คลังแถลงเดินหน้า-เข้มวินัยคลัง เศรษฐาถกผู้นำฮ่องกง-ดึงลงทุน ศาลให้ประกันอิทธิพล คุณปลื้ม

‘เศรษฐา’ หารือทวิภาคีผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ส่งเสริมร่วมมือด้านเศรษฐกิจประชาชน-ท่องเที่ยว เผยนักธุรกิจรายใหญ่สนใจลงทุนในไทย คลังแถลงย้ำอีกเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต เล็งขยายเขตพื้นที่ใช้เงินจาก 4 ก.ม. เป็นตำบล อำเภอ จังหวัด ยันยึดวินัยการคลัง ‘วราวุธ’ ค้านนิรโทษคดี 112 เล็งหารือพรรคร่วมรัฐบาล ส่งร่างนิรโทษกรรมประกบร่างพรรคก้าวไกล ชัดเจนแล้ว ‘ปดิพัทธ์’ เตรียมซบพรรคเป็นธรรม วิปรัฐบาลยอมถอย ไม่ยื่นร้ององค์กรอิสระตรวจสอบ ตม. สุวรรณภูมิรวบตัว ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ หลังหนีคดี ‘วอเตอร์ฟร้อนท์’ คุมตัวส่งศาลก่อนได้ประกัน สว.มีมติอุ้ม ‘อุปกิต’ ไม่ส่งให้ตำรวจสอบอาญาเอี่ยวยาเสพติด

นายกฯพบผู้บริหารฮ่องกง
เวลา 12.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่ทำเนียบ ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (เวลาท้องถิ่นฮ่องกงเร็วกว่าไทย 1 ช.ม.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้พบหารือทวิภาคีกับ นายจอห์น ลี คา-ชิว ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อกระชับความสัมพันธ์และผลักดันการค้าการลงทุนในทุกมิติ จากนั้นร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน นายจอห์น เป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯ ก่อนพบหารือภาคธุรกิจฮ่องกง

นายกฯ กล่าวว่า สนามบินฮ่องกงถือเป็นสนามบินที่มีประสิทธิภาพที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นจุดศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ดังนั้น มุ่งหวังว่าไทยกับฮ่องกงจะเร่งสร้างความเชื่อมโยงด้านการคมนาคม เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือกับสนามบินอู่ตะเภา การลงทุนขยายสนามบินที่ จ.เชียงใหม่และภูเก็ต รวมถึงการขยายสนามบินในเมืองรอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองได้อีกด้วย ทำให้การติดต่อไปมาหาสู่ดีขึ้น

จับมือฮ่องกง – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ หารือกับนายจอห์น ลี คา-ชิว ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างเดินทางเยือนอย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องส่งเสริมและพัฒนาความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 9 ต.ค.

ร่วมมือศก.-ปชช.-ท่องเที่ยว
นายเศรษฐา โพสต์ภายหลังได้หารือกับ นายจอห์น ลี คา-ชิว ด้วยว่า เมื่อเที่ยงได้พบและหารือทวิภาคีกับนายจอห์น ลี คา-ชิว เราสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ ประชาชน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน ซึ่งฮ่องกงมีบทบาทที่สำคัญ เชื่อมจีนกับส่วนอื่นๆ ของโลก ตนได้รับทราบนโยบายฮ่องกงที่จะส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ อาทิ การเงิน การบิน นวัตกรรม และเทคโนโลยีในภูมิภาค ไทยสามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนให้แก่ฮ่องกง และจีนได้

การเยือนฮ่องกงครั้งนี้ ยังได้พบกับนักธุรกิจรายใหญ่ของฮ่องกงหลายราย ซึ่งแสดงความสนใจที่จะลงทุนในไทย ตนได้กล่าวชื่นชมความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของฮ่องกง ที่ไทยสามารถนำไปเป็นแบบอย่างเพื่อดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศได้ ขณะที่ผู้บริหารสูงสุดฯ ได้กล่าวชื่นชมระบบสาธารณสุขของไทยและต้องการมีความร่วมมือระหว่างกันด้วย

ชวนลงทุนอุตฯไทย
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นายกฯ มุ่งหวังความร่วมมือ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไทยและฮ่องกงเป็นพันธมิตรทางการค้าและการลงทุนที่สำคัญ อีกทั้งต่างยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกันและกันอีกด้วย รวมถึงชื่นชมความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจของฮ่องกง หวังให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือน พร้อมเชิญผู้บริหารฯ ฮ่องกงเยือนไทยด้วย

นายกฯ กล่าวว่า ฮ่องกงมีบทบาทที่สำคัญเชื่อมจีนกับส่วนอื่นๆ ของโลก และบทบาทในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคด้านการค้า การเงินและบริการ ไทยสามารถเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนให้แก่ฮ่องกงและจีนได้ รวมถึงเป็นประตูสำหรับธุรกิจ ตลอดจนสินค้าและบริการจากฮ่องกงและจีนได้ จึงหวังกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งการค้า การลงทุนและความเชื่อมโยง สองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งฮ่องกงเชี่ยวชาญและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทย เชิญชวนฮ่องกงมาลงทุนในไทยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรม เป้าหมายเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของสองฝ่าย โดยไทยหวังเดินหน้าความร่วมมือเชิงลึกกับฮ่องกง เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงและนโยบายการพัฒนา โดยเฉพาะเพื่อประสานและเชื่อมโยงอีอีซี กับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า

ทั้งนี้ วันที่ 10 ต.ค. นายกฯ จะไปยังประเทศบรูไนดารุสซาลาม หารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีฯ พุธที่ 11 ต.ต. ช่วงบ่าย พบหารือกับนายกฯ มาเลเซีย วันที่ 12 ต.ค. หารือทวิภาคีกับนายกฯสาธารณรัฐสิงคโปร์ ช่วงบ่ายจะพบหารือนักธุรกิจสิงคโปร์ ก่อนกลับถึง บน.6 ในเวลา 16.55 น.

คลังเข้มวินัยการคลังดิจิทัล 1 หมื่น
ที่กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เผยว่า มาตรการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการจุดชนวน กระตุกเศรษฐกิจให้เติบโตอีกครั้ง เราจะเดินหน้าทำตามสัญญาที่ให้กับประชาชน และรัฐสภาที่ได้แถลงนโยบายไว้ โดยมุ่งเป้าเศรษฐกิจเติบโต 5% ในระยะ 3-4 ปีหน้า ในฐานะสส. จากการไปถามประชาชนในต่างจังหวัด รอมาตรการนี้อย่างมีความหวัง เงื่อนไขที่กำหนดรัศมี 4 กิโลเมตร มีความเป็นไปได้มีความขยายกรอบให้เกิดความคล่องตัว อาจเป็นตำบล อำเภอ หรือจังหวัด ยืนยันจะฟังเสียงทุกภาคส่วนทั้งภาควิชาการที่สนับสนุนหรือคัดค้าน ภาคเอกชนที่รอคอยด้วยความหวัง จะนำความเห็นทั้งหมดไปหารือในชั้นคณะอนุกรรมการดิจิทัล

ในวันที่ 12 ต.ค.ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนครั้งแรก 19 ต.ค.ประชุมครั้งที่ 2 หารือ และวันที่ 24 ต.ค.เสนอเข้าคณะกรรมการใหญ่ มีข้อเสนอหรือสั่งการอย่างไร เป็นการตัดสินใจชุดใหญ่ต่อไป ซึ่งทั้งหมดจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ (อ่านรายละเอียดหน้า 7)

ท็อปค้านนิรโทษกรรมคดี 112
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวกรณี สส.พรรคก้าวไกล ยื่นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อขอนิรโทษกรรมให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ว่า เป็นสิทธิของพรรคการเมืองในฐานะที่มี สส.เพียงพอที่จะเสนอกฎหมาย

ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่ามีบางส่วนที่หากเป็นประชาชนทั่วไปเราเห็นด้วย แต่กรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 เราคิดว่าไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงความผิดทางอาญาร้ายแรง หรือแม้กรณีการทุจริต ก็ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม

เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะเสนอร่างประกบหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ตอนนี้พรรคยังไม่ได้หารือกันในเรื่องการเสนอร่างประกบ เรามี 10 เสียง ยังไม่เพียงพอในการที่จะเสนอร่างกฎหมาย แต่ก็ต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคอื่นก่อนว่ามีแนวทางกันอย่างไร

เตือนเซฟงบประชามติ-ขัดกม.
นายวราวุธกล่าวถึงคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติ จะประชุมนัดแรก 10 ต.ค.นี้ เพื่อวางกรอบต่างๆ การทำประชามติ ได้กำชับอะไรนายนิกร จำนง ผอ.พรรค ในฐานะผู้แทนพรรค หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า มีการพูดคุยและเห็นตรงกันว่าการทำประชามติ แน่นอนว่าต้องทำแต่จะทำกี่ครั้ง การจะทำให้รวดเร็วที่สุดและประหยัดที่สุดคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ต้องคำนึงด้วยว่ารวดเร็วและประหยัดที่สุดนั้นจะส่งผลทำให้สำเร็จหรือไม่ ไม่อยากจะให้กลายเป็นว่าเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

หากทำประชามติแบบประหยัดแล้วไม่ผ่านกลไกทางกฎหมาย หรือไม่ถูกต้องตาม กระบวนการก็แปลว่าแบบที่ประหยัดนั้นมันเสียเปล่า ฉะนั้นคงต้องหารือทุกฝ่ายอย่างรอบคอบว่าสามารถทำแบบประหยัดแล้วขัดต่อกฎหมายหรือมาตรการใดหรือไม่ พรรคชาติไทยเรามีหนังสือที่รวบรวมเอกสารขั้นตอนการทำ ที่มาของรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็จะได้นำมาเป็นข้อมูลและแนวทางให้กับคณะกรรมการชุดปัจจุบันในการเดินหน้าต่อไป

ปดิพัทธ์จ่อซบเป็นธรรม
วันเดียวกัน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ทวีตผ่าน X ระบุ “ผมจะสมัครเข้า #พรรคเป็นธรรม วันอังคารนี้ 10.00 น. ด้วยหลัก 3 ข้อ 1.สนับสนุนการปฏิรูปรัฐสภาให้โปร่งใส ประสิทธิภาพสูง และเป็นของประชาชน 2.ไม่ตระบัดสัตย์ ผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน 3.สนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่แท้จริงในภาคใต้” พร้อมแท็กบัญชี X ของนาย กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม

ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคเป็นธรรมเตรียมจัดงาน 10 เดือน 10 ที่รัฐสภา เป็นงานที่จะเปิดตัวนายปดิพัทธ์ เพื่อเข้าสังกัดพรรคจริง แต่ล่าสุดเมื่อได้รับการยืนยันจากนายปดิพัทธ์แล้ว จึงรอตกลงเรื่องสถานที่อีกครั้ง เมื่อถามว่าหลังจากนาย ปดิพัทธ์เป็นสมาชิกพรรคแล้วจะพิจารณาให้ตำแหน่งใดหรือไม่ นายกัณวีร์กล่าวว่า ต้องหารือกันอีกครั้ง พรรคเตรียมนัดประชุมเพื่อปรับเปลี่ยน กก.บห.พรรคเร็วๆ นี้ เพื่อรองรับภารกิจในการสู้ศึกเลือกตั้ง หลังได้รับการตอบรับจากประชาชน ไม่เฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายฐานไปพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตกด้วย รวมถึงเตรียมคนที่จะลงพื้นที่เพื่อหาคะแนนให้กับพรรค กรณีที่นายปดิพัทธ์เข้าสังกัดพรรค เชื่อว่าจะเป็นผลดีกับพรรคมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้ง ต่อไป เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลฝากเลี้ยงนายปดิพัทธ์ และเลือกตั้งครั้งหน้านายปดิพัทธ์จะกลับไปสังกัดพรรคเดิม นายกัณวีร์กล่าวว่า ปัจจุบันไม่ใช่ประเด็นที่คุยกันไว้

วิปรัฐบาลยันไม่ยื่นสอบ
ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวกรณีนายปดิพัทธ์ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม ว่าวิปรัฐบาลเคารพในการตัดสินใจของนายปดิพัทธ์ จะไม่มีการเคลื่อนไหว หรือยื่นเรื่องให้หน่วยงานใดตรวจสอบอีก เพื่อให้เป็นเรื่องภายในของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดของนายปดิพัทธ์นั้น ขอให้ประชาชนเป็น ผู้ตัดสินใจ ผ่านการเลือกตั้งในครั้งต่อไป

“ขออวยพรให้นายปดิพัทธ์ขับเคลื่อนการทำหน้าที่ในกิจการของสภาให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังทุกประการ ไม่สะดุดใดๆ ที่ผ่านมาวิปรัฐบาล อาจมีการเคลื่อนไหวในทัศนะที่ไม่ตรงกันเป็นบางคน ก็ขออภัยด้วย” นายอดิศรกล่าว

สว.ป้อง‘อุปกิต’ไม่ส่งตัวให้ตร.
เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุมวุฒิสภา พิจารณาวาระเรื่องด่วน การขอออกหมายเรียกสว.สอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 นายศุภชัยกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีหนังสือมายังวุฒิสภา ขออนุญาตออกหมายเรียกตัวนาย อุปกิต ปาจรียางกูร สว. ไปสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามมาตรา 11/7 พ.ร.บ. วิธีพิจารณายาเสพติด พ.ศ.2550 ในฐานะ ผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 127

นายอุปกิตชี้แจงยืนยันความบริสุทธิ์ว่า ไม่เกี่ยวฟอกเงินยาเสพติด “ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ผมยังมีความเชื่อมั่นอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องขอความคุ้มครองใดๆ ไม่ต้องรอปิดสมัยประชุมวันที่ 30 ต.ค.นี้ เพราะไม่ประสงค์ให้ใครเอาไปเป็นประเด็นวิจารณ์วุฒิสภา” นายอุปกิตกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น

จากนั้น ที่ประชุมเปิดโอกาสให้สว. อภิปรายแสดงความคิดเห็นจะส่งตัวนาย อุปกิตให้ตำรวจไปสอบสวนเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 หรือไม่ หลังจากการอภิปรายเสร็จ ประธานที่ประชุมประกาศให้ลงคะแนนโดยเปิดเผย พบว่าเสียงข้างมาก 174 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการออกหมายเรียกตัวนายอุปกิตไปสอบสวนฐานะผู้ต้องหาคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม ต่อ 7 เสียง และมีสว.ที่งดออกเสียง 10 เสียง

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์หลังที่ประชุมวุฒิสภามีมติไม่อนุญาตให้ส่งตัวนายอุปกิต ไปสอบสวน ในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญาว่า เมื่อหมดสมัยประชุม ตนหวังว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จะดำเนินการให้นายอุปกิตเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุดคือต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด

ตั้งภูมิธรรมแก้ปัญหาพีมูฟ
ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุม พิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) มีนายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานพีมูฟ พร้อมตัวแทน พีมูฟ ตัวแทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลนำข้อเสนอทั้ง 10 ด้าน เข้าสู่ที่ประชุมครม. อาทิ ด้านสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย เสนอให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 และจัดทำร่างแก้ไขทุกมาตรา โดยส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ให้จัดทำประชามติ ที่มานายกฯ ต้องมาจากการเลือกตั้ง และเป็นสส., ด้านการกระจาย อำนาจ ให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด

ด้านการจัดการทรัพยากร เสนอยกเลิกนโยบายการทวงคืนพื้นป่า, นโยบายการคุ้มครองชาติพันธุ์และสิทธิความเป็นมนุษย์ เสนอให้นายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพิพาทที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล มีพล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เป็นประธาน และให้มีกฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ฯลฯ และเสนอให้ออกคำสั่งสำนักนายกฯ แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพีมูฟ และคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพ การกระจายอำนาจ และการจัดการภัยพิบัติ รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการทำงาน

ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์หลังประชุมว่า ได้ข้อสรุปเสนอที่ครม.รับทราบ 10 ต.ค. โดยที่ประชุมเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพีมูฟ มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ตนเป็นรองประธาน รวมถึงกรอบแนวทางการดำเนินงาน จากนั้นคณะกรรมการชุดใหญ่จะไปแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแต่ละด้าน ซึ่งนายกฯ มอบให้นายภูมิธรรม ลงนามคำสั่งแต่งตั้งแล้ว และมอบอำนาจให้ดำเนินการต่อทันที

พีมูฟพอใจ-จี้เศรษฐาพบปชช.
ด้านนายจำนงค์ แถลงหลังการหารือ ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบ ว่า ภาพรวมการหารือน่าพอใจ 50% โดยเฉพาะการพูดคุยเรื่องคดีความ ที่เป็นประเด็นเร่งด่วน ระหว่างการพูดคุยตัวแทนกลุ่มได้ต่อสายโทรศัพท์ให้ ร.อ.ธรรมนัส พูดคุยกับเจ้าหน้าที่กรณีปัญหาที่ดินที่ จ.ยโสธร ซึ่งเป็นพื้นที่ส.ป.ก.ต่อมาได้ประกาศเป็นน.ส.ล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือการขอใช้ประโยชน์หรือร่วมกันใช้ที่ดินในเขตราชพัสดุหรือเขตสาธารณประโยชน์ ซึ่งร.อ.ธรรมนัสระบุว่าขอให้การดำเนินคดีความเป็นขั้นตอนสุดท้าย ให้รอกระบวนการต่างๆ เรียบร้อยก่อน

ทางกลุ่มจะรับฟังผลประชุมครม 10 ต.ค. ก่อนเคลื่อนย้ายจากหน้าทำเนียบ แต่จะปักหลักติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลในข้อเรียกร้องต่างๆ ไปจนกว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ขอฝากไปถึง นายกฯ ว่า เรามาถึงกทม. ตามมารยาทใครมาถึงบ้านต้องต้อนรับ นายกฯ บอกว่าจะทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ใครไม่เลือกก็จะมาพบ ดังนั้นนายกฯ ต้องเป็นนายกฯ ของทุกคน พบกับคนทุกกลุ่ม เราคาดหวังขอให้นายกฯ มาพบกับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนด้วยตนเอง

ผบ.ทบ.ย้ายจก.สรรพาวุธ
ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.อานุภาพ ศิริมณฑล โฆษกทบ. เผยว่า ตามที่ผบ.ทบ.แต่งตั้งให้คณะกรรมการตรวจสอบกรณีพบความผิดปกติการเบิกจ่ายน้ำมันของหน่วยทหารในพื้นที่ จ.สระบุรี นั้น ล่าสุดคณะกรรมการได้รายงานผลการสอบขั้นต้นให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นรับทราบ พบว่ากระบวนการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในกรมสรรพาวุธ ทบ. มีข้อมูลบ่งชี้ว่าเกิดความบกพร่องและไม่เป็นไปตามระเบียบราชการ คณะกรรมการยังต้องตรวจสอบข้อมูลจากพยานบุคคลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม อีกหลายรายการ

เพื่ออำนวยความยุติธรรมและเอื้อต่อกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. มีคำสั่งให้ เจ้ากรมสรรพาวุธทบ. และกำลังพลที่เกี่ยวข้องอีก 4 นาย พ้นจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว โดยให้ไปปฏิบัติราชการที่ บก.ทบ. และได้ทำหนังสือนำเรียนรมว.กลาโหม ขออนุมัติแต่งตั้งรองเจ้ากรมสรรพาวุธทบ. เป็นรักษาราชการแทน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการในกรมสรรพาวุธทหารบกต่อไป

ได้ประกัน – ตำรวจตม.คุมนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรมว.วัฒนธรรม ส่งอัยการก่อนนำตัวไปส่งฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติ มิชอบภาค 2 ต่อมาศาล อนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 1.2 แสนบาท เมื่อ 9 ต.ค.

ตม.รวบ‘อิทธิพล’ก่อนได้ประกัน
จากกรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ได้พิจารณาออกหมายจับนายอิทธิพล คุณปลื้ม กับพวก ในคดีถูก ป.ป.ช.ชี้มูลกระทำความผิดส่งอัยการฟ้อง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ลงวันที่ 10 ก.ย.2551 ให้แก่บริษัทบาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมา นายอิทธิพล หนีการจับกุม

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ได้จับกุมตัวนายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะโดยสารเครื่องบินมาจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เที่ยวบิน KR701 พนมเปญ หลังจากบันทึกการจับกุม จึงควบคุมตัวนายอิทธิพลมายังสำนักงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 2 นายอิทธิพล มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมทักทายสื่อมวลชนว่าเดินทางมามอบตัว พร้อมทนายความส่วนตัว

เวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด อ.เมือง จ.ระยอง ตม.ควบคุมตัวนายอิทธิพลมาส่งเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีก่อนเจ้าหน้าที่คุมตัวนายอิทธิพลออกทางประตูด้านหลังเพื่อนำตัวส่งยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อส่งฟ้อง

ศาลใช้เวลาไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง นายชำนาญ ชาดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม ทนายความ เผยว่า ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนายอิทธิพล โดยใช้เงินสด 120,000 บาท ประกันตัวออกไป โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนขึ้นรถกลับไปทันที

นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า พนักงานอัยการนำตัวนายอิทธิพลยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,83 โดยศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อท.61/2566 และเวลา 15.00 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์ได้สอบคำให้การจำเลย โดยนายอิทธิพลปฏิเสธสู้คดี และจำเลยประสงค์หาทนายความเอง ศาลจึงเลื่อนสอบคำให้การเพื่อให้จำเลยได้จัดหาทนายความอีกครั้งเป็นวันที่ 31 ต.ค. เวลา 13.30 น.

‘พัชรวาท’สั่งช่วยจนท.ป่าตาย
จากกรณีการเสียชีวิตของนายพินิจ พวงมณี เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า พร.ประจำหน่วย ปป.กจ.19 (บ้องตี้) จากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและเส้นเลือดหัวใจตีบ ขณะปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ในเขตพื้นที่รับผิดชอบในท้องที่บ้านยางโทน ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่และป่าแม่น้ำน้อยนั้น

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และมีความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เสียสละทั้งแรงกายแรงใจในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่ป่าเขาลึกชันที่มีอันตรายรอบด้าน โดยมอบหมายให้ นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ นำความห่วงใยไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งเร่งช่วยเหลือและให้กรมป่าไม้ประสานงานกับหน่วยงานในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องเงินสวัสดิการคุ้มครองเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย

ด้านนายสุรชัย อจลบุญ กล่าวว่า ตนนำข้อห่วงใยของพล.ต.อ.พัชรวาทแจ้งให้ครอบครัว ผู้เสียชีวิตได้รับทราบ เบื้องต้นมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 10,000 บาท อีกทั้งกรมป่าไม้ยังมอบหมายให้สวัสดิการกรมป่าไม้ให้ความช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่ที่ประสบอันตรายในการปฏิบัติหน้าที่ และเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล นอกจากนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือจากสวัสดิการสหกรณ์กรมป่าไม้ และได้กำชับไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) ให้ดูแลช่วยเหลือแก่บุตรและครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน