เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานคดี น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม ไซยาไนด์ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีของแอม และ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณรัตน์ ทนายความของนางแอม กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยวันนี้ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เบิกตัว น.ส.สรารัตน์ มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง ขณะที่น.ส.ทองพิณ เกียรติชนะสิริ มารดาผู้ตายได้ยื่นต่อศาลขอเป็นโจทก์ร่วม โดยศาลพิจารณาอนุญาตให้น.ส.ทองพิณเข้าเป็นโจทก์ร่วม ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ส่วนความผิดฐานอื่นเป็นความผิดต่อรัฐ ไม่อนุญาต
ด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความเดินทางมาศาลพร้อมกับน.ส.ทองพิณ, นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ กล่าวว่า วันนี้ไม่มีความกังวล ในการนัดตรวจพยานหลักฐาน เพราะได้ศึกษาสำนวนและคำฟ้องของพนักงานอัยการมาโดยละเอียด โดยในวันนี้จะยื่นคำร้องขอเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนประมาณ 31,000,000 บาท ให้กับแม่ของน.ส.ก้อย เช่น ค่าปลงศพ และจะตั้งทนายเพื่อยื่นคำร้องเรียกค่าไร้อุปการะให้กับลูกวัย 10 ขวบของผู้ตายอีกคดีหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีความกังวลในวันนี้เนื่องจากพยานหลักฐานมีความชัดเจนทั้งนิติวิทยาศาสตร์ ผลการชันสูตรพลิกศพ และวัตถุพยาน ถือว่ามีความแน่นหนา
ขณะที่นายรพีกล่าวว่า ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะผู้เสียหายได้รับความเสียหายมามากแล้ว แต่ฝากไปถึงทนายของคู่กรณีอยากให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่เสียดแทงใจญาติของผู้เสียหายและคำนึงถึงมรรยาททนายความด้วย ส่วนผลทางคดีนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ความเป็นธรรมของศาลแต่เบื้องต้นผู้กระทำผิดก็ได้รับผลกรรมแล้ว
ต่อมาทนายความจำเลยทั้งสามแถลงว่า เนื่องจากเอกสารที่ต้องตรวจเป็นจำนวนมากและเพิ่งเห็นในวันนี้ จึงขออนุญาตเลื่อนการพิจารณาไปนัดหน้า ศาลสอบโจทก์และทนายความโจทก์ร่วมแล้วไม่คัดค้าน จึงให้เลื่อนไปวันที่ 20 พ.ย. เวลา 09.00 น. ส่วนประเด็นที่ น.ส.ทองพิณ ทนายความโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การ ในส่วนแพ่งต่อศาลภายใน 15 วัน