รื้อบ้านกระจาย สยองกลางกรุง

อุกอาจ! ฆ่าอดีตทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ศพหมกกล่องกระดาษในห้องน้ำคฤหาสน์หรูหมู่บ้านดังย่านวิภาวดีนานนับสิบวันจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา เพื่อนบ้านสงสัยต้องรีบโทร.แจ้งตำรวจ รองผบช.น.เผยคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน ใช้มีดทำครัว 2 เล่มจ้วงแทงหน้าอก 3 แผล เหยื่อหนีตายทุรนตั้งแต่ชั้นล่างจนไปจบชีวิตอยู่ในห้องน้ำ เชื่อน่าจะรู้จักกับผู้ตายมาก่อน มีเป้าหมายประสงค์ต่อทรัพย์ เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดไล่ล่าหาตัวคนร้าย ผบ.ตร.สั่งกำชับเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็ว

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 8 ต.ค. ร.ต.อ. พุฒิพงศ์ หงษ์ทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตถูกฆ่าทิ้งไว้ในห้องน้ำบ้านเลขที่ 159/14 หมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ซอยวิภาวดีรังสิต 20 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธิ์ ผกก.สน.สุทธิสาร ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักหรูหราสูง 3 ชั้น พบว่าประตูบ้านถูกล็อกจากด้านนอก ห้องนอนเปิดไฟอยู่ มีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงแจ้งตำรวจว่าได้กลิ่นเหม็นรุนแรงออกมาจากบ้านหลัง ดังกล่าวประมาณ 2-3 วันแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ ก่อนไปพบผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำชั้น 2 มีกล่องกระดาษสีน้ำตาลประมาณ 3-4 กล่องปิดทับร่างเอาไว้ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาหลายวันแล้ว ต่อมาทราบว่าผู้ตายชื่อนายวิชิต ชิตวิมาน อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

ฆ่า‘ท่านทูต’ – ตำรวจ สน.สุทธิสาร ตรวจสอบเหตุนายวิชิต ชิตวิมาน อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิต นำศพใส่ลังกระดาษ ซุกในห้องน้ำบ้านพักในซอยวิภาวดีรังสิต 20 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.

พยานแวดล้อมรายหนึ่งให้การว่า บ้านหลังดังกล่าวเพิ่งปรับปรุงเกือบแล้วเสร็จมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยผู้ตายนั้นพักอยู่เพียงลำพัง เมื่อช่วงเช้าเจ้าของบ้านนัดช่างให้มาต่อเติมบ้าน เมื่อมาถึงก็พยายามกดกริ่งเรียกขอเข้าไปทำงานต่อ แต่กดเท่าไหร่ก็ไม่มีใครตอบรับ และยังได้กลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากภายในบ้านด้วย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด เพื่อหาร่องรอยคนร้ายต่อไป

ต่อมาเวลา 13.45 น. วันเดียวกัน ที่สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น., พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2, พ.ต.อ.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.2 ได้เดินทางมาเรียกประชุมทีมสืบสวนและสอบสวนก่อนออกมาเปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจรับแจ้งจากเพื่อนบ้านที่ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบ ผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำชั้น 2 สภาศพมีบาดแผลถูกแทงเข้าที่หน้าอก 3 แผล โดยพบอาวุธเป็นมีดทำครัว 2 เล่มเปื้อนเลือดจากในห้องครัว ชั้นล่าง ซึ่งมีดดังกล่าวถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้ที่ใช้เก็บมีดทั้งหมด 5 เล่ม เมื่อเจ้าหน้าที่พฐ.ดึงออกมาตรวจก็พบคราบเลือดติดอยู่ 2 เล่ม

พล.ต.ต.นพศิลป์เปิดเผยอีกว่า จากการ ซักถามญาติทราบว่าไม่สามารถติดต่อกับผู้ตายได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. วันเดียวกันนี้ทางช่างที่จะเข้ามารีโนเวตบ้านก่อนจะเข้าไปพบศพ ทราบอีกว่าผู้ตายนั้นเป็นอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ ทางพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ได้โทร.รายงานให้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.รับทราบและกำชับให้เร่งรัดคดี เนื่องจากว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งจากการนำพยานใกล้ชิดมาสอบสวนก็ทราบว่าผู้ตายเคยพักอยู่ที่คอนโดฯ เพิ่งจะย้ายเข้ามาที่มาอยู่บ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ทั้งนี้ มีหลักฐานส่วนหนึ่งที่เชื่อมโยง แต่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มญาติและกลุ่มบุคคลใกล้ชิดที่เคยมาอาศัยที่บ้านหลังดังกล่าวด้วย ซึ่งคน ใกล้ชิดสองคนที่นำตัวมาสอบปากคำยังเป็นเยาวชนก็จะต้องเชิญเจ้าหน้าสหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำด้วย

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จากการสอบถามเชื่อว่าเยาวชนทั้งสองที่เชิญตัวมาให้ข้อมูล ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคนร้ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สินบริเวณชั้น 1 และชั้น 2 จึงเชื่อว่าคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะปกติผู้ตายพักอยู่บ้านคนเดียว แต่ไม่มีร่องรอยการงัดแงะที่ประตูด้านหน้า ประตูทางเข้ามีร่องรอยกระเซ็นของคราบเลือดตั้งแต่ประตูบ้านจนไปถึงชั้น 2 คาดว่าผู้ตายพยายามดิ้นรนหลบหนีคนร้ายเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนที่คนร้ายจะซ่อนอำพรางศพเอาไว้ในห้องน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดที่หายไป เชื่อว่าผู้ตายน่าจะเปิดประตูรับคนร้ายที่น่าจะมีมากกว่า 1 คนขึ้นไป ทั้งนี้ บริเวณบ้านของผู้ตายมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้หลายจุดด้วยกัน แต่คงต้องขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน ขอยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะทางผบ.ตร.กำชับมา รวมทั้ง ผู้ตายก็เคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกด้วย

สำหรับนายวิชิต เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2563 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในกระทรวงต่างประเทศ อาทิ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ, กงสุลใหญ่ไทย ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน, กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น, เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง และตำแหน่งสุดท้าย คือ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน