‘บิ๊กก้อง-จิรภพ’ ผบช.ก. แถลงดำเนินคดี ม.157 กับ 15 ตำรวจที่อยู่ในบ้านกำนันนก วันเกิดเหตุยิงสารวัตรศิว ชี้เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผกก.พญาไทโดนด้วย ขณะที่ความผิดให้การเท็จอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง รวมถึงผลกู้เซิร์ฟเวอร์ ย้ำเอาผิด กำนันนกได้แน่ ส่วนคดีฮั้วประมูล พบพิรุธชนะคู่แข่งตั้งแต่ปี 2558 ที่เปลี่ยนมาเป็นวิธียื่นประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ เร่งประสานดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผบก.ป. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./โฆษก บช.ก. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.5 บก.ป. และ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ร่วมแถลงความ คืบหน้าคดี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. หรือสารวัตรศิว
โดยพล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า บช.ก.รับโอนคดีมาจากคณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มา โดยแบ่งกลุ่มตำรวจ 29 นาย ที่อยู่ในวันเกิดเหตุเป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 คือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ มี 2 นาย, กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา 6 นาย, กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที ขณะเกิดเหตุมี 6 นาย และกลุ่มที่ 4 คือ มีพฤติการณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นมี 15 นาย แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดพฤติการณ์ของตำรวจแต่ละนายได้ เพราะอยู่ในสำนวน
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้หารือกับพนักงานอัยการทุกแง่มุมมาตลอด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจกลุ่มที่ 4 ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เนื่องจากไม่กระทำการใดๆ ตามหน้าที่ หลังจากเกิดเหตุ ในความผิดฐานละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ในจำนวนนี้ มี พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผกก.สน.พญาไท รวมอยู่ด้วย หลังจากนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้ง 15 นายให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนข้อหาให้การเท็จนั้นอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้

ฟัน 15 ตร. – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. แถลงความคืบหน้าคดียิงสารวัตรศิวกรเสียชีวิตในบ้านกำนันนกที่จ.นครปฐม โดยดำเนินคดีตำรวจ 15 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ความผิดมาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ที่บช.ก. เมื่อวันที่ 26 ก.ย.
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า ส่วนหลังจากเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. พ.ต.อ.วชิรา หรือ ผกก.เบิ้ม ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. ได้ใช้อาวุธปืนอัตวินิบาตกรรมตนเอง ในบ้านพักย่าน อ.คูคต จ.ปทุมธานี จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า พ.ต.อ.วชิราอยู่ในกลุ่มให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยทันทีขณะเกิดเหตุ โดยหลังเกิดเหตุได้เร่งรีบนำตัว พ.ต.ต.ศิวกร และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล. ไปโรงพยาบาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง โดยทันที ไม่เข้าข่ายเป็นความผิด เป็นเหตุจำเป็น เร่งด่วนที่ต้องนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ไม่มีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ก็ยังมี การพยายามกู้ข้อมูลในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ ในบริเวณสำนักงานของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม จากการตรวจสอบ นั้นมีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 15 ตัว ใช้การได้ 13 ตัว และเสียไป 2 ตัว กล้องที่ใช้การได้ มีไฟล์บันทึก 12 ตัว ไม่มีไฟล์บันทึก 1 ตัว ที่ใช้งานได้ปกติมี 11 ตัว และมีอีกหนึ่งตัวที่ บันทึกภาพเหตุการณ์ได้ถึงเวลา 10:16 น. ซึ่งกล้องตัวดังกล่าวได้ส่งให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถกู้ภาพได้ หลังจากนี้ก็จะส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญของต่างประเทศช่วยตรวจสอบด้วย คาดว่าหากกู้ข้อมูลมาได้ก็จะเห็นภาพสำคัญช่วงเกิดเหตุ ตามภาษากายของกำนันนกในขณะสั่งการได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าถึงไม่ได้ข้อมูลนี้มา ก็เอาผิดกำนันนกได้อย่างแน่นอน
พล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบ คดีฮั้วประมูลของบริษัทเครือข่ายของกำนันนก นั้นพบข้อพิรุธในหลายประเด็น โดยบริษัทของกำนันนกนั้นเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2540 เข้าร่วมประมูลงานก่อสร้าง 1,527 โครงการ ชนะประมูล 1,314 โครงการ หรือร้อยละ 85 ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ในจ.นครปฐม อีกทั้งบริษัทของกำนันนกมีสถิติชนะประมูลโครงการเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่เปลี่ยนวิธีการประมูล เป็นรูปแบบที่เป็น อี-บิดดิ้ง (e-bidding) ตั้งแต่ปี 2558 โดยชนะในราคาที่ต่างกันเพียงหลักพัน หรือหลักหมื่นบาท อีกทั้งบริษัทที่ร่วมประมูลยังเสนอราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งทางบช.ก. จะประสานงานร่วมกับกรมสอบสวนคดี พิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบในประเด็นนี้ต่อไป