ทัพไทยเฮอีก 4 เหรียญ จากมวยสากล 50 ก.ก.หญิงได้เงิน เรือพายแคนู สปรินต์หญิง 200 เมตรก็เงิน เช่นเดียวกับยกน้ำหนักชายรุ่น 73 ก.ก. เหรียญเงิน ปิดท้ายด้วยวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรหญิงคว้าเงิน เสียดายวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรชาย เข้าเส้นชัยอันดับ 4 ส่วนโปรแกรมแข่ง 4 ต.ค.นี้ มีลุ้นจาก ‘คีริน’ วิ่ง 5,000 เมตร และจักรยานประเภทถนน โรดเรซหญิง ไทยส่ง ‘บีซ’จุฑาทิพย์ ลงปั่นชิงชัย ยกน้ำหนักชายอีก 2 รุ่น
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวกีฬา “ข่าวสด” รายงานการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 เมืองหางโจว ประเทศจีน ว่าทัพคว้าเหรียญรางวัลเพิ่มอีก เริ่มที่มวยสากลสมัครเล่น รุ่น 50 ก.ก.หญิง รอบชิงชนะเลิศ “หวาน” จุฑามาศ รักสัตย์ ขึ้นสังเวียนพบนักชกสาวเจ้าภาพ ยกแรกช่วงต้นทั้งคู่ยังดูเชิง ปล่อยหมัดหนึ่งสองรบกวน ก่อนแลกหมัดกันเล็กน้อยช่วงปลาย จบยกกรรมการให้คะแนนนักชกจีน
ยกสอง จุฑามาศพยายามเดินหน้าทำแต้ม แต่กลายเป็นเข้าทางเจ้าภาพสวนหมัดเข้าเป้าได้หลายดอก จบยกสองเจ้าภาพคะแนนนำ ยกสุดท้ายทั้งคู่พุ่งเข้าใส่แลกหมัดกันอย่างดุเดือด ครบ 3 ยก กรรมการชูมือนักชกจีนชนะคะแนน 5-0 คว้าเหรียญทอง จุฑามาศคว้าเหรียญเงิน พร้อมกับโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2024 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เหรียญเงิน – จุฑามาศ รักสัตย์ (น้ำเงิน) กำปั้นสาวไทย ดวลกับ อู๋ หยู่ จากจีน ก่อนแพ้ 0-5 คว้าเหรียญเงิน มวยสากล รุ่น 50 ก.ก. หญิง กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่หางโจว ยิมเนเซียม เมื่อ 3 ต.ค.
ต่อมารุ่น 75 ก.ก.หญิง รอบรองชนะเลิศ ใบสน มณีก้อน พบนักชกอินเดีย แชมป์โลกคนล่าสุด ยกแรกยังสูสีผลัดกันออกหมัดเข้าเป้า แต่อินเดียแจ้งกว่า ยกสองใบสนพยายามเดินเข้าหามากขึ้น ขยันปล่อยหมัดเข้าเป้าได้คะแนนคืนมาบ้าง และยกสามใบสนยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง จนนักชกอินเดียเหมือนจะป้อแป้ แต่โชคดีที่กรรมการเชือกรองเท้าหลุด ต้องหยุดผูกเชือกรองเท้า ทำให้นักชกอินเดียได้พักหายใจราว 20 วินาที ครบ 3 ยกกรรมการ ชูมือสาวอินเดียชนะคะแนน 5-0 ใบสนได้เพียงเหรียญทองแดง และชวดตั๋วโอลิมปิก
ขณะที่รุ่น 60 ก.ก.หญิง รอบรองชนะเลิศ “เนย” ธนัญญา สมนึก พบนักชกเกาหลีเหนือ โดยตลอด 3 ยก ทั้งคู่แลกหมัดกันดุเดือด ชนิดไม่มีใครยอมใคร ก่อนกรรมการชูมือให้นักชกเกาหลีเหนือชนะคะแนน 5-0 เนยพลาดเข้าชิง คว้าเหรียญทองแดงปลอบใจ พร้อมโควตา โอลิมปิกปารีส
ส่วนรุ่น 63.5 ก.ก.ชาย รอบรองชนะเลิศ บรรจง สินศิริ พบนักชกมองโกเลีย ยกแรกนักชกมองโกเลียเดินเข้าใส่ ขณะที่บรรจงรอสวน ยกที่สองยังคงเป็นมองโกเลียออกหมัดเข้าใส่ อีกทั้งกรรมการยังตัดคะแนนบรรจง จากการกอดรัดคู่แข่ง ยกสาม บรรจงพยายามออกหมัดทำแต้ม คู่ต่อสู้อาศัยความเร็วรอสวน บรรจงไล่ตามไม่ทันพ่ายไป 0-5 เสียง คว้าเหรียญทองแดง

แข็งแกร่ง – วีรพล วิชุมา จอมพลังหนุ่มไทย ยกทำน้ำหนักรวมได้ 351 ก.ก. คว้าเหรียญเงิน ยกน้ำหนัก รุ่น 73 ก.ก. ชาย กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เสี่ยวชาน สปอร์ต เซ็นเตอร์ เมื่อ 3 ต.ค.
ด้านยกน้ำหนัก ที่เซียวซาน สปอร์ต เซ็นเตอร์ ยิมเนเซียม วีรพล วิชุม จอมพลังหนุ่มไทย ลงแข่งขันในรุ่น 73 ก.ก.ชาย โดยยกท่าสแนตช์ได้ 158 ก.ก. ส่วนท่าคลีนแอนด์เจิร์กยกได้ 195 ก.ก. รวม 2 ท่า น้ำหนักรวม 351 ก.ก. ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองอินโดนีเซีย น้ำหนักรวม 359 ก.ก. และเหรียญทองแดงเกาหลีเหนือ น้ำหนักรวม 344 ก.ก.
วีรพลกล่าวหลังแข่งว่าคุมตัวเองได้ดี ทำได้ดีที่สุดแล้ว ไม่ถึงเหรียญทองถามว่าเสียดายไหมก็นิดหน่อย เพราะซ้อมมาเท่านี้ ดีใจแล้ว ไม่ได้ดูคนอื่นยกเลย แค่ตั้งสติ คิดว่าแข่งกับตัวเองคนเดียว
ส่วนเรือพาย รายการแคนู สปรินต์หญิง 200 เมตร อรสา เที่ยงกระโทก จ้วงเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 49.221 วินาที คว้าเหรียญเงิน เหรียญทองเป็นของจีน 47.623 วินาที และเหรียญทองแดงคาซัคสถาน 49.368 วินาที

เหรียญที่สอง – อรสา เที่ยงกระโทก คว้าเหรียญเงินเรือแคนู สปรินต์ระยะ 200 เมตร และเป็นเหรียญที่ 2 ของตัวเองในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศจีน เมื่อ 3 ต.ค.
อรสากล่าวว่าตั้งใจมาก่อนแล้วว่าจะต้องติด 1-3 ได้เหรียญเงินถือว่าเซอร์ไพรส์ พอสมควร คิดว่าอาจจะเข้าเป็นอันดับ 3 หลังจากนี้จะลุ้นโควตาโอลิมปิก จากเวลาที่ทำได้ถือว่าอีกไม่มากแล้วที่จะประสบความสำเร็จ มั่นใจว่าจะได้ไปโอลิมปิกตามที่ฝันไว้แน่นอน ก่อนมาแข่งบนเอาไว้ว่าจะวิ่ง 100 ก.ม. ถ้าได้เหรียญ กลับเมืองไทยจะวิ่งแก้บน และ เดินหน้าลุยตั๋วโอลิมปิก
ต่อมาช่วงค่ำ ที่สนามหางโจว โอลิมปิก สปอร์ต ทีมกรีฑาไทยมีลุ้น 2 เหรียญในประเภทผลัด 4 คูณ 100 เมตรชายและหญิง โดยทีมหญิงประกอบด้วย “ลูกกบ” สุภาวรรณ ธิปัตย์, “น่าน” ศุภานิข พูลเกิด, “มายด์” อรอุมา เชษฐา และ “ถู” สุกานดา เพ็ชรรักษา ปรากฏว่าลมกรดสาวไทยเข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 ด้วยเวลา 43.39 วินาที ส่วนจีนคว้าเหรียญทอง ด้วยเวลา 42.32 วินาที และเหรียญทองแดงบาห์เรน 44.90 วินาที นับเป็นเหรียญแรกในรอบ 13 ปี เอเชียนเกมส์ สำหรับวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรหญิง
ขณะที่วิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตรชาย ประกอบด้วย ณฐวรรธ เอี่ยมอุดม, สรอรรถ ดาบบัง, ชยุตม์ คงประสิทธิ์ และภูริพล บุญสอน ผลปรากฏว่าเข้าเส้นชัยอันดับ 4 ด้วยเวลา 38.81 วินาที เหรียญทองจีน 38.29 วินาที เหรียญเงินญี่ปุ่น 38.44 วินาที และเหรียญทองแดงเกาหลีใต้ 38.74 วินาที
สำหรับโปรแกรมแข่งขันวันที่ 4 ต.ค.นี้ ชิง 35 เหรียญทอง จากกรีฑา 8 เหรียญทอง, มวยสากล 5 เหรียญทอง, มวยปล้ำ 4 เหรียญทอง, สควอช 3 เหรียญทอง, ยิงธนู 2 เหรียญทอง, กระโดดน้ำ 2 เหรียญทอง, เรือมังกร 2 เหรียญทอง, ตะกร้อ 2 เหรียญทอง, ปีนหน้าผา 2 เหรียญทอง, จักรยาน 1 เหรียญทอง, ขี่ม้า 1 เหรียญทอง, โรลเลอร์สเกต 1 เหรียญทอง, ซอฟต์เทนนิส 1 เหรียญทอง และยก น้ำหนัก 1 เหรียญทอง
ส่วนความหวังของนักกีฬาไทยนั้น คีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 25 ปี ลงวิ่ง 5,000 เมตร เริ่มเวลา 18.40 น. ตะวัน แก้วดำ กระโดดสูงชาย เวลา 18.00 น. วชิรวิทย์ ศรีวิชัย พุ่งแหลนชาย เวลา 18.05 น. และปริญญา เฉื่อยมะเริง เขย่งก้าวกระโดดหญิง เวลา 18.10 น.
ขณะที่จักรยานมีลุ้นจาก “บีซ” จุฑาทิพย์ มณีพันธุ์ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2014 และชนิภรณ์ บัตริยะ ลงปั่นประเภทถนน โรดเรซหญิง เวลา 09.00 น. ส่วนยก น้ำหนักยังมี 2 จอมพลังชาย วรพรต นาสุริวงศ์ และจตุภูมิ ชินวงค์ รุ่น 81 ก.ก.ชาย เวลา 18.00 น. และวอลเลย์บอลหญิงรอบ แบ่งกลุ่ม รอบ 2 ไทยพบคาซัคสถาน เวลา 13.30 น. ช่องทีสปอร์ต 7 ช่อง 5 เอชดี และเอไอเอสเพลย์ถ่ายทอดสด