‘โรม’โต้-ชี้เป็นแค่ไม่ชอบส่วนตัว เพื่อไทยนัดโหวต‘อุ๊งอิ๊ง’หัวหน้า ดึงรุ่นใหม่เสริมทีมนั่งกก.พรรค

สว.เดือด หลังมีคลิปไล่‘หมอพรทิพย์’ที่ร้านอาหารในไอซ์แลนด์ จี้ก้าวไกลเคลียร์ ใช่สมาชิกพรรคหรือไม่ ชี้กฎหมายเอาผิดได้ ‘โรม’ ลั่นอย่าโยง ระบุเป็นเรื่องความชอบหรือไม่ชอบมากกว่า ขณะที่ ‘พิธา’ แจงพรรคขับ‘หมออ๋อง’ตรงไปตรงมา ไม่ใช่นิติกรรมอำพราง โต้กั๊กรวบ 2 เก้าอี้สภา ‘อดิศร-อนุสรณ์’ ซัดก้าวไกลการละคร รั้งตำแหน่งรองปธ.ไว้เท่ากับอุ้มระเบิดไว้ จวก ‘ปดิพัทธ์’ ด้อยค่าสภา เพื่อไทยนัด 27 ต.ค. โหวต ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งหัวหน้าพรรค ดึงรุ่นใหม่เสริมทีมกรรมการบริหาร ปรับพรรคให้ทันสมัย หวังชิงคะแนนเสียงเลือกตั้ง กลับมาเป็นพรรคอันดับ 1 ‘รมต.มนพร’ ประกาศหนุนเต็มที่ ชี้เข้าใจการเมืองยุคใหม่ ศาลอุทธรณ์ไม่ให้ประกัน ‘ทนายอานนท์’ คดี 112 ระบุเกรงหลบหนี

‘อิ๊ง’นำทัพเพื่อไทย-เสนอชื่อ 27 ตค.
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย วันที่ 27 ต.ค. เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ แทนที่ชุดเดิมที่ลาออก และมีสส.จำนวนมากสนับสนุนให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อนำพรรคอย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางของคนทั้งพรรค ประกอบกับเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาปรับให้พรรคทันยุคสมัยที่คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองมากยิ่งขึ้น

ขณะนี้แน่ชัดแล้วว่า น.ส.แพทองธารจะ รับหน้าที่หัวหน้าพรรคด้วยตนเอง ขณะที่กรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะเข้ามาช่วยงาน น.ส.แพทองธาร ก็จะเป็นคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน เพราะพรรคต้องการปรับตัวครั้งใหญ่ให้เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มตัว เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย กลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งอีกครั้ง

มนพรหนุน-เชื่อเป็นคนรุ่นใหม่
นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และสส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสเป๊กหัวหน้าพรรคว่า เพื่อไทยเป็นพรรคของคน 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นสูงวัย รุ่นวัยกลางคน และรุ่นวัยหนุ่มสาว แต่เราต้องรู้ว่าการเมือง ในวันนี้เป็นของวัยหนุ่มสาวที่เขาจะต้องมา สร้างความหวัง สร้างโอกาสให้กับคนไทย ซึ่งในพรรค เราต้องยอมรับว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คือแกนกลางที่ยึดเหนี่ยวการเมืองของคนทุกรุ่นเข้ามา พร้อมกับผลงานที่สร้างให้กับคนไทย ฉะนั้น ตนอยากให้หัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรคเป็นของคน 3 วัย ที่ผสมผสานกัน

นางมนพรกล่าวว่า ส่วนตัวตนอยากให้ น.ส.แพทองธารมานำพรรค เพราะน.ส. แพทองธารเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ มีความคิด ความอ่าน และได้ซึมซับบริบทการเมืองมา ตั้งแต่เด็กๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมา รวมถึงเข้าใจทุกมิติของการเมือง สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้น.ส.แพทองธาร แข็งแกร่ง ซึ่งตอนที่ตนลงพื้นที่ มีชาวบ้านถามว่าทำไมน.ส.แพทองธาร ถึงไม่มีตำแหน่ง ในครม. ตนจึงบอกว่าน.ส.แพทองธารทำงานที่พรรค ชาวบ้านจึงตอบว่าอยากให้ น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและกลับมาเยี่ยม ที่ภาคอีสานอีก ฉะนั้น ตนต้องนำเรื่องที่ ชาวบ้านบอกกับตนไปบอก น.ส.แพทองธาร

พท.จวกหมออ๋องด้อยค่าสภา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พ้นจากสมาชิกพรรคว่า การขับสมาชิกพรรคที่เป็นถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คน ที่หนึ่ง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ควรเป็นเรื่องที่กระทำความผิดอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคได้ จึงเกิดคำถามว่านายปดิพัทธ์ทำความผิดอะไร จากนี้ถนนทุกสายจะมีผู้ไปยื่นทั้งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ตีความการขับสมาชิก ออกจากพรรคชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัย ว่าการกระทำเช่นนี้ขัดจริยธรรมและคุณธรรมทางการเมืองหรือไม่

นายอนุสรณ์กล่าวว่า นี่ไม่ใช่การเมืองใหม่ที่โฆษณาไว้ แต่เป็นการเมืองโบราณย้อนยุค ถอยหลังลงคลอง เพื่อต้องการรักษาตำแหน่งและผลประโยชน์มากกว่ารักษาความถูกต้องหรือไม่ การที่นายปดิพัทธ์ท่องคาถาต้อง อยู่ในตำแหน่งรองประธานสภา เพื่อให้สภาโปร่งใสนั้น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สภาและสส. ไม่สบายใจ เป็นข้ออ้างที่พูดเอาดีใส่ตัว แต่ ด้อยค่าสภา

ซัดก้าวไกลการละครตกยุค
นายอนุสรณ์กล่าวว่า การใช้ช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อให้ตัวเองกอดเก้าอี้ต่อไป จะเหลือความสง่างามตรงไหน ฝืนขึ้นไปนั่งทำหน้าที่ ทั้งที่ถูกพรรคขับออก จะไปกล้า สู้หน้าใครได้ พฤติกรรมที่ทำนี้ถือเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ สังคมรุมตำหนิว่าก้าวไกลการละคร จึงอาจเป็นละครตกยุค น้ำเน่า ไม่สร้างสรรค์ เพจวันนี้ก้าวไกลโกหกอะไร ได้รับความสนใจมีคนเข้าติดตาม มากขึ้น มีคนออกมาแฉมากขึ้น เป็นการแลกทุกอย่างเพื่อรักษาเก้าอี้ที่ได้ไม่คุ้มเสีย

“ตำแหน่งรองประธานสภาไม่ใช่สมบัติของพรรคใด ถ้าไม่สามารถเป็นต่อได้ ก็แค่ลงมาทำหน้าที่อื่น ให้คนที่มีความเหมาะสม สง่างามทำหน้าที่ เพื่อดำรงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสภาไว้” นายอนุสรณ์กล่าว

อดิศรขยี้ซ้ำเหมือนอุ้มระเบิดไว้
ด้านนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตำแหน่งรองประธานสภาของนายปดิพัทธ์ ตนเลือกเพราะพรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอมา ถ้ายังดื้อรั้นต้องการกอดตำหน่งนี้ไว้ ถือเป็นทุกขลาภโดยแท้ เหมือนอุ้มระเบิดหรืออะไรที่ไม่ดีไว้จะเป็นทุกข์

นายอดิศรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยลงคะแนนให้เพราะพรรคก้าวไกลส่งมา เมื่อพรรคก้าวไกลไม่เอาแล้ว ตนก็ไม่จำเป็นต้องเคารพ หลังจากนี้จะทำงานไม่สะดวก เมื่อ ออกไปแล้วเงาหัวพรรคก้าวไกล ถือว่าหาย ไปแล้ว การไปอยู่พรรคอื่นไม่สง่างาม แบบนี้ถือเป็นก้าวไกล ลิเก หมอลำ การละคร

“อยากทำตัวให้สูงกว่าคนอื่น แต่ตัวเองทำตัวต่ำกว่าคนอื่น แบบนี้บอกดีๆ ว่าอยากได้สองตำแหน่งจะดีกว่า สังคมจะได้เห็นใจ ไม่ใช่ว่าทุกขลาภไม่ดี ขับออกจากพรรคเพื่อเอาตำแหน่งแบบนี้ ต้นตอแห่งความผิดไม่ใช่ทุกขลาภ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลสร้างโดยแท้” นายอดิศรกล่าว

จับตาคดีจริยธรรมปมโพสต์เหล้า
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงพรรคก้าวไกลมีมติขับนายปดิพัทธ์ ว่า เป็นสิทธิของพรรคก้าวไกลในตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เพราะเป็นฝ่ายค้านที่มีจำนวน สส.ในสภามากที่สุด แต่เมื่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านมีปัญหาด้านหลักรัฐธรรมนูญ เพราะมีอีกตำแหน่งที่พรรค ก้าวไกลมีสมาชิกเป็นรองประธานสภาอยู่

การที่พรรคก้าวไกลมีมติขับนายปดิพัทธ์ โดยมีเจตนาอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ไม่ไปก้าวล่วงการดำเนินกิจกรรมของพรรคก้าวไกล เพราะเชื่อว่าทุกพรรคไม่ว่าจะตัดสินใจเรื่องอะไร ความรับผิดชอบทั้งในวันนี้และในอนาคตต้องมีตลอดไปอยู่แล้ว และกรณี ของนายปดิพัทธ์ที่ต้องติดตามต่อ คือ เรื่องจริยธรรมที่ทำผิดกฎหมายว่าด้วยการควบคุมแอลกอฮอล์อยู่ว่า สุดท้ายผลจะเป็นอย่างไร เพราะคดีดังกล่าวจะเป็นตัวชี้ว่าจะมีผลกระทบต่อตำแหน่งรองประธานสภาหรือไม่

เป็นธรรมอ้าแขนรับ‘ปดิพัทธ์’
นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม (ปธ.) กล่าวถึงพรรคก้าวไกลมีมติขับนายปดิพัทธ์ ออกจากพรรค โดยมีข่าวจะย้ายมาอยู่พรรค เป็นธรรมว่า ต้องรอดูความชัดเจนก่อนว่า นายปดิพัทธ์จะตัดสินใจอย่างไร พรรคเปิดกว้างอยู่แล้ว ถือว่านายปดิพัทธ์ยังมีเวลาตัดสินใจ หาพรรคใหม่สังกัดใน 30 วัน พรรคเรายินดีต้อนรับ อยู่ที่ว่าจะสนใจพรรคเป็นธรรมหรือไม่

นายปิติพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อเข้ามาแล้ว ก็จะเป็นคนของพรรคเป็นธรรม ไม่ใช่ก้าวไกล ไม่มีการฝากเลี้ยง ต้องทำหน้าที่สมาชิกและสส.ของพรรคอย่างเต็มที่และสมบูรณ์ และพรรคพร้อมน้อมรับในตำแหน่งรองประธานสภาด้วย ฉะนั้นต้องทำหน้าที่รองประธานสภาให้ดีที่สุดและเป็นทางการ แต่ยืนยันว่า จนถึงเวลานี้นายปดิพัทธ์ยังไม่มีการประสานติดต่อเข้ามา

ลั่นพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีบางฝ่ายมองว่าเป็นเกมของพรรคก้าวไกลที่จะได้ทั้งผู้นำฝ่ายค้านและรองประธานสภา นายปิติพงศ์กล่าวว่า เป็นการมองโดยสื่อ แต่ทางการเมืองไม่ใช่ ซึ่งพรรคก้าวไกลมีหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านตำแหน่งเดียว ส่วนรองประธานสภาก็จะไม่ใช่ของพรรคก้าวไกล ถ้านายปดิพัทธ์มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม และพรรคก็ได้ตำแหน่งรองประธานสภาด้วย

นายปิติพงศ์กล่าวอีกว่า จากแถลงการณ์ล่าสุดของพรรคก้าวไกล ชัดเจนแล้วว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์ คือจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ใช้กลไกของสภา ตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ พรรคเป็นธรรมในฐานะพรรค ร่วมฝ่ายค้าน และพรรคร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตย พร้อมให้ความร่วมมือกับพรรคก้าวไกลในฐานะแกนนำฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และจะใช้เวทีสภาหาทางออกให้กับประเทศ ใช้กลไกของสภาแก้ปัญหาให้กับประชาชนต่อไป

‘พิธา’โต้นิติกรรมอำพราง
ที่ Racquet Club สุขุมวิท 49 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เตรียมยื่น ป.ป.ช.ในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ตรวจสอบกรณีพรรคก้าวไกลมีมติขับ นายปดิพัทธ์ออกจากพรรค เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภา อาจเข้าข่ายฉ้อฉล หรือนิติกรรมอำพรางหรือไม่ว่า ตนยังไม่ได้คุย กับนายปดิพัทธ์ แต่คิดว่าไม่น่ากังวลใจ ความจำเป็นก็เป็นไปตามที่พรรคแถลง เพราะต้องการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ และต้องการมีผู้นำฝ่ายค้าน ขณะเดียวกัน นายปดิพัทธ์ก็ต้องการทำรัฐสภาให้โปร่งใส และเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ต้องแยกกันเดินใน ช่วงนี้ เพื่อให้ต่างคนต่างบรรลุเป้าหมายให้ได้

เมื่อถามว่ามีการใช้คำว่านิติกรรมอำพราง ข้อกล่าวหานี้ถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ ทั้งที่ผ่านมาบางพรรคก็ได้ทำเช่นกัน นายพิธากล่าวว่า เป็นสิทธิที่จะวิจารณ์ได้ก็น้อมรับไว้ ซึ่งพรรคจำเป็นต้องขับนายปดิพัทธ์ออก และนายปดิพัทธ์ต้องหาพรรคใหม่ มันก็ตรงไปตรงมา แค่นี้ ไม่ได้มีอะไรอำพรางแม้แต่เล็กน้อย และหากมีหน่วยงานเรียกไปชี้แจง พรรคก็พร้อม และพรรคได้ชี้แจงไปแล้ว ส่วนนายปดิพัทธ์ ก็แถลงแล้ว คิดว่าก็ชัดเจนทั้งสองฝ่าย

ยันไม่ได้กั๊กรวบ 2 เก้าอี้ในสภา
นายพิธากล่าวว่า ส่วนที่มองว่าพรรคถอยหลัง เล่นการเมืองแบบเก่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเมืองเก่าหรือใหม่ แต่ตั้งใจเดินหน้าตามเป้าหมายตามที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้ ต้องการเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกอย่างที่เคยพูดไว้ ส่วนนายปดิพัทธ์ก็ต้องการเป็นรองประธานสภา เพื่อทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรัฐสภา และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

“ยืนยันไม่ใช่เป็นการกั๊ก 2 เก้าอี้ เพราะถ้ากั๊กก็ต้องทำให้มันพร้อมกัน แต่เรื่องนี้เป็นเหตุผลของพรรคก้าวไกลและส่วนตัวของ นายปดิพัทธ์ ซึ่งแยกออกจากกัน เรื่องขับออกจากพรรคเป็นกระบวนการที่ตรงไปตรงมาเท่านั้น ส่วนในอนาคต หากนายปดิพัทธ์จะกลับพรรคก้าวไกลพร้อมรับหรือไม่นั้น ยังไม่เคยคิดถึงตรงนั้น แต่ตอนนี้ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้เต็มที่ และส่วนตัวยังคงหยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ จึงต้องทำหน้าที่นอกสภาอย่างเต็มที่”

สว.เดือดปมไล่หมอพรทิพย์
นายสมชาย แสวงการ สว. และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า สว.ได้เห็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในต่างประเทศ โดยมีชายคนหนึ่งขับไล่พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สว. ออกจากร้านอาหารแล้ว ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องรุนแรง สว.หลายคนรวมถึงตน ได้ไลน์ไปให้กำลังใจ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ หลังจากเกิดเหตุ สว. ได้ช่วยกันตรวจสอบข้อกฎหมายไอซ์แลนด์ ให้คำแนะนำว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการทำผิดกฎหมายอาญาประเทศไอซ์แลนด์ ข้อหาการควบคุมการแสดงออกด้วยวาจา หรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเกลียดชังของผู้คนในสังคม สามารถแจ้งความให้ เจ้าหน้าที่ไอซ์แลนด์ดำเนินคดีได้

แต่ไม่ทราบว่าพญ.คุณหญิงพรทิพย์ จะไปแจ้งความหรือไม่ เพราะพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ตอบไลน์กลับมาสั้นๆ ว่า ขอบคุณ จะกลับ วันนี้แล้ว ขอให้กรรมจัดการ จึงคาดว่าคงไม่ไปแจ้งความ อย่างไรก็ตาม สว.จะประสานงานไปยังกมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา ให้ติดต่อไปยังเขตอาณาที่เป็นสถานทูตผู้รับผิดชอบ ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าของร้าน ชุมชนไทยในไอซ์แลนด์ รับทราบถึงพฤติกรรมคนที่ อ้างว่าชื่อ Ari Alexander ว่ามีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามสมาชิกรัฐสภาไทย และเท่าที่ตรวจสอบชายคนดังกล่าวไม่ใช่เจ้าของร้าน เป็นแค่หัวหน้าเชฟเท่านั้น ซึ่งเจ้าของร้านเป็นคนละคนกัน

จี้เอาผิดข้อหาหมิ่นประมาท
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ส่วนกฎหมายประเทศไทยก็สามารถเอาผิดได้ ในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ เพราะมีพฤติกรรมกล่าวหาชัดเจน แล้วยังนำไปลงในช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย แม้เรื่องจะเกิดที่ต่างประเทศ หากพญ.คุณหญิงพรทิพย์ต้องการเอาผิด เมื่อ กลับมาถึงประเทศไทยก็สามารถแจ้งความ ได้ทันที คณะกรรมการสว.ที่ตั้งขึ้นมาดูแลเรื่องการข่มขู่บูลลี่สว.จะรับดำเนินการให้ ถ้า “Ari Alexander” กลับเมืองไทย จะโดนแจ้งข้อหา 2 ข้อนี้

“เรื่องนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่ากับใคร ไม่ใช่แค่หมอพรทิพย์ แม้แต่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หรือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ก็ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสิ้น ถ้าไม่ชอบก็แค่เดินหนีไป ไม่ควรแสดงออกแบบนี้” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวว่า ฝากไปยังพรรคก้าวไกลให้ช่วยตรวจสอบ “Ari Alexander” เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลจริงหรือไม่ เพราะถือว่ามีพฤติกรรมสร้างความเสียหาย ถ้าเป็นสมาชิกพรรคจริงก็ควรเอาออกจากพรรค แต่ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป หรืออย่างน้อยควรออกมาให้ความรู้แก่ประชาชนว่าการคลั่งการเมืองเป็นเรื่อง ไม่ถูกต้อง

เสรีซัดเจ้าของร้าน-ให้สังคมลงโทษ
ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นพฤติกรรมการแสดงความไม่พอใจที่ก้าวร้าว มองว่า จะชอบหรือไม่ชอบ ก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายหรือขับไล่ใคร ส่วน ความผิดทางกฎหมาย ขึ้นอยู่กับพญ.คุณหญิงพรทิพย์ ว่า จะดำเนินการหรือไม่ ซึ่งต้องดูพฤติกรรมของคู่กรณีว่า มีการข่มขู่ให้เสียเสรีภาพ หรือจะทำร้ายหรือไม่ แต่เรื่องไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย กฎหมายไทยจึงเอาผิดไม่ได้ จะต้องดำเนินการที่ไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเกิดเรื่อง ให้สังคมรับรู้ ตนว่ามันก็เพียงพอแล้วเพราะมันยังไม่ได้รุนแรง หรือ ร้ายแรงอะไร แต่ให้สังคมลงโทษ

เมื่อถามว่ามีการประเมินว่าเหตุการณ์ ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอะไรหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า เกิดจากพฤติกรรมคนที่สนับสนุน หรือกลุ่มด้อมส้ม จนขาดเหตุผล ขาดความยั้งคิดว่า อะไรควรหรือไม่ควร มองว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะคุณเป็นฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย แต่มาแสดงพฤติกรรมแบบนี้ ก็ขัดแย้งกับสิ่งที่คุณต้องการจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองซึ่งไม่เป็นประโยชน์

‘โรม’ลั่นอย่าโยงเอี่ยวก้าวไกล
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเชฟร้านอาหารคู่กรณีของพญ.พรทิพย์ ถูกสงสัยมีความเกี่ยวพันกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เนื่องจากตั้งภาพปก เฟซบุ๊กเป็นภาพโลโก้ ลักษณะคล้ายพรรค ก้าวไกลว่า ไม่ว่าจะเป็นคนไทยในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ก็เป็นด้อม พรรคหนึ่งอยู่แล้วตอนเลือกตั้ง และการจะแสดงความคิดเห็น คงเป็นสิ่งที่บุคคลนั้นดำเนินการด้วยตนเองไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ย้ำว่า คงไม่น่าโยง เหตุการณ์ของพญ.พรทิพย์มาเกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลได้

ส่วนที่เชฟคนดังกล่าวได้อัดคลิป พร้อมบอกว่า จะขับรถชนพญ.พรทิพย์ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดเกิดที่ไอซ์แลนด์ หากเกิดเหตุอะไรทุกคนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว หากมีเหตุการณ์รุนแรง หรือผิดกฎหมาย ผู้ที่กระทำต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายในประเทศที่เขาอยู่ ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความไม่พอใจทาง การเมือง อาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พญ.พรทิพย์ ได้แสดงออกในที่ประชุมสภา ซึ่งนักการเมืองทุกคน มีคนที่ชอบและไม่ชอบอยู่แล้ว

ดังนั้น อย่านำมาเกี่ยวโยงกับพรรคก้าวไกล เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนจะชอบหรือไม่ชอบพรรคไหน และสุดท้ายหากเกินขอบเขตของกฎหมายก็ต้องว่าไปตามกฎหมายของไอซ์แลนด์

“ประชาชนเขาชอบพรรคก้าวไกลและ อาจไม่ชอบ สว. แล้วทำไมเขาถึงไม่มีสิทธิ์ ที่จะไม่ชอบ ถูกไหม ก็เป็นเรื่องทั่วไป เช่นเดียวกัน สว.ที่โหวต ไม่เห็นด้วยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และอาจจะโหวตให้กับคนอื่น คุณก็ชอบพรรคหนึ่งและไม่ชอบพรรคหนึ่ง ก็สิทธิ์อยู่แล้ว เป็นเรื่องทางการเมืองที่ก็ต้องว่ากันไป ว่าในที่สุดทุกการกระทำของนักการเมือง ต้องมีผลของความรับผิดชอบต่อประชาชน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” นายรังสิมันต์กล่าว

ศาลไม่ให้ประกัน‘อานนท์’หวั่นหนี
วันที่ 30 ก.ย. นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยถึงการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ร่วมกันมั่วสุมชุมนุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษ จำคุกนายอานนท์ 4 ปี เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นเงินสด 2 แสนบาทขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลอาญาพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าไม่ให้ประกันนายอานนท์

โดยพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีประกอบพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว การกระทำของจำเลยกระทบกระเทือนและสร้างความเสียหายต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย พฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุเชื่อว่า จำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง

ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์ไต่สวนพยานผู้ร้องก่อนมีคำสั่งในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนั้น เนื่องจากพยานหลักฐานในสำนวนเพียงพอต่อการวินิจฉัยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานผู้ร้องอีก ให้ยกคำร้องในส่วนนี้ หลังจากนี้จะขอไปปรึกษานายอานนท์จำเลย ก่อนว่าจะพิจารณาในการยื่นประกันตัวอย่างไรต่อไป

สิ้น‘ วิจิตร ศรีสอ้าน’อดีตรมว.ศธ.
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธีระชัย เชมนะสิริ นายกสภามหาวิทยาลัย วลัยลักษณ์ โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ขอกราบคารวะดวงวิญญาณของท่านศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตนักการศึกษาผู้มีแต่เมตตาธรรม ขอให้ท่านจงสู่สวรรค์ชั้นสูงสุดด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำเทอญ”

นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งในการจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เพื่อนรักรุ่นเดียวกัน แม้ ดร.วิจิตร อยู่อักษรศาสตร์ ผมอยู่รัฐศาสตร์ ดร.วิจิตรสนับสนุนมหาวิทยาลัยรังสิตมาโดยตลอด เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิตตั้งแต่ต้น จนไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ ขอดวงวิญญาณท่านจงไปสู่สุคติ ณ สัมปรายภพ”

สำหรับประวัติ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เกิดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2477 ที่ต.สนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นนักการศึกษาชาวไทย เคยเป็นอดีตรมว.ศึกษาธิการ อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อดีตอธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) อดีตรองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นอกจากนี้ ยังได้รับการยกย่องว่า บิดาแห่งการศึกษาทางไกลของประเทศไทย เป็นผู้นำระบบการศึกษาทางไกลมาใช้เพื่อบรรเทาปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษา เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อปี 2521 มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย และในปี 2552 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ประกาศเกียรติคุณให้ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร เป็น บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน