5พันชีวิตจุดสู้รบตายแล้ว2เจ็บ8 ศึกฮามาสเดือด เมียเล่าทั้งน้ำตานาทีผัวถูกรัวยิง
เร่งช่วย 11 แรงงานไทย ถูกจับเป็นตัวประกัน สงครามฮามาส-อิสราเอล คนไทยดับแล้ว 2 นายกฯ สั่งเตรียมรับคนไทยกลับตลอด 24 ช.ม. ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ให้ทูตไทยรายงานตรงทุกวัน ให้‘จักรพงษ์’อยู่ไทยคอยประสานงาน ‘ภูมิธรรม’ประสานทูตพาณิชย์ช่วยเหลือคนไทย-ผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ ‘พิพัฒน์’ เผยยอดเเรงงานไทยโดนจับ 11 คน บาดเจ็บ 8 คน ทอ.สแตนด์บายเครื่องบิน 6 ลำ ‘ปานปรีย์’แจงปมนายกฯ ทวีตประณาม ครอบครัวแรงงานไทยร่ำไห้ วอนรัฐบาลรีบช่วยเหลือเดินทางกลับ เมียเหยื่อเล่านาทีสามีถูกกลุ่มติดอาวุธรัวดับ
เมื่อเวลา 08.35 น. วันที่ 8 ตค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-12 ต.ค. ถึงการช่วยเหลือดูแลคนไทยในประเทศอิสราเอล ว่า ตนได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ได้ให้กำลังใจ และได้ฝากดูแลคนไทยที่อยู่ในอิสราเอล รวมถึงได้พูดคุยกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลด้วย
อย่างไรก็ตาม มีการรายงานแบบไม่ได้รับยืนยันว่า มีคนไทยเสียชีวิต 1 คน และมีแรงงานไทยที่เข้าใจว่าถูกจับตัว กักขังไว้ 11 คน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ที่ไหนและอยู่ส่วนไหนบ้าง และปัจจุบันมีการล็อกดาวน์เกิดขึ้น ห้ามออกจากบ้าน ทั้งนี้ ตนได้พูดคุยกับ ผบ.ทอ. ว่าเครื่องบินของกองทัพอากาศได้เตรียมพร้อม แต่น่านฟ้าของอิสราเอลปิด แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง มีคณะแพทย์ที่จะ เดินทางไปด้วย ตรงนี้ต้องเฝ้าระวังอย่าง ใกล้ชิด ตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล โดยขอให้รายงานประจำวันมา ซึ่งในส่วนของทูตเองก็ถูกล็อกดาวน์ ส่วนทุกบ้านที่อิสราเอลจะมีช่องหลบภัย ขณะที่เหตุการณ์ขณะนี้ยังมีความตึงเครียดอยู่ ยังเดินหน้าไปในทิศทางที่ยัง ไม่ดีขึ้น อันนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ยังน่า เป็นห่วง
เมื่อถามถึงความชัดเจนของแรงงานไทยที่ถูกกักตัว นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ที่ไหนอะไร อย่างไร แต่เราก็ต้องพยายามเต็มที่ ใช้วิธีทางการทูต เพราะเขาเป็นคนบริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความ ขัดแย้ง ตนคอยฟังรายงานอยู่ตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากศูนย์กลางรับแจ้งที่มายังกระทรวงต่างประเทศ ยังจะมีศูนย์ในส่วนของจังหวัดหรือภาคอื่นๆ อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็มีเบอร์โทรศัพท์ให้ติดต่อเข้ามา เมื่อถามว่าขณะนี้รอสัญญาณอะไรในการที่จะส่งเครื่องบินเข้าไปช่วยเหลือคนไทย นายกฯ กล่าวว่า น่านฟ้ายังไม่ได้เปิดใน ตอนนี้ คนก็ออกจากบ้านไม่ได้เลย เพราะมีการล็อกดาวน์อยู่

ปะทะเดือด – ขีปนาวุธจากนักรบฮามาสในฉนวนกาซ่า (ซ้าย) ยิงเข้ามาในดินแดนของอิสราเอล ขณะที่ขีปนาวุธไอรอนโดมของอิสราเอล (ขวา) ถูกปล่อยขึ้นสกัดกั้น ท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างสองฝ่ายในสมรภูมิเลือด มีผู้เสียชีวิต กว่า 500 ราย บาดเจ็บกว่า 3 พันคนแล้ว เมื่อวันที่ 8 ต.ค.
พร้อมอพยพตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อถามว่าแผนอพยพคนไทยของเราอยู่ในระดับไหน นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบศัพท์ทางการ แต่ระดับความพร้อมมีตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทันทีที่จะไป และได้พูดคุยกับทาง ผบ.ทอ. ท่านก็มีความพร้อมตลอด สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมเครื่องบิน C130 ไว้ เติมน้ำมัน 1 ครั้ง ซึ่งตนได้เรียนเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลไปว่า ตนสามารถเอาเครื่องบินไปคอยสแตนด์บายไว้ได้ จะได้มีความรวดเร็ว แต่ตรงนี้เป็นเพียงข้อเสนออยู่ เพราะน่านฟ้ายังไม่เปิด สมมติถ้าออกจากบ้านได้แล้ว แต่น่านฟ้ายังไม่เปิดก็ถือว่าลดความรุนแรงลงมาระดับนึง ก็อาจจะพิจารณาใหม่ ตนเชื่อว่ากระทรวงการต่างประเทศ และทางกองทัพอากาศ ประเมินสถานการณ์กันอยู่ เรื่องนี้ให้ความกังวลใจในระดับสูงสุด
เมื่อถามว่าเที่ยวบินหนึ่งสามารถนำคนกลับมาได้จำนวนเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า 423 คน ทั้งนี้ สำหรับแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอลมีจำนวน 25,000 คน โดยมีประมาณ 5,000 คน ที่อยู่ในเขตที่ปิด และตอนนี้เท่าที่ทราบมี 11 คน ที่ยังไม่มีการยืนยันเป็นทางการว่าถูกจับกุม รวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วน ผู้บาดเจ็บยังไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และแน่นอนระหว่างที่ตนปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด กับเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอล เราก็มีเบอร์โทรศัพท์กัน เขาก็มีเบอร์โทรศัพท์ตนแล้ว เขาสามารถติดต่อตนได้ตลอด รวมถึงให้มีการรายงานประจำวัน ซึ่งไม่ต้องห่วง เพราะเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด
เมื่อถามย้ำว่าเป็นห่วงอะไรเป็นพิเศษในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดา การที่มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเป็นเรื่องที่เราเสียใจ ไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นคนไทยที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เรามีความกังวล มีความไม่สบายใจ เมื่อถามว่าจะตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ เพื่อให้ญาติประสานงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็คงต้องมี
คนไทยสังเวยอีก 1 ศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯ ให้สัมภาษณ์เสร็จ ได้เดินเข้าไปห้องรับรอง ก่อนจะเดินกลับมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยกล่าวว่า เนื่องจากนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ และนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องรุนแรง และต้องมีคนคอยประสานงานอยู่ด้วย ตนจึงให้นายจักรพงษ์ ดูแลการปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ รวมถึงการประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ถูกจับไป การเดินหน้าทางการทูต เพื่อให้คนไทยปลอดภัยทุกคน อย่างน้อยก็เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนสบายใจว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สูงสุด
ต่อมาเวลา 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ทันทีที่เดินทางถึง นายเศรษฐาได้รับทราบรายงานจาก น.ส.พรรณภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมเป็น 2 ราย
‘เศรษฐา’ทวีตประณามการโจมตี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 7 ต.ค. นายเศรษฐาทวีตข้อความ ประณามการโจมตีอิสราเอลที่ไร้มนุษยธรรมว่า “ผมขอประณามการโจมตีอิสราเอล การโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมที่ทำให้ ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนอิสราเอล เหตุการณ์นี้ไม่สมควรเกิดขึ้น และผมขอร่วมกับประชาคมโลกประณามการกระทำดังกล่าว ผมได้สั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเครื่อง Airbus A340 และ C130 อพยพคนไทยออกจากอิสราเอลทันที ทาง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. รับทราบและพร้อมปฏิบัติการ ผมติดตามสถานการณ์ร่วมกับกระทรวงต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีความกังวลใจที่เห็นรายงานเข้ามาว่ามีแรงงานไทยถูกจับไป 2 คน หรือมากกว่า ตอนนี้กำลังยืนยันข้อมูลจากทางการอิสราเอลอยู่ ทางกองทัพและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเตรียมความพร้อม ผมต้องการให้คนไทยทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย”
‘ภูมิธรรม’สั่งช่วยผู้ประกอบการ
วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รอง นายกฯ และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล ได้ขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีข้อสั่งการด่วนไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ขอให้ทูตพาณิชย์ในอิสราเอล รายงานสถานการณ์และความเสียหายที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจของไทยในอิสราเอล 2.ขอให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า/กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่อาจส่งผลทางการค้าของไทย จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์ผลกระทบต่อแผนความร่วมมือการเปิดเจรจา FTA ไทย-อิสราเอล 3.ขอให้ทูตพาณิชย์ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย/นักธุรกิจไทยในอิสราเอล ตลาดจนการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหากจำเป็น ทั้งนี้ หากมีปัญหาอุปสรรคใดขอให้รีบรายงานสถานการณ์ด่วน เพื่อรัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
“ผมขอส่งความห่วงใยอย่างที่สุดไปคณะผู้แทนทางการทูตไทยประจำอิสราเอล รวมทั้งทูตพาณิชย์ และทีมงาน ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทุกคนในอิสราเอล ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” นายภูมิธรรมกล่าว
ทอ.สแตนด์บายเครื่องบิน6ลำ
ด้าน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานการประชุม ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมของกำลังพล อากาศยาน และหารือการปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล โดยจัดเตรียมอากาศยาน แอร์บัส 340 จำนวน 1 เครื่อง และ C130 จำนวน 5 เครื่อง พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือทันทีเมื่อน่านฟ้าเปิด และประสานการปฏิบัติกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นต่อกองทัพอากาศที่จะนำอากาศยานและยุทโธปกรณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ความคุ้มค่าอย่างเต็มกำลังความสามารถ
‘ปานปรีย์’ยันไม่ได้ประณามฮามาส
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ แถลงว่า จากการประสานของสถานทูตไทยในกรุงเทล อาวีฟและฝ่ายแรงงานของสถานทูตรายงานว่า แรงงานไทยเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 8 คน และเข้ารักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล โซโรกา 5 คนแล้ว รอการช่วยเหลือ 3 คนจากกองทัพ และถูกจับไปเป็นตัวประกัน 11 คน ทั้งนี้ ทางการอิสราเอลยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขดังกล่าวได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังเข้าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ สำหรับการเตรียมการอพยพคนไทย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กองทัพอากาศเตรียมพร้อมเที่ยวบินอพยพ โดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะอพยพโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย และว่ายังไม่มีชาติใดอพยพคนออกนอกประเทศอิสราเอลได้ ซึ่งอิสราเอลประกาศว่าอยู่ในภาวะสงคราม จึงห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ประชาชนต้องลงหลุมหลบภัยเป็นระยะๆ ซึ่งแรงงานไทยหรือประชาชนที่อาศัยอยู่ทราบแนวทางปฏิบัติและได้รับการฝึกอบรมอยู่แล้ว ส่วนที่รัฐบาลกังวลสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยทุกคน โดยพยายามอย่างดีที่สุดให้แรงงานไทยถูกปล่อยตัวออกมาให้ได้
เมื่อถามถึงสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ว่าไทยออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มฮามาสนั้น นายปานปรีย์กล่าวว่า ไทยไม่ได้ประณามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ไทยประณามการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ทุกรูปแบบ และการโจมตีที่ไร้มนุษยธรรม เนื่องจากเรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการเมืองระหว่างประเทศ
ด้านน.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอลกล่าวว่า ยังมีกลุ่มคนไทยในพื้นที่โดยเฉพาะในเขตฉนวนกาซ่า ซึ่งขณะนี้อิสราเอลกำลังยึดคืนพื้นที่ โดยยึดคืนได้แล้ว 2 ส่วน แต่ยังไม่ใช่ส่วนที่แรงงานไทยถูกจับไปเป็นตัวประกัน และแรงงานไทยไม่ใช่เป้าหมายการโจมตี เพียงแต่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ขอเรียนย้ำว่า ตอนนี้อิสราเอลยังไม่ได้ปิดน่านฟ้า ยังสามารถบินเข้าได้ แต่ในการเดินทางให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด โดยมีการประกาศว่าเครื่องบินที่บินผ่านน่านฟ้าอิสราเอลต้องติดต่อกับหน่วยงานควบคุมการสัญจรทางอากาศ (air traffic control) ตลอดเวลา
‘ยิ่งลักษณ์’ห่วงแรงงานไทย
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่าน x (ทวิตเตอร์) ระบุว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีสถานการณ์การสู้รบ พร้อมประณามการกระทำรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ทุกคน พร้อมทั้งขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่มีรายงานข่าวว่าถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกัน คนไทยที่ติดอยู่ในภาวะสงครามและได้รับบาดเจ็บ
“ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยอย่างเต็มกำลัง ดิฉันขอให้พี่น้องคนไทยทุกคนปลอดภัยและได้เดินทางกลับบ้านเราโดยเร็ว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ
โคราชแม่ห่วงลูกถูกจับตัว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 5 ต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา พบกับนางสุรางคณา ขุนศรี อายุ 57 ปี แม่ของนายพงศธร ขุนศรี แรงงานที่ไปทำงานเป็นคนสวนให้กับชาวอิสราเอลในเมืองทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับนายพงศธรได้
นางสุรางคณาเปิดใจเล่าว่า ลูกชายไปทำงานได้ปีกว่าแล้ว ตอนนี้ตนอาศัยอยู่กัน 3 คน กับลูกชายคนเล็กและหลานชาย ติดต่อกับลูกชายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา คุยผ่านเมสเซ็นเจอร์ จนกระทั่งเมื่อเช้าวันนี้ ทาง อบต.และผู้ใหญ่บ้านเข้ามาแจ้งกับตนว่า ลูกชายโดนควบคุมตัวเอาไว้ ทำให้ตนรู้สึกตกใจอย่างมาก จึงลองโทร.ติดต่อหาลูกชายแต่ไม่ติด ทำให้ตนรู้สึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าลูกชายจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร อยากฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดต่อและช่วยเหลือลูกชายกลับมาประเทศไทยอย่างปลอดภัย
นครพนมสำรวจยอดแรงงาน
ที่บ้านเลขที่ 72 บ.หนองแสง หมู่ 5 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม นาย สมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอปลาปาก นายประชุมศิลป์ พิทักษ์ ปลัดอำเภอปลาปาก พ.ต.ท.โดมฤทธิ์ ศรีพินเพราะ สารวัตรใหญ่ สภ.กุดตาไก้ นายศักดิ์ดา กมลคุรุสกุล นายก อบต.นามะเขือ นางสมรรัตน์ วารี กำนัน ต.นามะเขือ เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวนายณัฐพร อ่อนแก้ว อายุ 26 ปี หนึ่งในแรงไทยที่ถูกจับตัว นางทองพูน อ่อนแก้ว อายุ 47 ปี แม่ของนายณัฐพรเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ทราบข่าวว่าลูกชายถูกคนร้ายจับตัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ต.ค. โดยมีภาพแพร่ในโลกโซเชี่ยล เพื่อนบ้านและญาติจึงส่งภาพมาให้ดูว่าใช่คนที่สวมใส่เสื้อสีขาวตามภาพ คนร้ายถือปืนคุมอยู่เป็นลูกชาย ทีแรกตกใจนึกว่าลูกชายถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ หัวอกคนเป็นแม่ใจแทบสลาย แต่มา รู้ทีหลังว่าเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งไม่ใช่นายณัฐพร แต่ก็ยังเป็นกังวล ลูกชายไปทำงานด้านการเกษตร 2 ปี ไปกับกรมแรงงานถูกต้อง และไปกับเพื่อน 2 คนทั้งตำบลมีประมาณ 50 คน

หัวอกแม่ – นางเกษร ซ่อนกลิ่น ชาวอ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เผยภาพล่าสุดนายโยธิน ทองอาจ ลูกชายแรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ที่ส่งให้ดูและแช็ตคุยกันว่าหลบภัยสงครามเข้าไปอยู่ในป่าใกล้ที่ทำงาน วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือกลับไทย เมื่อวันที่ 8 ต.ค.
2 พันกว่าคนยังติดต่อไม่ได้
ขณะที่นายนพพร มานะ จัดหางานจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า รมว.แรงงาน ได้กำชับให้ดูแลและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ในจำนวนนี้มีชาวนครพนมถูกจับเป็นตัวประกัน 3 ราย ช่วงเช้าจึงได้เดินทางไปที่ อ.โพนสวรรค์ 2 ราย คือนายปริญญา แต้มกลาง และนายพัฒนายุทธ ต้อนโสกรี ส่วนคนที่ 3 นายณัฐพร อ่อนแก้ว ชาวหนองแสง หมู่ 5 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก ส่วนนายชาตรี ชาศรี ถูกยิงที่ขา เป็นชาวบ.นาขาม หมู่ 2 ต.นางาม อ.เรณูนคร โดยรายนี้มีทหารเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
นายนพพรกล่าวต่อว่า จากข้อมูลมีคนนครพนมไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 2,136 ราย เป็นชาย 2,088 ราย หญิง 48 ราย แต่ ไม่ได้แยกว่าอยู่เมืองไหนบ้าง ซึ่งได้รายงานความคืบหน้าให้ครอบครัวผู้ถูกจับเป็นตัวประกันทราบถึงสิทธิประโยชน์ รวมถึงไปเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวและญาติพี่น้อง ส่วนสิทธิประโยชน์ทางกระทรวงแรงงานมีกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปต่างประเทศ ในด้านการสงเคราะห์ 8 กรณีหากเสียชีวิตจะได้เงินช่วยเหลือ 40,000 บาท กรณีประสบภัยสงครามแล้วเดินทางกลับได้ 15,000 บาท ในจำนวน 2,000 กว่าคนที่อยู่ในอิสราเอล ยังไม่สามารถติดต่อได้แม้แต่รายเดียว

ปะทะเดือด – นายบุญถม พันธ์ฆ้อง และนางณัฐฐาวรี มูลกัน คู่สามีภรรยา 2 ใน 11 แรงงานชาวไทย ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันและยังไม่ทราบชะตากรรม
แรงงานอุดรฯถูกจับ 5 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของแรงงานชาวจ.อุดรธานี มีรายงานว่าถูกจับเป็นตัวประกันถึง 5 คน ประกอบด้วยนายบุญถม พันธ์ฆ้อง อายุ 45 ปี ชาวบ้าน อ.สร้างคอม นางณัฐฐาวรี มูลกัน อายุ 35 ปี ภรรยา นายบุญถม เป็นชาวอ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น, นายอนุชา อ่างแก้ว ชาว ต.ปะโค อ.กุดจับ, นายมณี จิราชาติ ชาว ต.นาไหม อ.บ้านดุง, นายเกียรติศักดิ์ พาที ชาว อ.พิบูลย์รักษ์ และนายมาโนช สีทอง ถูกยิงอาการสาหัส อยู่ ต.เชียงยืน อ.เมือง
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 1 บ้านหินโงม ต.หินโงม อ.สร้างคอม พบกับนางเขียน พันธ์ฆ้อง อายุ 85 ปี แม่ของนายบุญถม พอรู้ข่าวลูกชายถูกจับมีอาการตกใจ โดยนางเขียนบอกว่า มีลูกทั้งหมด 9 คน นายบุญถมเป็นลูกคนสุดท้อง ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลหลายปีแล้ว หลังรู้ข่าวก็เป็นห่วงลูกชายกินไม่ได้นอนไม่หลับ
แม่ร่ำไห้กินนอนไม่ได้ห่วงลูก
ด้านนายพรชัย อ่างแก้ว อายุ 52 ปี และนางวาสนา โยจำปา อายุ 45 ปี พ่อและแม่ของนายอนุชา อ่างแก้ว หนึ่งในตัวประกัน กล่าวทั้งน้ำตาว่า นายอนุชา หรืออาท เป็นลูกคนโต แต่งงานกับ น.ส.วนิดา มาอาษา 30 ปี มีลูกสาววัย 7 ขวบ ลูกสมัครไปทำงานเกษตร สวนอโวคาโด ได้เงินดือน 5 หมื่น บาท สัญญา 5 ปี ในเดือนมีนาคม 2567 จะครบ 2 ปี ลูกจะขอกลับบ้านมาพัก เพื่อขึ้นบ้านใหม่ แต่พอรู้ข่าวเมื่อเย็นวานนี้ จากญาติที่ทำงานอยู่ใน กทม.ที่ส่งภาพและโทร.มาบอก ต่างก็ตกใจ เพราะลูกจะโทร.มาหาประจำ ครั้งล่าสุดวันศุกร์ตอนเที่ยงลูกได้โทร.มาหา แต่เมื่อวานนี้ไม่ได้โทร.หา เมื่อโทร.กลับก็ไม่รับสาย
“เห็นภาพที่ลูกถูกควบคุมตัว ไม่ได้นอนทั้งคืน กินข้าวไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้เป็นห่วงลูกมาก ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในหมู่บ้าน ภาวนาให้ลูกปลอดภัย และขอให้รัฐบาลช่วยเหลือลูกให้กลับมาอย่างปลอดภัยด้วย”
ต่อมาเวลา 10.00 น. ว่าที่ร้อยโท อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาพบพ่อแม่นายอนุชา เพื่อเป็น กำลังใจ และแจ้งว่าทุกคนยังปลอดภัย ขอให้ฟังข่าวจากทางการ
ขอรัฐบาลเร่งพาลูกกลับบ้าน
นางอรวรรณ หินตะ แรงงานจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบนาง บุญญาริน ศรีจันทร์ แม่ของนางณัฐฐาวรี แรงงานไทยที่ถูกจับตัวไป ที่บ้านเลขที่ 159 ม.14 ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น
นางบุญญารินกล่าวว่า ลูกสาวไปทำงานบรรจุมันเทศญี่ปุ่นที่อิสราเอลนานกว่า 5 ปีแล้ว และพบกับหนุ่มไทยที่ไปทำงานด้วยกันคือนายบุญถม ซึ่งที่บ้านที่ขอนแก่น ตนอยู่กับหลานสาววัย 8 ขวบ ตามปกติลูกสาวจะโทรศัพท์มาพูดคุยด้วยทุกวัน จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมารู้ข่าวว่าลูกถูกควบคุมตัวจากเพื่อนของลูกสาวที่ไปทำงานด้วยกัน จึงพยายามติดต่อไปหาลูกหลายครั้ง แต่ยังติดต่อไม่ได้
“ตอนนี้ห่วงลูกสาวมาก ก่อนหน้านี้เคยบอกให้ลูกกลับมาอยู่บ้าน แต่ลูกบอกว่าขอทำงานต่ออีก 2 ปี ให้ครบกำหนดสัญญา จึงจะดินทางกลับไทย ตอนนี้ขออย่างเดียวคือให้รัฐบาลพาลูกสาวและคนไทยทั้งหมดกลับบ้านอย่างปลอดภัย”

เร่งช่วย – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน แถลงตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานชาวไทยในประเทศอิสราเอลจากเหตุภัยสงคราม รายงานล่าสุดมีแรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 8 ราย ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน 11 ราย ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 8 ต.ค.
อิสราเอลบุกช่วยตัวประกัน
ที่กระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อติดตามสถานการณ์ให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยโดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง
นายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยว่า ล่าสุดมีแรงงานไทยเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 8 ราย ได้รับการรักษาและกลับมาพักฟื้นที่แคมป์แรงงานไทยแล้ว ขณะผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังคงมี 11 ราย ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการสู้รบตอบโต้กัน ขณะที่แรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบซึ่งอยู่ใกล้กับฉนวนกาซ่า ประมาณ 1,000 คน ช่วงเช้าในวันนี้ (8 ต.ค.) อิสราเอลเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันที่นิคมอุตสาหกรรมคิบบูตซ์ มาได้บางส่วน และสถานการณ์การจับตัวประกันขณะนี้ยุติลงแล้ว โดยกำลังรอการยืนยันว่าคนไทยได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้วกี่คน ทั้งนี้ เหตุการณ์การสู้รบตั้งแต่วันที่ 7-8 ต.ค. มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 1,590 ราย บาดเจ็บสาหัส 312 ราย มีผู้เสียชีวิต 250 ราย และถูกจับเป็นตัวประกัน 160 ราย
ขณะที่นายพิพัฒน์กล่าวว่า หากมีสถานการณ์คืบหน้าขอให้ทางทูตแรงงานรีบประสานมาที่กระทรวงแรงงานโดยด่วน ซึ่งรวมถึงการขอความช่วยเหลือด้วย หากจะมีการขอเคลื่อนย้ายแรงงานขอให้ประสานสถานทูตไทยประจำกรุงอิสราเอล ทั้งนี้ รัฐบาลไทยโดยกองทัพอากาศจะไปรับแรงงานไทย และขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือดูแลแรงงานไทยที่เหลือ
ทั้งนี้ ระหว่างที่ทูตแรงงานไทยประจำอิสราเอล รายงานสถานการณ์อยู่นั้น ก็มีสัญญาณแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือว่า มีการยิงกัน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้มีการสอบถามด้วยความห่วงใยว่า เจ้าหน้าที่อยู่จุดไหน ซึ่งได้มีการแจ้งว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ห่วงแรงงานผิดกม.2-3 พันคน
นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่น่ากังวลมากนัก แต่ขณะนี้เป็นห่วงผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันและไม่สามารถติดต่อได้ นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงคนไทยที่เดินทาง ไปทำงานในอิสราเอลอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งคาดว่ามีอยู่ประมาณ 2,000-3,000 คน
ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ตอนแรกไปแบบ ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่ออยู่ครบสัญญาจ้าง ไม่ได้เดินทางกลับมาและอยู่ทำงานต่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคเหนือและภาคกลาง ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และ คาดว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ น่าจะไม่เกิน 400 คน สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานเหล่านี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานพยายามแจ้งเตือนว่า เมื่ออยู่ครบสัญญาจ้างแล้วขอให้กลับไทย และทำตามขั้นตอนเพื่อกลับไปไปทำงานใหม่ แต่บางคนอาจจะไม่ทราบข้อกฎหมายของอิสราเอลด้วยค่าแรงที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นแรงจูงใจ และพึงพอใจในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าบริษัทนายจ้างน่าจะมีการเยียวยาตามกฎหมายของประเทศอิสราเอล
ในส่วนของประเทศไทยนั้น จะมีการพิจารณาการเยียวยาให้แรงงานไทยที่ไปทำงานแบบผิดหมายที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะถือว่าเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่ต้องดูแลตามหลักมนุษยชน แต่ต้องมาพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง และว่าการโจมตีครั้งนี้ เป็นสิ่งที่อิสราเอลไม่ได้คาดคิด จึงไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ไปอยู่ในหลุมหลบภัย ดังนั้น จะเป็นบทเรียนและประสบการณ์ให้กับแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศที่มีภัยสงคราม รวมถึงนายจ้างในการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น
เผยยอดตายอาจสูงถึง 10
ต่อมานายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าถึงเหตุการณ์ นายภูมิธรรมเผยว่า เราได้ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ จึงได้มีการหารือกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในประเทศอิสราเอลทั้งหมด เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงถึงขั้นประกาศเป็นสงคราม ประเทศไทยและรัฐบาลไทยเราอยู่ในจุดยืนสำคัญคือ เราเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้ และยอมรับการดำรงอยู่ของทั้ง 2 รัฐ ทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอล เราอยากเห็นทาง 2 ประเทศจบความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ด้วยการร่วมมือกันเจรจาสันติภาพ
ขณะนี้ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตชาวไทยอย่างเป็นทางการ 2 ท่าน แต่มีกระแสข่าวได้รับรายงานจากนายจ้างว่าน่าจะมีมากถึง 10 ราย แต่ต้องรอการยืนยันจากทางการอิสราเอลอีกครั้ง ส่วนตัวเลขของผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันอย่างเป็นทางการตอนนี้คือ 11 ราย ขณะที่ยอดของผู้บาดเจ็บตอนนี้มีทั้งหมด 8 คน ในจำนวนนี้มี 2 คนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 6 คนบาดเจ็บเล็กน้อย โดยทางอิสราเอลให้การยืนยันว่า จะดูแลคนไทยอย่างดีที่สุด บางส่วนตอนนี้ก็ได้อพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว
ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชม.
นายพิพัฒน์เผยว่า เเรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บถึงมือแพทย์เรียบร้อย ส่วนใหญ่ได้กลับมาสู่ที่พักในแคมป์คนงาน ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บมากก็มี 1-2 ราย ก็อยู่ที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ส่วนใน 11 รายที่ถูกจัดเป็น ตัวประกัน ขณะนี้ทางสถานทูตไทยในประเทศอิสราเอลได้มีการประสานกับทางรัฐบาลอิสราเอลตลอดเวลาในการที่จะช่วยเหลือทั้ง 11 คนที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ตอนนี้โดยเฉพาะทั้งหมดรวมทั้งผู้บาดเจ็บเเละถูกจับกุม 19 ราย ทางกระทรวงแรงงานได้ส่ง เจ้าหน้าที่ลงไปพบครอบครัวและญาติครบทั้ง 19 รายแล้ว กระทรวงแรงงานมีความกังวลอย่างยิ่งในความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยทุกคน ณ ประเทศอิสราเอล พร้อมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์สู้รบในอิสราเอลขึ้นเพื่อรับข้อมูลและประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงต่างประเทศ และสถานเอกอัคร ราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อการเร่งช่วยเหลือ คุ้มครอง ดูแลพี่น้องแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลทุกท่านอย่างรวดเร็วที่สุด พื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศ มีแรงงานไทยอาศัยอยู่ประมาณ 5,000 คน โดยเเรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ กลุ่มนี้ประมาณ 25,000 คนจะไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ
สำหรับแรงงานชาวไทยในประเทศอิสราเอล หรือครอบครัวของแรงงานชาวไทยที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติพี่น้อง ณ ประเทศอิสราเอลได้ในเวลานี้สามารถติดต่อประสานงานขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมการจัดหางาน (กกจ.) 1694 (ตลอด 24 ชั่วโมง) และ 0-2245-6710-11 (ในเวลาราชการ) สำหรับแรงงานในอิสราเอลติดต่อได้ที่หมายเลข (+972) 054 469 3476 และบริษัทจัดหางานในอิสราเอล (PIBA) อีก 12 บริษัท
เมียเล่านาทีผัวถูกยิงดับ
ขณะที่ น.ส.รุ่งทิวา เรืองเดช อายุ 31 ปี ชาว บ.ดงยอ หมู่ 6 ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ภรรยาของนายสมควร พันธ์รักษา อายุ 39 ปี หนึ่งในแรงงานที่เสียชีวิตเผยว่า สามีบินไปขายแรงงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล โดยไปกับกรมแรงงาน ถูกต้องปลายเดือนพ.ย.2565 ก่อนจะเสียชีวิตแค่ 1 ชั่วโมง สามีรู้ว่าสู้รบกันจึงได้วิดีโอ คอลมาคุยกับตนตั้งแต่เช้าโดยไม่ได้วางโทรศัพท์
น.ส.รุ่งทิวาเล่าน้ำคลอเบ้าว่า เพื่อนในแคมป์เล่าว่าสามีพักผ่อนนอนหลับในห้องห้องละ 4 คน รวม 30 คน เพื่อนคนอื่นได้วิ่งหนีไปหมดขณะเกิดเหตุ แต่สามีตนกระโดดหน้าต่างหนีไม่ทันถูกจับตัวไปเรียกเพื่อนแค่ครั้งเดียว ก่อนถูกรัวยิงจนเสียชีวิตช่วง 5 โมงเย็นของวัน ดังกล่าว ก่อนสามีจะจบชีวิตบอกไม่ต้องเป็นห่วง มีแต่นอนกับกิน ตนบอกให้หลบหนี แต่สามีไปนอน หลังจากวางสายแค่ 1 ชั่วโมง ช่วง 4 โมงเย็นก็ติดต่อสามีไม่ได้อีกเลย จนช่วงเที่ยงคืนเพื่อนในแคมป์วิดีโอคอลมาบอกตนว่าเสียใจด้วยสามีเสียชีวิตแล้ว หลังรู้ข่าวแทบช็อกกินไม่ได้นอนไม่หลับ