ผลสแกน10วัน แก้ปากท้องนำ
เผยผลการโหวตโพลมติชน-เดลินิวส์รวม 10 วัน กระหน่ำเห็นว่าปัญหาที่รัฐบาลนายเศรษฐา ควรแก้ไขก่อนคือปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องก่อนปัญหาการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างสังคม ด้วยสัดส่วนโหวต 50.4% และ 49.6% ขณะที่ 2 รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยกับอีก 1 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยร่วมโหวตด้วย พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันเข้าไปเยอะๆ เพื่อรัฐบาลจะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจลงมือแก้ปัญหาให้ได้ตรงตามความต้องการ ด้านนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ‘บี๋’ สวิช เพชรวิเศษศิริ สนับสนุนในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน พร้อมขอบคุณที่ลดราคาน้ำมันดีเซล ชี้ถ้าลดค่าไฟได้อีก ก็จะลดค่าครองชีพช่วยชาวบ้านได้เยอะ
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการโหวตโพลมติชน x เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร ซึ่งเริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ต.ค. โดยกองบรรณาธิการในเครือมติชนและเดลินิวส์ ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาให้ประชาชนร่วมโหวต ผ่านทาง คิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก

สำหรับคำถามมี 2 หัวข้อใหญ่คือ 1.เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ
2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ
หลังจากประชาชนโหวตโพลจนครบกำหนดถึงวันที่ 31 ต.ค.แล้ว ทั้งเครือมติชนและเดลินิวส์จะมีกิจกรรมเจาะลึกโพลของ มติชน-เดลินิวส์ ในเดือนพ.ย.โดยเชิญ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาร่วมวิเคราะห์ผลอย่างเป็นระบบ
วันเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรักษาการเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ร่วมทำ โพลมติชน x เดลินิวส์ที่จับมือกันสำรวจความเห็นประชาชน รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ไขปัญหาอะไร พร้อมกล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมโหวตผลโพลที่เครือมติชนและเดลินิวส์ได้จัดขึ้น หากประชาชนอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ก็ขอให้โหวตเข้ามาได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การเมือง หรือเรื่องอื่นๆ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ เชื่อว่าหลังจากที่พี่น้องประชาชนร่วมโหวตแล้วจะได้มีการรวบรวมข้อมูล เพื่อส่งให้รัฐบาลจัดทำนโยบายต่อไป

โหวตโพล – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีเอส และนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.การต่างประเทศ ร่วมโหวตโพล มติชน-เดลินิวส์ พร้อมกับชักชวนประชาชนร่วมโหวตด้วยเพื่อสะท้อนความต้องการไปยังรัฐบาล เมื่อวันที่ 10 ต.ค.
ด้านนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมโหวต เพื่อให้รัฐบาลได้ทราบปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ว่า สิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญ ในแต่ละคน และในแต่ละเรื่องนั้นๆ รัฐบาลจะได้ทำอย่างไรเพื่อให้มีความครอบคลุม และรัฐบาลจะได้นำผลโพลนี้ไปพิจารณาต่อไป
ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอขอบคุณและชื่นชมที่ได้จัดทำโพลนี้ขึ้นมา เนื่องจากโพลนี้ถือเป็นอีกช่องทางที่จะเป็นกระบอกเสียงในการทำให้รัฐบาลได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างตรงจุด ทำให้ทราบว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือหรือแก้ไขเรื่องใดเป็นลำดับแรก ทั้งนี้ ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมกันโหวตโพลของเดลินิวส์กันให้มากๆ
นายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทร สงครามพรรคก้าวไกล กล่าวถึงมติชนจับมือกับเดลินิวส์ จัดทำโพลในหัวข้อ “รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร” บนเว็บไซต์ในเครือมติชนและเดลินิวส์ เพื่อรับฟังเสียงของประชาชนไปถึงรัฐบาลว่าเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลจะได้รับรู้ปัญหาและความต้องการจากพื้นที่ตรงจุด ส่วนปัญหาระหว่างการเมืองกับปัญหาเศรษฐกิจนั้น ตนมองว่ารัฐบาลควรแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กันเพราะเศรษฐกิจกับการเมืองมันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทุกมิติ เศรษฐกิจเกี่ยวกับปากท้องของประชาชน ส่วนการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่นักการเมืองเมื่ออาสาประชาชนเข้ามาแล้วก็ต้องทำเพื่อประชาชนให้มากที่สุด การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ ก็เช่นกัน อย่าทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง ขอให้นึกถึงประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก หากรัฐบาลทำอะไรโปร่งใส ก็จะทําให้วนกลับมาทําให้เศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนดีขึ้น
นายอานุภาพกล่าวอีกว่า ยังมีเรื่องที่ล่าสุดตนได้ปรึกษาหารือในสภา เกี่ยวกับกรณี โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทร สงคราม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจําจังหวัด รับผิดชอบดูแลประชากรในพื้นที่เกือบ 2 แสนคน แต่สภาพปัจจุบันมีความแออัดทั้งเรื่องที่จอดรถ เรื่องสถานที่หน่วยบริการทางการแพทย์ การรักษาพยาบาลยังไม่เพียงพอ ผู้อํานวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ ได้จัดทําโครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกผู้ป่วยใน ความสูง 10 ชั้นเสนอกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 จนถึงปีงบประมาณ 2567 แล้ว ก็ยังไม่ได้รับอนุมัติจัดสรร ตนจึงเป็นปากเสียงพูดเรื่องนี้ในสภา เร่งรัดให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรงบประมาณโดยด่วนเพราะถ้าเราได้รับงบประมาณก่อสร้างมาแล้วก็จะทําให้ชาวสมุทรสงครามเข้าถึงระบบสาธารณสุข การรักษาพยาบาลจะครอบคลุมในหลายด้านมากขึ้น
ด้านนักแสดงหนุ่มชื่อดัง ‘บี๋’ สวิช เพชรวิเศษศิริ ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นถึงการร่วมโหวตโพลมติชน x เดลินิวส์ ว่า “ถ้าผมในภาคประชาชน ผมสนับสนุนในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนครับ แน่นอนว่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หลังจากเจอโควิดมาแล้ว บางคนฟื้นตัวบ้าง บางคนไม่ฟื้นตัว แล้วก็ข้าวยากหมากแพงจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างราคาแพง ต้นทุนน้ำมันแพง หมูแพง ไก่แพง ไข่แพง ทำให้ร้านอาหารต่างๆ ที่เราไปกินตามร้าน หรือตามข้างทาง หรือตามภัตตาคาร ราคาปรับตัวสูงขึ้น ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายกับรายได้ เพราะฉะนั้น ลดค่าครองชีพได้ยินดี”
“ก็เห็นท่านนายกฯ ประกาศลดราคาน้ำมันอยู่ ผมก็ใช้น้ำมันดีเซลอยู่ ผมขอบพระคุณจริงๆ ลดค่าครองชีพได้บ้าง ค่าไฟถ้าลดได้อีกก็ยิ่งจะดีกว่านี้ เพราะค่าไฟแพงจริงๆ ไปโดนค่า ft อีกตั้งเยอะแยะ ที่เราไม่ได้ใช้นะครับ แต่ก็เข้าใจในส่วนที่ต้องทำ อันไหนที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนส่วนรวม ปากท้อง อันนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ต้องเริ่มความสำคัญ ก็ขอให้ตั้งใจและแก้สิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้น ปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนจะได้มีความสุขมากยิ่งขึ้น ลดความทุกข์ลง”
นักแสดงหนุ่มยังกล่าวอีกว่า “ในเรื่องความปลอดภัยก็เช่นกัน ตอนนี้เราเปิดประเทศมา ในเรื่องอาชญากรอาชญากรรมก็ต้องระมัดระวังหน่อย เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นปัญหาที่สร้างความเสื่อมเสียให้ประเทศชาติ และในเรื่องของการเดินทาง โรคภัยไข้เจ็บ อันนี้อยากให้ทุกๆ คนช่วยประกาศหน่อย และช่วงนี้ทางภาคอีสานก็น้ำท่วม ทางเหนือบางส่วนก็น้ำท่วม ก็เดือดร้อนกันเยอะครับ แต่ว่าก็เห็นนายกฯ ลงไปอยู่ ก็อยากให้นายกฯ ทีมงาน รัฐมนตรีทุกกระทรวง ทุกท่านอยู่ข้างประชาชน ทำอะไรเพื่อประชาชน บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน และก็นำพาประเทศให้เจริญมากยิ่งขึ้น ลดคอร์รัปชั่นได้ยิ่งดี ลดสิ่งที่ไม่ดีไม่ถูกต้องได้เป็นยิ่งดี”
สุดท้าย นักแสดงหนุ่มกล่าวเชิญชวน “ก็อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการทำโพลที่อยากจะให้รัฐบาลปรับปรุงอะไร อยากจะให้แก้ไขปัญหาอะไรที่มันเร่งด่วนที่ต้องทำและแก้ไขระยะยาว ทั้งเศรษฐกิจ ปากท้อง ทั้งข้อกฎหมาย ทั้งความยุติธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อนำพาประเทศเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาที่เกิดขึ้น ลดในเรื่องที่ไม่ยุติธรรมที่มันเกิดขึ้นกับสังคมเรา กับความปลอดภัย อันตรายต่างๆ มากขึ้น ก็โหวตกันได้ทางโพลมติชน x เดลินิวส์ ตั้งแต่นี้จนถึง 31 ตุลาคมนี้ ใครมีปัญหาอะไรก็ร่วมโหวตได้ ช่องทางเหล่านี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะส่งเสียงของพวกเราไปถึงรัฐบาล ไปถึงผู้นำของเรา ไปถึงผู้ที่จะมารับใช้พี่น้องประชาชน ฝากกันด้วยนะครับ”
ด้านนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธาน สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีการทำโพลเพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลได้รับรู้ว่าอะไรคือความต้องการ ในส่วนของ เอสเอ็มอีขอเสนอสิ่งที่ควรแก้ปัญหา นโยบายเร่งด่วน คือ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเกษตรกร 7.8 ล้านครัวเรือน 2. กลุ่มแรงงาน 38 ล้านคน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่มี 20 ล้านคน และมีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรถึง 58% 3. กลุ่มเอสเอ็มอี 3.2 ล้านราย โดยเฉพาะรายย่อยมีอยู่ 2.7 ล้านราย และ 85% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศที่มีสัดส่วนจีดีพีเพียง 3% หรือเพียง 500,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่ง 3 กลุ่มข้างต้น เผชิญปัญหารุมเร้ามาตลอดกว่า 3 ปี ในช่วง โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ทั้งปัญหาหนี้สินจากรายได้ที่หายไปในช่วงวิกฤตโควิด การแบกรับภาระต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ภาวะดอกเบี้ย ขาขึ้น ค่าครองชีพสูงและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แม้จะดีกว่าช่วงโควิดก็ตามแต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังไม่ได้ฟื้นกลับมาเช่นเดิมก่อนช่วงโควิด
“นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลผลักดันเครื่องยนต์เอสเอ็มอี เครื่องยนต์ภาคท่องเที่ยวและบริการ เครื่องยนต์ภาคการค้าเครื่องยนต์ภาคธุรกิจเกษตร รวมทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือ ซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศไทยด้วย” นายแสงชัยกล่าว
น.ส.เสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า ประเด็นที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วน คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และอยากให้แก้ไขทั้งฉบับ เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหามากมายเชื่อมโยงกัน
“แม้บางคนเสนอให้แก้ไขบางมาตรา แต่มองแล้วรัฐธรรมนูญปัจจุบันครอบคลุมปัญหาทุกเรื่อง ถ้าแก้ได้ทั้งฉบับและเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย จะทำให้ทุกเรื่องที่เชื่อมโยงกันได้รับการแก้ไข ประเด็นปัญหาที่มองเห็นชัดเจนคือ หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว. 250 เสียง มีอำนาจสิทธิ์ขาดเหนือประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ส่งผลให้พรรคอันดับหนึ่งที่ประชาชนเทคะแนนเสียงให้กว่า 14 ล้านเสียง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ตามรูปแบบที่ประชาชนต้องการ หากเลือกแก้ไขบางประเด็นก็อาจไปติดขัดอีกเรื่องหนึ่ง อาจทำให้ประเทศชาติติดขัดไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้” น.ส.เสาวคนธ์กล่าว
นายนนท์ หิรัฐเชรษฐ์สกุล นายกสมาคม ก่อตั้งกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าอสังหา ริมทรัพย์จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า อยากเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งหามาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากโควิด-19 ทั้งภาคประชาชนที่มีปัญหาปากท้อง และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในท้องถิ่นที่มีปัญหาด้านเงินทุน ขอเสนอแนะรัฐบาลศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบเรื่องการดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ เพราะมีบทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ปล่อยให้นักลงทุนจีนเข้าไปจนมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจมาก สุดท้ายในลาวยึดถือเงินหยวนเป็นหลัก สกุลเงินของลาวแทบไม่มีความหมาย
นายอาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ เลขาธิการ หอการค้าจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องประชาชนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศและแปลงเงินทุนของรัฐบาลหรือภาษีที่จะนำไปทำนโยบายด้านอื่นๆ ต่อไปได้ เพราะสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่สามารถเพิ่มรายได้ได้เต็มที่ ฉะนั้นการช่วยลดต้นทุนต่างๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาภาคเศรษฐกิจ และค่าใช้จ่ายครัวเรือนของประชาชนได้ดีกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการโหวตผ่านทางสื่อในเครือมติชนรวม 10 วัน ปรากฏว่า ประชาชนที่โหวตเห็นว่าปัญหาที่รัฐบาลนายเศรษฐาควรแก้ไขก่อนคือ ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องก่อนปัญหาการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างสังคม ด้วยสัดส่วนโหวต 50.4% และ 49.6% ซึ่งแตกต่างจากผลการโหวตเมื่อ 5 วันที่แล้วที่ประชาชนเห็นว่าควรจะแก้ไขปัญหาการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างสังคมก่อน
สำหรับปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขเป็นอันดับแรกมากที่สุดคือ ปัญหาค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมัน รองลงมาคือปัญหาหนี้สิน ขณะที่ปัญหาการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างสังคมนั้น ยังคงต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญมากเป็นอันดับแรก