ลำเซบายจมยโส แม่ฮ่องสอนอ่วม

‘เหนือ-อีสาน’ เดือดร้อนหนัก ฝนตกต่อเนื่อง ยโสธรอ่วม น้ำจากลำเซบายล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เกษตร 3 ตำบลพื้นที่อ.ป่าติ้ว เสียหาย 3 พันไร่ ส่วนที่อุดรธานี เขื่อนห้วยหลวงเร่งปล่อยน้ำ หลังฝนถล่ม เตือนชาวบ้านใต้เขื่อนยกของขึ้นไว้ที่สูง ขอนแก่นก็ยังจมหลายพื้นที่ ด้านกำแพงเพชรฝนตก น้ำทะลักท่วมร.พ.พรานกระต่ายกลางดึก จนท.ระดมขนกระสอบทรายกั้นป้องกันท่วมห้องคนไข้ แม่ฮ่องสอนน้ำป่าท่วมอุทยานฯ ถ้ำปลา ต้องสั่งปิดด่วน อุตุฯ เตือน 52 จว. รวมทั้งกทม.และปริมณฑลเตรียมรับมือฝนตกต่อเนื่องจากร่องมรสุม

ทำสะพาน – กรมทางหลวงเร่งสร้างสะพานเบลีย์วางพาดถนนสายน้ำพอง-กระนวน ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่ถูกน้ำไหลกัดเซาะ ท่อลอดจนทรุดตัว เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรโดยเร็ว เมื่อวันที่ 18 ก.ย.

ขอนแก่นยังอ่วมน้ำท่วม
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.ขอนแก่นว่า มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ น้ำท่วมบริเวณกว้าง โดยเฉพาะถนนช่วงบ้านศรีฐาน-บ้านคำไฮ และท่วมถนนเส้นทางบ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมือง ที่ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอีกรอบ ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนอย่างมาก

ส่วนถนนจากหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปยังบ้านกอก ต.บ้านเป็ด ยังมีน้ำท่วมขังผิวจราจรสูง 30-40 ซ.ม.

ขณะที่โรงเรียนคนตาบอดล่าสุดระดับสูงขึ้นกว่าเมื่อวาน อยู่ที่ระดับ 50-80 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ต้องนำเรือท้องแบนมาคอยรับส่งนักเรียน และครูอาจารย์ เดินทางเข้าออกโรงเรียน เนื่องจากเด็กนักเรียนบางคนต้องเดินทางไปเรียนร่วมกับโรงเรียนอื่นๆ ในตัวเมือง และนักเรียนตาบอดบางคนที่พักอยู่บ้าน พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องเดินทางมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้เช่นกัน ส่วนหมู่บ้านพิมานเพลสถูกน้ำท่วม 50 หลัง เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ออกไปพักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องแล้วเพื่อความปลอดภัย

ที่ถนนมะลิวัลย์ ซอย 9 ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างบ้านศรีฐานออกไปหน้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น น้ำท่วมถนนสูงกว่า 40 ซ.ม. ชาวบ้านที่อยู่ภายในซอยเดือดร้อน มีเพียงรถใหญ่หรือรถยกสูงเท่านั้นที่ผ่านไปมาได้

หนีน้ำท่วม – เจ้าของธนภัทรฟาร์ม บ้านหนองบึงมอ ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ย้ายเจ้าขวัญเงิน ควายงามและควายแสนรู้ พร้อมด้วยควายตัวเมียแม่เรียม และควายเผือกอีกตัวเจ้าแก้วกรกฎ ลุยน้ำเกือบจะมิดคอ ขนเอาทรัพย์สินและฟางแห้งหนีน้ำท่วมออกมา เมื่อวันที่ 18 ก.ย.

อุดรฯท่วมหนัก 2 เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำยังคงท่วมในพื้นที่หลายอำเภอของจ.อุดรธานี เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ล่าสุดในพื้นที่ อ.กุดจับ และต.ห้วยสะอาด อ.เมืองที่อยู่ใต้เขื่อนห้วยหลวงกำลังประสบปัญหามวลน้ำจำนวนมากไหลท่วมไร่นาต้นข้าวและบ้านเรือนประชาชนเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากทางเขื่อนห้วยหลวงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ต.โคกสะอาดทยอยปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนเพราะห่วงปริมาณน้ำจะเกินความจุของเขื่อนและอาจจะทำให้เขื่อนแตกได้ โดยมวลน้ำจำนวนมากไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง ในพื้นที่ต.เชียงยืน อ.เมือง และต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ น้ำจากลำห้วยหลวงเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชน บางแห่งสูงถึง 2 เมตร ถนนและสะพานหลายแห่งขาดแล้ว รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

4อ่างอุดรฯเร่งระบายน้ำเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จ.อุดรธานีมากว่า 2 สัปดาห์ ทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง จนปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุ ต้องระบายน้ำออกเพิ่มขึ้นอีก ประกอบด้วยอ่างห้วยหลวง ความจุ 135 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีน้ำ 133.4 ล้านลบ.ม. หรือ 98.66% ระบายเพิ่มจาก 14.5 ล้านลบ.ม./วัน เป็น 17.96 ล้าน ลบ.ม./วัน จากนั้นไหลมาสมทบกับน้ำจากลำห้วยเชียง และลำห้วยยาง ที่ประตูน้ำบ้านหัวขัว อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ต้องยกประตูขึ้นทั้ง 3 บาน

น้ำที่ระบายออกมาในลำห้วยหลวงไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร ในต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ต.เชียงยืน ต.นากว้าง ต.หมูม่น และอ.เมืองอุดรธานี โดยเฉพาะถนนระหว่างต.เชียงยืน กับ ต.เชียงเพ็ง มีน้ำท่วมถนนเป็นช่วงๆ รถเล็กผ่านไม่ได้

ส่วนที่บ้านหนองบึงมอ ม.9 ทต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ ที่ลำน้ำห้วยหลวงและลำน้ำสาขาไหลผ่าน 4 ลำห้วย และคลองส่งน้ำจากอ่างห้วยหลวง 1 สาย ทั้งหมดน้ำไหลล้นตลิ่งและคลองเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง และชาวบ้านที่อยู่ในที่ลุ่มต้องอพยพไปอยู่ที่สูง พร้อมย้ายสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่สูง

นายศักดิ์สิทธิ์ คำทึง นายกอบต.เชียงยืน อ.เมือง เดินทางมาตรวจติดตามจุดอำนวยความสะดวกจุดคลองส่งน้ำ พร้อมเปิดเผยว่า ปีนี้หนักกว่าปีที่ผ่านมากว่า 30 % ในต.เชียงยืน น้ำท่วม 7 หมู่บ้าน บ้านป่อง-จำปา-หนองหลอด-เชียงยืน-อีหลุ่ง-บางบ้านมีหลายหมู่ แต่ที่ท่วมหนักคือบ้านจำปา และบ้านป่อง ชาวบ้านต้องใช้เรือท้องแบนสำหรับเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน

ส่วนอ่างเก็บน้ำหนองสำโรง ทิศเหนือของเมืองอุดรธานี ความจุ 11.4 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำ 11.53 ล้าน ลบ.ม. หรือ 101.1 % ระบายน้ำออก 2.75 ล้านลบ.ม./วัน ซึ่งไหลลงลำห้วยหลวง ก่อนถึงสะพานรถไฟบ้านท่าตูม ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี, อ่างเก็บน้ำบ้านจั่น ทิศใต้ของเมืองอุดรธานี ความจุ 4.35 ล้าน ลบ.. มีน้ำ 4.95 ล้าน ลบ.ม. หรือ 113.9 % ต้องระบายน้ำออกเพิ่มจาก 4.4 แสนลบ.ม./วัน เป็น 7.9 แสน ลบ../วัน และอ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ ทิศตะวันตกของเมืองอุดรธานี ความจุ 6.44 ล้าน ลบ.ม มีน้ำ 5.70 ล้านลบ.ม. ต้องระบายออก 0.75 แสนลบ.ม./วัน

ลำเซบาย – น้ำจากลำเซบายล้นตลิ่ง เอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้านทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมทั้งท่วมนาข้าวพื้นที่ 3 ตำบลใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กว่า 3 พันไร่ ต้นข้าวกำลังตั้งท้องจมอยู่ ใต้น้ำได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 18 ก.ย.

ยโสธรวุ่นท่วม3พันไร่
ส่วนที่ยโสธร น้ำลำเซบายล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายหมู่บ้าน และท่วมนาข้าวในพื้นที่ 3 ตำบล เช่น ต.เชียงเพ็ง ต.โพธิ์ไทร และต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ข้าวกว่า 3,000 ไร่ที่กำลังตั้งท้องจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะบ้านกลาง หมู่ 7 และบ้านสระเกศ หมู่ 10 ต.โพธิ์ไทร และที่บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน ถนนคอนกรีต น้ำท่วมสูง 40 ซ.ม. ระยะทางยาว 200 เมตร นาข้าวประมาณ 1,300 ไร่

โดยน้ำท่วมนาข้าวคลอบคลุมหลายหมู่บ้าน ทั้งบ้านเตาไห บ้านศรีฐาน บ้านกุดสำโรง ต.ศรีฐาน บ้านท่าลาด บ้านเซโนนม่วง บ้านเชียงเพ็ง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร มีน้ำท่วมขังนาข้าวสูง 1.20 ซ.ม. เป็นบริเวณกว้าง จำนวน 3,975 ไร่ และกำลังขยายเป็นบริเวณกว้างออกไปเรื่อยๆ ส่วนมวลน้ำที่ไหลจากลำห้วยโพงสมทบกับลำเซบายจะไหลลงไปสู่พื้นที่ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ก่อนไหลลงแม่น้ำมูลในเขตอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ท่วมร.พ. – นายสนอง บุษบง นายอำเภอพรานกระต่าย พร้อมด้วยผอ.โรงพยาบาลพรานกระต่าย เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และฝ่ายปกครอง สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมภายในพื้นที่โรงพยาบาล เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบาย พร้อมวางแผนแก้ปัญหา เมื่อวันที่ 18 ก.ย.

ฝนเท-ท่วมรพ.พรานกระต่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน สลับทั้งกลางวันกลางคืนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่หลายอำเภอของจ.กำแพงเพชร โดยเฉพาะในเขตอำเภอพรานกระต่าย มีน้ำป่าไหลทะลักท่วมตลาดอ.พรานกระต่ายกลางดึก ร้านค้าเก็บข้าวของไม่ทัน และต้องนำกระสอบทรายมากั้น นอกจากนี้ยังท่วมรพ.พรานกระต่ายด้วย

นายสนอง บุษบง นายอำเภอพรานกระต่าย พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานจุดพรานกระต่าย ระดมขนกระสอบบรรจุทรายนำไปกั้นห้องต่างๆ ของโรงพยาบาลพรานกระต่าย เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะไหลไปตามห้องทำให้ข้าวของเสียหาย ส่วนในตัวตลาดพรานกระต่าย พบว่ามีน้ำท่วมในถนนหลายสาย บางสายท่วมสูง 40 ซ.ม.

นายอำเภอพรานกระต่ายเร่งสำรวจเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะโรงพยาบาลอำเภอพรานกระต่าย เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำนำกระสอบทรายมากันห้องตรวจและงานโภชนาการที่ประกอบอาหารให้กับ ผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ขณะที่น้ำท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลพรานกระต่ายเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้ระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงน้ำท่วมขังที่ลุ่มต่ำบางส่วน

อุตุฯเตือน 52 จว.รับมือฝนถล่ม
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ตั้งแต่จ.ระนองขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตั้งแต่จ.พังงาลงไปและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.นครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่จ.ระนองขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จ.พังงาลงไป ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก บางแห่ง

สั่งปิดอุทยานถ้ำปลา
นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานฯ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตก และแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเหตุน้ำป่าไหลหลาก โดยให้ประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเห็นว่ามีความรุนแรงสุ่มเสี่ยงต่อการ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ให้ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวทันที อย่างไรก็ตามได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวัง ชุดกู้ภัย เพื่อสามารถเข้าระงับยับยั้งเหตุการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีแล้ว

นายอรรถพลกล่าวอีกว่า ช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ล่าสุดได้รับรายงานจากอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จ.แม่ฮ่องสอนว่า มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง เข้าท่วมอาคารสำนักงาน บ้านพัก กระแสน้ำป่าได้พัดเอารถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ จนได้รับความเสียหาย อุทยานแห่งชาติถ้ำปลาฯ จึงประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะปกติ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานอีกหลายแห่งเกี่ยวกับเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่รับผิดชอบ และอาคารบ้านเรือนประชาชน ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเคร่งครัด รวมถึงเข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

สำหรับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำตกอันสวยงาม และอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่นน้ำตกเหวนรก อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี น้ำตกหมันแดง อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก น้ำตกตาดโตน อุทยานฯ ตาดโตน จ.ชัยภูมิ น้ำตกทีลอซู เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก น้ำตกไพรวัลย์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จ.พัทลุง น้ำตกโตนงาช้าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน