ปลอมเป็นตร.จับคดียา ล่าอีก3เช็กมีสีจริงไหม
จับอดีตลูกเขยแสบ ร่วมกับพวกอ้างเป็นตำรวจภาค 7 อุ้ม-รีดอดีตแม่ยายเรียกเงิน 3 แสน เค้นสอบกว่า 4 ชั่วโมง ยังให้การภาคเสธ เตรียมขยายผลมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อแงะร่วมขบวนการด้วยหรือไม่ ด้านแม่ยายเสียความรู้สึกถ้าเป็นฝีมือของอดีตลูกเขยจริง
เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม ผบก.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เร่งคลี่คลายคดี ที่นางพัชรี สนสนิท หรือ หนู อายุ 48 ปี ชาวบ้านดอนเหียง ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกคนร้ายเป็นชาย 4 คนอุ้มขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีสติ๊กเกอร์ตราโล่ ที่บริเวณกระจกหลัง ขณะกำลังเดินทางกลับจากส่งหลานสาวไปโรงเรียน และกำลังกลับเข้าบ้านพัก
โดยคนร้าย 4 คน ปกปิดใบหน้าขับรถปาดหน้าและข่มขู่ให้หยุดรถก่อนใช้หมวกไอ้โม่งคลุมศีรษะสองชั้น ใช้เคเบิลไทรัดแขน ลากขึ้นเบาะหลังของรถ คนร้ายที่เหลือใช้ปืนจี้ศีรษะข้างละ 1 กระบอก ซึ่งคนร้ายอ้างตัวว่าเป็นตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ข่มขู่ผู้เสียหายว่าถูกซัดทอดว่าพัวพันยาเสพติด 1,000 เม็ด นายให้มาเอาเงินจำนวน 300,000 บาท โดยถูกคุมตัวบนรถอยู่นานกว่า 13 ชั่วโมง สุดท้ายคนร้ายได้เงินไป 200,000 บาท กับแหวนทองสองสลึง 1 วง โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคดีใหญ่และอยู่ในความสนใจของประชาชน
ล่าสุดชุดสืบสวนเมืองประจวบคีรีขันธ์พร้อมสืบสวนจังหวัดได้ร่วมกันควบคุมตัวนายธาราพงษ์ คำบัวชา หรือ ต้น ม่องล่าย อายุ 33 ปี ชาวประจวบคีรีขันธ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2566 ในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ โดยมีอาวุธ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกับพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” จากบ้านพักหลังหนึ่งในอ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ มาสอบสวนที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับรถยนต์ส่วนบุคคล ต้องสงสัย เป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียน กธ 8939 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรถยนต์ ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ โดยเบื้องต้นรถยนต์อยู่ในสภาพตัวถังรถใหม่ จากการล้างรถทำความสะอาดมาแล้ว มีร่องรอยการลอกสติ๊กเกอร์ที่กระจกด้านหลัง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจประจวบ คีรีขันธ์ได้เข้าตรวจหาหลักฐาน เก็บรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอต่างๆ ภายในรถและนอกรถ จากนั้นนำส่งพิสูจน์โดยเฉพาะบริเวณเบาะ ที่นั่ง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง พวงมาลัยและ ที่บริเวณแผงคอนโซลด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาสอบสวนนาย ธาราพงษ์นานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งผู้ต้องสงสัยให้การภาคเสธ จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวน โดยมีทนายที่ได้รับการแต่งตั้งร่วมสอบปากคำด้วย สำหรับประวัติของนายต้น ผู้ต้องหา ก่อนหน้าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จับกุมดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนมาแล้วหลายครั้ง และเคยเป็นอดีตแฟนเก่าของน.ส.พรพิมล ซึ่งเป็นลูกสาวของนางพัชรี (ผู้เสียหาย) และเมื่อเลิกรากันไปแล้วต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนอุ้มแม่แฟนเก่าไปเรียกเงินค่าไถ่
ทางด้านพล.ต.ต.วันชัย ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดในสถานที่ต่างๆ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลาเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุให้มากที่สุด เพื่อยืนยันความชัดเจนว่ารถคันที่นำมาตรวจสอบกับรถในภาพกล้องวงจรปิดเป็นคันเดียว หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบช่องทางการสื่อสารว่าบุคคลดังกล่าวมีการติดต่อกับ ผู้เกี่ยวข้องรายใด เชื่อมโยงกับผู้เสียหาย หรือเชื่อมโยงกับกลุ่มที่กระทำความผิดหรือไม่ เนื่องจากเบื้องต้นผู้เสียหายระบุว่ามีผู้กระทำผิดทั้งหมด 4 คน
ขณะที่นางพัชรี ผู้เสียหายกล่าวว่า หากผู้ต้องหาที่ถูกจับมาได้เป็นอดีตลูกเขยของตนจริงก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่น่ามาทำกันได้ เนื่องจากขณะถูกลักพาตัวได้เดินทางกลับมาจากไปส่งหลานสาวที่โรงเรียน ซึ่งหลานสาวคนนี้เป็นลูกสาวของอดีตลูกเขยที่ตนเลี้ยงให้มาตั้งแต่เล็กยังแบเบาะ จนขณะนี้หลานสาวอายุได้ 3 ขวบแล้ว ที่ผ่านมาตนเคยเห็นหน้าอดีตลูกเขยมาบ้างแต่ไม่บ่อย และในวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุทั้งหมดสวมแมสก์ปิดบังใบหน้า แต่ตนจำผู้ก่อเหตุที่ใส่หมวกและไม่ได้ปิดแมสก์ ได้ดี ซึ่งคนนี้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อแงะซึ่งตรงกับภาพที่ลูกสาวนำมาจากเฟซบุ๊ก มาเปิดให้ดูเทียบเคียง ส่วนการทำงานของตำรวจที่สามารถติดตามจับตัวคนร้ายมาได้แล้ว 1 คนอย่างรวดเร็ว ตนรู้สึกดีใจและขอขอบคุณตำรวจที่ไม่นิ่งนอนใจติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาได้ แต่ยังเหลือผู้ก่อเหตุอีก 3 คน ซึ่งในจำนวนนั้นไม่รู่ว่าจะมีตำรวจจริงร่วมขบวนการอยู่ด้วยหรือไม่ เนื่องจากได้ยินเสียงวิทยุและหน้าผู้ก่อเหตุที่สวมหมวกแล้วเดินมาล็อกคอตน ก็ยังมีความหวาดกลัวเรื่องความ ไม่ปลอดภัยอยู่ดี เพราะตำรวจยังจับตัวผู้ต้องหาที่เหลือมาได้ยังไม่หมด
รายงานจากแหล่งข่าวระบุว่า ตำรวจชื่อแงะมีตัวตนจริง ได้รับอนุมัติขอตัวมาช่วยราชการ เป็นลูกน้องคนสนิทขับรถให้กับ ระดับบิ๊กตำรวจของจังหวัดประจวบฯ ส่วน จะเป็นคนเดียวกับคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
ล่าสุดมีรายงานว่ากรณีตำรวจชื่อแงะ ที่ถูกพาดพิงถึงนั้น เบื้องต้นเจ้าตัวมีข้อมูลยืนยันสถานที่อยู่ชัดเจนในวันเกิดเหตุ ส่วนจะเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นยังต้องพิสูจน์ทราบอย่างละเอียดเสียก่อน และกรณีคำให้การของผู้เสียหายที่ระบุว่า มีผู้ต้องหาในคดีรวม 4 คน ที่ก่อเหตุอุ้ม รีดเงินค่าไถ 300,000 บาทนั้น ยังต้องพิสูจน์ทราบและสืบสวนต่อไปด้วยเช่นกัน ว่าเท็จจริงแล้ว มีบุคคลเกี่ยวข้องในคดีนี้กี่คนกันแน่ จะต้องนำข้อมูลแวดล้อม ภาพจากล้องวงจรปิด พยานบุคคล รวมถึง DNA มาวิเคราะห์ด้วยทั้งหมด