ศาลไม่ให้ประกัน3ผู้ต้องหาชุดแรก ส่งศพจีนกลับปท. เซ็นทรัลเวิลด์วุ่นโดนขู่-สั่งคุมเข้ม
จับเพิ่มอีก 4 คนโยงคดีด.ช.14 ยิงกราดห้างพารากอน สองผัวเมียและอีก 2 หนุ่มเป็นคนส่งกระสุนให้เด็กในรอบที่ 1 และบัญชีม้าแถวสอง รับโอนค่ากระสุนรอบที่สองและรอบที่ 3 คุมตัวสอบเข้ม แจ้งข้อหา ‘เปิดบัญชีม้า’ ด้วย เตรียมนำตัวฝากขัง ขณะเดียวกันคุมตัวสองพ่อลูกชาวยะลาคนขายแบลงก์กัน และคนขายกระสุนฝากขัง ศาลไม่ให้ประกันตัว ระบุมีอัตราโทษสูง นำตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนศพสาวจีนถูกส่งกลับบ้านแล้ว ด้านแม่ของตะวัน หญิงพม่าเหยื่อที่เสียชีวิต ร่ำไห้เป็นลมล้มพับขณะร่วมงานศพลูก ครวญยังทำใจไม่ได้ ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ ระทึก มือมืดโพสต์ข่มขู่ ทางห้างสั่งยกระดับคุมเข้มความปลอดภัย
จับเพิ่มอีก4 โยงคดีด.ช.14
จากกรณีดช.วัย 14 ปีก่อเหตุกราดยิงในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลขบวนการขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนให้กับด.ช. วัย 14 ปี พร้อมจับกุมนายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ อายุ 45 ปี นายอัครวิชญ์ ใจทอง อายุ 22 ปี สองพ่อลูกชาวจ.ยะลา ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 7 ต.ค. พล.ต.อ.ต่ อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รักษาราชการแทนรองผบ.ตร.(สส) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายภัสสรกรณ์ เธียรธนาวิทย์ หรือนิกกี้ อายุ 27 ปี อยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหาร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยมิได้รับอนุญาต โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 1376 ซ.เพชรเกษม 94 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.

จับเพิ่ม – พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. นำตำรวจจับกุมนายภัสสรกรณ์ เธียรธนาวิทย์ คาบ้านย่าน บางบอน กทม. พร้อมอาวุธปืนและกระสุนจำนวนมาก หลังขยายผลพบร่วมกันขายกระสุนให้ด.ช. 14 ปี ก่อเหตุยิง กลางห้าง เมื่อวันที่ 7 ต.ค.
ยึดของกลางปืน-กระสุนอื้อ
จากการตรวจพบสิ่งของ 13 รายการ ดังนี้อาวุธปืนที่มีใบ ป.4 จำนวน 2 กระบอก เป็นพกกึ่งอัตโนมัติ กล็อก ลูกโม่ ลูกกระสุนขนาด 9 จำนวน 4 กล่อง + 5 นัด ลูกกระสุนขนาด.380 จำนวน 7 กล่อง
ลูกกระสุนขนาด .22 จำนวน 11 กล่อง ลูกกระสุนลูกซอง จำนวน 14 กล่อง ลูกกระสุนขนาด .38 จำนวน 14 กล่อง ลูกกระสุนขนาด .45 จำนวน 2 กล่อง ลูกกระสุนขนาด 357 จำนวน 1 กล่อง ลูกกระสุนขนาด 7.65 จำนวน 2 กล่อง รวม 2,765 นัด โทรศัพท์ จำนวน 3 เครื่อง กล่องพัสดุที่ยังไม่ได้บรรจุจำนวนมาก อุปกรณ์ในการแพ็กสินค้าจำนวนมาก
บก.สส.บช.น. ร่วมกับทีมพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ขยายผลจากการจับตัว 3 รายที่ขายอาวุธให้เด็ก 14 ได้พยานหลักฐานยืนยันการกระทำความผิดเพิ่มเติมเพียงพอให้ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 รายคือ นายภัสสรกรณ์ ทำหน้าที่ส่งกระสุนให้เด็กอายุ 14 ปี รอบ 1 จับกุมได้ดังกล่าว น.ส.สุธิดา แป้งหอม บัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุนรอบ 1 และนายวุฒิพงษ์ เพชรมณี บัญชีแถว 2 รับโอนค่ากระสุน รอบ 3 ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติหมายจับทั้ง 3 ราย
ต่อมาเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.3 บก.สส. บช.น. จับกุมตัวน.ส.สุธิดา แป้งหอม บุคคลตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยนายธนาวุฒิ เปลี่ยนวงค์ สามีติดต่อขอพาน.ส. สุธิดาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บริเวณฝ่ายสืบสวน สภ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพาน จ.ประจวบ คีรีขันธ์
สอบสวนน.ส.สุธิดาให้การว่าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ได้เปิดบัญชี เพื่อสำหรับใช้เงินอุดหนุนบุตร ต่อมานายธนาวุฒิ เปลี่ยนวงค์ สามีจะนำเลขบัญชีของตนไปใช้สำหรับให้ ผู้อื่นโอนเงินเข้ามาเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ซักถามปากคำนายธนาวุฒิประกอบคดี และเชิญตัวเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 100/4 ม.4 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อค้นหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดี
นอกจากนี้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย พ.ต.อ.อิศเรศ ปาลาพงศ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.1 บก.สส. บช.น. นำโดยพ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สส.1 ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวุฒิพงษ์ เพชรมณี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานร่วมกันจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่พบตัว นายวุฒิพงษ์ที่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 172/1 หมู่ที่ 1 ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย
จากการสอบสวนนายวุฒิพงษ์ให้การว่า เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ได้เปิดบัญชี ธ.ออมสิน ไม่ทราบเลขบัญชี และเบอร์โทรศัพท์เครือข่ายทรูมูฟ จำหมายเลขไม่ได้ ให้นายธนาวุฒิ เปลี่ยนวงค์ โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 1,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ
นายวุฒิพงษ์ให้การด้วยว่า วันเดียวกันนี้ เวลาประมาณ 07.00 น. นายธนาวุฒิโทร.มาแจ้งตนให้ทราบว่าจะมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนตกใจกลัวจึงหลบหนี กระทั่งถูกจับกุมตัว เจ้าหน้าที่นำตัวเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 172/1, หมู่ที่ 1 ต.บางสะพาน อ.บาง สะพานน้อย ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
คุมตัว 4 ผู้ต้องหาสอบเข้ม
เมื่อเวลา 16.45 น. ที่สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายภัสสรกรณ์ พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขยายผลจากเส้นทางการเงินและข้อมูลการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ พบพฤติกรรมผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งกระสุนปืนให้กับน้องอินดี้ ซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะถูกควบคุมตัวลงจากรถเพื่อขึ้นไปสอบปากคำกับทางพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายภัสสรกรณ์ว่ามีการขายกระสุนปืนตามออร์เดอร์จากนายปิยะบุตร ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้หรือไม่ และรู้สึกผิดที่กระสุนปืนถูกเด็กอายุ 14 ปีนำไปใช้ก่อเหตุในศูนย์การค้าดังกล่าวหรือไม่ แต่นายภัสสรกรณ์กลับเดินก้มหน้าโดยไม่ตอบคำถามใดๆ
เมื่อเวลา 18.15 น. ที่สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายธนาวุฒิ และน.ส. สุธิดา สามีและภรรยาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยระหว่างที่ทั้งคู่ถูกนำตัวแยกสอบคนละห้องนายธนาวุฒิกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมขอโทษผมผิดไปแล้ว จะไม่ทำอีกแล้ว และจะขอเลิกยุ่งเกี่ยว” ส่วนน.ส.สุธิดาใช้เสื้อยืด สีขาวปิดปกคลุมศีรษะและไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชนทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อยสอบปากคำนายธนาวุฒิเพื่อประกอบในสำนวนคดี ซึ่งให้การว่าตนอยู่ในกลุ่มไลน์ซื้อขายอาวุธปืน ซึ่งมีการโพสต์รูปลงขายกระสุนปืน จึงเอารูปจากกลุ่มไลน์ดังกล่าวไปโพสต์สตอรี่เฟซบุ๊ก ต่อมามีนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชายจากกุฏิสาม” ทักมาเพื่อขอซื้อกระสุนปืน จึงติดต่อไปยังคนขายที่ลงรูปในกลุ่มไลน์ ใช้ไลน์ชื่อ Nikky99 และสั่งซื้อ โดยเอาที่อยู่ผู้รับของจากนายปิยะบุตรส่งให้คนขาย และส่งเลขบัญชีธนาคารกรุงไทยของน.ส.สุธิดาไปให้นายปิยะบุตรเพื่อโอนเงินมาจำนวน 1,350 บาท จากนั้นโอนเงินค่ากระสุนไปยังคนขายกระสุนจำนวน 1,150 บาท โดยตนได้ค่านายหน้า 200 บาท และเป็นนายหน้าซื้อขายกระสุนปืนมาแล้วประมาณ 10 ครั้ง
ต่อมาเวลา 18.40 น. เจ้าหน้าที่คุมตัวนายวุฒิพงษ์ส่งพนักงานสอบสวน โดยนายวุฒิพงษ์ตอบคำถามเพียงว่า ตนไม่รู้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องกระสุนปืน และขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
แจ้งข้อหา‘เปิดบัญชีม้า’ด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 4 ราย ความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วนน.ส.สุธิดา และนายวุฒิพงษ์ ถูกแจ้งข้อหาเปิดบัญชีม้าเพิ่มเติม ก่อนจะนำตัวฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในช่วงเช้าของวันที่ 9 ต.ค.นี้
ด้านนายยุทธนา เปลี่ยนวงค์ อายุ 47 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง พ่อของนายธนาวุฒิกล่าวว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าลูกชายมีพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้ จนกระทั่งเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา บุตรชายโทรศัพท์มาหาตนพร้อมกับร้องไห้ แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ตนฟัง ตนรู้สึกตกใจเพราะที่ผ่านมาลูกชายยึดอาชีพซื้อ-ขายพระเครื่องผ่านระบบช่องทางออนไลน์เท่านั้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวและเป็นค่านมหลาน โดยไม่เคยมาขอเงินตนเลย ก่อนหน้านี้ตนวางแผนไว้ว่าจะให้ลูกชายมาทำกิจการรับเหมาก่อสร้างด้วยกัน กระทั่งถูกออกหมายจับพร้อมกับน.ส.สุธิดา ลูกสะใภ้ ตนจึงตัดสินใจให้ลูกชายเข้ามอบตัวโดยไม่ต้องรอหมายจับ และขอให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกอย่าง
นายยุทธนากล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความเพื่อให้มาช่วยดูแลทางคดีและมีจุดประสงค์เพื่อขอประกันลูกสะใภ้ เนื่องจากไม่มีเจตนาที่จะจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าว เพียงแค่ถูกนำบัญชีไปใช้เท่านั้น ส่วนตัวบุตรชายตนอยู่ที่ดุลพินิจของศาล ตนอยากฝากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตไว้ในโอกาสนี้ด้วย

ส่งศาล – ตำรวจคุมตัวนายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ นายอัครวิชญ์ ใจทอง สองพ่อลูกที่ขายปืนให้ด.ช.วัย 14 ปี ก่อเหตุยิงในห้าง และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ คนขายกระสุนปืน ไปฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค.
ฝากขัง 3 ผู้ต้องหาชุดแรก
วันเดียวกัน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ เศษฤทธิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ยานนาวา นำตัวนายสุวรรณหงส์ พราหมณ์คณาจารย์ นายอัครวิชญ์ ใจทอง สองพ่อลูกชาวจ.ยะลา และนายปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ ไปยื่นคำร้องฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัวทั้ง 3 ราย โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ยื่นคำร้องต่อศาลฯ ขอฝากขังครั้งแรกนาย ปิยะบุตร เพียรพิทักษ์ คดีมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมด
ศาลไม่ให้ประกัน-นอนเรือนจำ
ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยื่นคำร้องขอ ปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว จึงให้ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อหมดเวลาทำการศาลฯ แล้ว เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ญาติรับศพสาวจีนกลับประเทศ
วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ. ตำรวจ ญาติของน.ส.จ้าว จินหนาน อายุ 34 ปี สัญชาติจีน 1 ในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงครั้งนี้ เดินทางเข้าขอรับศพที่สถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจ จากการตรวจสอบทราบว่า ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตชาวจีนรายนี้ประสานทางสถานทูตและติดต่อผ่านบริษัทเอเยนซี่ในการเข้ามารับศพที่สถาบัน นิติเวชวิทยาแล้ว ทางสถาบันนิติเวชฯ พร้อมจะส่งมอบร่างให้ตามขั้นตอน ขณะที่ทางญาติของผู้เสียชีวิตบางส่วนเดินทางกลับไปแล้ว เหลือพ่อของผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ในประเทศไทยเพื่อดูแลญาติอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวที่ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ต้องรอออกจากโรงพยา บาลก่อน ส่วนจะมารับศพกลับวันไหนยัง ไม่ยืนยัน แต่ทางบริษัทเอเยนซี่ได้มาติดต่อกับนิติเวชแล้วเมื่อวาน ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่มารับวันนี้แต่ก็ไม่ยืนยัน
ส่วนขั้นตอนการรับศพ เมื่อทางบริษัท เอเยนซี่ที่ได้รับมอบหมายและดำเนินการเรื่องเอกสารกับทางสถานทูตเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถมารับศพไปขึ้นเครื่องที่สนามบินเพื่อส่งกลับปลายทางได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีญาติเดินทางขึ้นเครื่องไปด้วยก็ได้ เพราะทางสถานทูตจะช่วยกำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย อยู่แล้ว กรณีศพผู้เสียชีวิตที่เป็นชาวต่างชาติสามารถเก็บไว้ได้ 30 วัน แต่กรณีที่เป็นเหตุรุนแรงเช่นนักท่องเที่ยวรายนี้ก็อาจจะสามารถเก็บรักษาไว้รอให้ญาติประสานมารับตอนไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วย แต่เชื่อว่าญาติคงจะไม่ปล่อยไว้นาน และอาจจะมารับเร็วๆ นี้ สำหรับผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตหญิงจีนรายนี้พบกระสุนปืนยิงเข้าสะบักขวา 1 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิต

แม่สลด – นางขิ่น วิน อายุ 67 ปี แม่น.ส.ตะวัน ชาวเมียนมาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ด.ช. วัย 14 ปี ก่อเหตุยิงในห้างกลางกรุงเทพฯ เดินทางจากประเทศเมียนมามาร่วมงานศพลูกสาว ท่ามกลางความเศร้าสลด ที่วัดผาสุกมณีจักร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค.
แม่ร่วมงานศพลูกสาวพม่า
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่วัดผาสุกมณีจักร ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพของน.ส.มินโม หรือ ตะวัน เหยื่อกราดยิงในห้างสยามพารากอน นายคิน วิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วยนางขิ่น วิน อายุ 67 ปี มารดาของน.ส.ตะวันเดินทางมาเพื่ออำลาบุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากทางการไทยประสานกับทางสถานทูตเมียนมา รับตัวนางขิ่น วิน และหลานสาวเดินทางจากนครย่างกุ้ง เพื่อมาร่วมงานศพเป็นครั้งสุดท้าย โดยนางขิ่น วินอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจและเป็นลมล้มพับ เพื่อนร่วมงานของน.ส.ตะวันต้องช่วยกันปฐม พยาบาลในเบื้องต้น ซึ่งตลอดเวลานางขิ่น วิน นั่งหันหน้ามองไปที่รูปตั้งหน้าศพของลูกสาว พร้อมกับมีน้ำตาไหลคลอออกมาตลอดเวลา
นางขิ่น วินกล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ต้อง สูญเสียบุตรสาวที่มีอยู่คนเดียวไป ยังทำใจไม่ได้กับความสูญเสียในครั้งนี้ แต่รู้สึกสงสารพ่อแม่ของเด็กชายที่ก่อเหตุที่มีลูกไม่ดี เขาก็คงเสียใจ ทุกข์ใจไปไม่น้อยกว่าตน
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่วัดผาสุกมณีจักร นางขิ่น วิน เข้าร่วมฟังสวดอภิธรรมน.ส.ตะวัน พร้อมทั้งนำดอกไม้มาไหว้ที่หน้าศพ
นางขิ่น วิน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนถือว่าเป็นกรรมของลูก ซึ่งตนต้องการเพียงความยุติธรรมให้กับลูกตนเท่านั้น ตอนนี้เศร้ามาก มันกะทันหันมากเกินไป เพราะตั้งแต่เด็กตะวันจะใส่ใจคนรอบข้างและคอยสังเกตคนรอบตัวเขาเสมอ ตะวันออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 16 ปี เพื่อทำงานหาเลี้ยงดูแม่มาโดยตลอด ตะวันอยากอาศัยอยู่ที่เมืองไทย และอยากพาแม่มารักษาตัวที่ประเทศไทย เรื่องนี้ตนไม่โทษพ่อแม่ของเด็ก 14 ปีที่ก่อเหตุ เพราะมันไม่เกี่ยวกัน เพียงแต่เขาโชคร้ายที่มีลูกไม่ดี เหมือนกับนิ้วไหนที่ไม่ดีก็ต้องตัดนิ้วนั้นทิ้งไป
“อยากบอกตะวันว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตะวันอีกเลย และเมื่อกลับถึงบ้านที่เมียนมาแล้วจะทำบุญให้ตะวันอีก หลังจากเสร็จพิธีเผาศพแล้วตนจะเอากระดูกลูกไว้ที่ประเทศไทยเพราะลูกสาวชอบประเทศไทยมาก เชื่อว่าถ้าเขาได้อยู่ที่นี่คงจะมีความสุข ตามความตั้งใจของเขารู้สึกพอใจที่รัฐบาลไทยและนายจ้างคนไทยให้การดูแลลูกสาวเป็นอย่างดี รวมทั้งสถานทูตด้วย เมื่อมาถึงงานศพเห็นงานลูกก็รู้สึกพอใจ ทุกอย่างดูดีทั้งหมดเลย ไม่ติดใจอะไร” นางขิ่น วิน กล่าว
‘เซ็นทรัลเวิลด์’เข้มหลังโดนขู่
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความของผู้ใช้ไอจี รายหนึ่ง โพสต์ภาพปืนพร้อมระบุข้อความว่า “เจอกันที่เซ็นทรัลเวิลด์” จนสร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนกให้กับสังคมอย่างมาก
ต่อมา “centralwOrld” ออกประกาศ ระบุว่า “ตามที่มีบุคคลไม่หวังดีโพสต์สร้างสถานการณ์ในโซเชี่ยลมีเดีย ทางศูนย์ได้ดำเนินการประสานสน.ปทุมวัน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดรถสายตรวจ 191 พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำการ 1 คัน และจัดกำลัง เจ้าหน้าที่ตรวจตราพื้นที่โดยรอบบริเวณพื้นที่ศูนย์การค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ศูนย์ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด ดังนี้ ติดตั้งจุดตรวจสอบกระเป๋าและสัมภาระลูกค้าบริเวณประตูทางเข้าศูนย์การค้า โดยขอให้ลูกค้าทุกท่านให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
ยกระดับการตรวจตราความปลอดภัยผ่านระบบกล้องวงจรปิด CCTV ของศูนย์การค้า จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราภายในศูนย์การค้า พร้อมช่วยเหลือลูกค้าและพนักงานร้านค้าหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านการฝึกอบรมในการระงับเหตุร้ายทุกรูปแบบอยู่เป็นประจำ และมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้ทันที ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในการใช้บริการของลูกค้าทุกท่าน”