค้าการลงทุนกับต่างประเทศ และมีคิวให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศยักษ์ใหญ่ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง อาทิ CNN, Bloomberg

เตรียมลดเบนซินให้ทันสิ้นปี
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน กล่าวถึงการลดราคาเบนซินว่า จะพยายามลดให้ทันเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน แต่จะเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางก่อน โดยจะเร่งคุยกับกรมธุรกิจพลังงาน 19 ก.ย.จะไปหารือกับกรมศุลกากร “ไม่น่าเชื่อว่าไม่มีข้อมูลอะไรกันเลย ต้นทุนราคาน้ำมันเท่าไหร่ ไม่เห็นจะยากไปสอบถามที่กรมศุลกากรได้ ใครเอาอะไรเข้ามาเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ ภาษีเท่าไหร่ แค่นี้ก็รู้ต้นทุนภาษีน้ำมันแล้ว”

รมว.พลังงานกล่าวว่า น้ำมันเป็นสินค้าพิเศษ ประเภทอุปโภคบริโภคธรรมดา เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของคน และเกี่ยวกับต้นทุนสินค้าต่างๆ รวมถึงเป็นเรื่องของความมั่นคง ต้องกำกับดูแลรอบคอบรัดกุม และต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่านี้ ยืนยันการลดราคาน้ำมันเบนซินจะต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้ โดยจะพยายามทำให้โครงสร้างมีความถูกต้องมากขึ้น

ค่าไฟลดทันที-เหลือ3.99บ./หน่วย
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.เห็นชอบลดค่าไฟฟ้าลงเหลือ 3.99 บาท/หน่วย มีผลทันที หลังจากการประชุม ครม.สัปดาห์ก่อน ครม.ปรับลดลงเหลือ 4.10 บาท/หน่วย จาก เดิมค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 4.45 บาท/หน่วย ซึ่งนายกฯมอบให้รัฐมนตรีพลังงาน ให้ลดลงค่าไฟฟ้าอีกว่าสามารถทำได้หรือไม่ วันนี้ยืนยันลดได้ 3.99 บาท/หน่วย

เร่งกำหนดกรอบดิจิทัล 1 หมื่น
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับวิธีใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต จากรัศมี 4 กิโลเมตร ให้ใช้ได้ภายในพื้นที่อำเภอว่า ยังไม่มีข้อสรุปในขั้นตอนดำเนินการ ที่นายกฯ สั่งการคือการสร้างคณะทำงานเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต เรารับข้อเสนอภาคประชาชนและหลายภาคส่วน การขยายพื้นที่เป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น แต่เรายังคงยึดกรอบกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนฐานราก จึงต้องหาจุดที่เหมาะสม

เมื่อถามถึงไทม์ไลน์การตั้งบอร์ดพิจารณาเรื่องดิจิทัลวอลเล็ตที่ขีดเส้นไว้ 14 วัน นายจุลพันธ์กล่าวว่า นายกฯ ขอเวลาไว้ 14 วัน ตอนนี้เหลือ 10 วัน ยืนยันว่าเราจะส่งกรอบรายละเอียดวงเงินและแหล่งที่มาทั้งหมด ให้ครม.ในอีก 10 วันข้างหน้า

จ่อชงครม.ตุลา-รฟฟ. 20 บาท
ที่กระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เผยผลการประชุมเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ร่วมกับผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า หารือเรื่องนโยบายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-ตลิ่งชัน และสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ 20 บาทตลอดสาย เบื้องต้นไม่มีข้อกฎหมายใดติดขัดในการดำเนินการ แต่อาจมีเรื่องทางเทคนิคที่ต้องดำเนินงานให้เรียบร้อยเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บค่าโดยสารว่าจะใช้บัตรใดในการจ่ายค่าโดยสาร

ในส่วนของสายสีแดงจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดรฟท. 21 ก.ย.นี้ ส่วนสายสีม่วงนั้บอร์ดรฟม.จะพิจารณาอนุมัติในหลักการ 28 ก.ย. จากนั้นทั้ง 2 หน่วยงานจะสรุปเรื่องเสนอมายังกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะสามารถนำเสนอให้ครม.)พิจารณาได้ในการประชุม ต.ค.นี้ จากนั้นประชาชนน่าจะได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสารสีแดงและสีม่วงในราคา 20 บาทตลอดสายได้ในช่วงปีใหม่ 2567 ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รมว.คมนาคม ตั้งเป้าหมายไว้

พท.โต้ยื้อแก้รธน.หวังอยู่ยาว
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการ นายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะทำงานศึกษาการทำประชามติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ครม.แบ่งงานและตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว แปรนโยบายที่หาเสียงให้เป็นรูปธรรม เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเร่งให้รัฐบาลจัดทำประชามติและแก้ไขรัฐธรรมนูญ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า เขาค้านก็ค้านไป แต่เราพยายามสร้างความชัดเจน การดำเนินการหลายเรื่องต้องใช้เวลา เพิ่งทำงานได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อทำประชามติว่า เป็นส่วนหนึ่งของการแก้รัฐธรรมนูญ ฉะนั้นรัฐบาลไม่มีประเด็นจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดเยื้อ แต่เป็นไปตามขั้นตอนซึ่งแต่ละขั้นตอนใช้เวลาพอสมควร คิดว่ารัฐบาลเร่งอยู่ เพราะวาระนี้เป็นวาระสำคัญ

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีนัยยะถึงอายุของรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องนี้รัฐบาลมีความตั้งใจอยู่แล้ว

ชูศักดิ์ชี้วางกรอบประชามติไม่ช้า
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะยุบสภาทันทีว่า คงไม่เกี่ยวกัน เรื่องรัฐธรรมนูญกับการบริหารงานของรัฐบาล ทุกคนคงไปตีเวลาของการแก้รัฐธรรมนูญใช้เวลา 2-3 ปี แล้วมาคำนวณการใช้เวลาทำงานของรัฐบาล มันคนละเรื่องกัน ประชาชนฟังแล้วอาจเกิดความสับสนมากกว่า

ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้รับผิดชอบตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติหลังมีข่าวว่าจะเชิญตนให้เข้าร่วมกรรมการชุดดังกล่าว คาดจะได้พูดคุยกันเร็วๆ นี้ หลักการทำงานต้องยึดตามที่นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ไว้

เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวหากล่าช้าไปจะถูกมองว่ายื้อเวลาหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า คงไม่ช้า การทำงานต้องรอบคอบ หากพิจารณาองค์ประกอบของกรรมการต้องมีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงภาคประชาชน

พัชรวาทย้ำไม่ขัดแย้งธรรมนัส
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแบ่งงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่จะแบ่งงาน ส่วนตัวหากนายกฯ มอบหมายอะไรก็ทำงานเต็มที่ เมื่อถามว่าไม่มีความขัดแย้ง กับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทกล่าวว่า ไม่มี

ไชยาโวยแบ่งงานก.เกษตรฯ
นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าไม่พอใจการแบ่งงานในกระทรวง ว่า ไม่ใช่ไม่พอใจ แต่ท้วงติงเรื่องความรับผิดชอบการแบ่งงาน การมอบงานต้องมอบอำนาจบริหารจัดการ และการบริหารงบประมาณ คำสั่งต้องชัดเจน เปรียบเทียบการแบ่งงานกระทรวงอื่นเห็นได้ว่าคนเป็นรมช.มีอำนาจบริหารจัดการ บริหารบุคคลและงบประมาณ ได้ให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำคำสั่งรัฐมนตรีในอดีตมาเปรียบเทียบ การมอบหมายงานครั้งนี้ไม่สามารถทำงานตอบสนองนโยบายรัฐบาลได้ เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มวลชนส่วนใหญ่ของเรามาจากภาคเหนือและอีสาน ต้องตอบคำถามประชาชนเรื่องน้ำ ดิน และสัตว์

“การแบ่งงานรัฐมนตรีช่วย 2 คน ให้รับผิดชอบคนละ 4 หน่วยงาน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกำกับ 11 หน่วยงาน จะทำงานหนัก เกินไป แบ่งให้พวกเราทำบ้าง เราอยากทำงาน อยากแบ่งเบาภาระ ยืนยันไม่ใช่เรียกร้องที่ได้ดูแลกรมน้อย ผมไม่ได้มีปัญหาและไม่ได้ยืนอยู่บนความขัดแย้ง การจะทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันต้องให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจกัน และต้องมีธรรมาภิบาล” นายไชยากล่าว

จ่อคุย‘ธรรมนัส’แบ่งงานใหม่
ถามว่าร.อ.ธรรมนัส จะปรับเรื่องการแบ่งงานใหม่หรือไม่ นายไชยากล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุจะปรับปรุงแก้ไขคำสั่งให้ใหม่ หากคำสั่งที่ออกมาผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย คาดจะพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ในเร็วนี้ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ หรือไม่ นายไชยากล่าวว่า นายอนุชามีความรู้สึก เรื่องนี้ไม่ต่างจากตน

เมื่อถามว่าหากแบ่งกันไม่ได้จะขอให้ ผู้จัดการรัฐบาลไปพูดคุยหรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า คงขอให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ไปดำเนินการให้ เพราะดูทั้งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์

อดิศรติงฝากเลี้ยงหมออ๋อง
ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดทางให้สส.ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านว่า ตำแหน่งรองประธานสภา เมื่อเลือกไปแล้วถือว่าสิ้นสุด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเป็นสิทธิ์ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา จะอยู่หรือไป แล้วแต่พรรคก้าวไกลคิด ตนไม่แทรกแซง หากให้ความเห็นไปเดี๋ยวจะหาว่าเราแซะ

เมื่อถามว่าอาจมีการขับนายปดิพัทธ์ไปอยู่กับพรรคอื่น นายอดิศรกล่าวว่า “ท่านมีความผิดอะไร ผมถามหน่อย คุณปดิพัทธ์มีความผิดอะไรถึงขับออกจากพรรค” นายอดิศรกล่าวและว่า ข้อบังคับของทุกพรรคระบุหากจะ ขับออกต้องมีความผิดรุนแรง นายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภา ยังหาเหตุผลที่จะขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคไม่ได้ ยกเว้นมาเล่นละครซ่อนหากัน ซึ่งไม่อยากให้เกิดขึ้น

เมื่อถามถึง กมธ.ทั้ง 35 คณะ นายอดิศรกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของวิป หน้าที่ของกมธ.คือต้องแบ่งสันปันส่วนกันระหว่างสส. ซึ่งนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาคนที่ 2 ก็บอกว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ให้จับสลาก จะได้ทำงานกันเสียที ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

พท.ชี้ยิ่งกว่าละคร
นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีนายปดิพัทธ์ อาจถูกขับออกจากพรรคก้าวไกลเพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาว่า

หากมติก้าวไกลขับนายปดิพัทธ์ให้มาอยู่พรรคเป็นธรรม มันยิ่งกว่าละคร และคิดว่าในอนาคตนายปดิพัทธ์จะเหนื่อยในเวทีการเมือง เนื่องจากเป็นรองประธานสภาที่ถูกขับออกจากพรรค มานั่งเป็นรองประธานสภาความสง่างามจะมีหรือไม่ การโดนขับออกเป็นการทำบาปต่อนักการเมือง ถือเป็นการฆ่านักการเมือง ถ้าตนโดนขับออกจากพรรคเพื่อไทยตนจะเลิกเล่นการเมืองเลย ฝากไปยังผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกลอย่าไปทำบาปกับอนาคตของน้องๆ เลย ขอให้อดทน และอย่าฆ่าตัวตายวันนี้เลย

อย่าลืมที่นายปดิพัทธ์ได้เป็นรองประธานสภาก็มาจากพรรคเพื่อไทย 141 คนโหวตให้ แล้ววันนี้จะเลี่ยงบาลีไปอยู่พรรคเป็นธรรม มานั่งเป็นรองประธานสภาก็ต้องมีเรื่องจริยธรรม เมื่อถามว่านายปดิพัทธ์อาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกในที่ประชุม นายครูมานิตย์กล่าวว่า อย่างน้อยๆ ตนรับไม่ได้

วันนอร์ปัดกระแสข่าวไขก๊อก
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กระบุได้ยินกระแสข่าวนายวันมูหะมัดนอร์ จะลาออกจากตำแหน่งเพราะมีปัญหาสุขภาพว่า ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำเช่นนั้น ที่ผ่านมาทำงานเต็มกำลัง ไม่มีวันหยุด มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เสาร์-อาทิตย์ ก็ทำงาน ทำอย่างเต็มที่ ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน ยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แข็งแรงดี แล้วจะลาออกเพราะอะไร ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหน และตนไม่ได้ทำผิดอะไร ได้มอบหมายให้นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภา แถลงชี้แจงในเรื่องนี้แล้ว

รทสช.แฉ‘อ๋อง’ดูงานบินพักหรู
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา กรณีนำคณะไปดูงานที่สิงคโปร์ โดยตั้งข้อสังเกตราคาค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมีราคาสูงเกินจริง ระบุ เอกสารส่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ 11 ก.ย. 66 เบิกงบ 1.3 ล้านบาท ให้รองประธานสภา และสส. 6 คน ไปดูงานสิงคโปร์ในเรื่องที่ไม่มีวาระเร่งด่วน เอาง่ายๆ ก็คือไปเที่ยว ค่าใช้จ่ายเกินจริงของทริป เช่นที่พักหรู 4 คืน คืนละ 1.25 หมื่น รวมเป็น 5 หมื่นบาทต่อคน ทั้งๆ ที่โรงแรมคืนละ 1-2 พัน ก็อยู่ได้สบายใจกลางเมืองสิงคโปร์ ตั๋วเครื่องบินหรู 51,250 บาทต่อคน ราคาตั๋วธรรมดาทั่วไปอยู่ที่ 4,000 บาท “พูลวิลล่า ปาร์ตี้ จิบไวน์พรีเมียมบนเครื่องบิน วิวดีที่ เซ็นโตซ่า พวกคุณนอนหลับสบายดีมั้ย บนภาระภาษีพี่น้องคนไทย”

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ให้นายปดิพัทธ์ ตอบคำถาม 1.จำเป็นอย่างไรในการเดินทางไปถึง 12 คน เหตุใดส่วนใหญ่เป็น สส.ก้าวไกล 2.เนื้อหาดูงานคืออะไร จะมีประโยชน์อะไรต่อการปรับปรุงการทำงานของรัฐสภา 3.ค่าใช้จ่ายทั้งค่าเครื่องบิน ที่พัก เบี้ยเลี้ยง เป็นไปตามสิทธิหรือเป็นการฟุ่มเฟือยใช่เหตุ อย่าตอบแบบนายกฯ ว่า ใจเย็นๆ หรืออย่าไปสนใจ หรือทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ

ปดิพัทธ์ยันโปร่งใส-ใช้ตามจริง
ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา กล่าวชี้แจงว่า เป็นการตั้งงบแบบสูงสุดไว้ก่อน แต่การใช้จ่ายเป็นไปตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ถูกกว่าที่ตั้งงบประมาณไว้อยู่แล้วและเมื่องบเหลือก็ต้องส่งคืนคลังทั้งหมด เรื่องการจองที่พักและการเดินทางเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามระเบียบ แต่ตนให้นโยบายว่าอย่าเต็มที่นักและให้บินสายการบินประหยัด ค่าที่พักไม่จำเป็นต้องถึง 12,000 บาท เพียง 7,000- 8,000 ก็พอ แต่จะให้ไปนอนโฮสเทลก็ไม่ใช่เรื่อง เจ้าหน้าที่ก็ไปทำการบ้านมาแต่มีระเบียบว่าตนต้องบินด้วยสายการบินแห่งชาติ

ส่วนที่บอกไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ขอให้รอดูผลการทำงานของตนหลังกลับมาก่อน และ ไม่ได้มีแค่ตนแต่มีหน่วยงานอื่นที่ต้องถูกจับตามองเรื่องการไปดูงาน รวมถึงรัฐบาล ถือเป็นโอกาสดีที่สังคมจะได้ตั้งคำถามเรื่องนี้ ยืนยันว่าทั้งหมดโปร่งใส จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ก.ย.นี้ อีกครั้ง

นิดถกชัชชาติ-ผุดกก.พัฒนากทม.
วันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เปิดให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พบหารือข้อราชการร่วมกันเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการเร่งรัดพัฒนากทม. นายกฯ กล่าวว่า มาคุยตรงนี้เกิดจากสัปดาห์ที่แล้วตนรับประทานอาหารกลางวันกับผู้ว่าฯ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ดำริกันว่าจะตั้งคณะกรรมการชุดเล็ก 6-7 คน ขับเคลื่อนกทม.โดยใช้นโยบายเป็นหลัก ใช้งบคงมีน้อยมาก หน้าที่รัฐบาลคือสนับสนุนผู้ว่าฯ ชัชชาติให้แก้ไขปัญหา อะไรทำได้ก็ทำก่อน หนักเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการที่ขึ้นตรงอยู่กับตน ให้มาซับพอร์ตผู้ว่าฯ กทม.ทั้งเรื่องการจราจร อาชญากรรม หรือเรื่องรถติด นายกฯ กล่าว

ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า ทำงานมา 1 ปี พบว่าปัญหากทม. ชัดเจนเกิดจากการประสานของหน่วยงาน หากมีการประสานงานที่เข้มข้นและมีทิศทางที่ชัดเจนจากฝ่ายบริหารก็จะบรรเทาไปได้มาก จึงกราบเรียนนายกฯ ว่า อยากให้มีคณะทำงานเพียงไม่กี่คน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น รมว.มหาดไทย รมว.คมนาคม ตำรวจ นายกฯ และเลขาธิการนายกฯ และผู้ว่าฯ กทม. เป็นกลุ่มทำงานโดยไม่เน้นเมกะโปรเจ็กต์ ไม่เน้นลงทุน แต่เน้นเรื่องการ ผลักดันสิ่งที่เป็นข้อปัญหาติดขัดต่างๆ

อย่างการจราจร กทม.รับผิดชอบส่วนหนึ่ง แต่มีการก่อสร้างซึ่งเกี่ยวข้องทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ ทางหลวง การทางพิเศษ กฟน. กปน. การไปผลักดันด้วยตัวเราเองมันไม่ง่าย แต่ถ้าเรามี คณะกรรมการปัญหาจะบรรเทาได้มาก เรื่องการท่องเที่ยว ที่เจอคือความปลอดภัยและการโกง กทม.แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายตำรวจท่องเที่ยว ททท. ร่วมมือกันได้จะแก้ปัญหา ได้ดี และการจัดเทศกาลฤดูหนาว ช่วงปลายธ.ค.จะขอทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน จะทำให้กทม.มีเทศกาลฤดูหนาวอย่างยิ่งใหญ่เหมือนที่เคยมา และอยู่ในปฏิทินโลก รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สายสื่อสารที่รกรุงรัง ต้องเกี่ยวข้องกับ กสทช. กฟน. หากมีคณะกรรมการชุดนี้จะแก้ปัญหาเร่งด่วนของ กทม.ได้อย่างรวดเร็ว

ครม.ตั้งล็อต2-กุนซือรมต.
วันที่ 18 ก.ย. ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงต้นสังกัดเสนอการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ดังนี้ กระทรวงคมนาคม 1.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็น ที่ปรึกษารมช. (นางมนพร เจริญศรี), 2.นายสรพันธ์ คุณากรวงศ์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรมว.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่ เลขานุการรมช.คมนาคม (นางมนพร) 3.นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล เป็น ที่ปรึกษารมช.คมนาคม (นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ) 4. น.ส.ณภัทรา กมลรักษา เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรมว.คมนาคม ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรมช.คมนาคม (นายสุรพงษ์), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายนพดล พลเสน เป็น เลขานุการรมว., กระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เป็น เลขานุการรมว.

กระทรวงอุตสาหกรรม 1.นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย เป็น ที่ปรึกษารมว. 2.น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ เป็น เลขานุการรมว., กระทรวงวัฒนธรรม 1. นายสุรพล เกียรติไชยากร เป็น ที่ปรึกษารมว.วัฒนธรรม 2. น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ เป็น เลขานุการรมว., กระทรวงการคลัง 1.นายนิโรธ สุนทรเลขา เป็น ที่ปรึกษารมช.คลัง (นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ) 2. น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการรมว. ปฏิบัติราชการประจำรมช. (นายกฤษฎา), กระทรวงพลังงาน 1.น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต เป็น ที่ปรึกษารมว. 2.นายเริงชัย คงทอง เป็น เลขานุการรมว.

ครม.ยังไม่ตั้งรองโฆษก
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า สำหรับการแต่งตั้งตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ตนก็ทวงถามทุกวัน รัฐบาลอยากตั้งให้เร็ว แต่ก็ต้องอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วย เนื่องจากกำลังพิจารณากันอยู่ เพราะเขาก็เห็นใจตน อยากจะเสนอคนมาช่วย เพราะคงเห็นว่าคนเดียวคงรับมือไม่ไหว ก็อยากให้คนมาช่วยงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน