เผาโลงอุทิศกุศล ตร.สอบเอ็มในคุก เพิ่มข้อหาหนัก! เมียโดน5กระทง ร่วมกันทำร้ายลูก

ตร.จ่อแจ้งเพิ่ม ‘เอ็มฆ่าลูก’ ข้อหาหนักฆาตกรรมต่อเนื่อง เตรียมเข้าไปสอบสวนเพิ่มเติมในคุก ส่วน ‘เจษฎา’ เมียคนที่ 3 โดน 5 ข้อหา ตร.คุมตัวส่งฝากขัง คอตกเข้าเรือนจำหลังศาลไม่ให้ประกัน สอบเค้นจนสารภาพนำศพลูกชายวัย 3 เดือนไปทิ้งใต้พุ่มไม้ใกล้สวนรถไฟจตุจักรเมื่อปี 2556 ‘กัน จอมพลัง’ นิมนต์พระทำพิธีเชิญวิญญาณเด็กๆ ญาติเศร้าร่วมพิธีส่งวิญญาณเด็กทั้ง 5 ที่วัดพระศรีมหาธาตุ นำโลงเปล่า 5 โลงสวดส่งวิญญาณ เตรียมพาน้องวัย 4 ขวบที่ปากแหว่งไปรักษา สาวกระบี่อดีตเมียเอ็มเผยตกใจมากเมื่อรู้ข่าวอดีตสามีใจคอเหี้ยมโหดฆ่าลูกแท้ๆ ได้ วอนหน่วยงานราชการช่วยทำเรื่องหย่าให้หลังเลิกรามาได้ 14 ปีแล้ว

ทำประวัติ – ตำรวจนำตัวน.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี พิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำตัวฝากขัง คดีร่วมกับนายส่องศักดิ์ ส่งแสง หรือเอ็ม สามี ทำร้ายและซ่อนเร้นอำพรางศพลูกตัวเอง ที่สน.บางเขน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่สน.บางเขน ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ได้คุมตัว น.ส.เจษฎา มีเพียร อายุ 33 ปี ภรรยาคนที่ 3 ของนายส่องศักดิ์ หรือเอ็ม ส่งแสง ผู้ต้องหาฆ่าทรมานลูกหลายคน หลังจากถูกแจ้ง 5 ข้อหา คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย, ลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย, ผู้ใดเพื่อช่วยเหลือ ผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษทำให้เสียหายทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งหลักฐาน ในการกระทำ ความผิด และร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพ หรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป หรือเพื่ออำพรางคดี

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว น.ส.เจษฎา ออกจากห้องควบคุมไปสอบสวนที่ห้องสืบสวน ใช้เวลา 30 นาที ก่อนกลับมาพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยท่าทีของ น.ส.เจษฎาดูผ่อนคลายมากขึ้น มีการยกมือไหว้ขอบคุณชุดสืบสวนที่เดินมาส่ง

จากนั้น เวลา 09.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางเขน ได้คุมตัว น.ส.เจษฎา ขึ้นรถ คุมขังของ สน.บางเขน เพื่อนำตัวไปฝากขัง ที่ศาลอาญา โดยสื่อมวลชนพยายามสอบถาม น.ส.เจษฎากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อยากมีอะไรจะพูดถึง หรือขอโทษสังคมอย่างไร แต่ น.ส.เจษฎาก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูด ยกมือไหว้ แล้วบอกว่า “อย่ามาซ้ำเติมกันเลย” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว น.ส.เจษฎา ไปฝากขังที่ศาล อาญาทันที

โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านขอปล่อยชั่วคราวเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี ในภายหลัง และผู้เสียหาย ได้คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราวด้วย เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะทำลายหลักฐานในคดี ต่อมาศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง และไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหา หรือญาติมายื่นขอประกันตัว เมื่อหมดเวลาทำการศาล เจ้าหน้าที่ได้นำตัวน.ส.เจษฎาไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ต่อมาผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สัมภาษณ์ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า จากการที่เมื่อคืนวันที่ 22 ก.ย. ได้นำตัว น.ส.เจษฎา ไปชี้จุดที่ทิ้งศพของเด็กทารก เมื่อปี 2559 และ 2561 ปรากฏว่า น.ส.เจษฎาได้ชี้บริเวณที่ถูกก่อสร้างเป็นปั๊มน้ำมันไปแล้ว หลังจากนี้ จึงต้องรอ คณะกรรมการ ประชุมร่วมกันก่อนว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว และสภาพแวดล้อมในจุดดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงไป และการชี้จุดของ น.ส.เจษฎาสามารถคลาดเคลื่อนได้ ดังนั้น หากมีการทุบเพื่อขุดหาพยานหลักฐานแล้วปรากฏว่าไม่ใช่จุดทิ้งศพที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ ยืนยันว่า พยานหลักฐานที่พบศพเด็กทั้ง 2 ศพ ในพื้นที่ สน.บางซื่อ มีดีเอ็นเอตรงกันกับ น.ส.เจษฎา นั้น เพียงพอต่อการดำเนินคดีแล้ว แต่ตำรวจต้องการทำคดีให้รัดกุมครบถ้วนมากที่สุด

รายงานข่าวระบุว่า ในการบันทึกการสอบสวนของน.ส.เจษฎา เจ้าหน้าที่ได้นำรูปภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบศพเด็กทารกทิ้ง อยู่บริเวณใต้พุ่มไม้ถนนกำแพงเพชร 3 ด้านหลังสวนจตุจักร กทม. โดยให้ น.ส.เจษฎาเขียนบันทึกด้วยลายมือของตัวเอง มีข้อความระบุว่า “ขอยืนยันว่าภาพ ดังกล่าว เป็นภาพที่ข้าพเจ้าพร้อมนายส่องศักดิ์ ส่งแสง ได้ร่วมกันนำเด็กทารกเพศชาย อายุ 3-4 เดือน โดยใส่กระเป๋าเป้ สีดำลายจุดรูปดาวไปทิ้งไว้ ใกล้พุ่มไม้แถวถนนกำแพงเพชร 3 หลังสวนจตุจักร ใกล้กับสวนรถไฟจริง โดยได้โดยสารรถตู้จากย่านสะพานใหม่ เมื่อประมาณเดือนต.ค. 2556” ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจึงใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ส่งเด็กๆ – ‘กัน จอมพลัง’ นิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกนายส่องศักดิ์ ส่งแสง ที่เสียชีวิตแล้วถูกนำศพไปทิ้งตามที่ต่างๆ นำไปอุทิศส่วนกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.

ต่อมา เวลา 10.00 น. ที่ถนนพหลโยธิน ก.ม.25 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย พระมหาหัน ปิยวัณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดลาดปลาเค้า ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณลูกๆ ของนายส่องศักดิ์ และน.ส.เจษฎา พ่อแม่โหดที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายลูก ก่อนนำร่างใส่ถุงดำมาทิ้งไว้ริมถนนพหลโยธิน ใกล้ปากซอยพหลโยธิน 56 เมื่อปี 2559 และ 2561 และดวงวิญญาณของเด็กที่เสียชีวิตอีก 3 คน จากบริเวณอื่นๆ เพื่อเชิญดวงวิญญาณไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยได้นำโลงศพ 5 โลง เป็นตัวแทนเชิญดวงวิญญาณเด็กผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจโลง ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อสวด ส่งดวงวิญญาณทั้ง 5 ดวงไปสู่สุคติ ในเวลา 14.00 น.

กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า เชื่อว่านี่คือสิ่งสุดท้ายที่จะส่งน้องไปสวรรค์ หลังต้องถูกทิ้งอยู่ข้างถนนเป็นเวลานานหลายปีโดยไม่มีใครนำไปประกอบพิธีทางศาสนาอย่างถูกต้อง ส่วนคนที่กระทำ ไม่ว่าจะเป็น คุณแม่หรือคุณพ่อของน้อง ตนเชื่อว่าจะได้รับผลของการกระทำอย่างถึงที่สุด ซึ่งทางตำรวจก็ได้แจ้งข้อกล่าวหากับทุกคนแล้ว เป็นข้อหาหนัก ทั้งสิ้น จึงถือว่าได้ทวงความเป็นธรรมให้กับน้องๆ แล้ว หลังจากนี้หากตำรวจบอกว่าสามารถรับร่างของน้องทั้ง 3 ที่ถูกเก็บไว้ที่สถาบันนิติเวช ออกมาได้ และไม่มีญาติ ตนจะทำพิธีให้และจัดการออกค่าใช้จ่าย ให้ทุกอย่างและส่งน้องให้ถึงที่สุด

ส่วนน้องอายุ 4 ขวบที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ ที่ตนเข้าไปช่วยเหลือออกมาได้ก่อนหน้านี้ได้ประสานแพทย์เพื่อเตรียมรักษาอาการน้องแล้ว และตนจะออกค่ารักษาพยาบาล ให้ทั้งหมด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ บ้านคอกอ้ายเผือก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังทราบว่า อดีตภรรยาคนหนึ่ง ของนายส่องศักดิ์ พักอาศัยอยู่ที่นี่ คือน.ส.จิตรตรา สามเมือง อายุ 38 ปี มีครอบครัวใหม่ ที่หมู่ 2 ต.ไชยราช

หลังจากพบ น.ส.จิตรตรา ได้เปิดเผยว่า ตนเป็นชาวจ.กระบี่ และยอมรับว่าเคยเป็นอดีตภรรยาคนที่ 2 ของนายส่องศักดิ์ หรือเอ็มจริง ซึ่งได้เจอกับนายเอ็มครั้งแรก ขณะไปทำบุญที่วัด ตอนนั้นนายเอ็มบวชอยู่ เมื่อสึกออกมาแล้วได้คบหากับนายเอ็มเป็นเวลาเพียงไม่กี่เดือน กระทั่งถูกขู่บังคับให้จดทะเบียนสมรส แต่ก็อยู่กินกันได้ไม่นาน นายเอ็มอ้างว่าจะไปหาน้องสาว ก่อนหายตัวไปแล้วติดต่อไม่ได้ จึงเป็นเหตุของการเลิกรากันในที่สุด นายเอ็มไไเป็นคนโมโหร้าย กระทั่งเกิดอาการหึงหวงและลงมือทำร้ายร่างกายตนด้วยการบีบคอตอนก่อนจะเลิกกัน แต่ไม่เคยเห็นกรณีทำร้ายเด็ก เนื่องจากไม่มีลูกด้วยกัน

น.ส.จิตรตราเผยต่อว่า ตั้งแต่นายเอ็ม หายตัวไป จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 14 ปีเต็มแล้ว ปัญหาสำคัญคือ ยังไม่ได้หย่าขาดต่อกัน เพราะนายเอ็มหายตัวไปเฉยๆ และไม่กล้าตามหาเพราะเคยถูกทำร่ายร่างกายมาก่อน นาที ที่รู้ข่าวว่าอดีตสามีเป็นฆาตกรต่อเนื่องและ ฆ่าลูกตัวเอง ยอมรับตกใจมาก เพราะไม่คิดว่านายเอ็มจะมีพฤติกรรมโหดร้ายและรุนแรง ได้ถึงเพียงนี้ รู้สึกสะเทือนใจมาก แต่ขณะเดียวกัน เมื่อรู้ว่านายเอ็มอยู่ที่ไหนก็อยากใช้โอกาสนี้ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้ตนจดทะเบียนหย่ากับนายเอ็มได้ เพราะเลิกรากันมานานแล้ว และที่ผ่านมาต้องประสบปัญหายากลำบาก เวลาทำเอกสาร ธุรกรรมใดๆ เนื่องจากติดใบทะเบียนสมรส ดังกล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ ชนะแรง ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ไชยราช กล่าวว่า ในฐานะผู้ปกครองท้องที่ ยินดีให้ความ ช่วยเหลือน.ส.จิตรตรา อย่างเต็มที่ ซึ่งเบื้องต้นคงต้องให้ย้ายทะเบียนบ้าน จาก จ.กระบี่ มาที่ ต.ไชยราช ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจะประสาน หน่วยงานต่างๆ เพื่อหารือเรื่องจดทะเบียนหย่าต่อไป

ต่อมา เวลา 14.45 น.วันเดียวกัน ที่ศาลา 4 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ บางเขน มีการจัดพิธีศพให้กับดวงวิญญาณของเด็กทั้ง 5 คน ที่ถูกนายเอ็ม พ่อแท้ๆ ฆ่า โดย กัน จอมพลัง ได้เชิญ นายสังวร หลึ่งเทพ อายุ 61 ปี พี่เขยของ น.ส.สุนัน นาหัวนิล มารดาของเด็กผู้หญิง วัย 4 ขวบ ที่ถูกฆ่าโบกปูน ที่จ.กำแพงเพชร มาร่วมพิธีศพด้วย พร้อมกับ น.ส.เพ็ญนภา นาหัวนิล อายุ 19 ปี หลานของ น.ส.สุนัน มีศักดิ์เป็นน้าของ น้องโมเดล อายุ 2 ขวบ ที่ถูกฝังโบกปูน และน้องมายด์มิ้นท์ อายุ 4 ขวบ ที่ถูกนายเอ็มทำร้าย ปากแหว่ง ตาบอด และจมูกขาด โดยมีนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นายนริสสร แสงแก้ว ส.ก.บางเขน และกลุ่มญาติจาก จ.กำแพงเพชร มาร่วมพิธี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

โดย น.ส.เพ็ญนภากล่าวว่า วันนี้ได้ไปติดต่อ ขอรับศพน้องโมเดล ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ยังรับศพกลับไม่ได้ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ก่อนที่ กัน จอมพลัง จะติดต่อให้มาร่วมงานศพ ส่งวิญญาณเด็กๆ ทั้ง 5 คน ที่ผ่านมาตนเคยมีโอกาสได้เลี้ยงเด็กๆ ทั้งน้องโมเดล และน้องมายด์มิ้นท์ ทำให้รู้สึกเสียใจที่น้องถูกทำร้ายร่างกายแบบนี้ หลังเกิดเหตุ ที่บ้านได้ทำพิธีถอนวิญญาณน้องโมเดลออกจากหลุมแล้ว ขาดเพียงทำศพให้หลาน

จากนั้น เวลา 15.20 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.กก.บช.น .และตำรวจชุดคลี่คลาย คดีนี้ ได้เดินทางมาร่วมงานพิธีสวดส่งวิญญาณ ของน้องทั้ง 5 โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นประธาน ในพิธี จากนั้นพระสงฆ์ 9 รูป ทำพิธีสวดมาติกา บังสุกุล ทำพิธีสวดส่งวิญญาณให้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ก่อนญาติและผู้ร่วมงานวางดอกไม้จันทน์ หน้าโลงศพ ทั้ง 5 ด้วยความอาลัย

จากนั้น ที่สน.บางเขน พล.ต.ต.นพศิลป์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ผบก.สส.บชน. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน และพ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.สายไหม พร้อมพนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน สน.บางเขน และกก.สส.บก.น.2 เพื่อประชุมติดตามความ คืบหน้าทางคดีพ่อฆ่าลูกโบกปูน

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจาก นิติเวชว่ากระดูกที่ขุดพบในท้องที่สน.สายไหม ไม่ใช่กระดูกมนุษย์ จึงต้องมาวางแนวทางการสืบสวนกันใหม่ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงพม. ได้สอบถามลูกสาววัย 12 ปี ของน.ส.เจษฎา ให้การว่า ได้เดินทางไปกับนายส่องศักดิ์และน.ส.เจษฎา ตอนไปทิ้งศพด้วย ทุกครั้ง ลักษณะเป็นการนำใส่กล่องพลาสติกสีดำไปวางไว้ ไม่ได้ฝัง แต่ลูกสาวของ น.ส.เจษฎา ให้การจุดที่ทิ้งไม่ตรงกัน โดยบอกว่า อยู่ใกล้กับร.พ.ประชาธิปัตย์ ซึ่งชุดสืบสวน ก็จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะตามหาศพของเด็กทั้ง 2 คนอย่างเต็มที่

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า ชุดสืบสวนสอบสวนยังได้ลงพื้นที่ไปสอบถามประวัติของนายส่องศักดิ์กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบิดาของนายส่องศักดิ์ให้การยืนยันว่า ในช่วงปี 2540-2546 ลูกชายได้มีพฤติกรรมบังคับน้องสาวให้กินสารพิษ ถ้าไม่กินก็จะถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อทราบก็ได้เข้าไปตักเตือนว่ากล่าว กลับถูกลูกชายใช้มีดไล่แทง จึงไปแจ้งความ และตัดพ่อตัดลูกกันตั้งแต่ตอนนั้น

ส่วนประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ประสานกับกระทรวง พม. แล้ว โดยเด็กยังอยู่ในความดูแลของกระทรวง พม. และไม่พร้อมให้ปากคำ โดยจากการสอบปากคำ น.ส.เจษฎายืนยันว่า ช่วงปี 2564-2565 ที่นายส่องศักดิ์นำเด็กมาให้เลี้ยงดูนั้น เด็กยังปกติ แต่มีเชื้อราที่ปาก ขณะที่นายส่องศักดิ์และน.ส.สุนัน ยังไม่เปิดปากตอบเรื่องนี้ โดยพนักงานสอบสวนจะเข้า ไปสอบปากคำในเรือนจำเพิ่มเติม หลังได้ผลตรวจจากแพทย์นิติเวชว่าสาเหตุเกิดจากอะไร หากพบว่ามีการทำร้ายเด็กจนมีอาการปากแหว่ง และอาศัยความพิการไปแสวงหาผลประโยชน์ ก็จะประสานกับเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทำการ คัดแยกเหยื่อ หากเข้าองค์ประกอบความผิด ค้ามนุษย์ก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด โดยน.ส.เจษฎา จะมีความผิดด้วย เพราะเป็นผู้เปิดเฟซบุ๊กโพสต์ขอรับบริจาค

พล.ต.ต.นพศิลป์ระบุด้วยว่า วันที่ 25 ก.ย.นี้ พนักงานสอบสวนสน.บางเขน จะเข้าแจ้งข้อหา เพิ่มเติมนายส่องศักดิ์ที่อยู่ในเรือนจำ ในส่วนคดี การเสียชีวิตของลูกชาย 2 คน ในท้องที่สน.บางซื่อ เมื่อปี 2559 และปี 2561 ประกอบด้วยข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นให้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย, ซ่อนเร้น ทำลายศพ, ช่วยเหลือผู้อื่น ให้มิต้องรับโทษ และทำลายศพที่ต้องชันสูตร พลิกศพ ส่วนพฤติการณ์ของนายส่องศักดิ์ เข้าข่ายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหรือไม่ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบหลักฐานทางคดี เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน