เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ ห้องอินฟินิตี้ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด เปิดงานสัมมนา “22 ปี โครงการทุนการศึกษากรุงไทยการไฟฟ้าส่งต่อแนวคิด สร้างคน สร้างการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด” โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เป็นประธานกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงาน พร้อมด้วยคุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย, คุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ผู้บริหารโครงการทุนกรุงไทยการไฟฟ้า คณะกรรมการ ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสำคัญด้านการพัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชนระดับประเทศเข้าร่วมงาน
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.เกษม กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการให้ทุนการศึกษาของกรุงไทยการไฟฟ้ามีลักษณะเฉพาะ ที่อาจจะเป็นบทเรียนต่อผู้ให้ทุนอื่นๆ โดยสิ่งสำคัญคือปณิธานหรือความตั้งใจที่อยากตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน อยากตอบแทนบ้านเมืองผ่านการสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนให้กับบ้านเมือง เป็นวิธีตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่มองไกลไปข้างหน้า อีกทั้งโครงการมีเป้าหมายชัดเจน คือต้องทำให้นักเรียนทุนไม่มีภาระค่าเล่าเรียน ใช้เวลาที่เขาเรียน อบรมสั่งสอนให้เขามีโอกาสได้พบสิ่งดีงามทั้งในเรื่องของความเป็นไทย ศาสนา หรือสิ่งต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนทุนเป็นบุคลากรคุณภาพต่อไป ทั้งยังมีหน่วยจัดการที่มีประสิทธิภาพในการติดตามผล เพื่อให้ผู้รับทุนเข้าสู่ระบบการศึกษาจนกระทั่งจบการศึกษา รวมถึงการติดตามผลการกลับมารับผิดชอบชุมชน บ้านเมือง และประเทศต่อไป สิ่งนี้เองเป็นเครื่องชี้วัดของโครงการทุนการศึกษากรุงไทยการไฟฟ้า

เรียนรู้ไม่สิ้นสุด – บริษัท กรุงไทยการไฟฟ้า จำกัด จัดสัมมนา ‘22 ปี โครงการทุนการศึกษากรุงไทยการไฟฟ้าส่งต่อแนวคิด สร้างคน สร้างการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด’ ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ กทม. เมื่อวันที่ 20 ก.ย.
ขณะที่คุณสงวนศรีกล่าวถึงความสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ว่า กิจกรรมปัจฉิมนิเทศที่โครงการจัดขึ้นในปีนี้ นอกจากจะแสดงความยินดีกับนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษา ยังให้ความสำคัญกับคุณค่าของศิษย์เก่า รวมทั้งให้ศิษย์เก่าและนักเรียนทุนนำข้อคิดจากการรับฟังปาฐกถาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ
คุณสงวนศรีกล่าวอีกว่า บริษัทไม่ใช่ผู้ที่จะได้ประโยชน์ ผู้ที่ได้ทั้งหมดคือนักเรียนทุน ที่เขาจะเป็นคนไปช่วยเหลือผู้อื่นต่อ หากในวันเริ่มต้นเราคิดว่าทำงานชิ้นนี้เพราะอยากจะได้อะไร สิ่งนั้นไม่ได้อยู่ในปณิธานของเรา เพราะฉะนั้นวันที่เราตัดสินใจทำโครงการนี้ เราต้องขอบคุณที่สุดคือคณะกรรมการที่ปรึกษาชุดแรก เพราะหากเราไม่มีทีมนี้ เราจะไม่มีวันนี้ เพราะเรามองไม่เห็นภาพของเด็กยากจน ทุกๆ ท่านคือผู้ที่บอกเราว่าเด็กที่ต้องการโอกาสเหล่านี้อยู่ที่ไหน